ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 307 บุตรนอกสมรสของชิงหนิวเจินเหริน
บทที่ 307 บุตรนอกสมรสของชิงหนิวเจินเหริน
เสียงนั้นเรียกความสนใจจากสวี่หยาง เขาใช้จิตเทวะทำการตรวจสอบ
ตู้ยาสีดำเปิดอยู่ ดังนั้นจิตเทวะจึงสามารถทำการตรวจสอบได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ
“มีเม็ดยาบรรลุจินตานถึงสองเม็ด”
เมื่อสังเกตเห็นโถหยกสองโถ สวี่หยางก็แปลกใจ
บนตู้ยาอีกตู้ที่อยู่ถัดไปนั้น มีเม็ดยาสร้างจินตานอีก และยังมีถึงสองเม็ด
ของมีค่าเช่นนี้ เฉินซือซือย่อมไม่รีรอที่จะเก็บทั้งหมด
ตอนนี้ แทบไม่มีของมีค่าหลงเหลืออยู่ที่นี่
“หวังต้าเป่า เป็นอย่างไรบ้าง”
ในเวลานี้เฉินซือซืออารมณ์ดีมาก นางถามสวี่หยางด้วยรอยยิ้ม
“ได้ของดีไม่น้อย ท่านผู้อาวุโส ต่อไปพวกเราจะออกไปทางใด”
“มีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่นี่ เวลานั้นมันจะพาพวกเราออกไปข้างนอกได้”
“ดี”
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ของที่ได้ทั้งหมดถูกเก็บโดยคนทั้งสอง
สำหรับเฉินซือซือ ของมีค่าที่สุดที่นางได้ก็คือ ยาบรรลุจินตานสองเม็ด
รวมถึงยาสร้างจินตานสองเม็ด
และโอสถล้ำค่าระดับสามและระดับสี่อีกสิบกว่าต้น ซึ่งล้วนแต่มีราคาแพงลิบลิ่ว
ส่วนสิ่งที่สวี่หยางได้มาซึ่งมีค่าที่สุดคือ แก่นอสูรระดับสามหนึ่งเม็ด รวมถึงบัวหิมะ
แต่ในเวลานี้บัวหิมะอยู่ในครอบครองของเฉินซือซือ
หลังจากออกไปแล้ว เขาจำเป็นต้องจัดการทันที!
สวี่หยางจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเฉินซือซือ
ในเวลานี้ เขายังไม่สามารถทำได้ มิเช่นนั้นจะไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร
“ใกล้ได้เวลาแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” เฉินซือซือหันหน้ากลับมามองสวี่หยาง
ตอนนี้นางรู้สึกพอใจสวี่หยางมาก
ทั้งเชื่อฟังและความสามารถก็ไม่เลว ภายภาคหน้าจะสามารถช่วยเหลือนางในการบำเพ็ญได้แน่!!
แม้หน้าตาดูเจ้าเล่ห์ไปสักหน่อย และใบหน้าจะดูแข็ง ๆ เหมือนกับสวมหน้ากากไว้ตลอดก็ตามเถอะ
“ท่านผู้อาวุโส หลังจากออกไปแล้ว โปรดระวังกลุ่มคนของเกาหู่”
สวี่หยางเตือน
“นั่นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก พวกเขาน่าจะยังคงติดอยู่ในสถานที่เดิม เข้าก็ยาก ออกก็ยิ่งยาก”
ระหว่างพูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงห้องลับแห่งหนึ่งภายในพระราชวังขนาดใหญ่
ที่นี่มีค่ายกลเคลื่อนย้าย ซึ่งสามารถส่งพวกเขาไปยังผิวน้ำได้
ทันทีที่เข้ามา สวี่หยางก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาล!!
ค่ายกลนี้แยบยลมาก ไม่ใช่ค่ายกลธรรมดาอย่างระดับสามหรือสี่แน่นอน!!
เฉินซือซือใช้นิ้วมือทั้งสองกดประทับตรา พลังโดยรอบก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
“หากจะทลายค่ายกลเล็ก ๆ แห่งนี้ออกไปได้ ก็จะดีไม่น้อย”
สวี่หยางแอบครุ่นคิดก่อนจากไป
ทันใดนั้นก็มีแสงวาบขึ้นต่อหน้า เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ปรากฏตัวอยู่บนผิวน้ำแล้ว
“ตูม!!”
กลิ่นอายอันแข็งแกร่งของขอบเขตจินตานแผ่ปกคลุมในทันที
ดูเหมือนเฉินซือซือจะรู้สึกตัวล่วงหน้าแล้ว จึงกางโล่ป้องกันปกป้องตนเองและสวี่หยาง
สวี่หยางขมวดคิ้ว เกาหู่ออกมาจากถ้ำฝึกตนใต้น้ำไวถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ทั้งยังดักซุ่มอยู่บนผิวน้ำอีกด้วย
นอกจากเขาแล้ว ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานสี่คนก็ได้เข้ามาล้อมพวกเขา โดยวางค่ายกลเอาไว้
ภายในค่ายกลมีหุ่นเชิดรูปร่างแปลกประหลาดหกตัวจ้องเขม็งมาที่เฉินซือซือและสวี่หยางด้วยเช่นกัน
“น่าเสียดายจริง ๆ เกาหู่ ข้าประเมินเจ้าต่ำไป ไม่คิดว่าเจ้าจะออกมาได้เร็วปานนี้ ข้ายังคิดอยู่เลยว่าที่นั่นจะขังเจ้าไว้ได้ถึงสิบวันแปดวันเชียว”
เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ เฉินซือซือกลับมีสีหน้าเยาะหยัน ราวกับไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย
“สิบวันแปดวันหรือ เจ้าสาวผี เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้วกระมัง”
เกาหู่คำรามด้วยเสียงเย็นชา ในใจก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง
กระนั้น เมื่อครู่เขาก็ได้ใช้ยันต์ทะลวงค่ายกลระดับกลางไปหนึ่งใบ หลังจากนั้นจึงรีบรุดมาที่นี่เพื่อดักซุ่มเจ้าสาวผีให้ไม่ทันตั้งตัว
เกาหู่เปลี่ยนคำพูดทันที จับจ้องเฉินซือซือด้วยดวงตาเรียวแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าสาวผี ก่อนหน้านี้ข้าหลอกเจ้า แต่ครานี้เจ้าหลอกข้า เรียกว่าเสมอกัน ข้าก็ไม่รังแกเจ้าแล้ว มอบสิ่งของในถุงเก็บของมาครึ่งหนึ่งแล้วรีบจากไป ส่วนหวังต้าเป่าผู้นี้ เขาฆ่าหลี่เย่ ข้าจำต้องให้คำตอบแก่ครอบครัวหลี่ เขาจะต้องอยู่ที่นี่”
“เจ้ากำลังสอนข้าหรือ”
สีหน้าเฉินซือซือเย็นชาลง
“ลงมือ!!”
เมื่อเห็นว่าเฉินซือซือไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย เกาหู่ก็ไม่พูดอะไรซ้ำ เขาเข้าโจมตีทันที
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานสี่คนเริ่มต้นใช้งานค่ายกล น้ำแข็งใต้น้ำแตกเป็นเสี่ยง ๆ น้ำสีน้ำเงินเข้มพุ่งขึ้นมาโถมเข้าใส่สวี่หยางและเฉินซือซือ
ด้านหลังคลื่นน้ำ เกาหู่ไม่ได้ลงมือทันที แต่ต้องการดูท่าทีของเฉินซือซือว่านางมีกลอุบายอะไรซ่อนอยู่อีก
“หวังต้าเป่า ระวังตัว”
หลังจากที่เฉินซือซือส่งเสียงบอก นางก็หยิบกระบี่ออกมา กระบี่เล่มนั้นเปล่งประกายแสงสีดำเข้าโจมตีคลื่นยักษ์
ในเวลาเดียวกัน ทั่วร่างกายของนางมีหมอกสีดำลอยคลุ้ง พลังยุทธ์ของผู้บำเพ็ญมารปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
หุ่นเชิดหกตัวตรงข้ามก็โจมตีใส่สวี่หยางทันทีเช่นกัน
สวี่หยางไม่ได้ร้อนรน นำหุ่นเชิดวานรทองแดงออกมาเช่นกัน
“อืม? หุ่นเชิดขั้นสูง ระดับสอง”
คนทำหุ่นเชิดคนหนึ่งจำระดับของหุ่นเชิดวานรทองแดงได้ สีหน้าตกใจทันที “เจ้าได้หุ่นเชิดเช่นนี้มาได้อย่างไร?”
สวี่หยางไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง
“ปัง!!”
หุ่นเชิดวานรทองแดงพุ่งออกไป ทุบหุ่นเชิดที่อยู่ใกล้ที่สุดจนแหลกเป็นชิ้น ๆ
เกาหู่ตกใจ รีบนำลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ออกมาปาใส่หุ่นเชิดวานรทองแดง
“ถึงหุ่นเชิดจะดีเพียงใด ก็ไร้ประโยชน์ต่อหน้าข้า”
“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”
เฉินซือซือตะโกนเสียงดัง เสื้อคลุมของนางปลิวไสว กระบี่ในอากาศพุ่งเข้าชนลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์
“ปังปัง…”
สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เกิดพลังยุทธ์ขอบเขตจินตานแผ่ออกมาอย่างใหญ่หลวง
สวี่หยางตบยันต์ป้องกันขั้นสูงระดับสองออกมาเพื่อปกป้องตัวเอง
ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ป้องกันต่าง ๆ บนนิ้วมือก็ปกป้องตัวเขาไว้เช่นกัน
“เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างร่ำรวยจริง ๆ”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสี่มองเห็นเครื่องแต่งกายอันหรูหราของสวี่หยางแล้วก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
หากเอาทั้งสี่คนมารวมกันก็ยังร่ำรวยไม่เท่าสวี่หยางเลย
“รีบจัดการให้เสร็จสิ้น ใช้ค่ายกลขังตัวเฉินซือซือเอาไว้”
เกาหู่ตะโกนสั่งผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสี่คน
“รับทราบ!!”
คนหนึ่งกัดฟัน แล้วนำเอายันต์แสงทองแผ่นหนึ่งออกมาฟาดใส่หัวสวี่หยางโดยตรง
“ผลัวะ!!”
แต่ไม่คาดคิดว่าแหวนโล่เต่าดำที่อยู่บนนิ้วของสวี่หยางจะปล่อยพลังปราณระดับสามออกมา ทำให้ยันต์แสงทองหยุดชะงักลง
สวี่หยางนิ่งสงบดั่งภูผา แม้แต่ยันต์ป้องกันขั้นสูงระดับสองในมือก็ยังไม่ได้นำออกมาใช้เลย
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ป้องกันระดับสามงั้นหรือ”
“เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”
ไม่ใช่แค่คนกลุ่มนี้ แม้แต่เจ้าสาวผีเองก็มองสวี่หยางด้วยความประหลาดใจ
นางไปเก็บคนแบบใดกลับมากันเนี่ย
“พรึบ!!”
สวี่หยางไม่ลังเล นำหุ่นเชิดวานรทองแดงมากำบังตนเองอยู่เบื้องหน้า
ส่วนตัวเขาเองก็ได้เรียกกระบี่สายฝนมรกตออกมา
“เป็นไปได้อย่างไร สมบัติศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่!!”
ในขณะเดียวกัน แม้กระทั่งเกาหู่เองก็ตกใจสุดขีด
กระบี่สายฝนมรกตปรากฏขึ้นราวกับขี่คลื่นผ่าลมทะลวงอากาศมาอย่างรวดเร็ว พุ่งผ่านร่างของคนทำหุ่นเชิดทั้งสองคน
“ระวัง!!”
ปรมาจารย์ค่ายกลที่อยู่ข้าง ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า
สมบัติศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่นี้ทรงพลังมากเกินไป และมีความเร็วเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถต้านทานได้ คนทำหุ่นเชิดทั้งสองต่างพากันร้องด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกก!!…”
“อ๊ากกก!!…”
เมื่อคมกระบี่พุ่งผ่าน พลังป้องกันของทั้งสองคนก็พังทลายลง เลือดสาดกระจาย ร่างหล่นลงสู่ผิวน้ำ
เมื่อคนทำหุ่นเชิดทั้งสองเสียชีวิต หุ่นเชิดที่เหลือในอากาศต่างก็ไร้พลัง ตกลงสู่ผิวน้ำ และจมลงสู่ใต้น้ำ
ปรมาจารย์ค่ายกลทั้งสองคนต่างก็หวาดกลัว
เมื่อปราศจากหุ่นเชิดเป็นตัวช่วย พวกเขาจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของสวี่หยางได้อย่างไร
เมื่อรับรู้ถึงพลังปราณของสวี่หยาง ก็ทำให้เกาหู่โกรธแค้นเป็นอย่างมาก “เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”
“เกาหู่ คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า” เจ้าสาวผีรั้งเกาหู่ไม่ให้มีโอกาสจัดการกับสวี่หยาง
“ไปให้พ้น!”
คาดไม่ถึงว่าเกาหู่จะหลบหลีกการโจมตี ขยายกระดานค่ายกลออก แล้วซัดเจ้าสาวผีเข้าไปในช่วงเวลาสำคัญ
ระหว่างที่เจ้าสาวผีต่อสู้ เกาหู่ก็จ้องหน้าสวี่หยางด้วยความโกรธ “เหอะ หวังต้าเป่า ไม่รู้ว่านี่เป็นชื่อจริงของเจ้าหรือไม่ แต่เจ้าเจอข้าแล้ว ข้าชอบฆ่าพวกเสแสร้งว่าอ่อนแอเป็นที่สุด!!”
เมื่อพูดจบ พลังปราณในร่างกายของเขาก็ยิ่งแกร่งกล้าขึ้น
“เคล็ดวิชาเกล็ดมังกร!!”
วูบวาบ…
พลังยุทธ์ในอากาศควบแน่นกลายเป็นมังกรยักษ์สีน้ำตาลแดงมีเกล็ดทั่วร่าง มุ่งตรงไปที่สวี่หยาง!
“ไป!”
ร่างของมังกรยักษ์พุ่งเข้าหาสวี่หยาง
“เก่งจริง!”
สวี่หยางคิดในใจ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ของตนเมื่อรวมกับยันต์ป้องกันอาจจะรับมือได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายโจมตีซ้ำอีกล่ะ? หรือว่าอีกฝ่ายจะใช้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์?
“มิอาจพึ่งพาการป้องกันได้”
สวี่หยางตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เขานำกระจกโบราณซานชิงออกมาใช้
กระจกโบราณชิ้นนี้เป็นของที่เหอซีเสวี่ยมอบให้ในยามที่เขาปกป้องนางจากผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน
ความสามารถของมันคือการรับมือกับการโจมตีของศัตรูได้อย่างเต็มกำลัง
จากนั้นสามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้ถึงเจ็ดส่วน
ทว่าสมบัติชิ้นนี้มีข้อเสียคือใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
สวี่หยางเก็บรักษามันไว้เป็นไพ่ตายมาโดยตลอด
บัดนี้ถึงคราวที่ต้องนำมาใช้เสียแล้ว
“อืม กระจกโบราณซานชิงกระนั้นรึ”
“เจ้าเป็นอะไรกับชิงหนิวเจินเหริน หรือว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการลักลอบคบชู้”
ดวงตาของเกาหู่หดเล็กลงทันที การโจมตียิ่งหนักหน่วงมากขึ้น
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ยิ่งต้องฆ่าเจ้าทิ้ง”
เขาไม่ต้องการมีเรื่องกับชิงหนิวเจินเหริน ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องทำให้สวี่หยางตายเท่านั้น เพื่อมิให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้
กระจกโบราณซานชิงแผ่พลังอำนาจของอวกาศอันแกร่งกล้าออกมาดูดซับการโจมตีของเกาหู่ไว้ทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน
เฉินซือซือก็ได้ทำลายกระดานค่ายกลลง แล้วพุ่งตรงไปยังเกาหู่
สวี่หยางบังคับกระบี่สายฝนมรกตสังหารปรมาจารย์ค่ายกลทั้งสองอย่างรวดเร็ว แล้วกระดานค่ายกลในบริเวณนี้ก็ถูกทำลาย
“ดีมาก เฉินซือซือ ดูเหมือนว่าบาดแผลของเจ้าจะหายดีแล้วสินะ จึงได้ไม่กลัวข้าเช่นนี้” เกาหู่กัดฟัน แล้วเกิดความคิดที่จะล่าถอย
“เกาหู่ เจ้าตายซะเถอะ” สวี่หยางตะโกนเสียงดัง ก่อนที่จะปล่อยยันศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ยันศักดิ์สิทธิ์นี้อาจไม่สามารถสังหารผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานเหล่านั้นได้ แต่เกาหู่ได้รับบาดเจ็บ และยังต้องเผชิญหน้ากับเฉินซือซือ จึงทำให้เขาตื่นตระหนกไปชั่วขณะหนึ่ง
“แย่แล้ว!!!”
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สีหน้าของเกาหู่เปลี่ยนไป ยันศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ใช่ยันศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ แต่อยู่ในระดับกลางแล้ว ด้วยพลังปราณที่เขามีในตอนนี้ยากที่จะต้านทาน
ในขณะนี้ เขายิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าสวี่หยางเป็นบุตรผู้สืบทอดที่แท้จริงของชิงหนิวเจินเหรินอย่างแน่นอน
ตามตำนานเล่าขาน…
หลายปีก่อน ชิงหนิวเจินเหรินได้บังเอิญมาพบกระจกโบราณซานชิง และได้รวบรวมสมบัติวิเศษทั้งบนสวรรค์และโลกมาเพื่อบูรณะ
ในเวลานั้น ด้วยเคล็ดวิชาของเขา สมบัติอันศักดิ์สิทธิ์อย่างกระจกโบราณซานชิงนั้นไร้ประโยชน์ จึงมีข่าวลือว่าเขาจะมอบของสิ่งนี้ให้กับผู้ที่มีความสำคัญยิ่ง
บัดนี้ กระจกโบราณซานชิงปรากฏในมือของสวี่หยาง จึงทำให้ผู้คนคาดเดาถึงที่มาของสวี่หยาง
เพราะก่อนหน้านี้ที่เหอซีเสวี่ยกำลังปรุงยาสร้างจินตาน มีข่าวลือว่าชิงหนิวเจินเหรินมีบุตรนอกสมรสที่แข็งแกร่ง และคอยช่วยเหลือเหอซีเสวี่ยในการปรุงยาสร้างจินตานอยู่เบื้องหลัง
แต่สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า บุตรนอกสมรสของชิงหนิวเจินเหรินคือผู้ใดกันแน่
เกาหู่ไม่มีเวลารวบรวมความคิดแล้ว เขานนำยันต์ป้องกันออกมา จินตานที่ทรงพลังต้านทานยันต์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้
เจ้าสาวผีก็ไม่รีรอที่จะลงมือพร้อมกัน นางใช้กระบี่โจมตีอย่างสุดฤทธิ์ ส่วนเกาหู่เป็นเหมือนธนูที่หมดแรงแล้ว เมื่อเกราะป้องกันกายแตกดับ กระบี่ของเจ้าสาวผีก็ฟันแขนของเขาขาดไปข้างหนึ่ง
“อ๊าก!”
แขนของเกาหู่ขาดกระเด็นออกไป เขาหันหลังวิ่งหนี
ทิศทางที่เขาวิ่งหนีก็คือ สวี่หยางนั่นเอง
“หวังต้าเป่า ข้าจะฆ่าเจ้า”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตี สวี่หยางไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า เขายื่นยันต์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกครั้งอย่างใจเย็น
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ใบนี้คือ ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง
เมื่อนำออกมา อากาศโดยรอบแทบจะบิดเบี้ยว
“เป็นไปได้อย่างไร?”
เกาหู่ตกใจ รีบกัดฟันกล่าว “สมแล้วที่เป็นบุตรนอกสมรสของชิงหนิวเจินเหริน จึงมีสมบัติวิเศษมากมายเช่นนี้”
“พรวด!”
สวี่หยางไม่พูดพร่ำทำเพลง ยันต์ศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกไป
ด้วยคลื่นพลังวิญญาณอันทรงพลัง คบกระบี่รูปพระจันทร์เสี้ยวเคลือบทองคำเล่มหนึ่ง ฟันร่างของเกาหู่ขาดออกจากกันในทันที
พรึบ!!
เฉินซือซืออยู่เบื้องหลัง ควบคุมกระบี่วิเศษตัดศีรษะของเกาหู่
“สังหารผู้ยิ่งใหญ่แห่งจินตาน!”
สวี่หยางสูดอากาศเข้าปอดด้วยความโล่งอก
เขาไม่คิดเลยว่าจะได้เผชิญหน้ากับผู้ยิ่งใหญ่ในขอบเขตจินตานเร็วขนาดนี้ และสังหารผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ได้
“เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!”
เฉินซือซือมองสวี่หยางด้วยความระแวดระวัง
“ข้าคือหวังต้าเป่า” สวี่หยางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ราวกับว่ายังถูกควบคุมอยู่
“ตบหน้าตัวเองให้ข้าดู” เฉินซือซือกลืนน้ำลายสั่งการสวี่หยาง
“พรวด!”
สวี่หยางยื่นมือออกไป ลมหนาวเหน็บก็พัดปะทะใบหน้าเฉินซือซือ
“เพี๊ยะ!!”
เฉินซือซือถูกตบด้วยฝ่ามือ