ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 377 พวกเราช่วยเจ้าจับแล้ว
บทที่ 377 พวกเราช่วยเจ้าจับแล้ว
เรื่องนี้เขาก็ไม่กล้าชักช้า รีบปล่อยคนไป
เพียงแต่เรื่องไร่นี้ ผู้ดูแลฝ่ายซ้ายก็ไม่กล้าที่จะออกห่าง
เถามันเทศเริ่มจะแตกหน่อแล้ว คนจากหมู่บ้านสกุลจูและคนจากหมู่บ้านอื่นล้วนอดไม่ได้ที่จะเดินเตร่อยู่แถวนี้ ถ้าไม่มีคนคอยเฝ้าแล้วเถามันเทศถูกใครทำลายเข้า เขาคงจะร้องไห้จนตาย
ไม่สิ ไม่ใช่ว่าร้องไห้จนตาย แต่คนทั้งหมู่บ้านคงด่าเขาจนตาย
จูหย่งหนิงไม่ได้พูดอะไรแต่มีใบหน้าซีดเซียว ยามที่เดินออกจากไร่ จูอู่อดไม่ได้ที่จะรีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายที่เกือบจะล้มลงพื้น
คนส่งข่าวเห็นเข้าก็รู้สึกเห็นใจ เฮ้อ…เจอเรื่องแบบนี้ ใครจะยังทนไหวเล่า?
เทียบกับความตื่นตระหนกของฝั่งนี้แล้ว สถานการณ์ทางด้านของหญิงปากสว่างนั้นดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ยามที่นางถูกจ้าวกุ้ยเซิงพยุงเข้าไปในเรือนหมอ หมอชาวบ้านก็กำลังพลิกตากสมุนไพรอยู่ในบ้าน
ฝนตกต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว ไม่ง่ายเลยที่แดดจะออก หากไม่เอาไปตากแดดต้องขึ้นราหมดเป็นแน่
“ช่วยด้วยหมอ ข้าจะตายแล้ว…” หญิงปากสว่างเข้ามาในเรือนก็น้ำตาไหลเป็นสาย ร้องไห้หนักอย่างน่าเวทนา ราวกับกินผลไม้ป่าอยู่ดี ๆ ก็ถูกคนวางยาพิษ
หมอชาวบ้านได้ยินก็สับสน
เขาบอกให้ทั้งสองคนอย่ารีบร้อน ก่อนจะเดินมาตรวจอาการหญิงปากสว่าง
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าถูกวางยาพิษหรือ?” หมอชาวบ้านแม้จะมีทักษะทางการแพทย์ตื้นเขิน แต่ถูกพิษหรือไม่นั้นเขาก็ยังพอดูออก เว้นแต่ว่าจะเป็นยาพิษแปลก ๆ
“ใช่ ข้าถูกวางยาพิษ เจ้าดูปากข้าสิ มันร้อน…” หญิงปากสว่างพูด “ตอนนี้ไม่ร้อนแล้ว แต่เมื่อครู่ร้อนราวกับถูกไฟเผาเลย”
“พิษอะไรหรือ ไม่เช่นนั้นเจ้าเอาของที่ถูกวางยาพิษมาให้ข้าดูเถอะ” หมอชาวบ้านทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง เขาฟังอยู่นานและตรวจอยู่นานก็ยังตรวจไม่พบว่าหญิงปากสว่างถูก ‘พิษ’ อะไร
หญิงปากสว่างร้อนใจ รีบให้จ้าวกุ้ยเซิงวิ่งกลับไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’ นั้นมา
เมื่อจ้าวกุ้ยเซิงออกจากเรือนไปก็พบลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างที่กำลังวิ่งมา “แม่สามีข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“ยังตรวจอยู่ในเรือน เจ้าเข้าไปดูเถอะ ข้าจะกลับไปเอาของ”
“เอาอะไรหรือเจ้าคะ?”
“ผลไม้มีพิษ”
ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างสงสัยว่าในบ้านจะมีผลไม้มีพิษได้อย่างไร? เดี๋ยวก่อนนะ ไม่ใช่ว่าแม่สามีของนางถูกวางยาพิษหรอกหรือ?
เพียงแต่จ้าวกุ้ยเซิงรีบกลับไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’ ไม่รอให้นางถามอย่างละเอียด คนก็วิ่งไปแล้ว
ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างเห็นเงาของเขาห่างไปไกลแล้วก็ทำได้เพียงเข้าไปในเรือน
ในเรือนนั้นหญิงปากสว่างร้องไห้อย่างน่าสังเวช ถามหมอชาวบ้านว่านางจะตายหรือไม่? ทั้งยังบอกกับหมอชาวบ้านด้วยว่าหากนางตาย ก็เป็นเพราะหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์น่าตายผู้นั้นที่เป็นคนวางยาพิษนาง
“ท่านแม่?! ทำไมท่านถึงไปยั่วโมโหจูต้าเหนียงละเจ้าคะ? แล้วทำไมนางถึงวางยาพิษท่านละเจ้าคะ?!” ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างได้ยินประโยคนี้หัวใจก็เต้นแรง
นางรู้ว่าแม่สามีของนางนั้นทั้งวันไม่มีอะไรทำ แต่ชอบสร้างปัญหาให้จูต้าเหนียง พูดใส่ร้ายว่าสามีไปเป็นชู้กับคนอื่น จนเกือบทำคนถูกลงโทษถึงตายแล้ว
นั่นก็แล้วไปเถอะ แต่สุดท้ายก็ไปยั่วโมโหจูต้าเหนียงจนถูกคนวางยาพิษ?
นางรีบถามหมอชาวบ้านว่าพิษของแม่สามีนางร้ายแรงหรือไม่ จะยังรอดชีวิตหรือไม่
หมอชาวบ้านทำอะไรไม่ถูก “ข้าก็ดูไม่ออกว่าแม่สามีของเจ้าถูกพิษชนิดใด ดังนั้นจึงให้พี่ชายของแม่สามีเจ้ากลับไปเอาผลไม้มีพิษมา เอาไว้เห็นผลไม้มีพิษก่อนถึงจะพูดได้…”
ไม่รอให้พูดจบ ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างก็ร้อนใจ “ไปกลับจะใช้เวลานานเท่าใด? ท่านหมอ แม่สามีข้าจะทนอยู่ถึงครานั้นไหวหรือ?”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้ไม่เหมือนว่าถูกพิษ” หมอชาวบ้านแสดงออกว่าเป็นเพราะไม่เห็นว่าถูกพิษจึงไม่เป็นอะไร ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รีบร้อนไม่ใช่หรือ?
ขอเถอะ เขาเป็นหมอนะ รบกวนช่วยไว้ใจเขาให้มากกว่านี้หน่อย
ทางด้านนี้ไม่มีอะไร แต่จ้าวกุ้ยเซิงที่วิ่งกลับไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’ กลับเจอปัญหา
ปรากฏว่าเขายังวิ่งกลับไปไม่ถึงเรือนของหญิงปากสว่างก็ถูกคนขวางทางไว้ “เป็นเขา! เขาคือผู้ชายคนนั้น”
จ้าวกุ้ยเซิงสับสน ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นก็เห็นว่ามีคนเข้ามาล้อมทั้งยังลงมือกับเขาด้วย
“พวกเจ้าจะทำอะไร!” เขาตกใจจนตะโกนลั่น แต่กลับถูกชายหนุ่มหลายคนจับแขนและมัดไว้
“ไอ้ชายชู้!” มีคนด่าขึ้นมา “หน้าไม่อาย มาแย่งผู้หญิงจากหมู่บ้านสกุลจูของพวกเรา ไม่ไว้หน้าหมู่บ้านสกุลจูของพวกเรา บิดาจะบอกเจ้าให้นะว่ากล้ามาคบชู้กับสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจูเช่นนี้ บิดาจะตีเจ้าให้ตาย”
ด่าไปพร้อมกับยกมือขึ้น ตบไปที่ใบหน้าของจ้าวกุ้ยเซิง
เพียะ!
จ้าวกุ้ยเซิงถูกตีก็ตกตะลึง “ชู้เช้ออะไรกัน?! ข้าไปยุ่งกับสะใภ้หมู่บ้านสกุลจูของพวกเจ้าเมื่อใดกัน? ข้าแค่มาเยี่ยม…”
ไม่รอให้เขาพูดจบ คนผู้นั้นก็ตีต่อ “เหอะ! เจ้าทำอะไร คิดว่าพวกข้าตาบอดมองไม่เห็นหรือ? พี่น้องพวกเราเอ๋ย ให้ข้าตีเถอะ เหอะ!”
“เหอะ กล้ามาขโมยสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจู สมควรถูกตีจนตาย!”
“ตีมันให้ตาย! กล้ามาขโมยคนหมู่บ้านสกุลจู สั่งสอนบทเรียนให้มันรู้ว่ามาหาเรื่องผิดคนแล้ว”
……
จ้าวกุ้ยเซิงผู้น่าสงสารคิดจะเปิดปากพูดอยู่หลายครั้ง จะแก้ไขความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ว่าจริง ๆ แล้วเขามา ‘เยี่ยมคน’ แต่เพราะถูกขัดจังหวะ จึงถูกคนทุบตีชนิดที่เรียกได้ว่าสาหัส
“ไอ้หยา ตาข้า” เขาร้องอย่างเจ็บปวด ใบหน้าปรากฏตาของหมีแพนด้าสองข้างในทันที
จ้าวกุ้ยเซิงทั้งโกรธทั้งลอบด่าในใจว่า ‘ซวย’ นัก ไม่รู้ว่าใครขโมยสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจู แต่กลับโยนปัญหามาให้เขา
อย่าให้เขาเจอตัวนะ เขาจะฆ่ามันให้ตาย
จูหย่งหนิงกลับมาก็เห็นบนถนนไกล ๆ ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งอยู่
เขามัวแต่คิดเรื่องหญิงปากสว่าง เดิมทีก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง แต่คนหนึ่งในกลุ่มเห็นเขาก็อุทาน “ลุงหนิง?! ลุงหนิง รีบมาดูเร็ว พวกข้าช่วยเจ้าจับชายชู้ไว้แล้ว…”
จูหย่งหนิง “…”
ชายชู้ของเมียเขา?!
ครั้นคิดเรื่องถูกสวมหมวกเขียวมาตลอด ทั้งยังถูกผู้คนมากมายถึงเพียงนี้เห็นเข้า สีหน้าของจูหย่งหนิงก็เรียกได้ว่าสุดจะทน
เขาหยิบไม้ท่อนหนาขึ้นมาจากพื้นแล้วพุ่งเข้าไป
ฝูงชนเห็นเช่นนั้นก็หลีกทางให้เข้าไป
จูหย่งหนิงเห็นร่างเงาที่คลานอยู่บนพื้น ยังเห็นไม่ชัดเจนว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ในใจเต็มไปด้วยความโกรธจึงยกท่อนไม้ขึ้น
ในขณะนั้น เองจ้าวกุ้ยเซิงก็เงยหน้าขึ้นมา และรีบตะโกนออกไปว่า “จูหย่งหนิง! เจ้าจะทำอะไร?! เป็นข้า นี่ข้าเอง พี่เจ้า…”
การกระทำของจูหย่งหนิงหยุดชะงักไป “พี่ใหญ่?!”
จ้าวกุ้ยเซิงที่ถูกทุบตีอย่างอนาถจนมีดวงตาเป็นหมีแพนด้ารีบส่งเสียงว่า “ใช่ เป็นข้าเอง พี่ใหญ่ของเจ้า จ้าวกุ้ยเซิง พี่ใหญ่ของเมียเจ้า…จูหย่งหนิงเจ้ามาแล้ว เจ้ารีบอธิบายให้คนหมู่บ้านเจ้าฟังทีว่าข้าเป็นพี่เขยเจ้าจริง ๆ ข้ามาเยี่ยมคน ไม่ได้เป็นชู้อะไร…”
มีคนตอบสนองและรีบถาม “ลุงหนิง นี่คือพี่ใหญ่ของท่านจริงหรือ?”
จูหย่งหนิงจำคนได้ก็พยักหน้า “เป็นพี่เขยข้า ทำไมพวกเจ้าถึงทุบตีเขาเช่นนี้?”
กลุ่มคนรู้สึกกระอักกระอ่วน “เอ่อ พวกข้าคิดว่าเขาเป็นชู้ของเมียเจ้า”
จ้าวกุ้ยเซิงทั้งโกรธทั้งรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม “ชู้เช้ออะไรกัน?! ข้าเป็นพี่ชายของหญิงปากสว่าง เป็นชู้กับผีน่ะสิ พวกเจ้าหมู่บ้านสกุลจูบ้าไปแล้วหรือ?”