ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 131 เรื่องระคายหู
บทที่ 131 เรื่องระคายหู
เมื่อหลี่ซื่อได้ยินเรื่องนี้จากปากผู้อื่นก็ร้อนใจยิ่งนัก
นางคิดไม่ถึงเลยว่าครอบครัวอุตส่าห์มีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว พ่อสามีกลับมาทำเรื่องพรรค์นี้?!
สวรรค์ทรงโปรด ถ้าแม่สามีรู้เรื่อง ฟ้าจะไม่พลิกคว่ำไปเลยเรอะ?!
“เจ้าอย่าพูดเชียวว่าข้าเป็นคนบอก ข้าไม่ยอมรับหรอกนะ” ภรรยาของจูหย่งหนิงไม่ลืมกำชับหลี่ซื่อ หลังจากนี้ต่อให้ตีนางให้ตายก็ไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเรื่องนี้ตนเองเป็นคนพูด
หลี่ซื่อไม่มีกะจิตกะใจมาสนว่าอีกฝ่ายพูดอะไรแล้ว นางผงกศีรษะ “เจ้าวางใจ ข้าไม่มีทางพูดออกไปแน่”
นางหันหลังตรงกลับเรือนทันที
พักหลังมานี้แม่สามีไม่ชอบให้นางออกมาข้างนอก เช้าวันนี้ไม่ง่ายเลยกว่านางจะสบช่องอาศัยช่วงที่แม่สามีไม่อยู่ออกมาเที่ยวเตร่ นางนึกดีใจที่ตนเองออกมาได้ ถ้าไม่ออกมาแล้วจะได้ยินข่าวใหญ่แบบนี้หรือ?
นี่เป็นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายเชียวนะ!
“เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีดขนาดนั้น?”
ไม่คาดว่าเพิ่งเข้าประตูมาก็เจอแม่สามีกำลังพลิกปลาตากแห้งในลานเรือนอยู่พอดี แม่สามีเห็นนางก็ยังถามไถ่อย่างเป็นห่วง
หลี่ซื่อเศร้าใจยิ่งนัก “ท่านแม่…”
นางก้าวเท้าถี่ ๆ เข้ามาหา
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าสงสัย “เจ้าคงไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหม?”
โทษไม่ได้ที่นางจะคิดมาก หลี่ซื่อผู้นี้ทำให้คนไม่อาจวางใจได้เลยจริง ๆ อย่าเห็นว่าปกตินางปากหวาน ทำอะไรฉับไวคล่องแคล่ว แต่ก็ถือว่าขยันสร้างเรื่องไม่น้อย
ทั้งเป็นพวกปากไว ฉลาดแกมโกง แต่บางครั้งก็ทำเรื่องโง่เขลา จัดอยู่ในประเภทที่ชวนให้คนแค้นใจที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า[1] โดยแท้
“ท่านแม่ มีเรื่อง แต่ไม่ใช่ข้าเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อลอบมองสีหน้าแม่สามี
“แล้วเป็นใคร?”
“ท่านแม่ วันนี้อารมณ์ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
“…” เย่อวี๋หรานไร้คำพูด “เจ้ามีอะไรก็พูดมา?”
“ข้าก็อยากจะพูดออกมาตรง ๆ นะเจ้าคะ แต่ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่เจ้าค่ะ” หลี่ซื่อเอ่ยเสียงค่อย
“ท่านแม่ นี่ไม่อาจโทษข้า ท่านลองคิดดู เรื่องพี่สามก่อนหน้านี้ข้าก็เป็นคนสืบข่าวมาได้ไม่ใช่หรือ? ข้า…ข้ากลัวว่าท่านจะโมโห”
เย่อวี๋หรานนึกถึงพวกลูกสะใภ้ ภรรยาเจ้าใหญ่รู้จักแต่ก้มหน้าทำงาน ภรรยาเจ้ารองมักคิดเล็กคิดน้อย แต่ก็ไม่กล้ามาพูดกับนาง ส่วนภรรยาเจ้าห้ายังอยู่ใน ‘ช่วงเฝ้าสังเกตความประพฤติ’ ต่อให้มีเรื่องก็ไม่กล้าหาเรื่อง ตกลงแล้วเป็นเรื่องของใครกันแน่?
“เจ้าสบายใจได้ ข้าไม่โมโหจนกระอักตายหรอก พูดมาเถอะ”
“ท่านแม่ ข้าต้องพูดให้ชัดเจนก่อน เรื่องนี้ข้าไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ข้าแค่ได้ยินคนอื่นพูดมาอีกที ข้าได้ยินว่าเรื่องนี้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านแล้ว คนไม่น้อยต่างก็แอบพูดถึงกันอยู่” หลี่ซื่อสังเกตสีหน้าของแม่สามีพลางกล่าวเสียงเบา “ช่วงนี้ครอบครัวพวกเราโดดเด่นเกินหน้าเกินตา พวกเขาอยากให้พวกเรามีเรื่องใจจะขาด ดังนั้นพอเกิดเรื่องขึ้นจึงลือไปทั่ว”
“หยุดอ้อมค้อมได้แล้ว เข้าเรื่องสักที” เห็นท่าทางลำบากใจยิ่งยวดของหลี่ซื่อ เย่อวี๋หรานก็พอเดาได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเล็กไปกว่าเรื่องของเจ้าสาม มิเช่นนั้นนางคงจะไม่ระมัดระวังขนาดนี้
ย้อนมาได้ครึ่งปีแล้วกระมัง?
ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่เรื่อง เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าตนเองเป็นเจ้าแม่แห่งความวุ่นวาย สวมจิตวิญญาณโคนันหรือสวรรค์ส่งนางมาเพื่อแก้ไขปัญหากันแน่
เรื่องหนึ่งเพิ่งจบไปไม่ทันไรเรื่องใหม่ก็มา แน่ใจหรือว่านางที่เป็นคนธรรมดาจะรับมือไหว?
(สวรรค์ตอบว่า ไม่ใช่ เจ้าเป็นลูกรักของข้า เอาอยู่แน่นอน! )
“ท่านแม่ ในหมู่บ้านพวกเรามีแม่ม่ายอยู่คนหนึ่ง แซ่ฉิน ท่านคงจำได้กระมัง?” หลี่ซื่อเอ่ยอย่างระมัดระวัง
“แม่ม่ายฉิน?” เย่อวี๋หรานค้นพบจากในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมว่าเป็นสาวใหญ่ที่อายุน้อยกว่าเจ้าของร่างเดิมหลายปี สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว กล่าวกันว่ามีความสัมพันธ์คลุมเครือกับผู้ชายหลายคนในหมู่บ้าน พลันบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา “ในครอบครัวเรามีใครไปสานสัมพันธ์กับนาง?”
“เอ้อ…ท่านแม่ ท่านทายแม่นจริง ๆ” หลี่ซื่อมีสีหน้าพิพักพิพ่วน
แค่นึกถึงคนที่อายุประมาณกัน เย่อวี๋หรานก็มีคำตอบในใจแล้ว “วันนี้พ่อสามีของเจ้าไปไหน?”
หลี่ซื่อยิ่งกระอักกระอ่วนกว่าเดิม “ไม่รู้เจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านพ่อออกไปข้างนอกบ่อย ๆ พวกเราที่เป็นลูกสะใภ้ไม่สะดวกจะไปจับตามอง แต่ว่าตอนนี้เกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ท่านพ่อว่างมากจึงออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอก ครึ่งค่อนวันไม่กลับมาก็เป็นเรื่องปกติ…”
ทว่าเมื่อพูดถึงท่อนหลังกลับดูขาดความมั่นใจอยู่บ้าง
ถึงจะไม่พูดว่าพ่อสามีไปหาแม่ม่ายฉิน แต่ก็ใกล้เคียงแล้ว
“เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว เจ้าน่าจะคลอดเร็ว ๆ นี้ เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเก็บมาคิดมาก ข้าไม่อยากอุ้มหลานที่ดึงดูดปัญหาหรอกนะ” เย่อวี๋หรานจะไม่รู้ได้อย่างไร หลี่ซื่อได้ยินข่าวแบบนี้มาได้จะต้องออกไปข้างนอกมาแล้วแน่นอน
นางไม่รังเกียจที่หลี่ซื่อเรื่องเยอะ แต่หลี่ซื่อเป็นคนสะเพร่าเกินไป จวนคลอดอยู่แล้วยังจะเพ่นพ่านไปทั่ว ถ้าหากไปคลอดลูกอยู่ข้างนอก แล้วยังไม่อยากให้คนมาเห็น ถึงตอนนั้นคนที่ลำบากก็คือหลี่ซื่อเองไม่ใช่หรือ?
คนที่จะเป็นมารดาอยู่รอมร่อยังไม่รู้จักหนักเบา นางจะวางใจได้อย่างไร?
หลี่ซื่อสีหน้าจืดเจื่อน “ท่านแม่ ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ถ้านางไม่ออกไปข้างนอกแล้วจะรู้ข่าวนี้งั้นหรือ?
แน่นอน นางย่อมไม่กล้าพูดออกไปต่อหน้าแม่สามีเช่นนี้ กลัวว่าจะถูกสวดเอาได้
“อย่ามาไม่พอใจ เจ้าก็รู้ว่าช่วงนี้ครอบครัวเราเป็นศูนย์กลางความสนใจ จะต้องมีคนตาร้อนอยากให้ครอบครัวเราเกิดเรื่องแน่นอน ถ้าเกิดเรื่องกับเจ้าข้างนอก แล้วมีคนมีจิตคิดร้าย เห็นแต่ทำเป็นมองไม่เห็น แล้วใครจะช่วยเจ้า?” เย่อวี๋หรานพูด “หลังจากเจ้าคลอดแล้ว เจ้าอยากไปไหนก็ไป ข้าไม่ไปกะเกณฑ์เจ้าหรอก”
“ท่านแม่ ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านวางใจได้ ข้าจะระวังให้ดี ถ้าใกล้จะคลอดแล้ว ข้าไม่ออกไปไหนส่งเดชแน่นอน” ได้ยินแม่สามีพูดว่ากลัวตนเองไปคลอดเด็กข้างนอก หลี่ซื่อก็รีบเอ่ยคำพูดดี ๆ เอาอกเอาใจแม่สามีทันที
ไม่ว่าหลี่ซื่อจะได้ยินข่าวลือพวกนี้มาจากที่ไหน เย่อวี๋หรานก็ฟังใส่ใจอยู่ไม่มากก็น้อย
นางไม่สนว่าจูเหล่าโถวจะมีใครอยู่ข้างนอก แต่สิ่งที่นางค่อนข้างกังวลใจก็คือ ถ้าจูเหล่าโถวเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้นมาจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ปัจจุบันของครอบครัวสกุลจูหรือไม่
เห็นอยู่กับตาว่าความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นแล้วเล็กน้อย นางไม่หวังให้เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมาในเวลานี้
รอจนถึงตอนที่นางจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจูเหล่าโถวจะต้องการหย่าเพื่อแต่งใหม่ หรืออยากรับอนุภรรยา นางก็จะไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย
หลังจากใคร่ครวญสักพัก เย่อวี๋หรานก็เรียกจูซานมาหาแล้วสั่งความข้างหูเขาอย่างละเอียด
จูซานเบิกตาโต “เป็นไปไม่ได้ ท่านแม่ ท่านต้องเชื่อใจท่านพ่อนะขอรับ ท่านพ่อไม่ใช่คนแบบนี้ ท่านพ่ออยู่กับท่านมานานขนาดนี้ ถ้าจะออกนอกลู่นอกทางก็คงเป็นไปนานแล้ว ไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก แม่ม่ายฉินเป็นคนอย่างไรกัน นางเป็นผู้หญิงสำส่อน ในหมู่บ้านสกุลจูมีใครไม่รู้บ้าง? ลูกชายของนางทะเลาะกันใหญ่โตกับนางก็เพราะเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีที่อื่นให้อยู่ก็ไม่อยากจะอยู่ร่วมชายคากับนางด้วยซ้ำ”
“ข้าไม่ได้พูดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเสียหน่อย ข้าแค่คิดว่าถ้าเจ้ามีเวลาก็ช่วยจับตาดูหน่อยว่าพ่อเจ้าไปเตร็ดเตร่ที่ไหน ไร้ลมไม่เกิดคลื่น แมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไร้รอยแตก[2] สุดท้ายแล้วพวกเราย่อมรู้เองว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ไม่อาจปล่อยให้คนลือกันส่งเดช ไม่อย่างนั้นต่อไปพวกเจ้าพี่น้องจะวางตัวอย่างไร? ถ้าถูกสาดน้ำครำพวกนี้ใส่ เจ้าคิดว่าวันข้างหน้าเจ้าเจ็ดกับหลานชายของเจ้ายังจะเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้หรือ?” เย่อวี๋หรานบอกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เรื่องชื่อเสียงพวกนี้ไม่มีผลกระทบใหญ่โตต่อชาวนาชนบทที่พึ่งพาฟ้าฝนเลี้ยงชีพ แต่ถ้าคิดจะเดินไปบนทางสายบัณฑิตที่ทำนาด้วย ย่อมส่งผลกระทบมากกว่า
แม้ตอนนี้จะใช้ระบบสอบคัดเลือก (เคอจวี่) แต่ก็พิถีพิถันเรื่อง ‘คุณธรรมเฉพาะบุคคล (จวี่เสี้ยวเหลียน) [3]’ ด้วยเช่นกัน ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและคุณธรรมของบัณฑิตอย่างมาก ไม่อนุญาตให้บัณฑิตมีรอยด่างพร้อยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ นางให้จูซานอย่ากระโตกกระตาก ดีที่สุดคือคลี่คลายเรื่องนี้ลงอย่างเงียบ ๆ
นางถึงขั้นพูดว่า “ต่อให้พ่อเจ้าหวั่นไหวแล้วจริง ๆ หากอยากรับอนุภรรยาก็บอกให้เขารอก่อน รอให้ผ่านไปอีกหลายปีเมื่อครอบครัวมีบัณฑิตแล้วค่อยว่ากันอีกที”
[1] แค้นใจที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า 恨铁不成钢 หมายถึง คนที่เราเอาใจช่วยอยากให้ประสบความสำเร็จ แต่กลับไม่ได้ดีอย่างที่หวัง จึงทำให้เราทั้งเสียดายและเสียใจ
[2] ไร้ลมไม่เกิดคลื่น 无风不起浪 หมายถึง ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุ
แมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไร้รอยแตก 苍蝇不叮无缝的蛋 อุปมาว่าถ้าตนเองไม่มีข้อบกพร่อง คนอื่นก็จะไม่สบช่องมาเอาเปรียบ
[3] จวี่เสี้ยวเหลียน 举孝廉 หมายถึง การเสนอชื่อผู้ถึงพร้อมด้วยความกตัญญูและมีคุณธรรม ชื่อเสียงใสสะอาด เป็นระบบคัดเลือกคนที่จะมาเป็นขุนนางในสมัยก่อนที่จะมีระบบสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ (เคอจวี่ 科举)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
R8C3Z83A
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ