ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 263 รังหมาป่า
บทที่ 263 รังหมาป่า
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “ในเมื่อพวกท่านทราบว่าจะจัดการอย่างไรแล้ว เรื่องต่อจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมาถามข้าอีก ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนนอก ถ้าสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องในหมู่บ้านสกุลหลิวมากเกินไปก็ไม่ถูกต้องตามเหตุผล ไม่ค่อยเหมาะสมจริง ๆ”
ว่ากันตามตรง เรื่องราวเปลี่ยนเป็นชัดเจนเช่นนี้ เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็ไม่อยากให้จูต้าเหนียงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในหมู่บ้านสกุลหลิวอีกจริง ๆ นั่นแหละ
ก่อนหน้านี้ที่พวกเขา ‘เชิญ’ นางมาก็เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าปวดเศียรเวียนเกล้า จัดการกันเองไม่ไหว อยากให้นางมาแบกหม้อดำ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้กล้ามาช่วยแบกหม้อดำอีกแล้ว
ครั้นเห็นเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสรับคำโดยไม่อิดออด เย่อวี๋หรานก็ยิ่งแน่ใจว่านางตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว
บางครั้งบางคราว เมื่อท่านต้องจัดการเรื่องราวบางอย่าง ไม่ได้ดูว่าท่านจัดการได้ดีแค่ไหน แต่ดูว่าท่านจัดการได้ถูกใจอีกฝ่ายหรือไม่
การที่ท่านถอนตัวออกมาในยามที่อีกฝ่ายไม่ต้องการท่านอีกนั้นเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรื่องนี้แล้ว
“สายมากแล้ว ข้าไม่รบกวนเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสต่อไปจะดีกว่า คราวหน้าถ้ามีโอกาส ข้าค่อยพาเจ้าห้ากับสะใภ้ห้ามาขอบคุณเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสที่ช่วยพาทั้งสองคนกลับมาโดยสวัสดิภาพอีกครั้ง ขอบคุณ!”
ครั้นกล่าวขอบคุณปิดท้าย เย่อวี๋หรานก็พาจูซื่อ จูอู่ และหลินซื่อนั่งเกวียนเทียมวัวออกจากหมู่บ้านสกุลหลิว
“กลับไปทั้งอย่างนี้?” จูอู่รู้สึกประหลาดใจ รู้สึกเหมือนพวกเขามีเรื่องราวบางอย่างที่ยังไม่ได้ทำ
“ไม่กลับไปแบบนี้ เจ้ายังคิดจะทำอะไรอีก?” จูซื่อกอดคอจูอู่พลางเอ่ยถาม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ากับท่านแม่ทิ้งงานปักกล้าในนามาที่นี่เพื่อช่วยพวกเจ้าสองคนโดยเฉพาะเลยนะ”
แทนที่จะบอกว่าคำกล่าวนี้พูดให้น้องห้าของเขาฟัง ยังไม่สู้บอกว่าเขาพูดให้หลินซื่อฟัง
เพราะเขามองออกว่าตอนที่มารดาพูดว่าจะกลับกันแล้ว หลินซื่อไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
จูอู่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกละอายใจ “เรื่องนี้ก็บังเอิญจริง ๆ พวกข้าคิดไม่ถึงว่าจะ…ถูกคนจับตัวเอาไว้นี่นา ข้าจะบอกอะไรให้ หมู่บ้านสกุลหลิวแห่งนี้พิกลยิ่งนัก ตอนแรกคนที่จับพวกข้าไปก็คือหลิววั่งไฉ ลูกชายของเจ้าหน้าที่นั่นเอง”
ทั้งยังบอกว่าหลินซื่อโง่จริง ๆ ตอนแรกมาจับ ตอนหลังมาปล่อย เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบมาพากล ยังกล้าโวยวายใส่คนเขาอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเขาตอบสนองไว ตบหน้านางไปหนึ่งฉาด ด่าจนนางเตลิดหนีไป ไม่แน่ว่าคงเกิดเหตุนองเลือดขึ้นมาแล้ว
“อะไรนะ? หมายความว่าอย่างไร?” หลินซื่อที่ยังโกรธเคืองอยู่ฟังถึงตรงนี้ก็นึกถึงเรื่องที่ตนเองถูกตบขึ้นมาได้ “เจ้าไม่พูดขึ้นมาข้าคงลืมไปแล้ว เจ้าตบข้าทำไม?”
จูอู่ถามกลับ “ตอนที่หลิววั่งไฉคุยกับเจ้า ผู้ชายข้างหลังเขาถือมีดอยู่ เจ้าไม่เห็นหรือไร?”
“มีเรื่องนี้ด้วย?!” จูซื่อตะลึง “หลิววั่งไฉผู้นั้นดูไปแล้วซื่อ ๆ ไม่เหมือนจะเป็นคนแบบนั้นเลย”
“พี่ ท่านไม่รู้อะไร บางครั้งคนเราดูกันจากหน้าตาไม่ได้เลยจริง ๆ”
หลินซื่อเบิกตากว้าง “จริงรึ? ทำไมข้าไม่เห็นเลยเล่า?!”
“เจ้าตาบอดเอง ไม่เห็นแล้วข้าจะทำอย่างไรได้?” จูอู่กล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “ตอนนั้นเจ้ายังกล้าทะเลาะกับข้า ทำให้ข้าตกใจแทบตายแล้ว ปกติก็ออกจะฉลาด ถึงเวลาสำคัญแบบนี้เหตุใดจึงไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย ข้าล่ะยอมเจ้าจริง ๆ”
หลินซื่อใจหายวาบ “ไม่กระมัง? เหล่าอู่ ขอโทษด้วย ตอนนั้นข้าไม่เห็นนี่นา อยู่ดี ๆ เจ้าก็มาตบข้าแบบนั้น ทำข้าสับสนไปหมด”
“ถ้าไม่มีสาเหตุ ข้าจะตีเจ้าทำไม?”
“ข้าก็แปลกใจเหมือนกัน ถึงได้โมโหอย่างไรเล่า” หลินซื่อยังนึกถึงเรื่องที่นางเอาความไปฟ้อง แต่กลับถูกแม่สามีลงโทษให้ยืนอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาได้
นางมองไปทางเย่อวี๋หรานอย่างระมัดระวังแล้วเอ่ยถาม “ท่านแม่ ท่านก็รู้อยู่แล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานไม่มองอีกฝ่าย แต่เอ่ยนิ่ง ๆ ว่า “อืม! ตอนเจ้าบอกข้า ข้าก็พอเดาได้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นแล้ว”
“หา?! ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ? ตอนนั้นท่านไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยเสียหน่อย”
“ถึงข้าจะไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย แต่ข้ารู้จักเจ้าห้าดี เวลาแบบนั้นเขาไม่มีทางตบเจ้าโดยไร้เหตุผล”
หลินซื่อนิ่งงัน “…”
แล้วทำไมข้าคิดไม่ถึงเรื่องนี้เลยเล่า?
หรือจริง ๆ แล้ว ลึกลงไปในจิตใจของนาง นางหาได้เชื่อใจจูอู่ถึงเพียงนั้น?
“ข้าไม่ยุ่งเรื่องพี่สาวของเจ้า เจ้าไม่พอใจใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานเห็นอีกฝ่ายเหม่อลอยจึงตัดสินใจโจมตีก่อน นางตั้งใจจะสะสางเรื่องนี้ก่อนกลับถึงเรือน
“เจ้าคะ?” หลินซื่อได้สติคืนมา นางยอมรับอย่างกระดากใจ “นิดหน่อยเจ้าค่ะ แต่ว่า…ข้าคิดว่าท่านแม่คงมีเหตุผลกระมัง”
เย่อวี๋หรานมองอีกฝ่ายพลางกล่าวว่า “ถ้าเจ้าคิดได้เช่นนี้แต่แรกก็คงไม่มีเรื่องในวันนี้แล้ว ข้าไม่ยุ่งเรื่องพี่สาวเจ้า ก่อนหน้านี้ก็ได้บอกเหตุผลกับเจ้าไปแล้ว ตอนนี้ข้าจะอธิบายเพิ่มเติมก็แล้วกัน ข้อแรก นางเป็นสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลหลิว เจ้าดูท่าทีของเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็คงรู้ได้ พวกเขาต้องไม่อยากให้ข้าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้แน่นอน”
หลินซื่อค่อนข้างงุนงง “ไม่นะเจ้าคะ ท่านแม่ ข้าเห็นเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิวกระตือรือร้นต่อท่านยิ่งนัก?”
“เฮอะ ๆ!” เย่อวี๋หรานหัวเราะเสียงเย็น “ถ้ากระตือรือร้นเพียงนั้นจริง ๆ จะรีบขับไสไล่ส่งพวกเราทั้งที่ยังจัดการเรื่องราวไม่เรียบร้อย หรือแม้แต่คำขอบคุณสักคำก็คร้านจะพูดเลยหรือ? ข้ามาปรากฏกายในหมู่บ้านสกุลหลิว จัดการเรื่องพวกนี้แทนผู้นำหมู่บ้านก็คือการช่วงชิงอำนาจ ไม่มีเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคนใดอยากเห็นเรื่องเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่าข้าจะมีประโยชน์ต่อพวกเขา แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน ข้ายังมีประโยชน์ต่อพวกเขาอยู่หรือ?”
“เอ่อ…ช่วยพวกเขาแก้ปัญหาก็ไม่นับหรือเจ้าคะ?” หลินซื่อดึงดันหาเหตุผล
“ถ้าพวกเขาสามารถแก้ไขกันเองได้ แต่ข้าก็ยังสอดมือเข้าไปเล่า?” เย่อวี๋หรานกล่าว “คนเราต้องรู้จักอ่านสถานการณ์ให้ปรุโปร่ง ถึงเวลาที่ควรไปก็ต้องไป ถ้าถึงเวลาที่ควรไปแล้วเจ้ายังไม่ไป คนอื่นก็จะรังเกียจเจ้า”
“แล้วพี่ข้า…”
“ข้อสองก็คือพี่สาวเจ้า เรื่องที่พี่สาวเจ้าก่อขึ้นในวันนี้เจ้าก็เห็นแล้ว นางยังไม่ได้ออกมาจากรังหมาป่าแห่งแรก[1] ก็ทนไม่ไหวอยากกระโดดเข้าไปอยู่ในรังหมาป่าอีกแห่งเสียแล้ว เจ้าจะให้ข้าช่วยอย่างไร?”
เมื่อหลินซื่อได้ยินคำว่า ‘รังหมาป่า’ ก็ตึงเครียดขึ้นมา รีบถามทันทีว่า “ท่านแม่ ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? แม้หลิวมู่ผู้นั้นดูเหมือนจะไม่เต็มใจ แต่ข้าคิดว่าเขาน่าจะพึ่งพาได้กว่าหลิวต้าซุ่นกระมัง?”
“นับแต่โบราณมา การเป็นแม่เลี้ยงยากเย็นที่สุด เจ้าคิดว่าพี่สาวเจ้ามีความสามารถสู้หม่าซานเหนียงได้งั้นหรือ? เดี๋ยวก็กลายเป็นว่าเลี้ยงลูกชายแทนคนอื่น แต่กลับไม่ได้ประโยชน์อะไร สุดท้ายแล้วก็เหนื่อยเปล่า”
หลินซื่อชะงัก “…”
ครั้นนึกถึงหม่าซานเหนียง ว่ากันตามตรง นางไม่มีความเชื่อมั่นต่อพี่สาวเลยสักนิด
“ที่จริงแล้วเรื่องนี้คนน่าสงสารที่สุดก็คือหลานสาวสามคนของเจ้า เจ้าคงเห็นแล้วกระมัง ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแบบนั้น ย่ากับพ่อแท้ ๆ ล้วนไม่เห็นพวกนางเป็นคน ตอนนี้แม้แต่แม่แท้ ๆ ก็ไม่ต้องการพวกนางแล้ว เจ้าคิดว่าต่อไปพวกนางยังจะมีชีวิตที่ดีอยู่หรือ?”
เฮ้อ…ที่จริงแล้วเย่อวี๋หรานก็เห็นใจเด็กสามคนนั้นมากทีเดียว แต่จากจุดยืนของนางตอนนี้ไม่สะดวกจะเข้าไปยุ่งเลยจริง ๆ
สถานการณ์ของพวกนางแตกต่างจากหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ย เพราะเด็กสามคนนั้นมีบิดามารดา บิดามารดายังไม่ว่ากระไร แล้วนางยังจะทำอย่างไรได้?
ถ้าหลินซื่อแกร่งพอก็อาจใช้ฐานะน้าสาวคนรองไปจัดการได้ ทว่าครอบครัวตนเองก็ยังยุ่งเหยิงไปหมดเช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็ไม่อาจทอดทิ้งคนสกุลจูเพื่อไปจัดการเรื่องนี้ได้
หากกล่าวถึงที่สุดแล้วจะพบว่า จิตใจคนเรานั้นล้วนเห็นแก่ตัว
[1] รังหมาป่า 狼窝 อุปมาถึงสถานที่อันตรายหรือแหล่งรวมคนชั่วร้าย