ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 254 คนที่ทำได้ถึงขั้นนี้มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้น
บทที่ 254 คนที่ทำได้ถึงขั้นนี้มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้น
คำว่า ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ทำให้คนจำนวนไม่น้อยถอยห่างออกไปอย่างครั่นคร้าม
ตอนนั้นมีคนไม่กล้าลงมือ เตรียมจะปล่อยคนแล้ว
แต่หลิวต้าซุ่นจะยอมปล่อยพวกเขาไปหรือ?
หลิวต้าซุ่นพูดขึ้นทันทีว่า “ไม่ได้ ปล่อยพวกเขาไปไม่ได้ หากไม่จับพวกเขาเอาไว้ในฐานะโจร ถ้าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์รู้ว่าพวกเจ้าแตะต้องลูกชายของนาง พวกเจ้าจะปัดความเกี่ยวข้องพ้นอย่างนั้นรึ? ยังไม่สู้จับคนเอาไว้ ถึงตอนนั้นก็ปัดเรื่องมาที่ข้า เท่านี้ก็เรียบร้อย”
เห็นอยู่เต็มสองตาว่าแผนการจวนจะสำเร็จลุล่วง เพียงรอให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาเยือน หลิวต้าซุ่นจะปล่อยให้แผนการล้มเลิกกลางคันได้อย่างไร?
เขารีบถามให้ชัดเจน
หลิววั่งไฉมีสีหน้ากระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม “ไอ้หยา พวกเจ้าก็อย่าถามเลยน่า พ่อข้าให้มาทวงคน พวกเจ้าขังลูกชายกับลูกสะใภ้ของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เอาไว้ที่ไหน ไปพาคนออกมาก็พอแล้ว”
“หากพวกเจ้าไม่พูดให้ชัดเจน ข้าจะส่งคนให้ได้อย่างไร?”
“หรือพวกเจ้าอยากถูกพ่อข้าขับไล่ออกจากหมู่บ้านสกุลหลิว?”
“เจ้าข่มขู่ข้า?!” หลิวต้าซุ่นสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “เกิดอะไรขึ้น? มีปัญหาสินะ จะต้องมีปัญหาแน่นอน วั่งไฉ วันนี้เจ้าต้องพูดกับข้าให้ชัดเจน ถ้าพูดไม่ชัดเจนก็อย่าหวังเลยว่าจะพาคนไปได้ ข้าบอกเจ้าไว้เลย ถึงเจ้าจะเป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่”
“เจ้า!” หลิววั่งไฉคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะดื้อด้านเช่นนี้ จึงรู้สึกปวดเศียรขึ้นมา
“ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” มารดาของหลิวต้าซุ่นก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน นางเอ่ยขึ้นทันควันว่า “วั่งไฉ ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโต มีเรื่องอะไรที่เจ้าพูดกับข้าไม่ได้ด้วย
หรือ? พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันนะ ไปไหนมาไหนก็ได้พบกันบ่อย ๆ ถ้าเจ้าไม่พูดให้ชัดเจน พวกเรายังจะเป็นเพื่อนบ้านกันต่อไปได้อย่างไร?”
ด้านข้างมีคนส่งเสียงอุทานขึ้นมา “ยังจะมีอะไรให้พูดกันอีก? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นถือมีดไปถึงเรือนเจ้าหน้าที่แล้ว ทวงคนกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสโดยตรง ถ้าไม่ส่งคนออกมา นางก็จะให้พวกเราได้เห็นดีกันน่ะสิ”
“ว่าอย่างไรนะ?! ทำไมไปที่เรือนเจ้าหน้าที่ล่ะ?!” มารดาของหลิวต้าซุ่นตื่นตะลึง
“ข้าจะไปรู้หรือ? อย่างไรเสีย คนนั่งเกวียนเทียมวัวมา พอลงจากเกวียนก็ตรงไปที่เรือนเจ้าหน้าที่ ตอนนี้มีคนมุงอยู่ที่เรือนเจ้าหน้าที่เยอะแยะเชียวล่ะ พวกข้าถูกส่งมาทางนี้เพื่อมารับคนโดยเฉพาะ”
“ไม่ได้! ส่งคนให้พวกเจ้าไม่ได้เด็ดขาด ถ้าส่งคนให้พวกเจ้าแล้ว พวกข้าจะทำอย่างไร?” มารดาของหลิวต้าซุ่นร้อนใจ นางกล่าวว่า “พวกข้ายังต้องใช้จุดอ่อนนี้ต่อกรกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อยู่นะ ไม่มีแต้มต่อตรงนี้ พวกข้าจะเอาอะไรไปรับมือหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์?”
“หลิววั่งไฉ เสียแรงที่ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่น้อง” หลิวต้าซุ่นมีท่าทางผิดหวังอย่างมาก เขาจ้องหลิววั่งไฉตาไม่กะพริบ “เจ้ากลับมาทำแบบนี้กับข้า?! เวลาสำคัญแบบนี้ เจ้าไม่ยืนอยู่ฝ่ายข้า แล้วยังมาถ่วงแข้งถ่วงขา จะเอาชีวิตข้างั้นรึ?”
“ต้าซุ่น ข้าหาได้อยากสร้างความลำบากให้เจ้า ข้าเองก็จำใจเหมือนกัน หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นั้นนั่งอยู่ในเรือนข้า กระทั่งมีดก็เอาออกมาวางไว้ตรงนั้นแล้ว พ่อข้ายังจะทำอย่างไรได้?” หลิววั่งไฉกล่าว “สรุปว่าถ้าเจ้าส่งคนให้ข้า พวกเราก็จะได้พูดจากันดี ๆ”
“หมายความว่าอย่างไร? ถ้าข้าไม่ส่งคนให้เจ้า เจ้าก็จะไม่พูดจาดี ๆ แล้ว?”
หลิววั่งไฉไม่มองเขา แต่หันไปทางอื่นแล้วกล่าวว่า “ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก นี่เป็นคำสั่งของผู้อาวุโสกับพ่อข้าโดยตรง ถ้าพวกเจ้าไม่ส่งมอบคนออกมาก็จะขับไล่พวกเจ้าออกไปจากหมู่บ้านสกุลหลิว พวกข้าได้แต่ต้องทำตามคำสั่ง ขอโทษด้วยนะต้าซุ่น”
“หลิววั่งไฉ!!” หลิวต้าซุ่นแผดเสียงด้วยโทสะ
“เจ้าตะโกนไปก็ไร้ประโยชน์” หลิววั่งไฉโบกมือให้คนอื่น ๆ
คนอื่น ๆ ก็ทยอยกล่าวว่า “ขอโทษด้วย ต้าซุ่น”
“ไม่ได้!” มารดาของหลิวต้าซุ่นเห็นพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวก็ตกใจจนร้องเสียงดัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกเจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น กลับมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
“เจ้าเฒ่า เจ้ายืนเซ่ออยู่ทำไม? รีบไปห้ามพวกเขาให้ข้าสิ”
“เจ้ารอง เจ้าตายไปแล้วหรือ? ถึงได้ขวางคนเอาไว้!”
……
ลูกชายคนรองของนางไม่อยากมายุ่งกับเรื่องนี้ เพียงแสร้งทำเป็นห้ามคนไม่กี่คนแล้วปล่อยพวกเขาไป
ส่วนพ่อเฒ่าหลิว คนชราเรี่ยวแรงถดถอย ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขวางคนเอาไว้ได้ คนหนุ่มผู้นั้นยังไม่ทันกระทบถูกร่างเขา เขาก็สะดุดล้มล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นเสียแล้ว
มีเพียงหลิวต้าซุ่นกับมารดาสองคนที่ขัดขวางสุดชีวิต
แต่พวกเขามีกันเพียงสองคน ฝ่ายตรงข้ามมีคนมาก อีกทั้งยังเป็นมือดีที่ยังหนุ่มยังแน่น มีร่างใหญ่โตกำยำ ย่อมขวางไม่ได้อยู่แล้ว
ในไม่ช้า ทั้งสองก็ถูกจับและกดเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน
ขณะที่มารดาของหลิวต้าซุ่นกำลังดิ้นรนสะบัดให้หลุด นางก็เห็นว่ามีคนตรงไปท้ายเรือน จึงร้องเสียงแหลมทันที “เร็วเข้า! ขวางเขาเอาไว้ อย่าให้ไปท้ายเรือนได้!”
น้ำเสียงนั้นค่อนข้างเสียดหูยิ่งนัก
และด้วยเหตุนี้เอง หลิววั่งไฉจึงเดาออก บอกให้คนอื่น ๆ ไปหาคนที่ท้ายเรือน
หลิวต้าซุ่นกับมารดาของเขาคงคิดไม่ถึงแน่นอนว่าพวกตนจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนอื่นได้ถึงเพียงนั้น ทั้งสองเพิ่งถูกคนจับตัวเอาไว้ สะใภ้รองก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตวิ่งไปท้ายเรือน กระซิบบอกฝ่ายตรงข้ามว่า “เล้าหมู อย่าพูดว่าข้าเป็นคนบอกเชียวนะ”
นางกล่าวจบก็รีบก้มหน้า แล้ววิ่งกลับมาหน้าเรือนโดยมีสามีช่วยกลบเกลื่อนให้
เขาทำปากถามนางอย่างไร้เสียงว่า “เรียบร้อยหรือยัง?”
สะใภ้รองผงกศีรษะให้สามี
เขาค่อยถอนหายใจโล่งอก เขาไม่สนใจความเป็นความตายของมารดากับพี่ชาย กลัวก็แต่ครอบครัวตนเองจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย หากไปยั่วโทสะเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโส ทั้งครอบครัวคงไม่ได้มีวันเวลาดี ๆ อีกต่อไปแล้ว
ครอบครัวพี่ใหญ่สามารถถูกไล่ออกไปจากหมู่บ้านสกุลหลิวได้ แต่ครอบครัวของพวกเขานั้นไม่ได้เด็ดขาด
จูอู่กับหลินซื่อจึงถูกคนหาพบด้วยประการฉะนี้
ทว่าก่อนที่พวกเขาจะถูกคนพาตัวไป หลิววั่งไฉก็เข้ามาเจรจาด้วย “คือว่า…ก่อนหน้านี้ล่วงเกินไปไม่น้อย หวังว่าจะอภัยให้ด้วย”
หลินซื่อตะลึง “ทำไม…จู่ ๆ ก็ปล่อยพวกข้า?”
“ไม่ใช่จู่ ๆ ก็มาปล่อยพวกเจ้า ก่อนหน้านี้พวกข้าก็ทำไปด้วยความจำใจ” หลิววั่งไฉอธิบายว่าตอนนั้นพวกเขาถูกหลิวต้าซุ่นหลอกลวงจึงขึ้นเรือโจรแล้วลงมาไม่ได้
แต่พวกเขาใคร่ครวญแล้วก็ตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นพวกเขาเองที่ทำไม่ถูก ไม่อาจทำเช่นนี้ได้
ดังนั้นจึงอาศัยช่วงที่ครอบครัวของหลิวต้าซุ่นไม่ทันระวังมาพาพวกเขาออกไป
หวังว่าหลังจากนี้พวกเขาจะเห็นแก่เรื่องนี้ ไม่ถือสาเรื่องคราวก่อนอีก
หลินซื่อแขวะกลับทันที ด่าว่าพวกเขาไร้ยางอาย ตนเองช่วยโจ้วก่อกรรมทำเข็ญยังไม่พอ[1] ยังอยากจะลืมเรื่องนี้อีกงั้นหรือ อย่าฝันไปเลย
จูอู่รีบดึงนางเอาไว้แล้วตวาดว่า “หุบปาก! ครอบครัวนี้เจ้าเป็นใหญ่หรือข้าเป็นใหญ่?”
หลินซื่อคิดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกดุเอาในเวลานี้ พลันรู้สึกน้อยใจขึ้นมา “เจ้าดุข้า?! จูซุ่นจิ่ง เจ้าคนไร้มโนธรรม เจ้ากล้าดุข้า?!”
“ข้าดุเจ้าแล้วจะทำไม? ข้ามีจุดจบแบบนี้ก็เพราะเจ้าเป็นตัวต้นเหตุไม่ใช่เรอะ?” ฝ่ามือลอยออกไปทันที จูอู่ด่าต่อไปว่า “หุบปากให้ข้าเสีย ในบ้านนี้ข้าเป็นใหญ่ ข้าบอกว่าจบแล้วก็คือจบ ถ้าเจ้ายังกล้าต่อปากต่อคำไม่จบสิ้น ข้าก็จะตีเจ้า”
จูอู่ด่าไปพลางรู้สึกตึงเครียดยิ่งนัก
คนโง่ เจ้าไม่เห็นว่าผู้ชายที่อยู่หลังหลิววั่งไฉถือมีดมาด้วยหรือไร?
ถ้าพวกเราไม่รับปาก วันนี้ก็ต้องสั่งเสียกันตรงนี้แล้วนะ
จูอู่ไม่ได้โง่ ก่อนหน้านี้ตอนที่จับกุมพวกเขา หลิววั่งไฉก็เข้ามารุมกระทืบพวกเขาด้วยเหมือนกัน แต่กลับปล่อยพวกเขาปุบปับโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ เวลานี้จะต้องมีปัญหาแน่นอน
เขาใช้นิ้วเท้าคิดยังรู้เลยว่ามารดาเขาคงมาแล้ว
และก็มีเพียงมารดาที่มีอำนาจเช่นนี้ สามารถทำให้ฝ่ายนั้นครั่นคร้ามจนต้องรีบปล่อยพวกตนทันที
แม้จะไม่รู้ว่ามารดาทำได้อย่างไร แต่จูอู่เชื่อว่า ในโลกนี้คนที่ทำได้ถึงขั้นนี้มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้น
[1] โจ้วหวัง 纣王 หรือซางโจ้ว 商纣 เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซางและเป็นทรราชย์ ช่วยโจ้วก่อกรรมทำเข็ญ 助纣为虐 หมายถึง ช่วยคนเลวทำเรื่องชั่วช้า