ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 127 คันไถนาก้านโค้ง
บทที่ 127 คันไถนาก้านโค้ง
คราวนี้ดีนัก แค่คำว่า ‘จูต้าเหนียง’ สามคำเท่านั้นก็ทำให้ไฉหงตื่นตัวขึ้นมาได้ในทันที “คงไม่ใช่จูต้าเหนียงที่คลอดลูกชายติดต่อกันเจ็ดคนผู้นั้นกระมัง?”
ที่จริงเขาอยากพูดว่า คงไม่ใช่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่คลอดลูกชายติดต่อกันเจ็ดคนผู้นั้นกระมัง?
แต่ว่าเจ้าหนุ่มนี่เป็นลูกชายของนาง เขาย่อมไม่สะดวกจะพูดคำว่า ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ จึงเปลี่ยนไปใช้คำว่า ‘จูต้าเหนียง’
ทั่วทั้งหมู่บ้านสกุลจู นอกจากหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นั้นแล้ว ยังมีใครที่คลอดลูกชายต่อเนื่องกันเจ็ดคนอีกหรือ?
แค่พูดชื่อมารดาขึ้นมาก็ไม่มีใครไม่รู้จักจริง ๆ ด้วย จูอู่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เขากล่าวว่า “ใช่ จูต้าเหนียงเป็นแม่ของข้าเอง ท่านแม่ให้ข้ามาหารือเรื่องการค้ากับท่าน ท่านแม่อยากหาเงินค่าแป้งชาดสักหน่อย แต่นางอายุมากแล้ว แข้งขาไม่ดี เดินทางไกลไม่ไหวจึงให้ข้ามาแทน”
คำกล่าวพวกนี้เย่อวี๋หรานเป็นคนสอนเขาเอง นางไม่อยากให้บรรดาลูกชายทำการค้า แต่ก็จำเป็นต้องให้พวกเขาช่วยเป็นธุระให้ จึงต้องให้พวกเขาหัดใช้ข้ออ้างพวกนี้ อ้างว่ามารดาหรือภรรยาของตัวเองไหว้วานมา เพื่อไปทำธุระที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย
จูอู่รู้ว่าที่มารดาไม่อยากให้ลูกชายเป็นพ่อค้าเพราะจะทำให้คนรุ่นหลังในครอบครัวไม่อาจเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้ จึงทำตามโดยไม่เลินเล่อแม้แต่น้อย
ไฉหงคิดไม่ออกเลยว่าจูต้าเหนียงจะทำการค้าอะไรกับเขา แต่เพราะคำว่า ‘จูต้าเหนียง’ สามคำนี้ทำให้เขาไม่กล้าดูเบา
ส่วนที่เจ้าหนุ่มนี่พูดว่ามารดาของตนเองแข้งขาไม่ดี เดินทางไกลไม่ไหว ไฉหงลอบหัวเราะในใจ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเขายังได้ยินเสียงโจษจันกันว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์บุกไปถึงหมู่บ้านสกุลจางยามบ่ายแก่ ๆ และจัดการปลดภรรยาของลูกชายคนที่สามของตนเองแล้วกลับไปในคืนเดียวกันนั้น นี่ยังเรียกว่าแข้งขาไม่ดีอยู่เรอะ?
แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้เขาไม่มีทางพูดออกมาอยู่แล้ว จึงทำเพียงยิ้มแย้มถามจูอู่ว่าเป็นการค้าขายอะไร
“การค้าที่ข้าพูดถึงเป็นการค้ากำไรงาม ท่านแม่บอกว่านางรู้วิธีที่จะทำให้คันไถนาใช้งานง่ายกว่าเดิม แต่นางทำงานไม้พวกนี้ไม่เป็น ในครอบครัวพวกข้าก็ไม่มีใครทำเป็นเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากหาคนที่ทำเป็นมาร่วมกันทำการค้า นางไม่เรียกร้องมาก หลังจากทำของสิ่งนี้ออกมาได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายแบ่งให้นางแค่สามส่วนก็พอ”
“สามส่วน?” ไฉหงประหลาดใจ
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าของสิ่งนี้จะทำออกมาได้หรือไม่ เอาแค่นิสัยของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ยอมให้แบ่งกันคนละครึ่งก็ไม่เลวแล้ว แต่นี่กลับจะเอาแค่สามส่วน?
“ใช่ สามส่วนขอรับ” จูอู่รู้ดีว่ามารดาของเขา ‘เสียสละครั้งใหญ่’ เลยทีเดียว แต่มารดาของเขาพูดว่าก็แค่ให้แนวทางไปเท่านั้น ไม่ได้ลงมือทำและนำออกไปขายเอง เท่ากับว่าได้สามส่วนนั้นมาเปล่า ๆ แล้วทำไมจึงไม่ให้อีกฝ่ายมากกว่าสักหน่อยเล่า?
ทำให้ผู้อื่นเต็มใจทำงานด้วยความยินดี จึงจะได้ผลประโยชน์มากกว่า
“ข้าสามส่วน แม่เจ้าเจ็ดส่วน?” ไฉหงถามยืนยันอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจ
“ไม่ใช่ขอรับ ท่านแม่ต้องการแค่สามส่วน อีกสี่ส่วนถือเป็นค่าเหนื่อยของพวกท่าน อย่างไรเสียตั้งแต่ขั้นตอนการทำไปจนถึงการขาย แม่ข้าไม่ได้ทำด้วย นางแค่อยากได้กำไรจากการค้าขายนี้เท่านั้น” จูอู่พูดพลางครุ่นคิด เขารู้สึกว่าท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก นี่เป็นการค้าที่มีแต่ได้กับได้อย่างแท้จริง
ก็แค่ออกความคิดอย่างหนึ่ง กลับสามารถได้ผลกำไรสามส่วนมาโดยไม่ต้องลงแรง
ถ้าเขามีสมองเหมือนท่านแม่ ต่อไปยังต้องกลัวว่าจะเลี้ยงภรรยากับลูกชายไม่ไหวอีกหรือ?
แต่ไม่รู้ว่าในบรรดาพี่น้องของเขา ใครกันที่ได้สืบทอดมันสมองมาจากมารดา?
อย่างไรเสียจวบจนบัดนี้ จูอู่เองก็ยังดูไม่ออก
“ต้องเขียนสัญญาหรือไม่?” ผลประโยชน์เช่นนี้ ไฉหงย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา
แต่เขากังวลว่าเมื่อถึงเวลานั้น หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะ ‘ตาร้อน’ เห็นว่าพวกเขาได้ผลประโยชน์ก็บุกเข้ามาอาละวาด
หญิงเฒ่าที่เอะอะก็คว้ามีดออกมา ไฉหงก็กลัวอยู่บ้าง ถ้าลำพังเขาก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ครอบครัวเขายังมีทั้งเด็กและคนชรา ไม่ว่าใครถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำร้ายเขาก็ปวดใจทั้งนั้น
“เขียน ให้เจ้าหน้าที่ทางการของสองฝ่ายเป็นพยาน” จูอู่เห็นว่าอีกฝ่ายถามอย่างจริงจังก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มากว่าจะสำเร็จ “ท่านลุงไฉ ท่านไม่ถามด้วยซ้ำว่าแม่ข้าจะทำการค้าอะไร ไฉนคิดไปถึงสัญญาค้าขายแล้วเล่า?”
“เจ้าคิดว่าข้าแก่แล้ว วัน ๆ จับเจ่าอยู่ในเรือนจนไม่รู้ว่าแม่เจ้าเป็นคนคิดค้นเย่โต่วหรือ?” ไฉหงแสดงท่าทีทำนองว่า ‘เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว’ เขาพูดอีกว่า “ช่างไม้อย่างพวกข้าทำการค้าก็ต้องทันข่าวสาร ไม่อย่างนั้นคนอื่นแย่งการค้าไปแล้ว เจ้าจะทำอะไร?”
สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมาก็คือ เนื่องจากพวกเขาอาศัยอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านสกุลจูจึงรู้ข่าวเกี่ยวกับเย่โต่วค่อนข้างเร็ว เขากับลูกชายยังทำเย่โต่วหลายอันออกมาขาย หาเงินจากตรงนี้ได้จำนวนพอสมควรเลยทีเดียว
ตอนนี้งานที่ลูกชายเขารับมาก็เป็นเพราะคนมีอันจะกินที่มีคฤหาสน์และที่ดินกว้างขวางสักคนได้ยินเรื่องเย่โต่วเข้า จึงอยากทำมาไว้ใช้งานสักหลายอัน
ยามนี้เขาอยู่ว่างที่เรือนก็จะทำไว้สักหลายอัน ในหมู่บ้านชนบทละแวกนี้ ไม่ว่าจะขายหรือให้เช่าล้วนช่วยให้ครอบครัวมีรายรับเข้ามาได้ทั้งนั้น
ดังนั้นเมื่อไฉหงได้ยินว่าจูอู่มาหาเขาเพื่อร่วมทำการค้าขายตามคำไหว้วานของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาก็ตัดสินใจได้แล้ว
มีเย่โต่วเป็นตัวอย่างให้เห็นอยู่ทนโท่ เขายังต้องกลัวว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นจะมาหลอกลวงอีกหรือ?
“แหะ ๆๆ…ลุงไฉ ข่าวสารของท่านรวดเร็วดีจริง แต่ว่าคราวนี้แม่ข้าไม่ได้มาหาท่านเพื่อทำเย่โต่ว ท่านแม่แค่ลองทำเย่โต่วมาทดลองใช้ ของดีที่แท้จริงคืออันนี้ต่างหาก”
ไฉหงตัดบทเขา ไม่ให้เขาพูดออกมา แล้วเชิญสองพี่น้องเข้าไปในเรือน ให้ภรรยาของตนเองหาน้ำท่ามาให้พวกเขาดื่ม
จูอู่กับจูชีเดินทางกันมาสักพักแล้วก็กำลังกระหายน้ำพอดี
“ของสิ่งนี้เรียกว่าคันไถนาก้านโค้ง [1] แม่ข้าบอกว่ามันมีข้อดีหลายประการ ข้อแรก ช่วยทำให้คันไถมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาลง ข้อสองคือสะดวกต่อการโค้งเปลี่ยนทิศทาง ลุงไฉก็รู้ว่าชาวนาอย่างเรา ๆ เรี่ยวแรงมาก แต่ถ้าสามารถประหยัดแรงในการทำงานได้สักนิด ทุกคนก็คงยินดี นอกจากนี้ เจ้าสิ่งนี้ยังใช้งานได้ง่ายและคล่องตัวยิ่งนัก ต่อให้เป็นสตรีที่แรงน้อยก็สามารถใช้งานได้”
“เจ้าอย่าโม้เสียเลิศเลอ สำคัญคือให้ดีจริงอย่างที่ว่าเถอะ” ไฉหงพูด
“แน่นอนอยู่แล้ว ผลงานของแม่ข้าจะไม่ดีได้อย่างไร?” จูอู่ยิ่งพูดก็ยิ่งบังเกิดความเชื่อมั่นในมารดาของตัวเองเต็มเปี่ยม
แน่นอน เขาไม่รู้ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด เรื่องนี้ต้องให้ไฉหงไปคิดต่อด้วยตนเองแล้ว
ระหว่างที่คุยกัน จูอู่ก็ให้จูชีท่องลักษณะของคันไถนาก้านโค้งตามคำบอกเล่าของมารดาออกมา
จูอู่ไม่กลัวสักนิดว่าหลังจากไฉหงฟังแล้วจะบิดพลิ้วทีหลัง คนละแวกนี้รู้กิตติศัพท์ของมารดาเขาดี ไม่พูดสักคำก็ฉวยมีดบุกมา ‘คิดบัญชี’ ถึงเรือน ใครจะอยู่ดี ๆ ไม่ชอบ มาทำเรื่องเสียสติอย่างการล่วงเกินมารดาของเขางั้นหรือ?
ไฉหงมีท่าทางครุ่นคิด หาแท่งไม้อันหนึ่งมาขีด ๆ วาด ๆ ไปบนพื้นดินอ่อนนุ่มในลานเรือน ไม่ช้าก็วาดโครงร่างของคันไถนาก้านโค้งออกมา
ถ้าเย่อวี๋หรานอยู่ที่นี่ด้วยคงต้องร้องอย่างประหลาดใจว่า “ท่านร้ายกาจเกินไปแล้ว วาดออกมาได้เร็วขนาดนี้เชียว?!”
ที่จริงระหว่างคันไถนาก้านโค้งกับคันไถนาก้านตรงไม่ได้มีปริศนายิ่งใหญ่อะไรซ่อนอยู่ ประเด็นหลักอยู่ที่รูปแบบความคิด ขอเพียงมีคนขบคิดว่า ถ้าเปลี่ยนจาก ‘เส้นตรง’ เป็น ‘เส้นโค้ง’ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
“เจ้านี่ช่วยทุ่นแรงได้จริงรึ?” ไฉหงมองภาพที่ตนเองวาดออกมาแล้วถามยืนยันกับจูอู่
จูอู่ยักไหล่กล่าวว่า “แน่นอน แม่ข้าจะหลอกลวงคนงั้นหรือ? ถ้าไม่ช่วยทุ่นแรงก็หมายความว่าท่านทำผิดแล้ว ไม่อย่างนั้น ท่านลองทำออกมาอันหนึ่งก่อน แล้วพวกเราก็ลองเอามาใช้ดู? อย่างไรเสียตอนนี้ก็เก็บเกี่ยวกันเสร็จแล้ว หน้าหนาวก็ไม่มีอะไรต้องทำ ท่านค่อย ๆ ทำไปก่อน ถ้าสามารถทำออกมาทันช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจะต้องรวยเละแน่นอน”
“ได้ งั้นข้าลองดูก่อน ถ้าทำได้แล้ว พวกเราค่อยเขียนสัญญา”
“ตกลง ข้าเชื่อในคุณธรรมของลุงไฉ ถึงตอนนั้นถ้าทำออกมาได้แล้วจะต้องไม่เบี้ยวสัญญาแน่นอน”
ไฉหงคิดในใจ มารดาเจ้ามีนิสัยเช่นนั้น ข้าหรือจะกล้าบิดพลิ้ว?
แต่เมื่อนึกถึงเย่โต่ว ในใจเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมา หวังว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากความคิดของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาหารายได้เพิ่มสักหน่อย
[1] (ตามรูป) บน : คันไถนาก้านตรง ; ล่าง : คันไถนาก้านโค้ง
ที่มารูปภาพ : https://baike.baidu.com/item/%E6%9B%B2%E8%BE%95%E7%8A%81/2047771