ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 240 เรื่องราวพลิกผัน
บทที่ 240 เรื่องราวพลิกผัน
เรื่องราวพลิกผันอีกครั้งหนึ่ง
ทุกคนในที่นั้นมองหม่าซานเหนียง แล้วหันไปมองหลิวมู่ “…”
ไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องเชื่อฝ่ายไหน
หลิวมู่โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “หุบปาก! ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
เขาพุ่งเข้าไปสั่งสอนหม่าซานเหนียงอีกครั้ง
หม่าซานเหนียงร่ำร้องเสียงดัง “ช่วยด้วย! ชายชู้คิดจะฆ่าคนปิดปากแล้ว!”
“หลิวต้าซุ่น ช่วยข้าด้วย!”
……
“แหกปากไปสิ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!” หลิวมู่ทั้งต่อยทั้งเตะ
หม่าซานเหนียงร่ำร้องว่า “ท้อง ท้องข้าเจ็บ”
หลิวต้าซุ่นที่ยืนนิ่งอยู่กับที่พลันได้สติคืนมา ยามนั้นค่อยปรี่เข้าไปแยกตัวหลิวมู่ออกมา “ไม่ได้ เจ้าตีนางไม่ได้”
“นางเป็นเมียข้า แล้วทำไมข้าจะตีนางไม่ได้?” หลิวมู่แหงนหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นหลิวต้าซุ่นก็ยิ่งแค้นใจกว่าเดิม “ข้ายังนึกว่าใคร เป็นเจ้าเองหรอกเรอะ มารดามันเถอะ หลิวต้าซุ่น เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่?”
“เจ้าคิดว่าข้าตายไปแล้วเรอะ กล้ามาเป็นชู้กับเมียข้า ข้าจะตีเจ้าให้ตาย”
เขาด่าพลางเขวี้ยงกำปั้นใส่หลิวต้าซุ่น
แม้หลิวต้าซุ่นจะมีการป้องกันไว้ก่อน แต่ความเคลื่อนไหวก็ยังช้าไปหนึ่งจังหวะ จึงถูกต่อยเข้าอย่างจัง “น้องมู่โถว เจ้าอย่าโกรธไปเลย”
“ข้าไม่ได้มีอันใดกับเมียเจ้า ข้าแค่ยืมครรภ์นางเท่านั้น”
“ข้าอายุปูนนี้แล้ว ต้าเม่ยคลอดลูกสาวให้ข้าสามคน แต่ไม่มีลูกชายสักคน”
……
ไม่พูดขึ้นมายังพอทำเนา แต่เมื่อพูดขึ้นมาแล้วหลิวมู่ยิ่งโมโหกว่าเดิม “ยืมกับผีน่ะสิ! เจ้านอนกับเมียข้าเป็นเรื่องถูกต้องงั้นเรอะ?”
หมัดที่ต่อยออกมายิ่งรุนแรงกว่าเดิม
หลิวต้าซุ่นหลบพลางเอ่ยอย่างร้อนใจ “ข้าแค่อยากได้ลูกชายสักคนเท่านั้น ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นอีก”
“นี่ยังจะเรียกว่าไม่มีเจตนาอื่น? ถ้าเจ้ามีเจตนาอื่น หมวกเขียวบนหัวข้าจะไม่เขียวจนเปล่งแสงได้เลยเรอะ?” หลิวมู่เข่นเขี้ยว
“ถ้าเจ้ายังเป็นแบบนี้ ข้าจะต่อยกลับแล้วนะ”
“ต่อยกลับก็ต่อยกลับสิ ข้ายังต้องกลัวเจ้าอีกเรอะ?”
หลิวต้าซุ่นถูกตีจนอเนจอนาถ ข่มกลั้นโทสะไม่ไหวอีกต่อไป ไม่เอาแต่หลบเลี่ยงอีกแล้ว แต่สวนหมัดคืนหลิวมู่
ผู้ชายสองคนต่อยตีกันดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ
“จุ๊ ๆๆ…ตอนนั้นต่อยกันดุเดือดยิ่งนัก ได้ยินว่าต่างก็ได้รับบาดเจ็บ สภาพดูไม่ได้ทั้งคู่” เมื่อหลี่ซื่อกล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าก็ปรากฏแววยินดีในความทุกข์ของคนอื่นออกมาให้เห็น
เย่อวี๋หรานจนใจ “เจ้าเก็บอาการหน่อย ถ้าเมียเจ้าห้ามาเห็นเข้า เป็นได้ทะเลาะกับเจ้าแน่”
“ข้าก็อยู่ต่อหน้าท่านแม่นี่นา ท่านแม่ ข้าบอกท่านเลยว่าหลังเกิดเรื่องนี้แล้ว ทั้งหมู่บ้านสกุลหลิวล้วนไม่ได้อยู่กันอย่างสงบ ท่านคอยดูไปเถอะ ต้องมีเรื่องตามมาแน่นอน”
“หลังจากนั้นเล่า?” เย่อวี๋หรานเอ่ยเตือนนาง “เจ้าเพิ่งเล่าถึงตอนที่พวกเขาวิวาทกัน แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
“หลังจากนั้นก็ถูกคนจับแยกกันน่ะสิเจ้าคะ เจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกเขาออกมากันหมด แม้ว่าชายหญิงสุนัขคู่นั้นจะไม่ยอมรับ แต่ที่หลิวต้าซุ่นพูดมาก็เท่ากับบอกว่าเขาเป็นชู้กับหม่าซานเหนียงแล้ว เคยนอนด้วยกันมาแล้วไม่ใช่หรือไร? มาถึงขั้นนี้แล้ว หม่าซานเหนียงยังไม่ยอมรับ ยืนกรานจะใส่ความหลินต้าเม่ยกับหลิวมู่”
“มีคนเชื่อหรือไม่?”
“แมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไร้รอยแตก หม่าซานเหนียงยืนยันหัวเด็ดตีนขาด หลินต้าเม่ยยังเป็นคนพูดจาไม่เป็นอีกต่างหาก ต่อให้ไม่มีอะไรก็ถูกพูดจนมีเรื่องขึ้นมาแล้ว อย่างไรเสียตอนนี้ทุกคนล้วนรู้กันหมดว่าหม่าซานเหนียงต้องเคยหลับนอนกับหลิวต้าซุ่นแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าลูกในท้องนางเป็นลูกใครกันแน่ แม่ของหลิวต้าซุ่นก็กำลังโวยวาย จะให้หม่าซานเหนียงคลอดลูกออกมาให้ได้ บอกว่านั่นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของครอบครัวนาง ไม่ยอมให้ถ่วงน้ำ ถ้าใครกล้าจับคนถ่วงน้ำ นางก็จะไปแขวนคอตายหน้าเรือนคนผู้นั้น”
เย่อวี๋หราน “…”
ดังนั้น เรื่องราวในโลกจึงไม่ควรให้หญิงชราสอดมือเข้ามา พอสอดมือเข้ามาแล้วก็ไม่รู้จักจบสิ้น ยากจะสะสางได้เสียแล้ว
“ทางด้านหลิวมู่ต้องอยากปลดหม่าซานเหนียงอยู่แล้ว บ้านเดิมของหม่าซานเหนียงก็มาอาละวาดที่หมู่บ้านสกุลหลิว บอกว่าลูกสาวคนดีของครอบครัวพวกเขามาเปลี่ยนไปเช่นนี้ต้องเป็นเพราะฮวงจุ้ยของหมู่บ้านสกุลหลิวทำพิษแน่นอน ต้องการให้หมู่บ้านสกุลหลิวชดใช้ให้พวกเขา”
“เรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับครอบครัวบ้านเดิมของหม่าซานเหนียงได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ
แต่พิจารณาจากนิสัยของหม่าซานเหนียงก็พอจะเดาออกว่าบ้านเดิมของนางเป็นคนอย่างไร คาดว่าคงไม่ใช่คนดีอันใด
หลี่ซื่อยักไหล่ “ใครจะไปรู้เจ้าคะ แต่บ้านเดิมของหม่าซานเหนียงก็มาโวยวายแล้ว ดังนั้นตอนนี้เรื่องราวจึงค้างเติ่งอยู่ตรงนี้ ทุกคนทราบว่าหม่าซานเหนียงเป็นชู้กับหลิวต้าซุ่น แต่แล้วอย่างไรเล่า? แม่ของหลิวต้าซุ่นยืนยันเด็ดขาดว่าต้องให้เด็กในท้องของหม่าซานเหนียงคลอดออกมา บอกว่านั่นเป็นเลือดเนื้อของครอบครัวนาง บ้านเดิมของนางก็ไม่ธรรมดา ยกครัวมาอาละวาดถึงหมู่บ้านสกุลหลิว ทำเสียราวกับว่าหม่าซานเหนียงตายไปคนเดียวก็จะทำให้คนทั้งบ้านอดตายตามไปด้วยอย่างนั้นแหละ”
“ความสนใจของทุกคนล้วนพุ่งไปที่หม่าซานเหนียง ส่วนหลินต้าเม่ย…”
หลี่ซื่อส่ายศีรษะ “ท่านแม่ อย่าตำหนิข้าเลยนะเจ้าคะ แต่นางโง่บรมจริง ๆ เวลาอย่างนี้ นางควรเจียมตัวสักหน่อย พาลูกสาวทั้งสามไปร้องไห้ต่อหน้าเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโส ให้พวกเขาทวงความเป็นธรรมให้นาง ไม่อย่างนั้นก็ควรอาละวาดให้ใหญ่โตโดยเอาชีวิตเข้าแลก ทวงคืนความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง หาทางรอดให้ตัวเองกับลูกสาว แต่นางกลับมาทำตัวล่องหนเอาเวลานี้ ไม่ปริปากสักคำ ปล่อยให้คนอื่นใส่ร้ายตัวเองโดยไม่ตอบโต้”
“ทั้งยังไม่รู้จักหลีกเลี่ยงหลิวมู่ เอาแต่วิ่งไปหาทางนั้น ช่วยเขาทำงาน เลี้ยงลูก เช่นนี้ใครเห็นเข้ายังจะไม่คิดว่านางเป็นชู้กับหลิวมู่อีกหรือ?”
ครั้นฟังถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็ใจหายวาบ “เจ้าว่าอะไรนะ พักนี้หลินต้าเม่ยมักไปเรือนหลิวมู่?”
“ใช่น่ะสิเจ้าคะ ข้าถึงได้บอกว่านางโง่ ไม่รู้จริง ๆ ว่านางคิดอันใดอยู่ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอย่างไรกับพวกหลินซื่อ คงไม่อาจพูดว่า น้องสะใภ้ห้า พี่สาวเจ้าเป็นอัจฉริยะจริง ๆ ถูกคนใส่ร้ายแล้วยังจะทำให้เรื่องฉาวกลายเป็นเรื่องจริงอีก ไม่มีธุระก็เอาแต่ไปเยือนเรือนสามีผู้อื่น”
“เหมือนจะเป็นไปได้!” เย่อวี๋หรานกล่าว
“เป็นไปได้อันใดเจ้าคะ?” ครั้นกล่าวจบ หลี่ซื่อก็เข้าใจแล้ว นางเบิกตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้หมายความว่าหลินต้าเม่ยเป็นชู้กับหลิวมู่หรอกนะ?!”
“หลิวมู่มีลูกชายแล้ว ถ้าหลินต้าเม่ยแต่งงานใหม่กับเขาก็ไม่มีความกดดันเรื่องลูกชายอีกแล้ว เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
“นางโง่หรือไร?! มีสามีแล้วยังกล้าไปพัวพันกับชายอื่น มีสิทธิ์ถูกจับถ่วงน้ำได้เลยนะเจ้าคะ ที่หม่าซานเหนียงยังไม่ถูกจัดการในทันที ประการแรกเป็นเพราะแม่ของหลิวต้าซุ่นร้ายกาจ อีกประการคือบ้านเดิมของหม่าซานเหนียงไม่ธรรมดา สองฝ่ายอาละวาดพร้อมกัน เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสรับมือไม่ไหว เรื่องราวจึงยืดเยื้อเช่นนี้ เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ใครก็บอกได้ไม่ชัดเจน ตอนนี้นางยังจะก่อปัญหาขึ้นมาอีก?” หลี่ซื่อรู้สึกว่านางเคยเห็นคนโง่มาก่อน แต่ยังไม่เคยเห็นคนโง่ถึงขั้นนี้
มันสมองแบบนั้นของหลินต้าเม่ย แน่ใจหรือว่านางเป็นลูกแม่เดียวกันกับหลินซื่อ?
คงไม่ใช่ว่าหลินหมู่เก็บมาได้จากข้างนอกหรอกนะ?
นอกจากนี้ นางคิดว่าต่อให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมา นางกับหลิวมู่ก็อธิบายได้ไม่ชัดเจนไปชั่วชีวิต จะต้องถูกคนชี้มือชี้ไม้ซุบซิบ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าลูกชายของหลิวมู่จะดีต่อนาง เลี้ยงดูนางคราแก่เฒ่าส่งศพนางเมื่อถึงคราวสิ้นอายุขัยหรือไม่ แม้แต่ลูกสาวทั้งสามก็พลอยถูกนางทำร้ายไปชั่วชีวิต มีครอบครัวไหนบ้างอยากแต่งเด็กสาวที่มีข้อด่างพร้อย?
ยิ่งไปกว่านั้น มารดาของพวกนางยังสวมหมวกเขียวให้คนเป็นบิดาไปแล้ว ผู้ใดจะไปรู้ว่านางจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่ แต่งไปแล้วไม่แน่ว่าอาจถูกสวมหมวกเขียวในสักวันก็ได้?
อีกทั้งสาเหตุที่หลินต้าเม่ยถูกหลิวต้าซุ่นตั้งข้อรังเกียจก็เพราะนางไม่สามารถคลอดลูกชายเป็นทุนเดิม เช่นนั้นลูกสาวทั้งสามของนางเล่า…
เพียงแค่คิด หลี่ซื่อก็นึกออกว่าลูกสาวทั้งสามคนนั้นจะน่าเวทนาเพียงใด
“นางเป็นแม่คน ต่อให้โง่เขลาแค่ไหนก็คงไม่อาจไม่คิดเผื่อลูกของตัวเองกระมัง?” ครั้นคิดถึงตรงนี้หลี่ซื่อก็สั่นศีรษะ “ไม่หรอก ท่านแม่ ต่อให้หลินต้าเม่ยโง่แค่ไหนก็ไม่มีทางไม่คิดถึงคนเป็นลูกสาว นางเป็นถึงแม่คนแล้วนะเจ้าคะ”