ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 262 บังคับให้ขึ้นเขาเหลียงซาน
บทที่ 262 บังคับให้ขึ้นเขาเหลียงซาน
ชั่วขณะนั้น คนจำนวนมากยังไม่ได้สติคืนมา ต่างก็พากันยืนนิ่งอยู่กับที่
เห็นอยู่เต็มตาว่าศีรษะของหลินต้าเม่ยกำลังจะพุ่งเข้าไปชนแล้ว พริบตานั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางอยู่หน้ากำแพง
โครม
ศีรษะของหลินต้าเม่ยชนเข้าที่ท้องของหลิวคัง
พอนางเห็นว่าเป็นคนก็โล่งอก เป็นลมไปอย่างวางใจ
หลิวคังนึกไม่ถึงว่าช่วยคนแล้วยังจะหมดสติไปอีก จึงรีบชูมือขึ้นอธิบายว่า “ข้าไม่ได้ตีนางนะ! จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้แตะนางเลยด้วยซ้ำ!”
“เจ้าเด็กโง่ คนล้มลงพื้นไปแล้ว เจ้าก็ไม่รู้จักพยุงไว้สักหน่อย” เจ้าหน้าที่ด่าเขาแล้วบอกให้บรรดาแม่เฒ่าเข้าไปดูอาการของหลินต้าเม่ย
ดูเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นวันนี้สิ ตอนแรกเป็นหม่าซานเหนียงตกเลือด ต่อมาหลินต้าเม่ยเอาศีรษะพุ่งชนกำแพง นี่คิดจะทำอะไรกัน?
คิดว่าเรือนของเขาเป็นโรงงิ้ว โรงมหรสพหรือไร?
“ไม่เป็นไร แค่เป็นลมไปเท่านั้น” แม่เฒ่าผู้มีประสบการณ์จับชีพจรดูสักครู่ก็รู้แล้ว
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสผ่อนลมหายใจออกมา ให้คนช่วยหามหลินต้าเม่ยไปไว้ข้าง ๆ เพื่อห้ามเลือดให้นาง
พร้อมกันนั้นก็ต้มยาช่วยรักษาอาการให้นางด้วย
อีกด้านหนึ่ง หลิวมู่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินต้าเม่ยจะกล้าชนกำแพงจริง ๆ เขาตกใจเป็นนานก็ยังไม่ได้สติคืนมา
มารดาของเขาวิ่งเข้ามาเกลี้ยกล่อม “เจ้านี่โง่เสียจริง คนอื่นอยากอยู่กับเจ้า ทำไมไม่รับปากอีก? เจ้าไม่ได้ไม่มีลูกชายเสียหน่อย”
“สะใภ้ที่ไม่ต้องใช้สินสอดสักแดงแบบนี้ เจ้ายังจะไม่เอาหรือ ถึงอย่างไรขึ้นเตียงไปก็เหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ”
“เจ้าอยากได้หญิงโสดทึนทึกไร้ประสบการณ์หรือไร?”
……
หลิวมู่โมโหแล้ว จึงกล่าวทื่อ ๆ ว่า “ข้าเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ได้หรือไร?”
“เจ้าเคยเห็นผู้ชายคนไหนเลี้ยงลูกคนเดียวด้วยเรอะ? มีแต่พวกยากจนข้นแค้นที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมแต่งด้วยเท่านั้นแหละ ถึงต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวเพราะไม่มีทางเลือก” มารดาของหลิวมู่กลัวว่าเขาจะโง่ หากบ้านไม่มีผู้หญิงอยู่ด้วยคิดว่าชีวิตจะง่ายดายนักหรือไร?
ปัดกวาดซักล้างงานเล็กน้อยยิบย่อยพวกนั้น ผู้ชายคนเดียวอย่างเขาจะทำทั้งหมดไหวอย่างนั้นหรือ?
เวลานั้น เจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาเกลี้ยกล่อม “เจ้าก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หลินต้าเม่ยถึงขั้นพุ่งเอาหัวชนกำแพงแล้ว เจ้าคิดว่าจะทำอย่างไรกันแน่?”
“ยังจะคิดอะไรได้? เจ้าหน้าที่ ท่านก็บอกมาเถอะ” หลิวมู่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มารดาของเขาก็ตอบแทนแล้ว “เรื่องหม่าซานเหนียง ท่านคิดจะจัดการอย่างไร? นางเป็นเมียหลิวมู่ แต่กลับทำงามหน้าไปมีลูกชายให้หลิวต้าซุ่นเสียอย่างนั้น เรื่องนี้จะจัดการอย่างไร?”
“แล้วเจ้าต้องการอย่างไรกันแน่? จับหม่าซานเหนียงยัดกรงหมูถ่วงน้ำ? ถ้าเจ้ากล้าจับหม่าซานเหนียงใส่กรงถ่วงน้ำ แม่ของหลิวต้าซุ่น และคนบ้านเดิมของหม่าซานเหนียงจะไม่ไปอาละวาดที่เรือนพวกเจ้างั้นรึ? ก่อนหน้านี้ที่อาละวาดเสียครึกโครมก็เป็นพวกเจ้าไม่ใช่หรือที่ยอมลงให้ก่อน?” เจ้าหน้าที่ไม่พอใจเสียแล้ว
ว่ากันตามกฎประจำหมู่บ้านสกุลหลิว เรื่องแบบนี้จะต้องจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำ แต่ครอบครัวหลิวมู่ทะเลาะสู้มารดาของหลิวต้าซุ่นไม่ได้ รวมถึงคนจากบ้านเดิมของหม่าซานเหนียงก็ด้วย จึงยอมถอยให้ก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสที่ถูกบีบอยู่ตรงกลางไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ล้วนไม่ถูกต้อง
เจ้าหน้าที่ลอบด่าในใจว่าผู้อาวุโสสกุลหลิวไร้ประโยชน์ เป็นถึงผู้นำของคนแซ่หลิว แม้แต่เรื่องจับคนยัดกรงหมูถ่วงน้ำก็ยังจัดการไม่ได้ ผู้อาวุโสของหมู่บ้านไหนบ้างที่ไร้ประโยชน์จนถึงขั้นนี้?
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ พวกเขาก็คงไม่ต้องวางแผนให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาที่นี่หรอก
มารดาของหลิวมู่ได้ยินวาจาของเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกพิพักพิพ่วน “คือว่า…เจ้าหน้าที่ ท่านก็รู้นี่นา แม่ของต้าซุ่นเป็นคนไม่มีเหตุผล บ้านเดิมของหม่าซานเหนียงก็รับมือยาก ข้ามีลูกชายแค่หลิวมู่คนเดียว แล้วจะไปสู้พวกเขาที่มีคนมากขนาดนั้นได้อย่างไร?”
“งั้นเจ้าก็บอกมาว่าจะจัดการอย่างไร? ทั้งไม่ถ่วงน้ำ ทั้งไม่ให้จัดการ จะปล่อยให้คาราคาซังกันไปแบบนี้เรอะ?”
มารดาของหลิวมู่กล่าวว่า “ท่านก็เชิญหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาแล้วไม่ใช่หรือไร? ก็ให้นางจัดการเสียสิ”
นางไม่กล้ามีเรื่องกับสองบ้านนั้น แต่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กล้านี่นา
เจ้าหน้าที่มองนางอย่างหมดคำจะบรรยาย “เจ้าไม่ได้ยินที่นางพูดเมื่อครู่นี้หรือ นางเป็นคนนอก ไม่สะดวกจะยุ่งเรื่องในหมู่บ้านสกุลหลิว”
มารดาของหลิวมู่ไม่เชื่อสักนิด “เฮอะ! หมู่บ้านสกุลหลี่ หมู่บ้านสกุลหลิน หมู่บ้านสกุลจาง นางไม่เคยแบกมีดไปหมู่บ้านไหนบ้าง คำพูดแบบนี้ท่านก็เชื่อ? หลอกได้แค่พวกเด็ก ๆ เท่านั้น
แหละ”
“เจ้าหมายความว่าให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ออกหน้าจัดการเรื่องจับหม่าซานเหนียงถ่วงน้ำ ให้นางเป็นคนแบกหม้อก้นดำ แล้วให้แม่ของต้าซุ่นกับคนบ้านเดิมของหม่าซานเหนียงไปหาเรื่องนาง แล้วหลินต้าเม่ยเล่า พวกเจ้าจะจัดการอย่างไร?”
“ขอเพียงจับหม่าซานเหนียงยัดกรงหมูถ่วงน้ำได้ ข้าจะให้ลูกชายแต่งหลินต้าเม่ยเข้าเรือนมาโดยไม่อิดออด” มารดาของหลิวมู่กระตุ้นเตือนเขา นางกล่าวต่อไปว่า “เป็นอย่างไร? ข้าเสนอวิธีการให้ท่านแล้ว ท่านลองเอาไปเจรจากับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ดูสิ ถึงนางจะพูดว่าไม่ยุ่งเรื่องหลินต้าเม่ย แต่ไม่ว่าอย่างไรนั่นก็เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของสะใภ้ห้าบ้านนาง ท่านคิดว่านางจะไม่ยุ่งจริง ๆ น่ะหรือ?”
เจ้าหน้าที่ครุ่นคิด ใช่แล้ว ถึงอย่างไรหลินต้าเม่ยก็เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของสะใภ้ห้าสกุลจู ต่อให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่อยากยุ่ง สะใภ้ห้าของนางจะยอมปล่อยไปเช่นนั้นหรือ?
สำหรับทุกประการที่เกิดขึ้นในวันนี้ พลิกแล้วพลิกอีก เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรแล้ว
เรื่องหม่าซานเหนียงยังไม่ยุติก็ตามมาด้วยเรื่องของหลินต้าเม่ย เดิมทีนางคิดจะจัดการโดยแบ่งเป็นเรื่อง ๆ ไป ทำให้ง่ายต่อการสะสาง แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะไม่ดำเนินไปในทิศทางที่คิดไว้ มักเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำให้เรื่องเหล่านั้นพัวพันยุ่งเหยิง
ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเสนอให้นางออกหน้าจัดการเรื่องหม่าซานเหนียงโดยใช้หลินต้าเม่ยเป็นข้อแลกเปลี่ยน นางก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเสียแล้ว
“พวกท่านถามความเห็นของหลิวมู่หรือยัง?”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสอึ้งไป “เขาน่าจะไม่มีความเห็นกระมัง? หม่าซานเหนียงสวมหมวกเขียวให้เขานะ ผู้ชายคนไหนเจอเรื่องพรรค์นี้ก็รับไม่ได้ทั้งนั้น ต้องอยากจับหม่าซานเหนียงยัดกรงหมูถ่วงน้ำอยู่แล้วสิ?”
“หมายความว่าพวกท่านไม่ได้ถามเลย? เช่นนั้นพวกท่านก็ไม่ถามก่อนเรอะ”
เจ้าหน้าที่กล่าวขึ้นทันทีว่า “ถ้าจูต้าเหนียงกังวลเรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นสักนิด แม่ของหลิวมู่พูดขึ้นมาต่อหน้าหลิวมู่เอง ถ้าหลิวมู่ไม่เห็นด้วยก็ต้องพูดออกมาแล้วสิ”
“อย่างนั้นก็ไปถามหลิวมู่โดยเลี่ยงแม่ของเขา”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคิดว่าทำเรื่องนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า แต่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้ไปถามหลิวมู่ พวกเขาจึงไร้ทางเลือก ได้แต่ไปถามสักรอบ
“ยัดกรงหมูถ่วงน้ำ? ทำแบบนั้นก็สบายนางน่ะสิ ตายแล้วทุกเรื่องก็จบสิ้น” หลิวมู่พูด
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสประหลาดใจ “ไม่กระมัง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังหลงเหลือความรู้สึกฉันสามีภรรยาต่อหม่าซานเหนียงอีกหรือ? ผู้ชายอย่างเจ้าจะใจกว้างไปแล้วกระมัง?”
หลิวมู่มองพวกเขา ทั้งยังไม่ได้อำพรางความคิดของตนเอง เขากล่าวว่า “ไม่ได้อภัยให้นาง แต่ข้าไม่อยากให้ลูกชายต้องลำบากใจ ตอนนี้เขายังเด็ก ยังไม่รู้ประสา แต่เขาก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ในสักวัน นอกจากนี้ ยัดกรงหมูถ่วงน้ำก็สบายเกินไป ข้ากลับไม่คิดว่าหม่าซานเหนียงแต่งงานใหม่เข้าเรือนหลิวต้าซุ่นไปแล้วจะมีชีวิตที่ดีงามอันใด เฮอะ! ด้วยนิสัยนาง ถึงตอนนั้นคงมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่รู้จบ ข้ายังรอดูเรื่องสนุกอยู่เลย”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคิดในใจว่า คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหมือนที่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ว่าไว้ไม่มีผิด?!
เรื่องนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำเลยสักนิด
หมายความว่า เป็นพวกเขาต่างหากที่ไม่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของหลิวมู่มาตั้งแต่แรก?
“เป็นอย่างไร เขาเห็นด้วยเรื่องจับหม่าซานเหนียงใส่กรงหมูถ่วงน้ำหรือไม่?” เย่อวี๋หรานถามขึ้นเมื่อพบเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสส่ายหน้า
“เช่นนั้นตอนนี้พวกท่านตั้งใจว่าจะจัดการอย่างไร?”
ผู้อาวุโสทอดถอนใจและกล่าวว่า “ในเมื่อไม่ต้องจับหม่าซานเหนียงยัดกรงหมูถ่วงน้ำแล้ว หลิวมู่ยังคิดจะให้หม่าซานเหนียงออกเรือนไปกับหลิวต้าซุ่น เรื่องทั้งหมดก็จัดการง่ายแล้ว เรื่องนี้เป็นไปตามที่ครอบครัวของหลิวต้าซุ่นต้องการพอดี”