ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 255 เจ้ากล้าตบข้า?!
บทที่ 255 เจ้ากล้าตบข้า?!
“เจ้ากล้าตบข้า?!” หลินซื่อร้องไห้ออกมา คราวก่อนที่ตบนางก็ช่างเถอะ นางรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูก
แต่คราวนี้นางผิดตรงไหน?
“จูซุ่นจิ่ง เจ้าทำเกินไปแล้ว! ฮือ ๆๆ…”
นางร้องไห้แล้ววิ่งออกไป
จูอู่เห็นแล้วก็ลอบโล่งอก วิ่งออกไปได้ก็ดีแล้ว สามารถวิ่งออกไปได้เช่นนี้ก็แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้จะลงมือเด็ดขาดกับพวกเขา
เขาก็ไม่รู้ว่าหลินซื่อร้องไห้จริง ๆ หรือร้องไห้ปลอม ๆ กันแน่ แต่ขอเพียงช่วงยามวิกฤตผ่านพ้น อย่างมากหลังจบเรื่องค่อยโอ๋นางก็ได้
“ขอโทษด้วยนะ น้องชาย ถ้าไม่ตีเสียบ้าง นางก็ไม่รู้จักเชื่อฟัง นางก็เป็นแบบนี้ ปากพล่อยได้ทั้งวัน” จูอู่กล่าวกับหลิววั่งไฉ “พวกเจ้าไม่ต้องสนใจนาง ครอบครัวนี้ข้าใหญ่ที่สุด ข้าพูดคำไหนก็คำนั้น”
“เจ้าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง!” หลิววั่งไฉยกนิ้วโป้งให้เขาอย่างเลื่อมใส
เขาโบกมือที่ซ่อนไว้ด้านหลัง ผู้ชายที่ถือมีดสองคนนั้นจึงเก็บมีดกลับไป
เมื่อสัญญาณอันตรายผ่านพ้น จูอู่ก็ยิ้มออกมาทั้งยังปลดเปลื้องความกดดันออกไป เขาโอบไหล่หลิววั่งไฉอย่างสนิทสนม “ผู้ชายคนไหนบ้างไม่ตีเมีย? ข้าเองก็แค่อายุยังน้อย ไม่สะดวกจะลงมือ ไม่อย่างนั้น อยู่ข้างนอกแบบนี้ ผู้หญิงมีสิทธิ์สอดปากด้วยหรือ แม่ข้าบอกว่าลูกผู้ชายสมควรสั่งสอนเมียของตัวเอง นี่เป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผล”
“ถ้าข้าสั่งสอนเมียตัวเองได้ไม่ดี แม่ข้าก็จะมาจัดการข้าน่ะสิ”
จูอู่ลดเสียงลงราวกับกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน กระซิบข้างหูหลิววั่งไฉว่ามารดาของเขาสอนให้เขาจัดการภรรยาของตัวเองอย่างไรบ้าง บอกว่านั่นเป็นเคล็ดลับที่ไม่ถ่ายทอดต่อคนนอก
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาถูกชะตากับหลิววั่งไฉก็คงไม่พูดให้ฟังเด็ดขาด ทั้งยังกำชับหลิววั่งไฉว่าหลังฟังแล้วห้ามเอาไปบอกต่อคนอื่น
หลินซื่อเศร้าใจยิ่งนัก เมื่อออกมาจากท้ายเรือนก็เห็นครอบครัวของหลิวต้าซุ่นถูกคนควบคุมตัวเอาไว้ที่หน้าเรือน
นางโมโหยิ่งนัก ปรี่เข้าไปตบหน้ามารดาของหลิวต้าซุ่นหนึ่งฉาด
“เจ้ากล้าตบข้า?!” มารดาหลิวต้าซุ่นเหมือนเสียสติไปแล้ว แทบสะบัดหลุดจากการควบคุมแล้วกระโจนเข้าหาหลินซื่อ
คนหนุ่มผู้นั้นตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบส่งสายตาให้นางหนีไป
หลินซื่อเห็นท่าทางเสียสติของหญิงชราก็รู้สึกหวาดกลัว จึงวิ่งหนีไปจริง ๆ
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่จูอู่ตามหลิววั่งไฉออกมาถึงหน้าเรือนจึงไม่เห็นหลินซื่อ
“เมียข้าล่ะ?”
“ตบแม่ของหลิวต้าซุ่นเสร็จก็วิ่งหนีไปแล้ว”
จูอู่มองมารดาของหลิวต้าซุ่นที่มองมาตาขวางเหมือนอยากจะลงแส้เขา “…”
นางกล้าทำเช่นนี้กับคนอ่อนกว่าเท่านั้นแหละ ลองเปลี่ยนเป็นมารดาของเขาดูสิ
“จะทำอย่างไรกับพวกเขาดี?” ทุกคนมองหลิวต้าซุ่นกับมารดาของเขาที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยกันด้วยท่าทางลำบากใจ
หลิววั่งไฉครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “พาไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ให้พ่อข้าจัดการ”
เดิมทีบิดาก็บอกแล้วว่าถ้าพวกหลิวต้าซุ่นไม่พอใจก็ให้ไปหาเขา ตอนนี้ก็พาไปพร้อมกันเลยนี่แหละ
จูอู่กระจ่างใจโดยพลัน อ้อ ที่แท้เป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่นี่เอง
ด้วยเหตุนี้ กระทั่งหลินต้าเม่ยและเด็กสาวทั้งสามที่อยู่ในห้องก็ถูกเรียกตัวออกมาด้วย แล้วยกขบวนไปยังเรือนของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านสกุลหลิว
เดิมทีหลินซื่อตั้งใจว่าจะวิ่งออกไปจากหมู่บ้านสกุลหลิว แต่ระหว่างทางได้ยินคนพูดถึง ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ จึงรีบถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ครั้นได้ยินว่าแม่สามีอยู่ที่เรือนของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านก็ไม่พูดพร่ำ วิ่งไปฟ้องร้องทันที
“ท่านแม่ จูอู่ตบข้าเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิว เมื่อเห็นหลินซื่อวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางเสียสติก็พูดอะไรไม่ออก
“ท่านแม่ ดูสิเจ้าคะ หน้าข้าถูกตบจนแดงหมดแล้ว” หลินซื่อตาแดงก่ำ แสดงใบหน้าด้านนั้นให้ดู
จูซื่อไม่สะดวกจะมองน้องสะใภ้ตรง ๆ เพียงกวาดสายตามองไปก็เห็นว่าบนร่างของนางไม่ได้มีบาดแผลที่ชัดเจนอันใดก็เก็บสายตากลับมาแล้ว
อืม ดีแล้ว ไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว!
ส่วนเย่อวี๋หรานมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วกล่าวว่า “ทำไมตัวเจ้าเหม็นขนาดนี้?”
หลินซื่อสำลัก “ถูกขังในเล้าหมูมาครึ่งค่อนวันแล้ว จะไม่เหม็นได้หรือเจ้าคะ? ท่านแม่ ข้าบอกท่านเลยว่าครอบครัวหลิวต้าซุ่นขังพวกข้าเอาไว้เจ้าค่ะ พวกเขา…”
ชั่วขณะนั้น นางจึงนึกเรื่องที่ตนเองกับจูอู่ถูกคน ‘จับตัว’ เอาไว้ ค่อยตระหนักได้ว่าแม่สามีมาปรากฏตัวที่นี่คงเพราะมาช่วยพวกตนแน่แล้ว
หลินซื่อยิ่งเสียอกเสียใจกว่าเดิม เล่าให้ฟังว่าทั้งวันนางต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง
เริ่มจากถูกคนจับตัว จากนั้นก็ไม่ให้กินข้าวสักคำ ทั้งยังไม่ให้ดื่มน้ำ แล้วยังถูกจูอู่ตบหน้าอีกต่างหาก
“แล้วเขาตบเจ้าทำไม?” เย่อวี๋หรานถาม
“เขา…” หลินซื่อเห็นเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงไม่ได้พูดออกมา
ถึงจะโง่เขลาแค่ไหน นางก็ยังมีสมองอยู่บ้าง มาฟ้องร้องคนต่อหน้าบิดาของเขาจะต้องไม่เป็นผลดีแน่นอน
นางขยับเข้าไปใกล้เย่อวี๋หราน เล่าให้ฟังเสียงกระซิบ
เย่อวี๋หรานฟังแล้วก็ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด จึงมองอีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ปกติออกจะฉลาด ทำไมเวลาแบบนี้กลับโง่เสียได้? เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว ไม่ต้องพูดอีก เรื่องในครอบครัวค่อยว่ากันทีหลัง”
ตอนแรกหลิววั่งไฉกับหลิวต้าซุ่นจับพวกเขาสองคนมัดเอาไว้ แต่ตอนหลังกลับมาปล่อยพวกนางเช่นนี้จะต้องมีปัญหาแน่นอน
ยามนั้นเองที่จูอู่จู่ ๆ ก็ตบหน้าหลินซื่อ ไม่ให้หลินซื่อ ‘ด่า’ อีกต่อไป คงเพราะค้นพบอะไรบางอย่าง
หลินซื่อน้อยใจ แต่นางกลัวแม่สามีเป็นทุนเดิม ไม่กล้าตอแยต่อไปอีก จึงยืนอยู่ข้างหลังแม่สามีอย่างว่าง่าย
ผ่านไปสักพัก หลิววั่งไฉก็คุมตัวครอบครัวของหลิวต้าซุ่นกลับมาพร้อมคนจำนวนหนึ่ง
เมื่อจูอู่เห็นเย่อวี๋หรานกับพี่สี่ของเขาในเรือนเจ้าหน้าที่ก็พลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาว่าแล้วเชียว หลิววั่งไฉจะมาปล่อยพวกเขาโดยไร้สาเหตุได้อย่างไร ที่แท้ก็เพราะมารดาของเขามาแล้วนี่เอง
สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความยินดี รีบเดินเข้ามาหาอย่างอดใจไม่ไหว “ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว”
หลิววั่งไฉสังเกตทางด้านนี้ตลอด กลัวว่าเขาจะบิดพลิ้วและพูดออกมาหมดเปลือก
“ท่านแม่ ต่อไปถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ท่านก็อย่าให้หลินซื่อมายุ่มย่ามอีกเลย เรื่องในครอบครัวคนอื่นเกือบทำให้พวกข้าสองคนต้องพลอยซวยไปด้วย” จูอู่โอดครวญ รู้สึกว่าคราวนี้ต้องลำบากเสียเปล่าแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินซื่อดึงดันจะยุ่งให้ได้ ยังจะมีเรื่องราวพวกนี้อีกหรือ?
“เรื่องนี้ข้าคงช่วยไม่ได้ นางเป็นเมียเจ้า เจ้าจัดการนางไม่ได้เอง ข้ายังจะช่วยเจ้าจัดการไปทั้งชีวิตได้อยู่หรือ?” เย่อวี๋หรานปรายตามองเขา
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะขอรับ? ท่านเป็นแม่ข้า ท่านอยากจัดการถึงตอนไหนก็ตอนนั้น”
“เรื่องนี้ค่อยว่ากันตอนกลับเรือน ไปยืนกับเมียเจ้าไป”
“ขอรับ” จูอู่ไปยืนอยู่ข้าง ๆ หลินซื่ออย่างว่าง่าย
“เฮอะ!” หลินซื่อแค่นเสียงแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น ไม่สนใจเขาแต่อย่างใด
จูอู่เห็นนางยังทำตัวโง่ ๆ ก็ไม่อยากสนใจนางเหมือนกัน
สองสามีภรรยาสะบัดหน้าไปคนละฝั่ง ไม่มีใครสนใจใคร
จูซื่อเห็นแล้วก็นิ่งงัน “…”
เขากับมารดายุ่งมาทั้งวันเพื่อคนไม่รู้จักโตสองคนนี้?
“ท่านพ่อ ผู้อาวุโส ตอนพวกข้าไป หลิวต้าซุ่นกับแม่ของเขาไม่ยอมส่งคนออกมา ข้าจึงให้คนจับพวกเขามัดเอาไว้ขอรับ” หลิววั่งไฉเดินออกมากล่าวกับบิดาและผู้อาวุโส “แต่สมาชิกคนอื่นในครอบครัวพวกเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พวกข้าจึงมัดแค่พวกเขาสองคน”
มารดาของหลิวต้าซุ่นก่อนหน้านี้ยังดุร้ายอยู่เลย แต่พอมาเจอเย่อวี๋หรานจริง ๆ ก็ราวกับถูกเจาะฟองอากาศแตก ถึงกับจ๋อยสนิท
นางพยายามหลบไปข้าง ๆ สุดฤทธิ์ กลัวว่าเย่อวี๋หรานจะมองเห็นตนเอง
แต่เรือนก็กว้างแค่นั้น คนที่ถูกมัดก็มีเพียงนางกับหลิวต้าซุ่น ยังจะหลบได้ไกลเท่าไหร่กัน
เย่อวี๋หรานมองปราดเดียวก็เห็นแล้ว นางมองประเมินหลิวต้าซุ่นและมารดาของเขาอย่างนิ่ง ๆ สีหน้าน่าเกรงขามแม้ไม่มีโทสะ