ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 289 แผนที่ป้องกันอันไร้ประโยชน์
บทที่ 289 แผนที่ป้องกันอันไร้ประโยชน์
สวี่หยางไม่คาดคิดเลยว่า เขาซ่อนตัวดีอย่างนี้แต่ยังจะมีคนมาพบเข้าอีก
ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตาน พลังยุทธ์แข็งแกร่ง แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานธรรมดาแน่
แต่การที่ทำให้ถูกค้นพบนี้ ไม่ใช่เพราะตนซ่อนตัวไม่ดีพอ ไม่ใช่เพราะถูกพบโดยขอบเขตเจินตานผู้นี้
แต่เป็นเพราะถูกสัตว์เลี้ยงของเขา สัตว์เลี้ยงตัวสีเหลืองนี้คือพังพอน
จมูกของพังพอนนี้ไวมาก มันได้กลิ่นสวี่หยางตั้งแต่ไกล ๆ
ในพริบตาเดียวสวี่หยางก็ถูกล้อม
นอกเสียจากจะใช้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์หรือยันต์หลบหนี เขาถึงจะหลบหนีออกไปได้
แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็จะต้องเปิดเผยตัวตนอย่างสิ้นเชิง
และคนพวกนี้อาจจะเปลี่ยนแผนการเดิมที่วางไว้ชั่วคราวก็ได้
อย่างนั้นก็คงจะลำบากมากขึ้น
ด้วยความคิดนี้ สวี่หยางจึงตัดสินใจเดิมพัน
เดิมพันว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้คุ้นเคยกับหลิวเป้ามาก่อน
จากนั้นสวี่หยางก็เดินออกมา เขาสวมหน้ากากของหลิวเป้าไว้ก่อนแล้ว ตอนนี้ปลดปล่อยลมปราณขอบเขตเจี่ยตานเหมือนหลิวเป้าไปทั่วร่างกาย
“สหายเต๋าหลิว เหตุใดเจ้าถึงมาหลบอยู่ที่นี่”
ทว่าบุคคลภายในกระท่อมไม้ก็เดินออกมา เขาคือผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานที่เจอเมื่อครั้งก่อน
และผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานที่อยู่ห่างจากสวี่หยางไม่ไกลก็เอ่ยขึ้น “เจ้าคือหลิวเป้าหรือ?”
“สหายเต๋า” สวี่หยางตอบอย่างเคร่งขรึม “ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ เมื่อครู่ที่ข้ายังไม่เข้าไปนั้น เพราะข้ากำลังไตร่ตรองเรื่องหนึ่งอยู่”
“เรื่องใด” ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานไม่ได้วางใจสวี่หยางเท่าไรนัก จึงจ้องมองสวี่หยางอย่างระแวดระวัง
“ข้าได้ข่าวมาว่าแท้จริงแล้วโจวป๋อซู่ทรยศต่อเมืองเซียนชิงหนิว เรื่องนี้เปิดเผยออกมาแล้ว ได้ยินว่าถูกปลดให้กลายเป็นเพียงสามัญชน ข้าจึงคิดว่า เมื่อโจวป๋อซู่ถูกปลด กองกำลังป้องกันของที่นี่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงมาเพื่อเตือน…”
สวี่หยางพูดอย่างมีเหตุมีผล
“เหตุใดเจ้าจึงไม่เข้าไปพูดเล่า”
สวี่หยางอธิบาย “ข่าวนี้อาจไม่เป็นความจริง ข้าเกรงว่าข่าวจะเป็นเท็จ จึงครุ่นคิดอยู่นาน ยังไม่ได้เข้าไป”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น ก็คล้อยตามไปกว่าครึ่งแล้ว
สวี่หยางลอบสังเกตบางอย่าง
แท้จริงแล้ว คนตรงหน้าไม่รู้จักตน
เมื่อคิดดูดี ๆ หากรู้จักหลิวเป้า สัตว์เจ้าเล่ห์ตนนี้คงจะจดจำได้ในทันทีกระมัง
“ข่าวสารของเจ้าแม่นยำยิ่งนัก เช่นนั้นเวลานี้ข้าก็จะไปแจ้งให้แก่ทุกคนรู้และเตรียมลงมือก่อน เพื่อไม่ให้คนที่นี่รับมือกับแผนการของเราได้ทัน เพราะหากเป็นเช่นนั้นคงจะไม่ดี”
“สหายเต๋าหลาน พวกข้าพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าอยู่ตลอดเวลา”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานกล่าวอย่างเคารพ
“อืม หลิวเป้าข้าได้ยินชื่อเจ้า เมื่อคราวก่อนเจ้านับว่าเป็นคนแรกที่ค้นพบที่อยู่ของเหอซีเสวี่ย น่าเสียดายที่แผนการล้มเหลว เจ้าถูกพวกข้าสำนักไท่อี้ลงโทษด้วย”
หลานหลินกล่าวกับสวี่หยาง
ถูกพวกเขาลงโทษแล้วหรือ?
สวี่หยางแสดงสีหน้าเศร้าโศกทันที คร่ำครวญว่า “เป็นความผิดของข้าเอง พลังปราณของข้าอ่อนแอ ไม่สามารถทำภารกิจสำเร็จได้ พวกท่านลงโทษข้า ย่อมสมควรแล้ว”
“มิใช่เช่นนั้น พวกข้าได้รับข่าวว่าในเวลานั้น แม้แต่โจวป๋อซู่ซึ่งเป็นถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานถึงกับตามไปสังหารเอง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเหอซีเสวี่ยได้ จากตรงนี้ก็พอจะเห็นได้ว่า มิอาจตำหนิเจ้าได้ หากจะตำหนิก็ต้องตำหนิว่าพวกเขามีแผนอันแยบยลยิ่งนัก พวกเขาซ่อนเหอซีเสวี่ยไว้อย่างมิดชิดเกินไป!! ทำให้พวกเราไม่สามารถหาที่ตั้งที่แท้จริงของเหอซีเสวี่ยได้”
หลานหลินส่ายหน้า พลางถอนใจเชื้อเชิญว่า “เอาละ หลิวเป้า เจ้ามาถึงที่นี่แล้ว เข้ามาก่อนเถิด พวกเราจะหารือกันว่าจะลงมืออย่างไรในคืนนี้!!”
“รับทราบ!!”
จากท่าทางของหลานหลินและคนกลุ่มนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สงสัยในตัวตนของเขาแต่อย่างใด
เรื่องนี้ทำให้สวี่หยางโล่งใจอย่างมาก
จากนั้นเขาก็เดินตามพวกเขาเข้าไปในบ้าน
“ท่านทั้งหลาย ในคราวนี้พวกเราสำนักไท่อี้แบ่งเป็นสิบสามกลุ่ม ซึ่งจะต้องทำลายค่ายกลป้องกันของที่นี่และปืนใหญ่หงอู่ที่เหลืออีกสามแห่งด้วย”
เมื่อเข้ามาในกระท่อมไม้แล้ว พักดื่มน้ำชาอยู่ชั่วครู่ หลานหลินจึงกล่าวถึงเรื่องราวจริงจัง
เมื่อกล่าวจบ ก็หันมาหาสวี่หยาง “ว่ากันตามจริง หลิวเป้าเจ้ามิได้เป็นคนของเหรินต้าหู่หรอกหรือ เหตุใดจึงได้ปรากฏตัวอยู่ที่นี่?”
สวี่หยางตอบโต้ออกมาทันควัน บอกว่าเนื่องจากปฏิบัติภารกิจล้มเหลวคราวก่อน บัดนี้จึงไม่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยเหตุนี้ เหรินต้าหู่จึงได้ส่งตัวเขามาประจำที่นี่โดยตรง เพื่อทำลายปืนใหญ่หงอู่
กล่าวจบสวี่หยางก็คร่ำครวญ “ข้ารู้ว่าภารกิจครั้งนี้มีความเสี่ยงถึงชีวิต แต่ไม่มีหนทางอื่น ได้แต่รับคำสั่ง บัดนี้ข้าเพียงแต่หวังจะได้ติดตามสหายเต๋าหลานและพวกท่าน เพื่อให้มีความปลอดภัยอยู่บ้าง”
เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้น จึงคาดเดาว่าที่หลิวเป้าออกติดตามพวกเขามานั้น แท้จริงแล้วมีความประสงค์ที่จะเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาร่วมมือกัน เพราะการร่วมมือกันนั้นดีกว่าการต่อสู้เพียงลำพัง
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ชราขอบเขตเจี่ยตานมีประกายแวววาวในดวงตา เขาพยักหน้าพร้อมกับหัวเราะ “คำที่สหายเต๋าหลิวพูดมานั้นถูกต้อง พวกเราจะร่วมมือกัน”
ในใจของหลานหลินนั้นคิดว่าหลิวเป้าผู้นี้เป็นถึงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน หากได้คนผู้นี้มาอยู่ด้วย โอกาสในความสำเร็จของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาก
เมื่อเป็นเช่นนี้
ทุกคนก็เริ่มปรึกษาแผนการกัน
สวี่หยางได้รับรู้จากปากของพวกเขาว่ามีกลุ่มอื่น ๆ ที่เตรียมการโจมตีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ได้ติดต่อซึ่งกันและกันเพื่อรักษาความลับ
สิ่งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับสวี่หยาง
หลิวเป้าตัวจริงในเวลานี้ ก็ได้ปรึกษาแผนการที่จะดำเนินต่อไปกับคนในกลุ่มของตนเช่นกัน
และหลิวเป้าตัวจริงไม่เคยคิดว่าจะมีคนกล้าปลอมแปลงเป็นเขา…
เมื่อเข้าสู่ยามวิกาล ความเงียบงันก็แผ่คลุมไปทั่วทุกหนแห่ง
หลานหลินเป็นผู้นำกลุ่มด้วยตนเอง เขาพาทุกคนเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายหนึ่งของปืนใหญ่หงอู่
ด้านหลังของเขามีผู้บำเพ็ญขอบเขตเจี่ยตานนามว่าเสิ่นเซี่ยงตามมาด้วย
ส่วนสวี่หยางนั้นอยู่กับผู้บำเพ็ญชราขอบเขตเจี่ยตาน
‘สหายเต๋าหลานผู้นั้นรู้ว่า สหายเต๋าหลิวมาเพื่อทำลายปืนใหญ่หงอู่ เขาจึงจงใจทำลายปืนใหญ่หงอู่เป็นลำดับแรกเพื่อช่วยเหลือเจ้า’
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ชราขอบเขตเจี่ยตานพูดส่งเสียงทางจิตพร้อมรอยยิ้ม
“สหายเต๋าหลานเป็นคนดี” สวี่หยางเห็นด้วย
ระหว่างพูดคุยอยู่นั้น สวี่หยางก็ติดต่อเหอซีเสวี่ยไปด้วย
ในวันนี้เหอซีเสวี่ยได้เปลี่ยนการป้องกันของพื้นที่เหล่านั้นทั้งหมดไปแล้ว
กล่าวคือ แผนที่การป้องกันที่อยู่ในมือของสำนักไท่อี้ นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้ว ยังจะกลายเป็นกับดักที่ดึงดูดให้พวกเขามาโจมตีอีกด้วย!!
เสียงวูบวาบ ๆ
หลานหลินมาถึงหน้าค่ายของหอบังคับใช้กฎแห่งหนึ่งที่มีเหล่าศิษย์ของพวกเขาดูแลอยู่
ในสายตาคนนอก ที่แห่งนี้เป็นเพียงป่าเขาธรรมดา ๆ
แต่ลึกเข้าไปนั้น เขารู้สึกได้ถึงค่ายกลปกปิดที่ปกคลุมที่นี่อยู่ เขาจึงทำลายมันลงทันที
เมื่อภาพจริงปรากฏขึ้นตรงหน้า ที่แห่งนี้กลับมีแท่นสูงตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นนั้นก็คือปืนใหญ่หงอู่ “พบตำแหน่งแล้ว ค่ายกลแห่งนี้ช่างปกปิดได้มิดชิดเสียจริง” หลานหลินแย้มยิ้ม แผนที่การป้องกันที่โจวป๋อซู่มอบให้นั้นมีประโยชน์ยิ่งนัก ช่วยให้พวกเขาทำลายค่ายกลปกปิดที่แห่งนี้ได้สำเร็จ
“ฆ่า!” เขาแผดเสียงต่ำ เสิ่นเซี่ยงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานที่อยู่ด้านหลังก็พุ่งออกไป แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน บริเวณโดยรอบกลับมีพลังปราณอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นมาโจมตีพวกเขาโดยตรง
“รอมานานแล้ว” เสียงของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานดังขึ้นมาจากด้านหน้า
เขารีบโจมตีทันที พลังยุทธ์อันรุนแรงพุ่งตรงไปที่หลานหลิน
“เป็นไปได้อย่างไร?” เขาตกใจจนแทบสิ้นสติ ได้แต่คำรามลั่นในใจและกัดฟันกร่อน เดิมทีคิดว่าพวกตนจะมาลอบโจมตีผู้อื่น แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะมีคนซุ่มรอพวกตนอยู่ที่นี่
สิ่งนี้คือกับดัก เป็นกับดักที่แท้จริง!!
เขาต้องการตอบโต้
ทว่าผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตานที่อยู่ตรงหน้ากลับมีพลังปราณมหาศาล แถมยังหนุนด้วยค่ายกลป้องกันของสถานที่แห่งนี้ ทำให้เขาตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบทันที
ผู้บำเพ็ญขอบเขตเจี่ยตานที่อยู่กับเขาเพิ่งจะพุ่งออกไป ก็ถูกศัตรูใช้ฝ่ามือเดียวบดขยี้เนื้อที่หน้าอกเป็นชิ้น ๆ
เมื่อเห็นว่าคนของตนล้มลงและสิ้นใจไปทันที ก็พบว่าพวกเขากำลังถูกล้อม…
“เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อที่นี่มีการป้องกัน พวกเรา!! แผนที่ป้องกันล้วนแต่เป็นของปลอม!”
แผนที่การป้องกันที่แสดงให้เห็นค่ายกลปกปิด และค่ายกลสังหารต่างก็ไม่มีอยู่จริง พวกเขาถูกหลอก
แท้จริงที่นี่มีค่ายกลสังหารปรากฏขึ้นอยู่เต็มไปหมด
สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในที่อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ครั้งนี้ สำนักไท่อี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หลาย ๆ พื้นที่สูญเสียกองกำลังไปทั้งหมด
สวี่หยางอยู่ภายในค่ายกลแจ้งข่าวออกไปก่อน
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานผู้นี้เป็นคนสนิทของเหอซีเสวี่ยที่ให้ความเคารพต่อสวี่หยางอย่างมาก และเขาก็พบเห็นสวี่หยางแล้วด้วย
“สหายเต๋าสวี่ ระวังตัวด้วย”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานแจ้งไปถึงสวี่หยาง
เขาไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของสวี่หยาง แต่เหอซีเสวี่ยได้บอกเขาไว้ล่วงหน้าว่าบุคคลผู้นี้เป็นคนของนาง
เมื่อสิ้นคำของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตาน เขาก็สังหารหลานหลินทันที
หลานหลินเป็นถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตามและเป็นศิษย์ของสำนักไท่อี้ หากสังหารเขาได้ย่อมเป็นความดีความชอบอันใหญ่หลวง!!
ข้างกายสวี่หยาง ผู้บำเพ็ญมนุษย์ชราขอบเขตเจี่ยตานรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงร้องบอกสวี่หยางว่า “สหายเต๋าหลิวเอ๋ย ที่แห่งนี้มีกลอุบาย ถอยก่อนเถิด!!”
“ตูม!”
มิคาดคิดสวี่หยางก็ลงมือโดยไม่ให้ชายชราได้ตั้งตัว มือข้างหนึ่งตบลงบนบ่าของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน
เสียงกระดูกแขนขวาของเขาแตกดังลั่น แขนทั้งแขนถูกฉีกขาดพร้อมกับเลือดพุ่งและเนื้อปลิวว่อน
“หลิวเป้า เจ้า…”
“ข้า หลิวเป้าได้หันหลังให้ความมืดมิดแล้ว กลับใจมาพึ่งใบบุญของเซียนเหอ ฮ่า ๆ ๆ” สวี่หยางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานคำราม “หลิวเป้า เจ้าจงคอยดู”
เขานำยันต์ป้องกันออกมาเพื่อต้านทานค่ายกลโจมตี แล้วเฝ้ามองคนของเขาหลายคนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะหนีออกจากค่ายกล
“จะหนีไปไหน”
สวี่หยางฉวยโอกาสไล่ตาม
แต่ดูเหมือนว่าความเร็วจะสู้ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานผู้นี้ไม่ได้ จนสุดท้ายเขาก็หนีรอดไปได้
“หลิวเป้า แค้นนี้ข้าได้จำไว้แล้ว”
สวี่หยางเฝ้ามองอีกฝ่ายจนลับหายไป แต่ก็ไม่ได้ไล่ตามต่อ
การกระทำเช่นนี้ ก็เพื่อปล่อยให้พวกเขากลับไปสร้างความยุ่งยากให้กับหลิวเป้าเท่านั้น
ในเวลานี้หลานหลินได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ท้ายที่สุดเขาก็สิ้นใจ
“สหายเต๋าสวี่ ข้าได้ทำตามคำแนะนำของเจ้า และปล่อยให้ชายผู้นั้นหนีไป แน่ใจหรือว่าจะไม่เป็นไร?”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานเข้ามาทักทายสวี่หยาง
“ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าไปก่อน”
“อืม”
เมื่อเห็นสวี่หยางจากไปแล้ว ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานจึงหันไปสั่งเหล่าศิษย์ของหอบังคับใช้กฎว่า “รีบไปช่วยเหลือที่อื่นเดี๋ยวนี้”
“รับทราบ”
ท่ามกลางความมืดมิดนี้ล้วนเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องและเสียงต่อสู้ฟาดฟันไม่ขาดสาย
ยามรุ่งสาง กลุ่มกองกำลังที่เหลืออยู่ของสำนักไท่อี้ได้พากันลากร่างอันบอบช้ำหลบหนีออกจากเกาะจันทร์ดับ
ภายในห้อง
เหอซีเสวี่ยกำลังรับฟังรายงาน
คราวนี้เพราะเตรียมตัวไว้ก่อน จึงสูญเสียน้อยมาก
แทบจะไม่สูญเสียอะไรเลย แต่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานของสำนักไท่อี้กลับสูญเสียไปมากมาย
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานสูญเสียไปกว่าสี่สิบกว่าคน
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานกว่าสิบคน
และผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานสูญเสียไปถึงหกคน
ทั้งหมดล้วนเป็นศิษย์ของสำนักไท่อี้ทั้งสิ้น
“ดี!! สูญเสียผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานและเจี่ยตานไปมากมายเช่นนี้ ถึงแม้สำนักหมัดไท่อี้จะเก่งกาจแค่ไหนก็คงจะต้องเจ็บปวดอยู่พักหนึ่ง”
เหอซีเสวี่ยพอใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนั้น ยังได้จับกุมคนบางส่วน และได้รายชื่อจากปากของคนเหล่านั้นว่ามีสายจากสำนักไท่อี้แฝงตัวอยู่ที่นี่ด้วย
สามวันต่อมา จากการสืบหาของหอบังคับใช้กฎ สายจากสำนักไท่อี้ที่แฝงตัวมาบนเกาะก็ถูกกำจัดทีละคน
ในที่สุดสำนักไท่อี้ก็ไม่มีทางเลือกจึงส่งคนมาเจรจา “ขอแสดงความยินดีต่อเซียนเหอ ที่สำนักไท่อี้เข้ามาเจรจาในครั้งนี้ คาดว่าอนาคตคงจะไม่มีเรื่องเดือดร้อนอีก เหมืองแร่วิญญาณก็คงสามารถขุดได้อย่างสบายใจ”
ภายในห้อง สวี่หยางนวดบ่าให้เหอซีเสวี่ยพร้อมกล่าวด้วยความยินดี
“เยี่ยมยอด แต่คราวนี้ต้องขอบคุณกลอุบายของเจ้าด้วย”
เหอซีเสวี่ยถอนหายใจ
บางครั้งนางก็ไม่รู้ว่าสมองของสวี่หยางนั้นเป็นเช่นไร
เป็นเพราะแผนการของเขา สำนักไท่อี้จึงพ่ายแพ้และจำต้องมาขอเจรจา
และยังกำจัดโจวป๋อซู่ ศัตรูตัวฉกาจได้อีก
ชายผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์แสนกลยิ่งนัก
“เซียนเหอสัญญากับข้าว่า…”