ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 335 มันเทศที่หายไป
บทที่ 335 มันเทศที่หายไป
คราบน้ำตาบนหน้าสามารถล้างออก แต่ตาบวมแดงนั้นไม่อาจทำให้หายไปได้ในทันทีทันใด
หลี่ซื่อตาแหลม เมื่อหลินซื่อกลับมาก็สังเกตเห็นความผิดปกติจากดวงตาของอีกฝ่ายได้ในทันที จึงปราดเข้ามาหาแล้วสะกิดแขนหลินซื่อเบา ๆ พลางกระซิบว่า “นี่ เจ้าเป็นอะไรไป? ถูกท่านแม่ด่ามาหรือ?”
“ถูกท่านแม่ด่าอะไรกัน อย่าพูดเหลวไหล ท่านแม่เป็นคนดีขนาดนั้นจะด่าข้าได้อย่างไร?” หลินซื่อปฏิเสธทันควัน
“แล้วทำไมขอบตาของเจ้าถึงแดงเหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลยเล่า?” หลี่ซื่อสงสัย
หลินซื่อกล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอก ทรายปลิวเข้าตา ข้าเลยขยี้ตาน่ะ”
พูดจบก็ถอยออกห่างจากหลี่ซื่อที่ความคิดอ่านค่อนข้างฉับไว
นางเดินไปถึงข้างกายหลิ่วซื่อแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” ใช่แล้ว อยู่ข้างกายพี่สะใภ้ใหญ่ที่เป็นคนซื่อ ๆ จึงจะปลอดภัยที่สุด
หลิ่วซื่อเพียงตอบรับ “อ้อ”
หลี่ซื่อที่ถูกคนเดินหนีไปได้แต่กลอกตามองบน “ไม่พูดก็ไม่พูดสิ จะอะไรนักหนา”
ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลิวซื่อทำงานไปพลางกลอกตามองไปมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
สะใภ้ทั้งสี่คนย่อมไม่อาจกลับไปพร้อมกันได้อยู่แล้ว เย่อวี๋หรานให้พวกนางตกลงจัดลำดับกันเอง ทยอยกลับไปทีละคน
หลิ่วซื่อไม่จำเป็นต้องแย่งชิงแม้แต่น้อย นางเป็นพี่ใหญ่ ตามกฎแล้วต้องเริ่มจากนางก่อน
หลิวซื่อเองก็ไม่ร้อนใจ เพราะคนที่สองก็คือนาง
หลี่ซื่อกลับอย่างไรก็ได้ ขอแค่ไม่ตกหล่นส่วนของนางไปก็พอแล้ว
หลินซื่อไม่ลืมถ้อยคำที่แม่สามีพูดกับนางแม้เพียงชั่วขณะ ใคร่ครวญอยู่ตลอดเวลาว่านางกลับไปแล้วควรทำอย่างไรจึงจะสามารถบ่มเพาะ ‘น้ำใจ’ ครั้งนี้ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลิวซื่อตื่นขึ้นมาก็รีบจัดแจงตนเอง ตระเตรียมจะกลับบ้านเดิมไปอย่างสง่าผ่าเผย
ถึงตอนที่นางถือสิ่งของเต็มตะกร้ากลับไป จะต้องโอ้อวดต่อหน้าพวกพี่สาวน้องสาวให้ดีเลยเชียว พี่น้องคนใดออกเรือนได้ดีเหมือนนางบ้าง? ดูสิ นางส่งสิ่งของกลับบ้านเดิมอยู่ไม่ขาดโดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเทศกาลด้วยซ้ำ
แต่เมื่อนางเตรียมตัวเสร็จและไปหยิบตะกร้าก็พลันพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ “ใครขโมยมันเทศของข้า?!”
คนในเรือนสะดุ้งตื่นทันที
ไม่ว่าตื่นแล้วหรือยังไม่ตื่น ล้วนถูกเสียงร้องของนางปลุกขึ้นมากันหมด
“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่ซื่ออุ้มซานเป่าที่ตกใจตื่นและทำท่าจะร้องไห้ นางกล่าวเป็นเชิงตำหนิหลิวซื่อว่า “ท่านร้องเสียงดังอะไรแต่เช้า? ไม่เห็นหรือว่ายังเช้าอยู่เลย เด็ก ๆ ตกใจกันหมดแล้ว”
ซื่อเป่าที่อยู่ในอ้อมอกของจูซื่อก็เบะปาก ทำท่าจะร้องไห้เช่นกัน
จูซื่อปลอบว่า “ไม่ร้องนะไม่ร้อง พ่ออยู่ที่นี่ ซื่อเป่าของพวกเราว่าง่ายที่สุดแล้ว ไม่ร้องนะ…”
“พี่สะใภ้รอง วันนี้ถึงรอบท่านกลับบ้านเดิมไม่ใช่หรือ เหตุใดไม่รีบเตรียมตัว โวยวายอะไรแต่เช้า?” เมื่อวานนี้หลินซื่อคุยกับจูอู่จนดึกดื่น เมื่อถูกเสียงดังทำให้ตื่นแต่เช้าตรู่จึงค่อนข้างไม่พอใจ
นางอยากนอนนานกว่านี้สักนิด แล้วค่อยตื่นมาช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ให้อาหารหมู
หลิ่วซื่อเพิ่งกลับบ้านเดิมไปเมื่อวาน วันนี้เป็นเวรทำอาหารของนาง นางจึงตื่นนอนแล้ว ไม่รู้สึกว่ามีปัญหาตรงไหน
ขณะนั้นนางถือผักกำหนึ่งอยู่ ดูท่าคงเพิ่งเริ่มทำอาหารเช้าในครัว
“มันเทศ มันเทศของข้าหายไป!” หลิวซื่อวางตะกร้าต่อหน้าทุกคน เดิมทีมีมันเทศอยู่เต็มตะกร้า แต่ยามนี้กลับน้อยลงไปหลายหัว
ไม่เพียงเท่านี้ หลิวซื่อยังพูดว่าสิ่งของเล็กน้อยที่นางสะสมไว้เพื่อเอากลับไปให้บ้านเดิมก็หายไปเช่นกัน
“ท่านคงไม่ได้เอาไปวางไว้ที่อื่นแล้วจำผิดเองหรอกนะ?” หลี่ซื่อมองตะกร้าใบนั้น “ท่านลองคิดดี ๆ เมื่อเย็นวานได้หยิบไปวางไว้ที่อื่นหรือไม่?”
“ไม่” หลิวซื่อมั่นใจยิ่งยวด “เมื่อเย็นวานข้าเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว เอาทุกอย่างใส่ในตะกร้าและวางไว้ข้าง ๆ ตะกร้า ตั้งใจว่าเช้าวันนี้จะตื่นมาล้างหน้า กินอะไรเล็กน้อยแล้วค่อยออกไป ถ้าไม่เชื่อ พวกเจ้าจะถามเหล่าเอ้อร์ดูก็ได้ ข้าวางไว้แบบนั้นใช่ไหม?”
นางหันกลับไปถามจูเอ้อร์
จูเอ้อร์ตาปรือ ยังไม่ค่อยได้สติ “ข้าไม่รู้…”
“เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? เจ้ายังดูข้าวางของไว้อยู่เลย” หลิวซื่อร้อนใจ
จูเอ้อร์ค่อนข้างสับสน “ข้าดูเจ้าวางไว้ก็จริง แต่ข้าไม่ได้สังเกตว่าเจ้าวางอะไรไว้บ้าง”
“เจ้า…” หลิวซื่อทั้งโมโหทั้งร้อนใจ “ข้าวางอะไรเอาไว้ เจ้าจะมองไม่เห็นได้อย่างไร? เจ้ามีตาเอาไว้ทำไม เพื่อประดับให้ดูดีเท่านั้นรึ? ข้าคนเป็น ๆ ตัวโตขนาดนี้ ทำงานมาทั้งวันแล้ว วางของตั้งเยอะแยะเอาไว้ เจ้ากลับไม่มองเลยหรือ…”
ครั้นนึกถึงว่าสิ่งของเหล่านั้นหายไปแล้ว สามีผู้นี้ยังทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น นางก็รู้สึกปวดใจ
นางแต่งให้ผู้ชายแบบไหนกันแน่?
“พี่สะใภ้รอง ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ เรื่องราวเป็นมาอย่างไรยังไม่ได้ถามให้ชัดเจน ท่านร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์” หลี่ซื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะทะเลาะกันแล้วก็รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
จริง ๆ เลย ยังเช้าอยู่แท้ ๆ เรื่องดี ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปเสียได้?
“ใช่แล้ว พี่สะใภ้รอง ท่านใจเย็นก่อน ท่านลองนึกดูว่าได้วางไว้ที่อื่นบ้างหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องถามว่าใครมาที่ห้องของพวกท่านบ้างแล้ว…” หลินซื่อก็ช่วยไกล่เกลี่ยอยู่ข้าง ๆ
หลิวซื่อตวาดว่า “ข้ากับเหล่าเอ้อร์นอนอยู่ในห้อง ผู้ใดยังจะมาห้องพวกข้าอีก?”
หลินซื่อหน้าเจื่อน “ก็จริงเจ้าค่ะ”
ปกติเวลาพวกนางไปเยือนเรือนผู้อื่น ถ้าไม่รอให้สามีออกไปข้างนอกก่อน ก็จะพาสามีไปเยือนเรือนผู้อื่นด้วยกัน
ช่วงกลางวันยังพอว่า แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืน เจ้าไปเข้าห้องผู้อื่นอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนั้น ถ้าผู้อื่นกำลัง ‘ทำกิจ’ กันอยู่จะทำอย่างไร?
ไปเห็นเข้าก็น่ากระอักกระอ่วน
“เอาล่ะ เงียบกันให้หมด” เมื่อเย่อวี๋หรานเอ่ยขึ้นมา ทั่วทั้งเรือนก็เงียบสงบลงทันที
หลิวซื่อร้อนใจแต่ก็ไม่กล้าโวยวาย นางกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ “ท่านแม่ ท่านต้องคืนความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ”
“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ข้าถามใคร คนนั้นค่อยพูด” เย่อวี๋หรานกล่าว
ทุกคนตอบรับ “ขอรับ/เจ้าค่ะ”
“คนอยู่ครบหรือไม่?”
คนทั้งกลุ่มนั้ล้วนแต่ข้ามองเจ้า เจ้ามองข้า วนไปจนครบรอบ “เหมือนว่าท่านพ่อจะไม่อยู่”
“ทำไมท่านพ่อออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้?” หลี่ซื่อฉงน “ท่านพ่อไม่กินข้าวเช้าหรือ? พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านพ่อได้พูดอะไรกับท่านไหมเจ้าคะ?”
หลิ่วซื่อส่ายหน้า “ไม่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปสนใจเขา” เย่อวี๋หรานถาม “เมียเจ้ารอง เจ้าลองนึกดี ๆ ครั้งล่าสุดที่เจ้ายังเห็นว่าสิ่งของอยู่ครบคือเมื่อไหร่?”
หลิวซื่อพยายามนึกทบทวน “เมื่อเช้าตอนที่ข้าลุกมาเปลี่ยนชุด ออกมาจับดูแล้วรอบหนึ่ง เหมือนตอนนั้นจะยังอยู่นะเจ้าคะ…”
“หลังจากนั้นเจ้าไปทำอะไร? ใช้เวลานานเท่าไหร่?”
“ข้าไปตักน้ำล้างหน้า แล้วเข้าห้องสุขา…” หลิวซื่อไล่เรียงออกมาทีละอย่าง
“ตอนเจ้าไม่อยู่ ใครอยู่ในห้อง?”
“เหล่าเอ้อร์เจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานหันไปทางจูเอ้อร์ “เจ้าทำอะไรอยู่ในห้อง?”
จูเอ้อร์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “ข้ากำลังนอนอยู่ขอรับ”
“เจ้าไม่ได้ยินอะไรเลยหรือ?”
จูเอ้อร์ส่ายศีรษะ “ไม่ขอรับ ข้าได้ยินเสียงนางร้องถึงค่อยตื่น”
เย่อวี๋หรานหันไปทางหลิวซื่ออีกครั้ง “ก็หมายความว่า เจ้าทำทุกอย่างนี้เสร็จ พอกลับมาก็พบว่าสิ่งของหายไปแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้าค่ะ!” หลิวซื่อพยักหน้า
เย่อวี๋หรานหันไปถามคนอื่น ๆ “เมียเจ้าใหญ่ เจ้าตื่นตอนไหน ทำอะไรไปบ้าง?”
หลิ่วซื่อตอบว่า “ข้าไปเข้าห้องสุขา ล้างหน้า จากนั้นก็ไปแปลงผัก เตรียมทำอาหารเช้าเจ้าค่ะ…”
“เจ้าใหญ่เล่า?”
จูต้าตอบทันทีว่า “ข้านอนอยู่ขอรับ”
“เจ้าสี่ เมียเจ้าสี่ พวกเจ้าเล่า?”
หลี่ซื่อตอบอย่างฉะฉาน “ข้ายังไม่ตื่นเจ้าค่ะ อยู่ในห้องกับเหล่าซื่อ ซานเป่า และซื่อเป่า ได้ยินเสียงดังถึงตื่นขึ้นมา”
จูซื่อพยักหน้า “ขอรับ พวกข้ายังไม่ตื่น”
“เจ้าห้า เมียเจ้าห้า พวกเจ้าเล่า?”
หลินซื่อตอบ “เหมือนกันเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ตื่น ได้ยินเสียงค่อยตื่น”
จูอู่ปิดท้ายว่า “ท่านแม่ เมื่อคืนวานข้ากับท่านนอนที่เรือนหลังใหม่ เพิ่งมาทางนี้กับท่านนี่ล่ะขอรับ”