ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 295 ร่างกายพิเศษของหวงเสี่ยวเหมย
บทที่ 295 ร่างกายพิเศษของหวงเสี่ยวเหมย
สองผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานทำให้สีหน้าของหลิวเจินเหรินและฉางอันเจินเหรินดำทะมึนขึ้นมาทันที
เมื่อรวมกับสวี่หยางและหวงเสี่ยวเหมยอยู่เคียงข้างทำให้พวกเขารู้ตัวทันที
“พวกเจ้าจงใจมางั้นรึ?!!”
หลิวเจินเหรินกัดฟันกรอด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอก
หวงเสี่ยวเหมยรู้ล่วงหน้าว่าพวกเขากำลังติดตาม จึงได้ติดต่อไปยังสองผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานเพื่อมารับมือกับพวกเขา
ฉางอันผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานก็มีสีหน้าหม่นหมองเช่นกัน สายตาของเขามองไปยังมู่ต้าหลินผู้นี้อย่างเกรงขาม
มู่ต้าหลินและเขาเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานเหมือนกัน ทว่ามู่ต้าหลินเป็นถึงศิษย์ของชิงหนิวเจินเหริน
ต่างจากเขา ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์จากตระกูลเล็ก ๆ ภายนอก
ดังนั้นในแง่ของรากฐานแล้ว มู่ต้าหลินย่อมแข็งแกร่งกว่า
ลมปราณของสองผู้บำเพ็ญมนุษย์สามารถบอกได้ว่ามู่ต้าหลินนั้นแข็งแกร่งมาก
หลังจากครุ่นคิดดู ฉางอันผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานก็ส่งกระแสจิตถึงหลิวเจินเหรินว่า “ไม่อาจต้านได้แน่ ข้าแนะให้จัดการสวี่หยางซะ!! ด้วยฐานะของหวงเสี่ยวเหมยแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียกสองผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานมาช่วยเหลือ แน่นอนว่าต้องเป็นสวี่หยาง!”
“มีเหตุผล” หลิวเจินเหรินพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ
“จัดการสวี่หยางแล้วจับไปเป็นตัวประกัน หลิวเจินเหริน ข้าจะคอยหนุนหลังให้ เจ้าจงพุ่งไปหาสวี่หยางเถิด”
“ได้! ต้องเป็นเช่นนี้เท่านั้น”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานกัดฟัน ร่างพุ่งออกไปทางสวี่หยางโดยตรง
สวี่หยางกระตุก “ไอ้หมาลอบกัด!”
“พรึบ”
หลิวเจินเหรินเตรียมใจไว้แล้วว่าฉางอันเจินเหรินควรจะต้องลงมือ แต่ไม่คาดคิดว่าในจังหวะที่เขาออกไป ฉางอันเจินเหรินกลับถอยหนีไปทางด้านหลัง บินขึ้นสู่ฟ้าไปโดยตรง
“โครม”
ใต้ขาทั้งคู่ของเขาดั่งมีปืนใหญ่ติดตั้งอยู่ พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ฉางอัน เจ้าสารเลว”
หลิวเจินเหรินสาปแช่งเสียงดังลั่น
แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาถูกปิดล้อมอยู่ตอนนี้หนีออกไปก็คงเป็นไปไม่ได้ ได้แต่กัดฟันพุ่งเข้าใส่สวี่หยางเท่านั้น
หวงเสี่ยวหลิงมีความเร็วมากกว่า ขวางเขาเอาไว้ได้ในพริบตา ลมปราณของขอบเขตเจินตานกดทับจนหลิวเจินเหรินแทบหายใจไม่ได้
“ไว้ชีวิตข้าด้วย…”
หลิวเจินเหรินมองด้วยความหวาดกลัว เสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เฝ้าดูศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของหวงเสี่ยวหลิงแทงทะลุหัวใจของเขา
“ปัง!!”
หน้าอกระเบิดทันที
ถึงแม้ว่าก่อนตาย เขาจะควักเครื่องรางป้องกันออกมาใช้ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ พลังขอบเขตเจินตานแข็งแกร่งจนเกินไป เครื่องรางของเขาก็แทบจะสลายในพริบตา
“ทำได้ดีนัก”
สวี่หยางพยักหน้าพอใจแก่หวงเสี่ยวเหมย
หวงเสี่ยวหลิงไม่พูดอะไร ตรงไปไล่ล่าฉางอันเจินเหรินพร้อมกับมู่ต้าหลิน
เสียงวืดของอากาศที่เสียดสีอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉางอันเจินเหรินตกใจแทบสิ้นสติ
เขาพบว่าหญิงสาวผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานคนนั้นมีความเร็วที่มากเกินไป เพียงไม่กี่ลมหายใจ ก็อยู่ข้างหลังเขาแล้ว
ท่ามกลางเสียงอันยิ่งใหญ่ของศัสตราศักดิ์สิทธิ์ ดาบเล่มหนึ่งพุ่งมาทางด้านหลังของเขา
“ไม่นะ!!”
สีหน้าของฉางอันเจินเหรินเปลี่ยนไป รีบหันกลับมา
ในเวลานี้ มู่ต้าหลินก็กระตุ้นศัสตราศักดิ์สิทธิ์ หอกยาวเล่มหนึ่งแทงมาด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าสีเหลือง
การโจมตีของเหล่าผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตาน ทั้งสองคนแทบจะมาถึงหน้าฉางอันเจินเหรินในเวลาเดียวกัน
“มีอะไรก็คุยกันดี ๆ…”
ฉางอันเจินเหรินร้องเสียงหลง รีบหลบหลีกศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของหวงเสี่ยวหลิ่ง ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็นำยันต์ระดับสามใบหนึ่งออกมา ทว่ามันทำให้หัวใจเขาหล่นวูบ
“ตูม!!”
แม้ท้ายที่สุดยันต์ระดับสามจะต้านทานการโจมตีของมู่ต้าหลินได้สำเร็จ
แต่ฉางอันเจินเหรินก็มองหอกที่อยู่ใกล้เพียงแค่คืบ จนเหงื่อเย็นไหลทั่วร่าง
“มีอะไรก็คุยกันดี ๆ เถิดหวงเสี่ยวเหมย เจ้าไม่คิดอยากรู้หรือว่าใครกำลังหมายหัวเจ้าอยู่ ฆ่าข้าแล้วเจ้าก็จะไม่มีวันรู้แล้ว”
หวงเสี่ยวเหมยไม่สน “งั้นเจ้าว่ามาเถิด ใครกันแน่?”
ฉางอันเจินเหรินดวงตาวาววับฉับพลัน แผนของเขาคงประสบความสำเร็จ เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “นอกจากเจ้าจะปล่อยข้า ข้าก็จะ…จะ…”
ถ้อยคำยังมิทันสิ้นสุด มู่ต้าหลินและหวงเสี่ยวหลิงก็เคลื่อนไหวเกือบพร้อมเพรียง
“อ๊าก…”
เสียงกรีดร้องดังก้องจากปากของฉางอันเจินเหริน อาวุธยาวสีเงินทะลวงแนวป้องกันของเขา พุ่งเข้าไปยังช่องท้อง
คิ้วของมู่ต้าหลินกระตุก กระชากอาวุธยาวกลับทันใด ร่างของเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เลือดเนื้อปลิวว่อนหล่นลงสู่ท้องทะเล
ถุงเก็บของของฉางอันและหลิวเจินเหรินตกเป็นของสวี่หยางทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
เขาเป็นนายจ้าง ทรัพย์สินของทั้งสองย่อมตกเป็นของเขาตามธรรมเนียม
เรื่องนี้สวี่หยาง มู่ต้าหลินและหวงเสี่ยวหลิงได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
“สหายเต๋าสวี่ พวกเขาตายแล้ว”
มู่ต้าหลินตรวจสอบสภาพศพอีกครั้ง ก้มศีรษะลงให้กับสวี่หยาง
“อืม ขอบใจพี่ใหญ่มู่”
สวี่หยางถอนใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก
ในที่สุดคนที่คอยตามตื๊อหวงเสี่ยวเหมยก็ถูกกำจัดสิ้น ตอนนี้หวงเสี่ยวเหมยก็สามารถเดินทางจากไปอย่างปลอดภัย
“ข้าขอตัว”
หวงเสี่ยวหลิงเก็บหินวิญญาณด้วยความพึงพอใจ กล่าวขอบคุณสวี่หยาง แล้วร่างก็หายวับไปในพริบตา
“สหายเต๋าสวี่ แม่นางหวง ข้าก็ต้องไปเช่นกัน”
มู่ต้าหลินกล่าวกับทั้งสองเช่นกัน
“พี่ใหญ่มู่ เดินทางปลอดภัย”
ทั้งสองกล่าวอำลามู่ต้าหลิน
หวงเสี่ยวเหมยเตรียมจะจากไปเช่นกันเมื่อเห็นว่ามู่ต้าหลินเดินจากไปแล้ว
“สวี่หยาง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอบคุณเจ้ามาก ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้ามากมายจนไม่รู้จะทดแทนอย่างไร”
หวงเสี่ยวเหมยกล่าวด้วยแววตาที่ซับซ้อน
สวี่หยางรู้สึกว่าแววตาที่หวงเสี่ยวเหมยมองตนเองนั้นเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ในใจเขาก็รู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าค่าความชอบของหวงเสี่ยวเหมยเปลี่ยนไป จึงรีบดูค่าความชอบของตนเองทันที
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 26000 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชากลั่นลมปราณแห่งฟ้าดินขั้นสมบูรณ์ : 0/60000 (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา ภวังค์จิตขยายใหญ่]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ติดตามกลิ่นอาย จิตตรวจตรา)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นระดับปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: กายาหมอก)]
[ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้นขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)]
[เคล็ดวิชา: ศาสตร์การบ่มเพาะต้าเหยี่ยนขั้นเชี่ยวชาญ : 0/120000]
[เคล็ดวิชา: ตำราโบราณกลั่นวิญญาณขั้นชำนาญ : 0/30000]
[กฎ: วิชาบัญชาสวรรค์ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ : พลังกฎเต๋าระดับเจ็ด)]
[พลังวิเศษ: ความเป็นอมตะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้ 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น 100]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง 99]
[ความชอบของภรรยาเหอซีเสวี่ย 99 (เนื่องจากการก้าวสู่ขอบเขตจินตานของภรรยาเหอซีเสวี่ย มีผลทำให้บวกค่าความสัมพันธ์เพิ่มให้)]
[หญิงสาวผู้แอบรักหวงเสี่ยวเหมย 100+1 (เนื่องจากหญิงสาวผู้แอบรักหวงเสี่ยวเหมยเป็นผู้ครอบครองกายาหยกสวรรค์ มีผลทำให้คุณลักษณะแบบสุ่ม +1 ทุกวัน)]
………
“เอ๊ะ กายาหยกสวรรค์มันคือสิ่งใด?”
เมื่อสวี่หยางเห็นข้อความแจ้งเตือนดังกล่าว เขาก็ตกใจมาก
เงยหน้าขึ้นมองหวงเสี่ยวเหมยด้วยสายตาที่ร้อนแรง
สายตานี้ทำให้หวงเสี่ยวเหมยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
“สวี่หยาง เจ้ากำลังมองอะไรอยู่”
สวี่หยางตระหนักได้ว่าหวงเสี่ยวเหมยเป็นผู้มีพรสวรรค์มาก ความก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ อาจไม่ใช่เพียงเพราะรากฐานวิญญาณหรือพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของนางเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะหวงเสี่ยวเหมยมีร่างกายที่พิเศษอีกด้วย
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่ากายาหยกสวรรค์คืออะไร
“หวงเสี่ยวเหมย เจ้าก้าวหน้าได้รวดเร็วนัก เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด เจ้ามีสิ่งพิเศษใดในร่างกายหรือไม่”
สวี่หยางถามคำถามตรง ๆ
หวงเสี่ยวเหมยขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน “สิ่งพิเศษ?”
“ใช่ เช่นกายาหยกสวรรค์”
สวี่หยางพยายามถามดู
“กายาหยกสวรรค์? ไม่เคยได้ยินนะ”
เห็นหวงเสี่ยวเหมยทำหน้างงงวย สวี่หยางก็รู้ทันทีว่านางไม่รู้เรื่องของตนเองเลย
แม้แต่สำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีที่ยิ่งใหญ่นัก ก็ยังไม่เคยตรวจสอบรากฐานของนาง
คิดดูดี ๆ แล้ว โลกนี้เหมือนจะไม่มีวิธีตรวจสอบรากฐานผู้อื่น
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว สวี่หยางจึงตัดสินใจว่าจะตรวจสอบด้วยตนเองในภายหลัง
“สวี่หยาง เจ้าเห็นอะไรในตัวข้าหรือ?” หวงเสี่ยวเหมยมิใช่คนโง่ นางจึงซักถาม
สวี่หยางตอบว่า “ข้าก็เพียงแค่สันนิษฐาน เจ้ากลับไปที่สำนักแล้ว ไปค้นดูที่หอหนังสือหรือที่อื่น ๆ ก็ได้ ข้าคิดว่ากายเจ้าน่าจะเป็นกายาหยกสวรรค์ อย่างไรก็ตามจงจำไว้ อย่าบอกเรื่องร่างกายของตนเองกับผู้อื่นเป็นอันขาด”
ในโลกใบนี้ ร่างกายเช่นนั้นมิใช่เพียงมีประโยชน์แก่ตนเท่านั้น แต่ยังอาจมีประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย
โดยเฉพาะพวกผู้บำเพ็ญชั่วร้ายที่ชอบจับผู้มีร่างกายพิเศษมาหลอมเป็นยาอมฤต
ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่รู้แน่ชัดว่าร่างกายของหวงเสี่ยวเหมยเป็นเช่นไร จึงควรเก็บเป็นความลับไว้ก่อน
หวงเสี่ยวเหมยก็รู้ดีถึงอันตราย
แต่สิ่งที่แปลกใจที่สุดสำหรับนางคือ สวี่หยางรู้ได้อย่างไรว่านางมีร่างกายเช่นไร
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามีร่างกายเช่นนี้” หวงเสี่ยวเหมยกล่าว
สวี่หยางพูดอย่างจริงจัง “เป็นความลับ เอาไว้รอเจ้าถึงขอบเขตจินตานแล้วข้าจะบอกให้รู้”
“หึ! มาเล่นตัวกับข้าอีกแล้ว เจ้าไม่ไว้ใจข้ากระมัง”
หวงเสี่ยวเหมยกัดฟันพูด
สวี่หยางสีหน้าจริงจัง “ในใจของข้า เจ้าก็เสมือนภรรยาอีกสี่คนของข้า เชื่อใจได้เช่นกัน!!”
“พูดอะไรของเจ้า”
คำพูดที่ออกจากใจของสวี่หยาง ทำให้หวงเสี่ยวเหมยรู้สึกเขินอายเล็กน้อยไม่กล้าสบตาสวี่หยาง
อายอะไรอยู่เล่า
หญิงสาวสมัยนี้หน้าบางกันนัก
สวี่หยางเห็นท่าทางของหวงเสี่ยวเหมยก็อดขำไม่ได้ “พอแล้ว! ไปเถอะ”
“อืม!! สวี่หยางข้าแค่ล้อเล่น เจ้าก็รู้อยู่ว่าข้าเชื่อใจเจ้า”
“ฮ่าฮ่า เจ้าคิดว่าข้าโกรธหรือ?”
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่โกรธ เอาเถอะ ข้าไปก่อนแล้ว”
“รอคอยข่าวดีจากเจ้านะ”
พรึบ!!
หวงเสี่ยวเหมยกลายเป็นแสงวาบสีเหลือง แล้วจากไป
สายลมบนผืนน้ำยังคงพัดแรงเช่นเดิม
หลังจากที่เฝ้าดูหวงเสี่ยวเหมยลับหายไปแล้ว สวี่หยางจึงได้จากที่แห่งนั้นไปเช่นกัน
ระหว่างทาง
เขาได้ตรวจดูถุงเก็บของทั้งสองใบ
ของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานใบหนึ่งและเจินตานใบหนึ่ง ถือว่าร่ำรวยทีเดียว
หินวิญญาณรวมกันแล้วมีถึงเจ็ดหมื่นกว่าก้อน
“ฮ่า ๆ ๆ จ้างมือสังหารไปแค่สี่หมื่น…”
กำไรมากมายมหาศาล!!
สวี่หยางยิ้มอย่างพอใจ
แน่นอน
เขารู้ดีว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานทั้งสองคนนั้นช่วยเขาก็เพราะมิตรภาพ
โดยปกติแล้วการจะจ้างผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตาน และเป้าหมายที่ต้องรับมือยังเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานเช่นเดียวกันอีก หากไม่มีหินวิญญาณสักหนึ่งแสนแปดหมื่นก้อนก็อย่าหวังว่าจะจ้างได้เลย!!
และที่เป็นเช่นนี้ก็ต้องดูอีกด้วยว่า เป้าหมายที่ต้องรับมือมีพลังปราณระดับใด
เพราะพวกเขาก็กังวลว่าจะพลาดท่าเอาได้เหมือนกัน
ปัจจุบันเขาคือคนของเหอซีเสวี่ย ผู้คนมากมายยินดีที่จะให้เกียรติเขา
ชั่วพริบตา ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
บัดนี้
สวี่หยางมองคุณลักษณะแบบสุ่ม ที่ได้รวบรวมมาตลอดหนึ่งเดือนจากหวงเสี่ยวเหมย
มีถึง 30 แต้มทีเดียว
คุณลักษณะแบบสุ่มนี้คือของดี อย่าได้ดูถูกที่มันมีแค่ 30 แต้มเพราะมันมีประโยชน์มาก!!!
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….