ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 293 แผนล่อเสือออกจากถ้ำ
บทที่ 293 แผนล่อเสือออกจากถ้ำ
“แท้จริงแล้ว หากเพียงแข่งขันกับข้า ข้าก็ไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่บัดนี้ข้าสงสัยว่าฟางจงป๋อวางแผนฆ่าข้าจริง ๆ”
หวงเสี่ยวเหมยเอ่ยขึ้นอย่างฉับพลัน
สวี่หยางนั่งตัวตรง ขมวดคิ้วกล่าว “ฆ่าเจ้างั้นรึ?”
“ถูกต้อง สองครั้งก่อนหน้านี้ ข้าออกไปข้างนอกก็ถูกโจมตีหมายสังหาร แม้โชคดีหนีรอดแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว คู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าขณะนี้คือฟางจงป๋อ ด้วยเหตุนี้จึงสงสัยว่าเป็นฝีมือของเขา!! นี่ก็เป็นเหตุผลที่ข้าแวะมาในยามดึกเช่นนี้!! ก่อนหน้านี้เมื่อข้าเดินทางเข้ามา ล้วนเป็นเวลากลางวัน แต่ไม่นานหลังจากออกจากที่พักก็พบว่ามีผู้ติดตามมาข้างนอกทุกครั้ง!”
“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงตัดสินใจมาในยามค่ำคืน”
สวี่หยางพยักหน้า “ช่างประหลาดแท้ เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่าผู้ติดตามใช้หนทางใดในการสะกดรอยตามเจ้า?”
“ไม่แน่ชัด”
หวงเสี่ยวเหมยส่ายหน้า จากนั้นยิ้มบาง ๆ กล่าว “ทว่าบัดนี้ที่ข้ามาถึงที่แห่งนี้ก็ปลอดภัยแล้ว”
“อืม อยู่ต่ออีกหลาย ๆ วันเถิด”
“ว่าแต่ เจ้าส่งจดหมายมาบอกว่ามีสิ่งของจะมอบให้ข้า สิ่งใดกันหรือ?”
“ไม่ต้องรีบร้อน”
สวี่หยางจิบชาหนึ่งอึก และพิจารณาหวงเสี่ยวเหมยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสหายในวัยเยาว์อีกครั้ง
เขาครุ่นคิดถึงคำพูดของหวงเสี่ยวเหมยเมื่อครู่
ศัตรูกลับสามารถติดตามตัวนางได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่
เขายังคิดอีกว่า การกระทำใด ๆ ของหวงเสี่ยวเหมยล้วนอาจถูกเฝ้ามองอยู่
ถ้าเขาหยิบแก่นวิญญาณออกมา พวกคนเหล่านั้นก็จะรู้เช่นกันมิใช่หรือ?
หวงเสี่ยวเหมยแปลกใจว่า “เหตุใดจู่ ๆ ก็เงียบไป”
สวี่หยางรีบสื่อสารด้วยจิต บอกถึงความกังวลของตนเอง
หวงเสี่ยวเหมยรู้สึกใจหาย “การเคลื่อนไหวทุกอย่างของข้า ถูกคนอื่นจับตามองอยู่หรือ?”
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น
“ไม่แปลกใจเลย… พูดตามจริง ในช่วงนี้ข้าเองก็ได้เฝ้าสังเกตอยู่เช่นกัน และก็รู้สึกเหมือนถูกคนจับตามองจริง ๆ…”
หวงเสี่ยวเหมยกล่าวด้วยความไม่มั่นใจนัก
“พยายามนึกดู”
หวงเสี่ยวเหมยกล่าว “ทุกครั้งที่จะออกจากที่พัก เหมือนจะถูกคนจับตามอง แต่ความรู้สึกเช่นนั้นก็หายวับไปในพริบตา”
“พวกเรา ผู้บำเพ็ญมนุษย์มีการรับรู้บางอย่างที่ไวมาก บางครั้งอาจจะไม่ใช่ของปลอมก็ได้ หวงเสี่ยวเหมย เจ้าประมาทเกินไปแล้ว ข้ากลัวว่ามีคนบางกลุ่มจับตามองเจ้ามานานแล้ว”
สวี่หยางฟันธง
“เช่นนั้นเหตุใดครานี้ข้าจึงมาที่นี่ได้โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้?”
สวี่หยางกล่าว “ที่นี่คือเขตพื้นที่ใจกลางเมืองเซียนชิงหนิว มีเหล่าศิษย์ที่คอยตรวจตราอยู่เสมอ พวกคนเหล่านั้นกล้ามาหาเรื่องที่นี่ ก็เท่ากับเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว”
พอได้ฟังแล้ว หวงเสี่ยวเหมยก็เห็นด้วยและคิดในใจว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” นางร้อนใจ “เช่นนั้นหากจะให้ข้ากลับไปตอนนี้…”
สวี่หยางว่า “ข้ามีวิธีหนึ่ง จะช่วยเจ้าตรวจดูจนทั่วร่างกาย จากภายในและนอกไม่อาจผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว”
“คงได้แค่วิธีนี้แล้ว”
“มาเถิด เราไปที่ห้องลับกัน”
หวงเสี่ยวเหมยเดินตามสวี่หยางเข้าไปในห้องลับ
เพิ่งก้าวเข้ามาหวงเสี่ยวเหมยก็เห็นหมอนรองนั่ง มีชุดชั้นในสตรีสองตัว วางทิ้งไว้อยู่ข้าง ๆ และยังมีถุงเท้าอีก
หวงเสี่ยวเหมย “…”
สีหน้าของหวงเสี่ยวเหมยประหลาดใจขึ้นมาทันใด
สวี่หยางรีบเก็บเข้าที่พลางกระแอมออกมาเบา ๆ “ไม่ต้องตกใจ ของของภรรยาข้าเอง”
“เจ้ากับภรรยาเจ้า ช่างชอบเล่นกันเสียจริง บางคราวข้าก็ไม่เข้าใจเลยว่าพวกเจ้ามีกิจบนเตียงกันมากมายขนาดนั้น ทำไมการฝึกตนของเจ้ากลับไม่ตกลงเลย”
หวงเสี่ยวเหมยส่ายหน้าด้วยความแปลกใจ
“ข้าจะมีเรื่องบนเตียงมากมายอะไร หวงเสี่ยวเหมยเจ้าอย่ามาว่ากล่าวให้ร้ายข้า”
“ไม่ล้อเจ้าแล้ว ข้ารู้ว่าจิตเทวะของเจ้าแข็งแกร่งมากเอาให้ข้าดูที”
เวลามีโอกาสได้อยู่กับสวี่หยางตามลำพัง หวงเสี่ยวเหมยจึงรู้สึกแปลก ๆ หัวใจของนางอดเต้นแรงไม่ได้
แต่สวี่หยางก็ไม่ได้คิดมากไปกว่านั้น
เวลาอยู่กับหวงเสี่ยวเหมย เขาก็เพียงแต่คิดว่านางเป็นสหายธรรมดาเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงตรวจสอบอย่างละเอียด
ก่อนอื่นคือเสื้อคลุม แล้วก็ถุงเก็บของ
มิช้าก็พบร่องรอยการติดตามที่ซ่อนเร้นอยู่ในยาอมฤตภายในถุงเก็บของของนาง
เห็นได้ชัดว่าเป็นนักปรุงยา ตอนที่กลั่นยาอมฤตคงจะแอบเอามาซ่อนไว้
ซ่อนได้อย่างแนบเนียนนัก
จำได้ว่าสมัยที่เขาอยู่ที่เมืองฟาง บนถนนสายนั้นมีนักวาดยันต์ คนผู้นนั้นขายเครื่องรางประทับรอยติดตามเช่นนี้ให้เขาด้วย ทำให้เขาถูกตามรอย
แต่รอยติดตามบนตัวหวงเสี่ยวเหมยนั้นซ่อนเร้นได้อย่างแนบเนียนกว่า เพราะมีพลังมากกว่า!
นั่นก็เพราะจิตเทวะของเขาก้าวถึงระดับร่างวิญญาณจึงมองออก
สวี่หยางคาดการณ์ว่าผู้ที่ใช้คาถาติดตามนี้ จิตเทวะคงมีพลังปราณขอบเขตจินตาน คนประเภทนี้ มีความเป็นไปได้ในการระบุตัวตนหลายประเภท
ประการแรกคือขอบเขตจินตาน
หากเป็นขอบเขตจินตาน หวงเสี่ยวเหมยคงหนีไม่พ้น
ดังนั้นความเป็นไปได้นี้จึงแทบจะต้องตัดทิ้ง
หากเช่นนั้นก็คงเหลืออีกความเป็นไปได้เดียว!
นั่นคือ นักปรุงยา
คนพวกนี้ จิตเทวะมักแข็งแกร่ง
สวี่หยางคิดถึงคู่แข่งของหวงเสี่ยวเหมย นั่นก็คือฟางจงป๋อ
ท่านปู่ของเขาไม่ใช่นักปรุงยาหรอกหรือ?
สวี่หยางจึงพูดถึงข้อสันนิษฐานของตนเองทันที
หวงเสี่ยวเหมยตกอยู่ในภวังค์ รู้สึกว่าสวี่หยางกล่าวมีเหตุผล
“แล้วรอยประทับติดตามนั้นล่ะ ข้าสามารถลบโดยตรงได้หรือไม่”
หวงเสี่ยวเหมยไม่ทันคิดก็พยายามจะลบรอยประทับด้วยตัวนางเอง
“หากเจ้าลบตอนนี้ มันจะกลายเป็นการตีตนไปก่อนไข้ ศัตรูยังคงซ่อนตัวอยู่ในที่มืด พวกมันจะทำร้ายเจ้า”
“แต่ก็ไม่อาจคงไว้เช่นนี้มิใช่หรือ?”
สวี่หยางยิ้มน้อย ๆ “หากพวกมันต้องการหาเรื่องเจ้า ก็ปล่อยให้พวกมันหาเจ้าก็แล้วกัน เจ้าว่าอย่างไร?”
ดวงตาของหวงเสี่ยวเหมยยิ่งเปล่งประกาย นางรู้ความหมายที่สวี่หยางต้องการสื่อแล้ว
“เจ้าจะหมายความว่า ล่อเสือออกจากถ้ำกระนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง จัดการผู้ที่ติดตามเจ้าให้สิ้นซาก”
แม้สวี่หยางจะรู้ดีว่า ผู้ที่ติดตามหวงเสี่ยวเหมยนั้นจะมิใช่ผู้ลงรอยประทับติดตามก็ตาม
แต่การฆ่าสมุนของคนผู้นั้นย่อมช่วยให้หวงเสี่ยวเหมยรอดพ้นจากความยุ่งยากได้มากโข
“แล้วเมื่อไรจะลงมือ?”
“ไม่รีบร้อน” สวี่หยางส่ายหน้า “เจ้าไปก่อนเถอะ ตอนนี้เรายังไม่พร้อม”
เมื่อรู้วิธีที่ศัตรูใช้ติดตามหวงเสี่ยวเหมย สวี่หยางก็ไม่รีบแล้ว
จากนั้นก็หยิบแก่นวิญญาณออกมา
“นี่คือ!!…” หวงเสี่ยวเหมยร้องออกมา
“แก่นวิญญาณ” สวี่หยางบอก แล้วก็เล่าเรื่องราวที่ตนได้แก่นวิญญาณมาคร่าว ๆ
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังแข่งขันเพื่อเป็นศิษย์สายตรง เพราะฉะนั้นข้าจึงตัดสินใจมอบแก่นวิญญาณนี่ให้เจ้า ซึ่งจะช่วยให้เจ้าก้าวไปถึงขอบเขตสร้างรากฐาน ระดับสูงสุด และยิ่งทำให้เจ้ามีโอกาสเป็นศิษย์สายตรงมากยิ่งขึ้น” สวี่หยางยิ้ม
“สุดยอดเลย… ด้วยแก่นวิญญาณนี้ ข้าจะก้าวหน้าไปได้อีกเยอะ!”
เมื่อพูดจบ
หวงเสี่ยวเหมยก็จ้องสวี่หยางด้วยสายตาที่ร้อนแรง
ตอนนี้หัวใจของนางสับสนมาก
นางเพิ่งจะพิสูจน์ได้อีกครั้งว่าในใจของสวี่หยางต้องมีนางอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นแล้ว ไยเขาถึงยกของอันมีค่าเช่นนี้ให้กับนางเล่า?
ชั่วขณะ จิตใจของนางก็พลันสับสนไปหมด
นึกไม่ถึงว่า แม้สวี่หยางจะมีภรรยาอยู่ถึงสี่คนแล้ว ก็ยังคงมิอาจลืมเลือนนางได้ บางทีอาจเป็นเพราะเสน่ห์ของตัวนางเองที่มีมากมายมหาศาลนัก
ด้วยความซาบซึ้งใจ หวงเสี่ยวเหมยก็ได้แอบสาบานเอาไว้ในใจว่า ตนเองจะต้องไม่ทำให้สวี่หยางผิดหวังอย่างแน่นอน
นางจะต้องประสบความสำเร็จเพื่อที่จะตอบแทนสวี่หยางในอนาคตแน่นอน
“เจ้าใช้เวลาดูดซับเข้าไปเถิด ส่วนข้าจะคอยเป็นผู้พิทักษ์เจ้าอยู่ด้านนอก”
สวี่หยางเปล่งวาจาพร้อมกับหันไปสั่งหวงเสี่ยวเหมยให้นำถุงเก็บของซึ่งถูกประทับตราติดตามไปวางไว้ด้านนอกถ้ำฝึกตน
เกรงว่าขณะที่นางกำลังฝึกฝนอยู่นั้น อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
หวงเสี่ยวเหมยจึงปฏิบัติตามคำสั่ง
ภายในถ้ำฝึกตน หวงเสี่ยวเหมยนั่งลงขัดสมาธิและเริ่มต้นดูดซับแก่นวิญญาณ
ส่วนสวี่หยางเองก็ได้เดินไปยังห้องของหลินหวั่นชิงซึ่งอยู่ติดกัน
อืม คืนนี้เขาได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะบรรเลงเพลงรักกับหลินหวั่นชิง
ด้วยรู้ว่าสวี่หยางจะมา หลินหวั่นชิงจึงได้สวมชุดชั้นในสีดำและกระโปรงสุดสั้นเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
สวี่หยางเปิดผ้าห่มขึ้นมา แล้วก็เกือบจะเลือดกำเดาไหล
เพราะภายในกระโปรงนั้น เปลือยเปล่ามิได้สวมใส่สิ่งใดอยู่เลย
เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ หลินหวั่นชิงเป็นภรรยาที่เย้ายวนที่สุด
เมื่อมองดูหลินหวั่นชิงที่เชิญชวนให้เขาเข้าไปลิ้มรส สวี่หยางก็เข้าไปตะลุมบอนทันที
ไม่ช้า เตียงที่อยู่ภายในห้องก็สั่นไหวราวกับเรือลำน้อยที่ถูกคลื่นมหาสมุทรทำให้โยกตัวไปมา บรรยากาศล้วนเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
…………
หลายสิบวันผ่านไป
หวงเสี่ยวเหมยที่ฝึกอยู่ในห้องลับลืมตาขึ้น
เมื่อสัมผัสพลังปราณที่ตนเองมีหวงเสี่ยวเหมยก็ยิ้มออกมา
“ขอบเขตสร้างรากฐาน ถึงขีดสุดแล้ว…”
“ขอบเขตจินตาน ไม่ไกลเกินเอื้อม”
“สวี่หยางขอบใจเจ้า”
ในขณะเดียวกัน
สวี่หยางก็ตรวจสอบคะแนนพิเศษของตน
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 26000 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชากลั่นลมปราณแห่งฟ้าดินขั้นสมบูรณ์ : 0/60000 (กระตุ้นลักษณะ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา ภวังค์จิตขยายใหญ่]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: ติดตามกลิ่นอาย จิตตรวจตรา)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นระดับปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: กายาหมอก)]
[ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)]
[เคล็ดวิชา: ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นขั้นเชี่ยวชาญ: 0/120000]
[เคล็ดวิชา: ตำราโบราณกลั่นวิญญาณขั้นชำนาญ: 0/30000]
[กฎ: วิชาบัญชาสวรรค์ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะ: พลังกฎเต๋าระดับเจ็ด)]
[พลังวิเศษ: ความเป็นอมตะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้ 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น 100]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง 99]
[ความชอบของภรรยาเหอซีเสวี่ย 99 (เนื่องจากการก้าวสู่ขอบเขตจินตานของภรรยาเหอซีเสวี่ย มีผลทำให้บวกค่าความสัมพันธ์เพิ่มให้)]
[หญิงสาวผู้แอบรักของหวงเสี่ยวเหมย 100]
……
สวี่หยางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าด้านล่างสุดจะมีแถบแสดงค่าความชอบของหญิงสาวผู้แอบรักเพิ่มขึ้นมา
“หวงเสี่ยวเหมยแอบรักข้าหรือ นี่มัน…”
ในทันใดนั้น สวี่หยางก็ตระหนักถึงบางสิ่ง
ที่แท้ตลอดเวลาที่ผ่านมา หวงเสี่ยวเหมยถึงได้ดีกับเขาเหลือเกิน
เดิมทีเขาคิดว่าเป็นเพราะเขาเคยลงทุนและช่วยเหลือนาง
อาจมีเหตุผลส่วนนี้ด้วย
แต่บัดนี้ สวี่หยางก็รู้แล้วว่ายังมีปัจจัยอื่นอีก นั่นก็คือหวงเสี่ยวเหมยนางชอบเขา
สวี่หยางสังเกตว่ามีของรางวัลปรากฏขึ้นตรงหน้า
ภรรยาอีกห้าคนรางวัลก็คล้ายเดิม
ตอนนี้มีของรางวัลของหวงเสี่ยวเหมยเพิ่มขึ้นมา
และมีของชิ้นหนึ่งที่เป็นของรางวัล สิ่งนี้ดูดีทีเดียวละ!