ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 288 ชุดกระโปรงสำหรับเซียนเหอ
บทที่ 288 ชุดกระโปรงสำหรับเซียนเหอ
บัดนี้สำหรับชิงหนิวเจินเหรินแล้ว
สิ่งที่เขาผิดหวังมากที่สุดมิใช่การทรยศหักหลังของโจวป๋อซู่
เพราะถึงแม้จะทรยศ แต่เขาก็มีเหตุผลของเขา นั่นคือการแย่งชิงทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญ
ผู้บำเพ็ญเซียนบางครั้งก็โหดร้ายเช่นนี้ จำเป็นต้องแย่งชิง
สิ่งที่เขาผิดหวังมากที่สุดในเวลานี้คือ โจวป๋อซู่ยังกล้าคิดหลอกลวงเขาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อีก
สิ่งนี้ทำให้เขาไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
“ป๋อซู่ ยังจำได้หรือไม่ว่าอาจารย์รับเจ้าเป็นศิษย์อย่างไร”
ชิงหนิวเจินเหรินเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างฉับพลันแล้วกล่าวว่า
“ข้าจำได้ บุญคุณของท่านอาจารย์ ศิษย์มิอาจลืมเลือนได้ตลอดชีวิต เมื่อก่อนศิษย์เป็นเพียงสมาชิกในสำนักแห่งหนึ่ง ภายใต้เคหาสน์เขาเทพดาบเท่านั้น กล่าวได้ว่าศิษย์เป็นเพียงคนเลี้ยงม้า”
“เพราะข้าทำให้ม้าของสำนักต้องตาย และเกือบจะโดนลงโทษเฆี่ยนตีจนตายด้วย แต่ท่านอาจารย์ได้ผ่านมาและช่วยชีวิตข้าไว้ ศิษย์ยังคงระลึกถึงบุญคุณของอาจารย์มิอาจลืมเลือนได้”
“เจ้าบอกว่ามิอาจลืมเลือนได้ แต่เจ้ายังจำได้หรือไม่ คำสั่งสอนข้อแรกที่อาจารย์สั่งเจ้าคือประการใด”
โจวป๋อซู่ชะงัก สีหน้าหม่นหมองลงพลางกล่าวว่า “ศิษย์ยังคงจำได้ อาจารย์เคยกล่าวว่า มิว่าข้าจะทำสิ่งใดก็ตาม จะต้องไม่หลอกลวงอาจารย์”
“ถูกต้องแล้ว ผู้บำเพ็ญนั้นย่อมต้องแย่งชิง อาจารย์ก็อนุญาตให้พวกเจ้าแย่งชิง แต่สิ่งที่อาจารย์ไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาดคือการหลอกลวง เจ้ากลับกล้าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเจ้าไปสมรู้ร่วมคิดกับสำนักไท่อี้ ทำให้เมืองเซียนต้องสูญเสียไปมากเพียงใด”
“อาจารย์ ข้า… ข้าไม่ได้”
โจวป๋อซู่พยายามจะเถียง
“ตามที่ข้ารู้ นางผู้นี้ชื่อฟ่านเหม่ยเหม่ย เป็นผู้ที่เจ้าส่งไปยังสำนักไท่อี้เพื่อเป็นไส้ศึกมิใช่หรือ”
โจวโป๋ซู่ตกใจจนอ้าปากค้าง
อาจารย์กลับรู้เรื่องทั้งหมด
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกใจเต้น
ราวกับรับรู้บางสิ่งบางอย่าง
แต่ในตอนนั้นก็ยังคิดไม่ออก
เรื่องราวทั้งหมดทำให้เขารู้สึกราวกับว่ามีมืออันทรงพลังกำลังอยู่เบื้องหลัง ชักใยทุกสิ่ง
“ท่านอาจารย์…” เขารีบพูดว่า “นี่เป็นแผนการร้าย แผนการร้ายแฝงเร้นอยู่ที่นี่”
ตูม!
ร่างวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลังมหาศาลแผ่ออกมาข่มขู่และกดทับลงบนตัวของโจวป๋อซู่จนเขาทรุดลงกับพื้น ขยับแทบไม่ได้
“แผนการร้าย? เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าข้าเฝ้าจับตามองเจ้ามาหลายวันแล้ว จนกระทั่งเจ้าฆ่าฟ่านเหม่ยเหม่ยข้าจึงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง”
หลังจากส่ายหน้าชิงหนิวเจินเหรินก็เงยหน้าขึ้น
เพียงก้าวเดียวก็ปรากฏตัวต่อหน้าโจวป๋อซู่
ทันทีที่โจวป๋อซู่เห็นดังนั้น เขาก็ขบฟันและพยายามขัดขืน
เขาต้องการจะหลบหนี หลบหนีไปให้พ้น
เพราะเขารู้ดีว่า อาจารย์ต้องการจะขับไล่เขา
“เจ้าดื้อรั้นไม่ฟังใครเช่นนี้ ดูท่าข้าจะรักษาขอบเขตเจี่ยตานไว้กับเจ้าไม่ได้แล้ว”
“อะไรนะ?!”
โจวป๋อซู่เบิกตากว้าง
“ในอดีต เจ้าเป็นเพียงแค่คนเลี้ยงม้าที่ใกล้ตาย แล้วข้าก็เก็บเจ้ากลับมา ช่วยให้เจ้ามีชีวิตใหม่ ให้เจ้ามีโอกาสเช่นทุกวันนี้ และวันนี้ ข้าจะเอาทุกอย่างที่เจ้ามีคืน…”
เมื่อพูดจบ ชิงหนิวเจินเหรินก็ยกมือขึ้นฟาดไปที่ศีรษะของโจวป๋อซู่
โครม!!
โจวป๋อซู่รู้สึกทุกอย่างมืดดับไปชั่วขณะ มีพลังบางอย่างที่รุนแรงเคลื่อนที่จากเข้ามาในภวังค์จิตของตน แล้วก็ตรงไปที่จุดตันเถียน
ขอบเขตจินตานที่เขาเพียรพยายามหลอมรวมพลันแตกกระจายในพริบตา กลายเป็นเศษผง และพลังยุทธ์ในร่างกายก็กลายเป็นความว่างเปล่าในทันที
เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น!!
โจวป๋อซู่กลืนน้ำลาย สีหน้าดูไม่ดี
“ท่านอาจารย์ ท่านทำลายข้าแล้ว อาจารย์…ข้ายังรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าตอนที่ท่านฆ่าข้าเสียอีก”
ตุบ!!
โจวป๋อซู่ล้มลงนอนหงาย มองไปที่ท้องฟ้าอย่างว่างเปล่า
“อาจารย์ ท่านฆ่าข้าเถอะ ฆ่าข้าเถอะ ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว”
“เจ้าก็ยังเป็นศิษย์ของข้า ข้าจะฆ่าเจ้าลงได้อย่างไรเล่า” ชิงหนิวเจินเหรินส่ายหน้า
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ อาจารย์ ท่านเป็นห่วงกระมังว่าหากฆ่าข้าแล้วจะกระทบกระเทือนจิตใจ และท่านจะไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้”
เวลานี้โจวป๋อซู่ก็ไม่แสร้งทำเป็นสำรวมอีกแล้ว
ชิงหนิวเจินเหรินมองอย่างใจเย็นและส่ายหน้า “เจ้ากลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแล้ว มิอาจอยู่ในเมืองเซียนได้อีก ต่อไปข้าจะให้คนไปส่งเจ้ากลับสู่โลกมนุษย์ พร้อมให้เงินทองเจ้าไปเป็นค่าใช้จ่าย เจ้าจงตั้งใจทำความดีในโลกมนุษย์ แต่งงาน มีบุตร แล้วใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข ส่วนโลกเซียนนั้น จงคิดเสียว่าเป็นเพียงแค่ความฝันอันเลือนรางเท่านั้น”
“ความฝัน…”
โจวป๋อซู่พึมพำ “อาจารย์…”
ทันทีที่พูดจบ ร่างของชิงหนิวเจินเหรินก็จากไป
เหล่าผู้คนในวังต่างก็ได้ยินคำกล่าวของชิงหนิวเจินเหริน โจวป๋อซู่ถูกไล่ออกจากสำนักแล้ว ทุกคนล้วนแยกย้ายกันไป
ในเวลานี้เมืองเซียนสั่นสะเทือน!!!
………
ในเมืองเซียนแน่นอนว่ามีสายสืบของสำนักไท่อี้
ข่าวคราวนี้ สำนักไท่อี้ก็ได้รับรู้อย่างรวดเร็ว
ณ วันหนึ่ง
สวี่หยางก็ได้รับรู้เรื่องราวนี้จากเหอซีเสวี่ยเช่นกัน
“โจวป๋อซู่กลับกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว”
ในห้องสวี่หยางรำพึง
“โจวป๋อซู่ก็สมควรแก่การกระทำของตัวเอง เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นับตั้งแต่ที่เขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตจินตาน ผู้ที่เคยสูงส่งตกต่ำจนกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา โจวป๋อซู่ผู้นั้นถือว่าการที่ต้องมาจบชีวิตลงยังจะสบายใจกว่า” เหอซีเสวี่ยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“ก็จริงเช่นนั้น”
ทั้งสองพูดคุยกัน และรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในใจ
มีบางคนส่งข่าวมาให้นาง สำนักไท่อี้กำลังจะลงมือก่อนกำหนด
นางได้เล่าเรื่องนี้ให้สวี่หยางฟัง สวี่หยางก็เข้าใจ
“โจวป๋อซู่ได้เปิดเผยตัวตนที่เป็นพวกทรยศแล้ว สำนักไท่อี้จึงกังวลว่าฝ่ายเราจะมีการเตรียมตัวรับมือ ดังนั้นจึงได้เตรียมลงมือก่อนกำหนด”
“อืม เช่นนั้นก็ดี เราจะได้เริ่มแผนการของเราได้เร็วขึ้นด้วย”
เหอซีเสวี่ยยิ้ม
สวี่หยางพยักหน้า
ก่อนหน้านี้พวกเขาจงใจทำแผนที่ป้องกันค่ายกลปืนใหญ่สูญหายไป และแม้แต่สร้างความเสียหายให้กับหอบังคับใช้กฎ เพื่อให้ศัตรูคิดว่าแผนที่ป้องกันที่พวกเขามีอยู่ในมือนั้นเป็นของจริง
เมื่อถึงเวลานั้นหากศัตรูยังคงวางแผนตามแผนที่ป้องกันที่พวกเขาส่งไป พวกเขาก็จะตกลงไปในกับดักที่สวี่หยางและเหอซีเสวี่ยเตรียมไว้ล่วงหน้า
สวี่หยาง “เซียนเหอ เจ้าลงไปตรวจตราคนเหล่านั้นก่อนเถอะ”
“ไปกันเถอะ”
เมื่อสวี่หยางกำลังจะเดินจากไป เหอซีเสวี่ยกลับเอ่ยกำชับขึ้นว่า “ระวังตัวด้วยล่ะ!!”
“เซียนเหอยังคงเป็นห่วงข้าที่สุดอยู่ดี” สวี่หยางยิ้ม
“ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าได้ดีแล้วยังทำตัวน่ารำคาญอีกนะ”
เหอซีเสวี่ยเบิกตากว้างแล้วพูดต่อ “ข้าทำเพื่อตัวข้าเอง ข้าไม่อยากให้เหมืองแร่วิญญาณแห่งนี้เกิดความผิดพลาด”
“เฮ้อ ดูเหมือนว่าข้าจะคิดไปเอง แต่ว่าเซียนเหอ หากแผนการนี้สำเร็จเจ้าจะให้รางวัลอะไรข้า?”
“เจ้าต้องการรางวัลเช่นไร”
เหอซีเสวี่ยถามกลับ
“เซียนเหอ เวลานี้กระชั้นชิด ข้าก็ขัดสน จึงไม่ขอรับผลประโยชน์ใด ขอเพียงแต่ว่าหากข้าได้พบเซียนเหอครั้งหน้า ข้าจะให้ของขวัญเป็นถุงน่องสีขาว และชุดกระโปรงที่ข้าเตรียมไว้ให้”
สวี่หยางพูดจาหยอกเย้าทั้งที่รู้ว่าตนเองกำลังเสี่ยง
อืม เขากำลังเดินบนเส้นด้ายทดสอบขีดจำกัดของเหอซีเสวี่ยทีละเล็กทีละน้อย
เหอซีเสวี่ยหรี่ตามอง “สวี่หยาง เจ้าชักจะก้าวร้าวขึ้นแล้วนะ”
“เอ่อ เซียนเหอหากตกลงเช่นนี้แล้ว ข้าคงต้องขอลาไปก่อน”
ไม่รอให้เหอซีเสวี่ยตอบตกลง สวี่หยางก็รีบหนีออกจากที่นั่นในทันที
“เจ้าบ้า!!”
เหอซีเสวี่ยมองไปรอบห้องซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า ชั่วครู่หนึ่งก็ไม่รู้ว่าตนจะร้องไห้หรือหัวเราะดี
ส่วนสวี่หยางนั้นมีความคาดหวังอย่างมากกับแผนการครั้งนี้ เพื่อที่จะได้รับรางวัลจากเหอซีเสวี่ย แผนการนี้ต้องสำเร็จ
ไม่กี่วันผ่านไป เขาได้ซื้อกระโปรงสั้นตัวจิ๋วมาด้วย
เมื่อถึงเวลา เขาจะสวมกระโปรงสั้นตัวจิ๋วและถุงน่องสีขาวให้นางด้วย!!
“ซี๊ด ซี๊ด”
“เยี่ยมยอด”
ขณะที่คิด สวี่หยางก็รีบเดินทางไปยังที่กระท่อมไม้ซึ่งเป็นที่ซ่อนของหญิงชราที่เขาได้พบเจอคราวก่อน
เขาต้องการเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้ต่อไป
“อืม มีคนไม่มากนัก”
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย
ในครั้งนี้ เขาไม่ได้เร่งรีบ เนื่องจากกังวลว่ากลุ่มคนเหล่านี้อาจมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และสำนักไท่อี้อาจจะส่งผู้เก่งกล้าคนอื่นเข้ามาด้วย
และยิ่งแย่ไปกว่านั้น หากเขาถูกค้นพบและคนพวกนั้นจดจำตัวตนของเขาได้ นั่นคงจะไม่ดีแน่
ในขณะที่เฝ้าสังเกต สวี่หยางได้ตรวจดูหน้าต่างระบบของเขา
[ชื่อ : สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ : 21000 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง : สร้างรากฐานขั้นปลาย]
[วิชายุทธ์ : เคล็ดวิชากลั่นลมปราณแห่งฟ้าดินขั้นสมบูรณ์ : 0/60000 (กระตุ้นคุณลักษณะ : ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา ภวังค์จิตขยายใหญ่)]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ติดตามกลิ่นอาย จิตตรวจตรา)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นระดับปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : กายาหมอก)]
[ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)]
[เคล็ดวิชา: ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นชำนาญ : 0/120000]
[เคล็ดวิชา: ตำราโบราณกลั่นวิญญาณขั้นชำนาญ : 0/15000]
[กฎ: วิชาบัญชาสวรรค์ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : พลังกฎเต๋าระดับเจ็ด)]
[พลังวิเศษ : ความเป็นอมตะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้ 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น 100]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง 99]
[ความชอบของภรรยาเหอซีเสวี่ย 99 (เพราะเหอซีเสวี่ยก้าวเข้าสู่ขอบเขตจินตาน จึงทำให้มีคะแนนพิเศษเพิ่มขึ้น)]
……..
“ดีมาก มีคะแนนพิเศษ 21000 แต้ม คุ้มค่าแล้ว ข้าจะรีบยกระดับตำราโบราณกลั่นวิญญาณเดี๋ยวนี้เลย!!”
ตำราโบราณกลั่นวิญญาณ จัดเป็นวิถีโจมตีของจิตเทวะ ซึ่งมีส่วนช่วยเหลืออย่างมหาศาลในการต่อสู้
ในไม่ช้า ตำราโบราณกลั่นวิญญาณก็ได้รับการยกระดับ
[เคล็ดวิชา: ตำราโบราณกลั่นวิญญาณขั้นเชี่ยวชาญ : 0/30000]
“ตอนนี้ข้ายังมีคะแนนพิเศษเหลืออยู่ 6000 ถือว่าใช้ได้”
สวี่หยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หลังจากที่ตำราโบราณกลั่นวิญญาณก้าวถึงขั้นเชี่ยวชาญ ความทรงจำเกี่ยวกับการฝึกฝนตำราโบราณกลั่นวิญญาณปรากฏขึ้นมามากมาย
ตอนนี้การโจมตีของจิตเทวะของเขามีพลังมากขึ้น
และยิ่งเฉียบคมมากขึ้นด้วย
“เอ๊ะ เหมือนจะมีคนมาที่นี่งั้นหรือ?”
หัวใจของสวี่หยางพลันเต้นแรง
ผู้ที่มาคือผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตาน ข้างหลังยังมีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานอีกห้าคนตามมา
สวี่หยางขมวดคิ้ว
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานคนนี้น่าจะอยู่สำนักไท่อี้ ปกติแล้วผู้บำเพ็ญอิสระไม่น่าจะมีปราณลักษณะนี้ได้
เขาจึงรีบซ่อนปราณของตนเองไว้
แต่ก็ไม่คิดว่า…
ในตอนที่เดินผ่านที่นี่ ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานคนนี้จะอุทานเบา ๆ แล้วหันหลังมามอง
“ไอ้พวกขี้ขลาด ซ่อนตัวอยู่ที่นี่!!”
สายตาเขามองมาทางสวี่หยาง
ฉับ!!
ที่อกของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตาน มีพังพอนตัวสีเหลืองตัวหนึ่งแผ่ปราณอสูรขั้นสูง ระดับสองออกมาอย่างรุนแรง และพุ่งชนมาทางสวี่หยาง
ถูกค้นพบเข้าแล้ว!!
สวี่หยางร้อนรน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….