ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 371 ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น
บทที่ 371 ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น
เฮ้อ…ทำไมพี่สามไม่กลับมาสักทีนะ? กลุ้มใจจะตายแล้ว!
จูอู่ที่เดิมทียังสามารถนอนหลับได้สนิทกลับถูกเรื่องนี้ก่อกวนจนฝันร้ายทั้งคืน
ถ้าไม่ฝันว่าบิดาเขามีชู้ ถูกจับได้คาเตียงโดยมีคนทั้งหมู่บ้านห้อมล้อมเป็นประจักษ์พยาน ก็ฝันว่ามารดาของตนเองบันดาลโทสะ คว้ามีดมาสับร่างบิดาเป็นท่อน ๆ
แม่เจ้าโว้ย ชวนสยองเกินไปแล้ว!
เมื่อผู้ดูแลฝ่ายซ้ายตื่นขึ้นมาเห็นจูอู่เหงื่อแตกพลั่กก็พลันสะดุ้งโหยง “เจ้าเป็นอะไรไป?! ไม่สบายหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น…” จูอู่ตอบอย่างอ่อนระโหยโรยแรง พร้อมทั้งขยับเท้าเหม็น ๆ ของใครบางคนที่พาดอยู่บนอกตัวเองออกไป
มารดามันเถอะ ที่ข้ารู้สึกเหมือนถูกหินก้อนยักษ์ทับร่างมาทั้งคืนเป็นเพราะเหตุนี้เองหรอกหรือ
“ขอโทษที ท่านอนข้าไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่” ผู้ดูแลฝ่ายซ้ายรีบขยับเท้าออกอย่างกระดากใจ
ผู้ชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่ง เป็นพ่อคนแล้วยังถูกภรรยาตัวเองวิพากษ์วิจารณ์ท่านอน เขายังจะทำอย่างไรได้?
เมื่อวานขนมันเทศกลับมา วันนี้ก็เริ่มเตรียมแปลงเพาะชำมันเทศ
เย่อวี๋หรานแบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีหลิ่วซื่อและหลี่ซื่อเป็นผู้นำ ให้รับผิดชอบจัดการมันเทศ กลุ่มหนึ่งมีหลิวซื่อและหลินซื่อเป็นผู้นำ ให้รับผิดชอบจัดการก้านเครือมันเทศ และอีกกลุ่มหนึ่งมีจูเหล่าโถวเป็นผู้นำ ให้รับผิดชอบแปลงเพาะชำ
เย่อวี๋หรานสอนวิธีการนำหัวมันเทศและก้านเครือไปเพาะชำให้ลูกสะใภ้แต่แรกแล้ว เพียงกำชับเล็กน้อยก็รู้เรื่อง
ถ้ายังไม่วางใจ นางค่อยมาตรวจสอบตอนเริ่มต้น ระหว่างนั้น หรือตอนเก็บงานก็ได้เช่นกัน
ทางด้านจูเหล่าโถวยิ่งไม่จำเป็นต้องกังวลใจ เขาเป็นคนดูแลแปลงเพาะชำของครอบครัว คราวนี้เขาพาคนในหมู่บ้านทำแปลงเพาะชำ กล่าวได้ว่าเป็นสารถีเจนทาง ชำนาญยิ่งนัก
หลี่ซื่อแอบมาพบเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ พวกเราสอนคนอื่นโดยไม่เก็บงำอำพรางเช่นนี้ ไม่ค่อยดีกระมัง?”
“ทำไมจะไม่ดีเล่า?” เย่อวี๋หรานถาม
หลี่ซื่อกระซิบ “สอนพวกเขาจนทำเป็นแล้ว ต่อไปครอบครัวเราก็ไม่ได้เปรียบแล้วน่ะสิเจ้าคะ?”
“พวกเราก็ไม่ได้จะอาศัยเรื่องนี้เพื่อให้ได้เปรียบคนอื่นสักหน่อย” เย่อวี๋หรานกล่าว “ข้าต้องการให้พวกเขาทำเป็น พวกเขาจะได้รู้ว่าติดตามสกุลจูของพวกเราแล้วจะได้มีเนื้อกิน เมื่อเวลาผ่านไป พวกเราคิดจะทำอะไร พวกเขายังจะไม่ทำตามอีกหรือ? เจ้าน่ะ อายุยังน้อย หัดเรียนรู้เอาไว้ให้มาก ผลประโยชน์บางอย่างใช่ว่าจะมองเห็นด้วยตาเปล่า”
แม้หลี่ซื่อจะพอใจเข้าใจว่าการช่วยเหลือคนในหมู่บ้านให้ร่ำรวยไปด้วยกันมีผลดีต่อสกุลจู แต่ก็ยังไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจเท่าใดนัก
ครอบครัวตนเองยังไม่ทันร่ำรวยก็เอาประสบการณ์มาสอนคนอื่นเสียแล้ว ออกจะขาดทุนเกินไป
เย่อวี๋หรานมองออกว่าอีกฝ่ายไม่ยินดี จึงทอดถอนใจอย่างจนปัญญา นางกล่าวว่า “วางใจเถอะ แม่แค่ให้พวกเจ้าสอนวิธีปลูกให้พวกเขา ไม่ได้จะสอนเรื่องหลังจากนั้น พอทุกคนปลูกมันเทศเป็นกันหมดแล้ว มันเทศก็จะไม่หายากเหมือนเดิมอีก วันหน้าพวกเราก็สามารถลดราคามันเทศที่คนอื่นเก็บเกี่ยวได้ แล้วหันไปค้าขายอาหาร”
“ค้าขายอาหาร?!” แววตาของหลี่ซื่อวาววับ “ท่านแม่ ท่านยังมีสูตรอีกหรือเจ้าคะ?!”
“อืม!” เย่อวี๋หรานปราศจากอารมณ์ใด ๆ “เจ้ารู้แก่ใจก็พอ อย่าเอาไปบอกคนอื่น เข้าใจไหม?”
“รู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านวางใจได้ ข้าปิดปากสนิทยิ่งนัก” เมื่อได้ยินว่าหลังจากนี้ยังสามารถหาเงินได้ หลี่ซื่อยังจะมีอะไรให้กังวลอีก
ก่อนหน้านี้นางกลัวว่าพวกตนเอาประสบการณ์ปลูกมันเทศไปสอนคนอื่นจนหมดเปลือก เมื่อคนในหมู่บ้านปลูกเป็นกันหมดแล้ว สกุลจูก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้อีก
แต่ฟังจากที่แม่สามีพูด ‘ผลประโยชน์’ ยังรออยู่ข้างหน้า นางก็สบายใจได้แล้ว
เมื่อกลับไปสอนคนอื่น ๆ พร้อมกับหลิ่วซื่อ นางก็ทุ่มเทเต็มที่ยิ่งกว่าเดิม
เย่อวี๋หรานวนดูอยู่หลายรอบ พบว่าทั้งสามกลุ่มล้วนทำงานได้เป็นอย่างดี จึงไม่ได้เข้าไปยุ่ง ได้แต่กลับเรือนหลังเก่าไปดูจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ย
เรือนหลังใหม่คนมากเรื่องเยอะ พวกนางที่เป็นแม่นางน้อยเยาว์วัยสามคนจึงไม่ได้อยู่ทางนั้น เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วจึงให้พวกนางรั้งอยู่ทางนี้คอยดูแลซานเป่าและซื่อเป่า
เย่อวี๋หรานไม่ได้ปล่อยให้พวกนางว่างงานเสียทีเดียว แต่วาดภาพร่างตุ๊กตาผ้าแผ่นหนึ่ง สอนจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยว่าต้องตัดอย่างไร เย็บอย่างไร จากนั้นก็ปล่อยให้พวกนางทำต่อไปด้วยตนเอง
ส่วนซานเป่าและซื่อเป่า นางให้ช่างไม้ไฉช่วยทำบันไดลื่น ม้าไม้ รวมถึงของเล่นไม้อื่น ๆ จากนั้นนำมาตั้งทั่วลานเรือนจนเทียบได้กับสนามเด็กเล่นขนาดย่อมแล้ว
เมื่อเด็กน้อยในหมู่บ้านมาเห็นเข้าก็ชมชอบยิ่งนัก มักมาเล่นที่เรือนสกุลจูอยู่บ่อย ๆ
เย่อวี๋หรานก็อนุญาตให้พวกเขาเล่น แต่มีเงื่อนไขว่า “จะมาเล่นที่เรือนข้าก็ได้ แต่พวกเจ้าต้องช่วยดูแลซานเป่ากับซื่อเป่า พวกเขาอายุยังน้อย ยังเดินไม่คล่อง ไม่อาจรังแกพวกเขา เข้าใจไหม?”
เด็กทั้งกลุ่มโห่ร้องดีใจ
“ทราบแล้วขอรับ ท่านย่าจู พวกข้าจะดูแลซานเป่ากับซื่อเป่าอย่างดีเลย”
“ท่านย่าจู ท่านช่างดีจริง ๆ!”
……
ยามปกติหวาดกลัวเย่อวี๋หรานแทบตาย แต่ครั้นได้ยินว่ามีของเล่นก็ลืมเรื่องนี้ไปแทบจะในทันที
เนื่องจากเป็นของเล่นสำหรับเด็กเล็ก เย่อวี๋หรานจึงกำชับช่างไม้ไฉไว้แต่แรกแล้วว่าห้ามมีมุมแหลมคม ล้วนต้องขัดให้มนเกลี้ยง
เย่อวี๋หรานจัดกลุ่มให้พวกเขา จากม้าไม้และบันไดลื่น จนถึงกระดานหกและชิงช้า ให้ผลัดกันเล่น ห้ามแย่งห้ามทะเลาะ เด็กที่โตหน่อยก็ต้องช่วยดูแลเด็กที่อายุน้อยกว่า
ทำอย่างไรได้ เด็กเล็กเคลื่อนไหวช้า เด็กที่โตกว่าอาจรอไม่ไหว อยากแทรกแถวก็ได้นี่นา
แต่เด็กเล็กก็ไม่แน่ว่าจะยอมถอย อาจร้องไห้งอแงขึ้นมาก็ได้
ดังนั้นเย่อวี๋หรานจึงห้ามเด็กโตแทรกแถว ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็พาเด็กเล็กเล่นไปด้วยกัน จะได้เร็วขึ้น
แน่นอนว่าเนื่องจากของเล่นเหล่านี้ออกแบบมาค่อนข้างเล็ก ถ้าเป็นเด็กที่โตแล้วอย่างเช่นจูปาเม่ย หลินซานเม่ย หรือหลินซื่อเม่ยย่อมเล่นไม่ได้อยู่แล้ว
พวกจูปาเม่ยสามคนเฝ้าอยู่ที่นั่น นอกจากช่วยดูแลซานเป่าและซื่อเป่า ยังมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีคน ‘แอบเล่น’ รวมถึงคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างพวกเด็ก ๆ ด้วย
“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ข้าเย็บใกล้จะเสร็จแล้ว” จูปาเม่ยเห็นเย่อวี๋หรานเดินมาทางนี้ก็กุลีกุจอส่งตุ๊กตาผ้าที่เย็บใกล้จะเสร็จแล้วในมือไปให้ดู
ตุ๊กตาผ้ามีขนาดไม่ใหญ่นัก ขนาดประมาณฝ่ามือเท่านั้น เป็นกระต่ายน้อยธรรมดาตัวหนึ่ง ตัดเป็นรูปทรงพื้น ๆ เรียบง่าย
เมื่อเย็บเสร็จแล้วยัดฝ้ายเอาไว้ข้างใน ก็สามารถทำเป็นตุ๊กตาผ้าขนาดเล็กราวฝ่ามือได้แล้ว
เย่อวี๋หรานรับมาดูใกล้ ๆ “อืม ไม่เลว เย็บของพวกนี้ต้องมีน้ำอดน้ำทน ฝีเข็มถี่สักหน่อย ค่อย ๆ เย็บไปอย่างใจเย็น”
นางยังรับของหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมาตรวจด้วยเช่นกันแล้วเอ่ยชมทุกคน
เห็นว่าพวกนางเย็บใกล้จะเสร็จแล้วจึงบอกให้ทำต่อไป เหลือช่องไว้เล็กน้อย นางไปหยิบของที่จะใช้ยัดไส้แล้วจะกลับมา
ตามความคิดของเย่อวี๋หราน หากไม่มีฝ้าย ใช้รำข้าวยัดไว้ข้างในก็ได้เหมือนกัน
แต่ยุคสมัยนี้ รำข้าวไม่ใช่อาหารเลี้ยงหมู แต่นำไปผสมกับข้าวให้คนกิน
ถึงรำข้าวจะค่อนข้างติดคอ แต่ของสิ่งนี้เป็นเปลือกของเมล็ดข้าว กินแล้วช่วยให้อิ่มท้องได้เช่นกัน ขอเพียงเติมลงไปแต่น้อยก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก
มีเพียงครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นจริง ๆ จึงจะเติมรำเข้าไปมาก ๆ
ดังนั้น ถ้าได้กินแป้งกรอบที่ติดคอเป็นพิเศษจากเรือนใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารแต่อย่างใด
สิ่งที่เย่อวี๋หรานหยิบมาก็คือชาดอกไม้ที่นางให้พวกจูปาเม่ยนำไปตากแห้งเอาไว้แล้ว
มีทั้งแบบที่เป็นดอกสมบูรณ์ ดอกตูม และกลีบดอกเดี่ยว ๆ
ตอนนี้ยังไม่มีของหายากอะไร ได้แต่นำสิ่งของที่ทำกันเองตามมีตามเกิดมาประยุกต์ทำเป็นอะไรใหม่ ๆ แล้ว