ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 285 ถุงน่องสีขาวและถุงน่องสีดำ
บทที่ 285 ถุงน่องสีขาวและถุงน่องสีดำ
เหอซีเสวี่ยเล่าเสร็จก็ได้เล่าเรื่องราวในชีวิตของเวินเสี่ยวเย่
“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ…”
หลังจากฟังแล้ว สวี่หยางก็เข้าใจทันที
เดิมทีเขาก็คาดเดาว่าเวินเสี่ยวเย่ต้องเคยสูญเสียเพราะผู้หญิงอย่างแน่นอน
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ เขาถูกผู้หญิงหักหลังจนทำให้การก้าวสู่ขอบเขตจินตานล้มเหลว ทำได้เพียงแค่ขอบเขตเจี่ยตานเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้เขาเจ็บหนักสินะ
“แม้ตระกูลเวินจะอยู่ในอาณาเขตของสำนักไท่อี้ แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ตระกูลเวินก็กลายเป็นเป้าหมายที่ทุกคนจะพุ่งเข้าใส่ พวกเขาลอบสังหารฆาตกรอย่างผู้บำเพ็ญชั่วร้ายเพื่อปิดปาก ต่อไปคงไม่มีใครอยากติดต่อกับพวกเขาแล้ว”
เหอซีเสวี่ยยิ้มบาง ๆ
หลังจากพูดคุยเรื่องของเวินเสี่ยวเย่เสร็จแล้ว เหอซีเสวี่ยก็พูดถึงข่าวที่หอบังคับใช้กฎถูกโจมตีเมื่อคืน
แน่นอนว่านี่เป็นกับดักที่สวี่หยางวางไว้ล่วงหน้า เพื่อล่อให้ศัตรูชิมของหวานก่อนแล้วทำให้พวกเขาเชื่อว่าแผนที่ป้องกันนั้นเป็นของจริง!!
“สวี่หยาง เจ้าให้ข้าถอนคนของหอบังคับใช้กฎออก แล้วปล่อยให้พวกมันทำลายที่นี่ แม้ว่าพวกเราจะไม่สูญเสียกำลังพล แต่ก็ส่งผลในวงกว้างอย่างมาก ตอนนี้ภายนอกมีข่าวลือแพร่สะพัดมากมาย พวกเขาคิดว่าเราจะต้านทานไม่ไหวแล้ว แม้แต่หอบังคับใช้กฎยังถูกทำลายลงเลย!!”
สวี่หยาง “นี่เป็นความเสียหายในระยะสั้น ไม่มีทางอื่นแล้ว หากไม่ทำเช่นนี้ ศัตรูจะหลงกลได้อย่างไร? พวกมันไม่บุกมา เราก็ไม่มีโอกาสโค่นโจวป๋อซู่นะ”
“เจ้าคิดว่าศัตรูจะเริ่มโจมตีครั้งใหญ่เมื่อใด”
“น่าจะอีกไม่กี่วันนี้แล้วละ” สวี่หยางคาดเดา เขาเล่าถึงสถานการณ์เมื่อคืนให้นางฟัง
“ไม่คิดว่าเมื่อคืนนี้เจ้าจะได้เจอเรื่องราวมากมายขนาดนี้ ดูเหมือนว่าครั้งนี้เจ้าจะได้สร้างความชอบอีกแล้ว ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างดี” เหอซีเสวี่ยถอนหายใจ “แต่ตอนนี้ข้าไม่มีอะไรดี ๆ อยู่ในมือแล้ว จะทำอย่างไรดีล่ะ?”
จะทำอย่างไรดี? แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า?
สวี่หยางแม้ในใจจะบ่น แต่ก็ตอบอย่างจริงจังว่า “เซียนเหอ…ตัวข้านั้นสบายมาก ข้ารับใช้เซียนเหอมิใช่เพื่อผลประโยชน์แต่อย่างใด”
ถึงจะรู้ว่าสวี่หยางอาจจะแค่สรรเสริญเยินยอนางเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม คำพูดเช่นนี้ฟังแล้วก็สบายใจยิ่งนัก
เหอซีเสวี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน “เช่นนั้นเจ้าว่า เจ้าทำเพื่อสิ่งใดงั้นรึ?”
“ขอเพียงเซียนเหอมีความสุข ข้าก็พอใจ”
“เจ้ามั่นใจหรือว่าพูดจริง?”
“จริง”
“ได้ เพื่อตอบแทนความดีของเจ้า คืนนี้ข้าจะมอบรางวัลให้แก่เจ้า อย่าลืมมาหาข้าเช่นเดิม เข้ามาทางประตูหลังเล่า”
เหอซีเสวี่ยเอ่ยอย่างเรียบเฉย
“รับทราบ”
จะว่าไปแล้ว เขาเองก็ห่างจากเหอซีเสวี่ยมานาน สวี่หยางก็อดคิดถึงเหอซีเสวี่ยไม่ได้
ที่สำคัญกว่านั้น ในระหว่างการหลอมรวมจิตเทวะ เมื่อร่างกายสัมผัสกันอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกเช่นนั้นวิเศษสุดจะพรรณนาเลยทีเดียว
อยู่ว่าง ๆ สวี่หยางจึงส่งสารไปถึงหลินไห่ถัง แจ้งว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น บัดนี้จะออกสำรวจอีกสักเล็กน้อย ขอให้พักผ่อนให้เพียงพอและระวังผู้คนรอบข้างด้วย
………
สวี่หยางยังคงเดินต่อไปตามถนน
เมื่อเดินไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้า สวี่หยางก็รู้สึกสนใจขึ้นมา
เสื้อผ้าบางชุดที่นี่เป็นแบบใหม่ล่าสุด
โดยเฉพาะชุดชั้นในของผู้หญิงเป็นแบบโปร่ง
เขายังพบเสื้อผ้าที่ทำจากไหมขาวด้วย
“เนื้อผ้าดีทีเดียว ไหมขาวนี่คืออะไรรึ?”
เมื่อสวี่หยางเข้าไปในร้าน ด้วยการแต่งกายของพ่อค้าผู้มั่งคั่งในตอนนี้ เขาจึงได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว
เจ้าของร้านออกมาต้อนรับ แนะนำสิ่งของต่าง ๆ
ปรากฏว่าไหมขาวนี้มีชื่อว่าไหมหม่อน มีความเหนียวมาก เสื้อผ้าที่ทำจากไหมหม่อนนั้นจะให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและความเย็นสบายในฤดูร้อน
แน่นอนว่าเนื้อผ้าประเภทนี้คงไม่มีความทนทานมากนัก เป็นเพียงของธรรมดาที่ผู้บำเพ็ญสวมใส่กันเท่านั้น
“โดยปกติ ผู้ปลูกพืชวิญญาณในท้องถิ่นจะซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากไหมหม่อนนี้ไปสวมใส่เวลาทำงานกลางแจ้ง เวลาที่อากาศร้อน ไหมหม่อนจะช่วยลดอุณหภูมิลงได้โดยอัตโนมัติ เวลาที่อากาศหนาวไหมหม่อนก็จะช่วยสร้างความอบอุ่นด้วยการเสียดสี มีประโยชน์ไม่น้อยเลย เนื่องจากราคาไม่แพง จึงเป็นที่นิยมของผู้คนจำนวนมาก”
“หากท่านลูกค้าไม่พอใจไหมหม่อน ที่นี่ก็ยังมีไหมดำ ซึ่งมีความเหนียวมากกว่า ฉีกขาดยาก ท่านคงจะเตรียมซื้อให้กับผู้ปลูกพืชวิญญาณในสังกัดใช่หรือไม่??”
จากการสนทนา
สวี่หยางได้รู้ว่าไหมทั้งสองชนิดนี้ส่วนใหญ่ถูกผู้ปลูกพืชวิญญาณจะซื้อไปใช้
สวี่หยางลูบแล้วลูบอีก รู้สึกว่าผิวสัมผัสนั้นมิเลวเลย
เขาคิดขึ้นมาว่า หากนำไปทำเป็นถุงน่องคงจะดีไม่น้อย
“เอ่อ…เจ้าจงไปบอกให้ช่างเย็บผ้าฝีมือดีที่สุดในร้านของเจ้ารีบมาทำถุงน่องสองคู่ให้ข้าเดี๋ยวนี้”
สวี่หยางสั่ง
“ถุงน่อง?”
เจ้าของร้านชะงักงัน เพราะไม่เคยมีแขกคนใดมาสั่งทำของที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน
แต่เมื่อเห็นสวี่หยางนำหินวิญญาณสิบก้อนออกมาวางมัดจำ ใบหน้าของเจ้าของร้านก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มต้อนรับทันที
“เจ้าของร้านรีบไปเถิด ข้าจะวาดแบบให้พวกเจ้าเอง ไว้เป็นตัวอย่าง” สวี่หยางเอ่ย
“ได้เลย ท่านรอสักครู่!”
สวี่หยางเดินเข้าไปในห้องรับรองสุดหรูข้าง ๆ
ภายในห้องรับรองมีหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ ซึ่งนางอยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณเท่านั้น
“นางผู้นี้คือช่างเย็บผ้าฝีมือเยี่ยมของร้านเรา แม้แต่เสื้อคลุมระดับสาม นางก็ยังซ่อมได้” เจ้าของร้านกล่าวอย่างภาคภูมิ
สวี่หยางไม่เชื่อคำพูดของเจ้าของร้านแม้แต่น้อย
ก็ไหนเลยเสื้อคลุมระดับสามจะสามารถซ่อมแซมได้โดยผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลังปราณของหญิงผู้นี้จะอ่อนแอไปบ้าง แต่เมื่อได้เห็นวิธีการเย็บปักถักร้อยของนางแล้ว ฝีมือถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก
เครื่องแต่งกายที่อยู่ข้าง ๆ ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ทำได้วิจิตรบรรจงยิ่ง
สวี่หยางร่างแบบขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า “นี่คือเครื่องแต่งกายที่เป็นของขึ้นชื่อในบ้านเกิดของข้า เรียกว่าถุงน่อง! เจ้าจงทำตามแบบนี้เถิด!”
หญิงผู้นั้นรู้สึกแปลกใจ
“ใช้ไหมจากตัวไหมขาวและไหมจากตัวไหมดำมาทำถุงน่อง ถุงน่องกระนั้นหรือ นี่มัน…”
นางรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองนัก
เจ้าของร้านดุว่า “ข้าให้ทำก็ทำซะ”
หญิงผู้นั้นรีบพยักหน้า “เช่นนั้นแล้ว ท่านผู้อาวุโส ข้าขอให้ท่านคอยดูอยู่ข้าง ๆ หากมีสิ่งใดที่ไม่พอใจ ขอท่านโปรดชี้แนะด้วย”
“จะใช้เวลานานสักเท่าใดเล่า?” สวี่หยางถาม
เจ้าของร้านที่อยู่ข้าง ๆ อธิบายด้วยรอยยิ้ม “ท่านโปรดวางใจ ร้านตัดเย็บอันดับหนึ่งของร้านเรานั้น หากทำถุงน่อง ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็เสร็จสิ้น”
เมื่อสิ้นสุดคำพูด
ก็ได้เห็นเข็มในมือหญิงสาวนั้นร่ายรำอยู่กลางอากาศ ไหมขาวที่ต่ออยู่ด้านหลังเข็มก็เสมือนกับกำลังร่ายรำอยู่เช่นกัน แล้วก็ร่างเส้นถุงน่องตามแบบที่สวี่หยางได้วาดเอาไว้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ยังไม่ทันมืดค่ำ ถุงน่องไหมขาวและถุงน่องไหมดำก็ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
สวี่หยางพอใจนัก
“ดี! ดียิ่งนัก!”
“เย็บเช่นนี้ให้ข้าอีกอย่างละยี่สิบคู่เถอะ”
สวี่หยางโบกมือ
ไหน ๆ ภรรยาที่บ้านก็ต้องใส่แล้ว
ในฐานะสามีที่ดี ข้าจะเลือกปฏิบัติกับภรรยาที่รักได้อย่างไรเล่า
หลังจากจ่ายหินวิญญาณ สวี่หยางก็จากไปอย่างงดงาม
……..
ครู่ต่อมา
สวี่หยางเอ่ยว่า “เซียนเหอ ข้าขอเข้าไป”
“เข้ามาเถอะ”
“โอ้”
สวี่หยางผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่เห็นเหอซีเสวี่ย สวี่หยางก็ดวงตาเป็นประกาย
เหอซีเสวี่ยสวมชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อน ชายกระโปรงประดับพู่ดอกไม้ พร้อมกับปักลายดอกบัวที่กระโปรง ด้านเอวคาดด้วยผ้าไหม ปักลายนกหงส์หยก สื่อถึงความงามแบบดั้งเดิม
สมเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตาน
เนื่องจากพลังปราณของเหอซีเสวี่ยเพิ่มขึ้น ปราณเซียนของนางก็ยิ่งมีความรู้สึกเพิ่มขึ้น
บางครั้งจึงทำให้นางเกิดความรู้สึกตกใจได้ง่ายเช่นกัน
“คราวนี้เจ้ามาพบข้า ไฉนจึงมิกล้าสบตาข้าเล่า แรมเดือนไม่พบพาน นึกมิถึงว่าความกล้าหาญของเจ้าจะน้อยลงไปมากเช่นนี้”
เหอซีเสวี่ยเย็นชาดุจน้ำแข็ง กลับมีแววตาเย้าหยอกอยู่บ้าง
สวี่หยางกล่าวอย่างจริงจัง “เซียนเหอเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตจินตาน ส่วนข้าเป็นเพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานผู้ต่ำต้อย มิอาจล่วงเกิน”
“เจ้าในตอนนี้รู้จักคำว่าเกรงใจแล้วรึ”
สวี่หยาง “…”
ตลอดมาก็ไม่กล้าอยู่แล้ว
“เอาเถิด ไม่แกล้งเจ้าแล้ว เจ้าว่าปลอมเป็นหลิวเป้า แม้จะได้ความไว้วางใจจากพวกเขา และได้ข้อมูลมาไม่น้อย แต่ก็ต้องระวังตัวด้วย เข้าใจหรือไม่?”
เหอซีเสวี่ยแสร้งทำเป็นโกรธแล้วกล่าว
สวี่หยางอบอุ่นใจขึ้นในบัดดล เหอซีเสวี่ยช่างเป็นห่วงเป็นใยเขาเหลือเกิน
“ข้าจะระวัง เจ้าว่าจะให้ของวิเศษข้านั้น แล้วจะมอบสิ่งใดให้ข้าหรือ”
“เจ้ายังจำได้อยู่หรือนี่”
เหอซีเสวี่ยหยิบฟูกรองนั่งออกมาใบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก
สวี่หยาง “…”
“เบาะรองนั่ง?”
“ถูกแล้ว เบาะรองนั่งนี้มันนุ่มนิ่ม เวลานี้ที่เจ้ากับข้าหลอมรวมจิตเทวะกัน เจ้าใช้ที่รองนั่งอันนี้จะได้สบายขึ้น”
สวี่หยางพูดไม่ออก รู้สึกว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ข้าสบายขึ้น
ยังนึกว่าจะมีของดีอะไรกันแน่
เมื่อเห็นอาการผิดหวังของสวี่หยาง เหอซีเสวี่ยพลันแสดงสีหน้าเย็นชาด้วยความไม่พอใจก่อนจะกล่าว “ทำไม? เจ้าไม่ชอบหรือ?”
“ไม่ ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย”
“หึ! ข้าดูออกว่าเจ้าไม่ชอบ แสดงว่าเกลียดของด้อยค่าเช่นนี้ใช่หรือไม่ สวี่หยาง! เจ้าอย่าลืมนะปิ่นหยกที่เจ้าให้ข้า ก็เป็นของถูก ๆ เหมือนกัน”
สวี่หยาง “…”
เดิมทีคงเก็บกดเรื่องนี้เอาไว้สินะ
“เซียนเหอ…พูดถึงเรื่องนั้น ข้ามีสิ่งของอย่างหนึ่งจะมอบให้แก่เจ้า”
“โอ้”
เหอซีเสวี่ยดวงตาวาววับ แต่กลับพูดเสียงเย็น “เจ้าช่างมีน้ำใจนัก ยังมีของดีอะไรจะมอบให้ข้าอีกหรือ หรือจะเป็นของถูก ๆ อีกล่ะ?”
“เซียนเหอ ลองดูสิ! เป็นถุงน่องชนิดหนึ่ง มันมีคุณสมบัติทำให้เท้าอบอุ่นในฤดูหนาว เย็นสบายในฤดูร้อน”
เหอซีเสวี่ยหัวเราะ “มอบถุงน่องให้กับข้าหรือ เพิ่งเคยเจอคนมอบของเช่นนี้ให้กับสตรี”
นางพยักหน้ารับ “เอาสิ ไหนมาให้ข้าดูหน่อย”
สวี่หยางใจเต้นแรง
เมื่อคิดว่าเหอซีเสวี่ยสวมถุงน่องสีดำ เขาก็พลันใจสั่น
จากนั้นก็หยิบถุงน่องสีดำสองข้างออกมา
“อืม ถุงน่องแบบนี้ทำจากไหมงั้นนหรือ สวมอย่างไร แล้วมีประโยชน์อย่างไร”
เหอซีเสวี่ยขมวดคิ้ว
สวี่หยางก้มหน้าก้มตา ตื่นเต้นจนกดเสียงพูดว่า “หากสวมเข้าไปแล้วจะยิ่งเสริมให้สตรีมีเสน่ห์ ข้าเพียงแค่อยากแสดงความจงรักภักดี หวังให้เซียนเหองดงามในทุก ๆ วันก็เท่านั้น”
“เสริมเสน่ห์สตรี…”
เหอซีเสวี่ยเหลือบมองแล้วก็คิดออก
ถุงน่องนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างโปร่งแสง
หากสวมเข้าไปแล้ว ผิวหนังก็จะปรากฏขึ้นราง ๆ นางรู้สึกแปลกใจในทันที แล้วเอ่ยถามว่า “สวมอย่างไรล่ะ”
สวี่หยางก้มหน้ากัดฟันกล่าว “เซียนเหอคงไม่เคยสวม ข้าเต็มใจช่วยเซียนเหอสวมถุงน่องนี้เอง”
“เจ้าหนุ่มนี่ ท่าทางเจ้าชักจะไม่ชอบมาพากลแล้ว”
เหอซีเสวี่ยหรี่ตามองเล็กน้อย “เจ้าบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้เลย! เจ้ามีแผนการไม่ดีใช่หรือไม่”
สวี่หยางรีบส่ายหน้า “ข้าจะคิดแผนการที่ไม่ดีได้อย่างไร ข้าเพียงแค่ห่วงใยเซียนเหอ อยากให้เซียนเหองดงาม ไม่มีเรื่องจุกจิกใด ๆ มาทำให้อารมณ์เสียแน่”
“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ในใจของข้า เซียนเหอคือสตรีที่งดงามที่สุด สตรีที่งดงามจะต้องสวมใส่สิ่งของอันงดงามที่สุดเช่นกัน และเพื่อให้เผยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเซียนเหอ ข้ารู้สึกว่าถุงน่องนี้เหมาะสมกับอุปนิสัยของเซียนเหอเป็นอย่างมาก”
“อืม พูดได้ดี แต่ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะสวมมันอย่างไร?”
สวี่หยางใจชื้นขึ้นมา “เช่นนั้น ข้าจะสวมให้เซียนเหอเอง”
“หึ ถึงข้าจะไม่เคยสวมใส่ แต่จะให้บุรุษเช่นเจ้ามาสวมใส่ให้ได้อย่างไร ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เจ้าไม่รู้งั้นเลยหรือ?”
เหอซีเสวี่ยหรี่ตาพลางกล่าว