ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 238 หน้าไม่อาย
บทที่ 238 หน้าไม่อาย
“อืม! เจ้าทำอาหารเย็นเสร็จแล้วหรือจึงมาคุยกันอยู่ตรงนี้?” เย่อวี๋หรานรู้สึกอ่อนใจต่อคนที่ไม่รู้จักหลาบจำผู้นี้เสียจริง ๆ
เพิ่งจะถูกสั่งสอนเรื่องยาเร่งการตั้งครรภ์ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็เริ่มนั่งไม่ติดกลับมาก่อปัญหาลับหลังอีกแล้ว
“ท่านแม่ ทำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ รอท่านกลับมาค่อยทำอาหารจานหลัก…”
“เจ้าทำเถอะ ข้ายุ่งมาทั้งวัน ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว” เย่อวี๋หรานสั่งว่ามื้อเย็นจะกินอะไร จากนั้นก็ไล่ให้หลิวซื่อไปทำงาน
หลิ่วซื่อก้มหน้าทำงานของตัวเองไปอย่างเงียบ ๆ
เย่อวี๋หรานเห็นนางไม่แม้แต่จะอธิบายก็ถอนหายใจ “เจ้าก็อยู่ว่างไปก่อนสักหลายวัน เมียเจ้าสี่กำลังตามเรื่องแม่หมูตัวหนึ่งอยู่ รอลูกหมูทางนั้นครบเดือนแล้ว พวกเราค่อยอุ้มกลับมา”
“ปีนี้ข้าอยากเลี้ยงหมูสองตัว ถึงตอนนั้นเจ้าคนเดียวอาจเลี้ยงไม่ไหว ข้าจะให้เมียเจ้ารองมาช่วยเจ้า”
เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดถึงต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
พูดมากเพียงไหนก็ไม่วางใจเท่ากับได้เห็นด้วยตาตัวเอง
สำนักศึกษาของสกุลเสินมีวันหยุด ทุกสิบวันมีวันหยุดพักผ่อนสองวัน ถึงตอนนั้นจูซานพาพวกเขากลับมา เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองก็สบายใจได้แล้ว
“ท่านแม่ ข้าสืบมาแล้วเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานเพิ่งนั่งลงดื่มน้ำได้ไม่เท่าไหร่ หลี่ซื่อก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าลึกลับ
“เจ้าสืบมาได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”
“ท่านแม่ ข้าบอกท่านเลยว่าเรื่องนี้มีสีสันจริง ๆ เจ้าค่ะ” หลี่ซื่อมีท่าทางคันปากอยากเล่า จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องที่ไปสืบมาได้ให้เย่อวี๋หรานฟัง
เมื่อนางเอ่ยชื่อหลิวต้าซุ่นกับหลินต้าเม่ย เย่อวี๋หรานค่อยนึกเรื่องที่เกิดขึ้นตอนงานวัดเทศกาลหยวนเซียวขึ้นมาได้
หลังจากเกิดเรื่องขึ้นในวันนั้น นางก็บอกให้หลี่ซื่อไปสืบข่าว
เพียงแต่หลังจากนั้นก็มีเรื่องเข้าศึกษาของจูชีและเรื่องไถนาเตรียมการเพาะปลูก ทางด้านหลี่ซื่อก็หาได้มีความเคลื่อนไหวอันใด พอยุ่งขึ้นมานางจึงลืมไปเสียสนิท
เรื่องนี้มีสีสันไม่ธรรมดาดังที่หลี่ซื่อว่าไว้จริง ๆ
วันนั้นหลิวต้าซุ่นเพิ่งบอกพวกนางว่าตนเองกับสตรีผู้นั้นไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ผ่านไปไม่กี่วัน เรื่องที่เขากับสตรีผู้นั้นเข้าป่าไปด้วยกันก็ถูกหลินต้าเม่ยจับได้คาหนังคาเขา
แต่หลินต้าเม่ยคลอดลูกสาวติดต่อกันสามคน เดิมทีก็ไม่ได้มีความมั่นใจอะไรอยู่แล้ว อีกทั้งหลินหมู่ยังเสียชีวิต ทางบ้านมารดาก็ไม่เหลือใคร
ด้วยเหตุนี้ หลังจากจับได้ก็ไม่โวยวาย หลินต้าเม่ยเพียงเรียกร้องให้หลิวต้าซุ่นตัดขาดกับสตรีผู้นั้น
“ขอแค่เจ้าตัดขาดกับหญิงชั้นต่ำคนนี้ ข้าก็จะไม่พูด”
หลินต้าเม่ยเพิ่งกล่าวจบ หม่าซานเหนียงก็ปราดเข้ามาตบนางหนึ่งฉาด “พูดจาดี ๆ หน่อย ผู้ใดคือหญิงชั้นต่ำ? ถ้าจะมีใครชั้นต่ำก็คือเจ้านั่นแหละ”
“เจ้ากล้าตบข้า?!” หลินต้าเม่ยกุมหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ข้าตบเจ้าแล้วจะทำไม? ข้าตบเจ้านั่นแหละ กล้ามาด่าข้า คิดว่าข้าเป็นกระดาษ ใครอยากขยำขยี้อย่างไรก็ได้งั้นเรอะ? ฝันสวยไปแล้ว!” หม่าซานเหนียงถ่มน้ำลาย “ถุย!”
“หม่าซานเหนียง! เจ้าทำเกินไปแล้วนะ!” หลินต้าเม่ยโมโหจนเข่นเขี้ยว
จากนั้นทั้งสองคนก็กระโจนเข้าตบตีกันทันที
*
*
หลี่ซื่อบรรยายฉากอันดุเดือดนั้น แล้วกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ไอ้หยา มารดามันเถอะ หม่าซานเหนียงผู้นั้นนิสัยอย่างไร ท่านแม่ก็รู้นี่เจ้าคะ นางกล้าตีกับน้องสะใภ้ห้าในงานวัดคราวนั้นยังจะนิสัยดีอยู่อีกหรือ?”
“คราวนี้ก็เหมือนกัน ถูกจับได้อย่างจังขนาดนั้น นางก็ยังไม่เห็นหลินต้าเม่ยอยู่ในสายตา ตบตีกับหลินต้าเม่ยอุตลุด”
“ฉากนั้นต้องเรียกว่าดุเดือดเลือดพล่านเลยทีเดียว”
กล่าวกันว่า คนหนึ่งทึ้งผมอีกคน อีกคนข่วนหน้าอีกฝ่ายจนลายพร้อย คนหนึ่งก็ฉีกทึ้งเสื้อผ้า แม้แต่เสื้อชั้นในก็โผล่ออกมาให้เห็นแล้ว
เย่อวี๋หราน “…”
ไม่ว่าอย่างไรหลินต้าเม่ยก็เป็นพี่สาวคนโตของหลินซื่อ เจ้าแสดงท่าทางเช่นนี้ออกจะทำเกินไปหรือไม่?
แต่เย่อวี๋หรานก็หาได้ทักท้วงหลี่ซื่อ และยังคงปล่อยให้นางเล่าต่อไป
*
*
แม้จะเป็นสตรีที่เคยชินกับการทำงานหนักกันทั้งคู่ แต่หลินต้าเม่ยที่ไม่มีฐานะอันใดในเรือน ทั้งยังได้กินไม่อิ่มท้องย่อมมีเรี่ยวแรงไม่สู้หม่าซานเหนียงอยู่แล้ว ในไม่ช้าก็ถูกหม่าซานเหนียงกดไว้ใต้ร่าง ตบตีอย่างหนักหน่วง
หลินต้าเม่ยกรีดร้อง “ช่วยด้วย!”
“หลิวต้าซุ่น ช่วยข้าเร็วเข้า!”
“หลิวต้าซุ่น เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่ ข้าเป็นเมียเจ้านะ”
……
หลินต้าเม่ยตะโกน ขณะที่หม่าซานเหนียงประกาศกร้าว “หลิวต้าซุ่น ถ้าเจ้ากล้าช่วยนาง ข้าก็จะตัดขาดกับเจ้า ข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้านะ”
หลิวต้าซุ่นเก่งกาจแค่ตอนอยู่ในเรือน เขามองคนนั้นที มองคนนี้ที ไม่กล้าช่วยใครสักคน
สิ่งที่ชวนให้คนรู้สึกจิตใจเย็นเยียบก็คือ ถึงตอนท้ายเขายังพูดว่า “ต้าเม่ยเอ๊ย ซานเหนียงอารมณ์ร้าย เจ้าก็ยอมให้นางหน่อยเถอะ…”
หลินต้าเม่ยร้องไห้โฮ ไม่รู้ว่าร้องเพราะถูกหม่าซานเหนียงตี หรือร้องเพราะถูกคำพูดของหลิวต้าซุ่นทำร้ายจิตใจ
ผู้คนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทางนี้จึงรุดมาชมดู
“อะไรกัน? ทำไมพวกเจ้าสองคนตีกันเสียแล้ว?”
“หลิวต้าซุ่น เจ้าก็จริง ๆ เลย เมียเจ้าตีกับคนอื่น เจ้าก็ไม่รู้จักห้าม”
……
มีแม่เฒ่าผู้หวังดีเข้ามาช่วยแยกหม่าซานเหนียงกับหลินต้าเม่ยออกจากกัน
ตอนที่แยกจากกัน ทั้งสองก็ยังไม่มีใครยอมใคร ดึงทึ้งกันอีกยก เสื้อผ้าที่เดิมทีก็เผยอยู่แล้วจึงพลันแบะออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นในที่อยู่ด้านใน
คราวนี้ดีนัก ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่รุดมาดูเพราะได้ยินเสียงความวุ่นวายก็พลันได้กินเต้าหู้ทางสายตา (อาหารตา) กันถ้วนหน้า
โอ้โห หม่าซานเหนียงมีเนื้อมีนวลดีจริง ๆ!
หลิวต้าซุ่นจะอาภัพไปไหน เมียเขาผอมเกินไปแล้วกระมัง? ตรงทรวงอกไม่อิ่มเอิบเหมือนหม่าซานเหนียงเลยสักนิด
“มองอันใด? หน้าไม่อาย!” หม่าซานเหนียงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว ด่าพลางกุมเสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้
หลินต้าเม่ยรีบร้อนขยุ้มเสื้อผ้าของตัวเอง อับอายจนก้มหน้าลงต่ำแล้วต่ำอีก
“พวกเจ้าสองคนเป็นอะไรไป? มาตีกันตอนกลางวันแสก ๆ ทำไม?” แม่เฒ่าผู้ปรารถนาดีกระแอมเสียงเบา เตือนคนรอบข้างว่าอย่าล้ำเส้นเกินไปนัก
แต่นางก็ไม่ลืมว่าพวกเขามาทางนี้ด้วยสาเหตุใด
หลินต้าเม่ยมองหลิวต้าซุ่น อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่นานก็พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“ยังจะเป็นอะไรไปได้? หญิงผู้นี้คบชู้สู่ชาย แล้วถูกข้ากับสามีของนางจับได้พอดีน่ะสิ” หม่าซานเหนียงใจกระตุกวูบ กลัวว่าหลินต้าเม่ยจะพูดอะไรออกมา จึงชิงเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
หลินต้าเม่ยเบิกตาโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจ้าว่าอะไรนะ?!”
“ข้าพูดอะไร? ข้าพูดผิดไปงั้นหรือ? ถ้าเจ้าไม่ได้คบชู้ แล้วเจ้าจะตีกันกับข้างั้นหรือ?” หม่าซานเหนียงถลึงตาใส่นางอย่างดุร้าย เสียงดังยิ่งนัก “ก็เพราะกลัวว่าข้ากับหลิวต้าซุ่นจะจับผู้ชายคนนั้นได้ เลยจงใจฟัดกับข้าถ่วงเวลาอย่างไรเล่า”
“หลิวต้าซุ่น เจ้าพูดมาสิ” หลินต้าเม่ยคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด สายตาตวัดไปหาหลิวต้าซุ่น
แต่หม่าซานเหนียงจะปล่อยให้นางขอความช่วยเหลือได้สำเร็จงั้นหรือ?
นางสาวเท้ามาบังสายตาของหลินต้าเม่ย ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง “ร่ำร้องอันใด? หลิวต้าซุ่นเป็นสามีเจ้า เจ้าร้องแบบนี้ เขาก็ต้องปกป้องเจ้าอยู่แล้ว เจ้าควรมาถามคนนอกอย่างข้านี่ ข้ากับเจ้าไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีทางจะโกหกใคร ความจริงเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ข้าไม่โกหกหรอกนะ”
แล้วหันมาหาหลิวต้าซุ่น ท่าทางสมจริงสมจังยิ่งนัก บอกว่าเขาดีต่อหลินต้าเม่ยเกินไปแล้ว หลินต้าเม่ยจึงกล้าสวมหมวกเขียวให้เขาทั้งที่ตัวเองไม่มีปัญญาคลอดลูกชายให้เขาสักคน
“เจ้าเป็นผู้ชายนะ เรื่องสืบทอดวงศ์ตระกูลเป็นเรื่องใหญ่ นางคลอดลูกชายให้เจ้าไม่ได้ ทำให้เจ้าเสียเวลาก็แล้วไปเถอะ แต่กลับกล้าทำเรื่องพรรค์นี้ เจ้ายังจะปกป้องนางอีกทำไม?”
“คนอื่นยังจะมองว่าเจ้าเป็นลูกผู้ชายอีกรึ?”
“หลิวต้าซุ่น เจ้าอย่าโง่ไปเลย”
……