ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 130 แม่ของเจ้าสุดยอดจริง ๆ
บทที่ 130 แม่ของเจ้าสุดยอดจริง ๆ
หลี่ซื่อพูดเสียงอ่อย “ท่านแม่ก็อยู่ที่เรือนนี่นา? ท่านแม่เคยเห็นแล้วคงไม่อยากไปดูอีก ท่านให้ข้าไปเถอะนะเจ้าคะ…”
สมาชิกครอบครัวสกุลจูยกขบวนกันออกไปข้างนอกตอนเที่ยงวัน มีคนเห็นกันไม่น้อยจึงมาถามอยู่หน้าเรือนว่าพวกเขาทำอะไรกัน
“ทำอะไร? ก็ไปลองคันไถใหม่น่ะสิ” จูอู่กระหยิ่มยิ้มย่อง “คงจำเย่โต่วได้ใช่หรือไม่? แม่ข้ามีความคิดใหม่อีกแล้ว ให้ช่างไม้ไฉช่วยทำให้ ตอนนี้กำลังจะไปลองใช้กันที่นาอยู่แน่ะ”
คนในหมู่บ้านรู้จักเย่โต่ว เมื่อได้ยินว่าเป็น ‘คันไถแบบใหม่’ ทุกคนก็รีบตามไปดูด้วยทันที
“จริงรึ?! แม่เจ้าคิดค้นของใหม่ออกมาอีกแล้ว? มันมีประโยชน์เหมือนเย่โต่วหรือไม่?”
“ใช่ ๆ มีประโยชน์เหมือนเย่โต่วหรือเปล่า?”
“แม่ของเจ้าสุดยอดจริง ๆ เย่โต่วตอนนั้นก็ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ช่วยประหยัดแรงพวกข้าไปได้ตั้งหลายวัน ต้องเกี่ยวข้าวอีกหลายหาบก็ไม่กลัว”
……
จูอู่โอ้อวดสิ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้มาใหม่อย่างทนรอไม่ไหว รีบสรุปข้อดีของคันไถนาก้านโค้งออกมาเป็นข้อ ๆ ให้พวกเขาฟัง
ตอนท้ายยังเสริมอีกว่า “ของสิ่งนี้ใช้งานดีหรือไม่ ต้องลงนาก่อนจึงจะรู้ได้ พอดีเลย ที่ดินบางส่วนของบ้านข้ายังไม่ได้ไถ พวกเจ้าก็ไปลองใช้สักหน่อยสิ”
ในไม่ช้า ขบวนคนยาวเหยียดก็แห่กันมาถึงทุ่งนา
คนในหมู่บ้านเห็นพี่น้องสกุลจูเอาเสื่อที่คลุมไว้ออก ข้างในเผยให้เห็นคันไถนาที่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกับแบบที่ใช้กันทั่วไปสักเท่าไหร่
พวกเขาไม่ใช้ควาย จูอู่ยืนอยู่ข้างหน้า ให้จูซานยืนอยู่ข้างหลัง เดินตามหลังเขาไป
คนที่เคยทำนามาก่อนล้วนทราบว่าถ้าไม่มีควายก็ทำนาไม่ได้ ต่อให้มีคันไถ แต่ถ้าไม่มีควาย คนก็ลากคันไถไม่ไหวอยู่ดี
ทว่าภาพที่ทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจได้ปรากฏขึ้นต่อหน้า แม้จูอู่จะเคลื่อนไหวอย่างกินแรงอยู่บ้าง แต่ก็ยังลากคันไถไปได้?!
“ขยับแล้ว ๆ พวกเจ้าดูสิ ขยับแล้ว”
“สวรรค์!”
เสียงอุทานดังขึ้นเซ็งแซ่ คนทั้งหลายต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ
แน่นอนว่าจุดเด่นของคันไถนาก้านโค้งไม่ใช่ว่ามันสามารถตัดควายออกไปจากการใช้งานได้ ในทางปฏิบัติ คิดจะอาศัยแรงคนในการไถนาสิ้นเปลืองแรงงานยิ่งนัก แต่เมื่อเทียบกับคันไถนาก้านตรงแล้ว มันสามารถประหยัดแรงได้มากกว่า
เมื่อถึงบริเวณที่ต้องเลี้ยว จูอู่บอกให้จูซานไม่ต้องหยุด แต่ให้เดินตามเขาต่อไป
ปกติเวลาจะทำให้คันไถก้านตรงเลี้ยวโค้งนั้นยากพอสมควร มีบางคันใช้งานได้ไม่ค่อยดี ต้องโหมออกแรงเลี้ยว แต่ดูจากท่าทางการตีวงโค้งของจูอู่ดูเหมือนเดินไปตามปกติ
“โห เขาทำแค่นั้นก็เลี้ยวแล้ว?! จะง่ายเกินไปแล้วกระมัง”
“ไม่ได้การ ข้าขอลองหน่อย”
แค่มองการสาธิตไปรอบเดียวก็มีคนคันไม้คันมือกันแล้ว ไม่สนใจแล้วว่าอาศัยแรงคนในการลากจะเปลืองแรงหรือไม่ คิดแต่จะลองใช้งานท่าเดียว
พี่น้องสกุลจูย่อมไม่ให้ลองอยู่แล้ว พวกเขายังลองใช้งานกันได้ไม่ครบทุกคน แล้วจะให้คนนอกมาใช้ก่อนได้อย่างไร?
จูต้า จูเอ้อร์ และจูซื่อยังเรียงแถวรอกันอยู่ตรงนั้น คนหนึ่งยืนหัว คนหนึ่งยืนท้าย ต่างก็ลองใช้งานกันคนละรอบ
ยามนั้น จูซื่อหู่กับจูอู่จ้วงก็อยู่ในฝูงชนด้วย พลางเบิกตาโตมองญาติพี่น้องของพวกเขาสาละวนทำงานในนา
พวกเขายากจะเชื่อจริง ๆ เชียว การเก็บเกี่ยวเพิ่งจะแล้วเสร็จไปได้ไม่นาน ท่านป้าที่มีชื่อลือกระฉ่อนท่านนั้นกลับทำของอย่างหนึ่งออกมาอีกแล้ว?
“พี่น้องสกุลจู พวกเจ้าลองเสร็จแล้วก็ให้พวกข้าลองบ้างสิ”
“ใช่แล้ว ๆ ให้พวกเราลองด้วย”
คนในหมู่บ้านที่ยืนอยู่รอบ ๆ มีท่าทางกระเหี้ยนกระหืออยากจะลองใช้งานด้วย
จูอู่ทราบดีว่าคันไถก้านโค้งที่บ้านตนเองทำออกมานั้นก็เพื่อจะนำไปขาย สุดท้ายต้องให้พวกเขาทดลองใช้งาน ดังนั้นเขาจึงเจรจากับพี่สาม ด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เหตุผลที่พวกเขาทำกันเอิกเกริกเช่นนี้ก็เพื่อจะดึงดูดความสนใจจากคนอื่น ๆ นั่นเอง
เขาได้รับสายตาจากพี่สาม ครั้นเห็นว่าพอสมควรแล้วจึงยอมหลีกทางให้ทุกคนเข้าแถวลองใช้งานแต่โดยดี
จูซื่อหู่กับจูอู่จ้วงก็คันไม้คันมือ คิดถึงว่าทั้งสองบ้านก็ฟื้นฟูการไปมาหาสู่กันแล้วจึงลุกยืนขึ้นมา “คือว่า…คือว่า…”
แต่เพราะตื่นเต้นเกินไปจึงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“พวกเจ้าก็อยากจะเอาด้วย?” จูอู่ย่อมรู้จักญาติพี่น้องสองคนนี้อยู่แล้ว จึงมองประเมินแล้วถามขึ้นมา
จูซื่อหู่กับจูอู่จ้วงพยักหน้าแรง ๆ
“ได้ เห็นแก่หน้าพวกเจ้าที่เป็นญาติพี่น้องของข้า งั้นพวกเจ้าก็ลองก่อนเถอะ” จูอู่หันไปกล่าวกับทุกคน “พวกท่านคงไม่ถือสากระมัง?”
“ไม่ ๆ พวกเขาเป็นญาติของเจ้า แต่คนต่อไปให้เป็นข้าได้ไหม? เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านอาอยู่นี่”
ชายตัวโตผู้นั้นกล่าวจบ คนข้าง ๆ ก็ผลักเขาเบา ๆ “ฮ่าฮ่าฮ่า…เรียกเจ้าว่าท่านอา? พวกเขาก็เรียกข้าว่าท่านอาเหมือนกันนี่นา? ทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ มีใครบ้างไม่ใช่ท่านอาท่านลุง? เรียงลำดับแบบนี้ไม่ได้หรอก”
ไม่จำเป็นต้องให้จูอู่ลงมือเอง คนทั้งกลุ่มก็เริ่มถกเถียงเรียงลำดับกันเองแล้ว
ทั่วทั้งหมู่บ้านสกุลจูมีอยู่เพียงไม่กี่สิบครอบครัว ครอบครัวเหล่านั้นมักเป็นญาติกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะนับญาติฝั่งบิดาหรือนับญาติฝั่งมารดาล้วนสามารถเรียงลำดับออกมาได้
ถ้าเรียงไม่ได้จริง ๆ ก็ว่ากันตามอาวุโส
“ดีจริง ๆ เจ้านี่ช่วยทุ่นแรงได้”
“เทียบกับแบบเดิมแล้วประหยัดแรงได้แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเจ้านี่ราคาเท่าไหร่”
“คงแพงกว่าแบบเก่าเป็นแน่”
เมื่อถกเรื่องราคาขึ้นมาก็มีคนเริ่มถอดใจไปไม่น้อย
ทุกคนล้วนลำบาก คันไถก้านตรงก็ใช่ว่าจะใช้งานไม่ได้แล้วสักหน่อย เว้นเสียแต่ฐานะครอบครัวจะอำนวย มิเช่นนั้นก็ไม่อาจ ‘ทิ้งของเก่าซื้อของใหม่’ ได้จริง ๆ ในช่วงเวลานี้ต้องรัดเข็มขัด ประหยัดอะไรได้ก็ประหยัดอันนั้น
แน่นอนว่าครอบครัวของเจ้าหน้าที่ทางการย่อมสามารถซื้ออันใหม่มาใช้งานได้ไม่มีปัญหา จูเหล่าโถวที่มีพี่น้องมากก็รวบรวมเงินมาซื้ออันใหม่สักอัน ถึงคราวที่ต้องใช้ก็ผลัดเวียนกันใช้งานก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน
“นี่มีอะไรต้องกลัว ถึงตอนนั้นในหมู่บ้านของพวกเราถ้ามีใครซื้อมา ก็ลองปรึกษากับคนผู้นั้นดูสักหน่อยว่าตอนไหนจะขอ ‘เช่า’ ไปใช้งานก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?” ตอนที่หารือกับไฉหงก็พูดถึงเรื่อง ‘การเช่าสำหรับใช้งาน’ เอาไว้แล้ว จูอู่จึงเสนอขึ้นมาโดยไม่ลังเล
ทุกคนฟังแล้วก็รู้สึกว่าวิธีการนี้ไม่เลวเลย
เจ้าลองสักนิด ข้าลองสักหน่อย ภายใต้แสงแดดจ้า ชั่วเวลายามบ่าย ที่ดินผืนนั้นก็ถูกทุกคนช่วยกันไถจนเสร็จ
ส่วนคนที่ได้ข่าวแล้วมาถึงช้า แม้กระทั่งโอกาสจะลองใช้งานยังไม่มี จึงได้แต่ฟังคนอื่น ‘คุยโว’ เท่านั้น
ตอนเย็นวันเดียวกัน คนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นฮว๋ายเก่าแก่ของหมู่บ้านสกุลจูและมีหัวข้อสนทนาใหม่
คนที่ไม่ได้ลองใช้งานจำนวนหนึ่งฟังคนที่ได้ลองใช้งานโม้ให้ฟังก็อิจฉายิ่งนัก
“ฮึ ๆ ให้พวกเจ้าออกมาด้วยก็ไม่ออกมา ยังบ่นว่าแดดแรง อดเห็นเลยล่ะสิ?” คนที่มีอะไรให้โม้กำลังครึ้มอกครึ้มใจ รู้สึกว่าตนเองยอดเยี่ยมมาก
เวลานั้น ในกลุ่มสตรีที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งมีคนกระซิบว่า “นี่ พวกเจ้าได้ยินเรื่องนั้นกันหรือยัง?”
“เรื่องอะไร?” คนข้าง ๆ หูผึ่งทันที
“ก็เรื่องนั้นอย่างไรเล่า เรื่องของจูเหล่าโถวกับแม่ม่ายฉินผู้นั้นไง”
มีคนเคยได้ยินแล้ว แต่บางคนยังไม่เคยได้ยินก็รีบถามว่ามีเรื่องอะไรกัน
คนผู้นั้นกำลังตาร้อน อิจฉาที่ครอบครัวสกุลจูได้ใช้งานคันไถแบบใหม่ จึงหันไปยินดีในโชคร้ายของผู้อื่นที่เกิดเรื่อง ‘ชวนระคายหู’ ขึ้นในสกุลจู
เฮอะ! ผู้ใดให้พักนี้ครอบครัวสกุลจูมีอะไรโผล่ออกมาไม่หยุดล่ะ เดี๋ยวก็เย่โต่ว เดี๋ยวก็ขายปลา เดี๋ยวก็ขายเต้าหู้ ตอนนี้ยังมีคันไถนาก้านโค้งอะไรนี่อีก จะเชิดหน้าชูคอเกินไปแล้วกระมัง?
นางอยากให้ครอบครัวสกุลจูเกิดเรื่องทำนองนี้เยอะ ๆ ยิ่งดี จิตใจนางจะได้สงบลงบ้าง
“ข้าก็ได้ยินมาอีกทีเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ พวกเจ้าอย่าเอาไปพูดส่งเดชเชียวนะ ถ้าจะทำแบบนั้นข้าไม่พูดดีกว่า”
“โธ่เอ๋ย ท่านอา พวกข้าเป็นคนอย่างไร ท่านยังไม่รู้อีกหรือ? รีบพูดมาเถอะ รับรองว่าถ้าเข้าหูพวกข้ามาแล้ว ไม่มีทางหลุดออกไปแน่นอน”
“ก็ได้ งั้นข้าจะพูด”
…..