ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 376 ดูเรื่องสนุกไม่ดีหรือ?
บทที่ 376 ดูเรื่องสนุกไม่ดีหรือ?
คนผู้นั้นตกใจ “ไม่หรอกกระมัง เจ้าถูกบังคับให้ดื่มยาพิษหรือ?!”
โธ่ถัง สุดท้ายลุงหนิงคนนั้นก็จับหญิงปากสว่างกรอกยาพิษหรือ?!
“ปากพล่อยหามารดาเจ้าหรือ! ใครถูกบังคับให้ดื่มยาพิษกัน? ถ้าให้ข้าพูด…เจ้าสิเป็นฆาตกร ดูแล้วก็ไม่เห็นว่าจะเหมือนคนดีอะไรไม่ใช่รึ? ข้าเป็นอะไร? ข้าไปฆ่าทั้งสกุลเจ้าหรือ?” เดิมทีหญิงปากสว่างก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก อีกทั้งยังมีคนมายั่วโทสะจึงด่ากลับไปชุดใหญ่ทันที
จ้าวกุ้ยเซิงที่เกรงว่านางได้ดื่มพิษเข้าไป แต่ผลคือนางยังมีใจมาด่าคนอื่น จึงทั้งโมโหทั้งร้อนใจ “จ้าวกุ้ยฮวา ช่วยหุบปากให้ข้าหน่อยเถอะ เจ้ายังต้องการชีวิตอยู่หรือไม่? ถ้าไม่ต้องการแล้วข้าจะได้ไป”
ครั้นคำพูดนี้ดังขึ้น จึงทำให้หญิงปากสว่างตกตะลึง
“ยังอยากจะไปหาหมอหรือไม่?”
“อยาก”
จ้าวกุ้ยเซิงจึงดึงนางเดินต่อไปยังเรือนของหมอ
คนผู้นั้นยืนอยู่ที่เดิมพลางลูบที่หน้าอก “ไอ้หยา ชายที่พาหญิงเฒ่าไปดูจะอารมณ์รุนแรงเกินไปหรือไม่? ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องไปบ้านลุงหนิงสักหน่อย ไปบอกลุงหนิงว่าอย่าให้คนรังแก…”
ระหว่างทาง เขายังเรียกคนสองสามคนที่พบมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังสักหน่อย
เมื่อทุกคนได้ยินว่ามีคนมาถึงในหมู่บ้านเพื่อ ‘ชิง’ ภรรยาของจูหย่งหนิงไป ก็ล้วนพากันตามมาด้วย
เรื่องตลกอันใดกัน!
ยามปกติพวกเขาก็ไม่ได้ชอบหญิงปากสว่างมากนัก แต่ไม่ชอบก็ส่วนไม่ชอบ ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลจู
ในหมู่บ้านสกุลจูนั้นสามารถหย่าร้างได้แม้แต่หญิงปากสว่าง ทว่าหากมีคนกล้ามา ‘ชิงตัวคน’ หมู่บ้านสกุลจูไป นั่นไม่ใช่ว่าไม่เห็นหมู่บ้านสกุลจูอยู่ในสายตารึ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างกลับมาจากล้างผักก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งอยู่หน้าเรือนของครอบครัวตนเอง
นางเห็นคนเยอะถึงเพียงนี้ก็ตกใจ รีบร้อนถือตะกร้าวิ่งเข้าไปทันที “เกิดอะไรขึ้น ๆ บ้านข้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”
“สะใภ้ของหญิงปากสว่าง พ่อสามีเจ้าอยู่ที่ไหน?”
“หือ พ่อสามีข้า เขาก็ทำงานอยู่ในไร่ไม่ใช่หรือ? วันนี้เป็นคราของเขากับผู้ดูแลฝ่ายซ้ายที่ต้องไปเฝ้าต้นกล้า ยังไม่กลับมาเลย ทำไมหรือ?”
คนเหล่านั้นมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ แล้วถามว่า “พ่อสามีของเจ้าไม่อยู่บ้านหรือ?”
“ไม่อยู่ ทำไมหรือ? พวกเจ้าบอกมาสิว่าตกลงแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
มีคนพูดขึ้นว่า “เมื่อครู่ข้าอยู่ที่ถนน เห็นแม่สามีเจ้าเดินไปกับชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน แต่หน้าตาดูคุ้น ๆ แม่สามีเจ้าเหมือนว่าจะถูกคนวางยาพิษให้กินเสียด้วย ข้ายังคิดว่าเป็นพ่อสามีของเจ้าที่วางยาพิษ แต่พ่อสามีของเจ้าไม่อยู่ แล้วใครเป็นคนวางยาพิษกันเล่า?”
“อะไรนะ?! แม่สามีข้าถูกคนวางยาพิษหรือ?!” ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างตกใจเกินจะรับไหว รีบเอาตะกร้าไปวางไว้ในเรือน ปิดประตูเรือน และรีบถาม “รบกวนพวกท่านส่งคนไปบอกให้พ่อสามีข้ารู้ที แล้วแม่สามีข้าอยู่ที่ไหน ข้าจะรีบไปดูนาง…”
“ดูเหมือนว่าจะไปหาหมอแล้ว”
ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างรีบวิ่งไปที่เรือนของหมอด้วยความร้อนรน
มารดามันเถอะ ข้าแค่ไปล้างผัก ทำไมนางถึงโดนวางยาพิษได้เล่า?
หรือว่าแม่สามีทะเลาะกับพี่ชาย?
แม้ว่าปกติแม่สามีจะปฏิบัติกับนางไม่ดีและนางก็ไม่ได้พอใจนัก แต่เรื่องวางยาพิษนับเป็นเรื่องใหญ่ที่หมายเอาชีวิตคน
คาดว่าหญิงปากสว่างเองก็คาดไม่ถึง นางแค่ ‘โลภ’ เพียงเล็กน้อย ก็มีข่าวว่านางไปกับชายคนหนึ่งที่นางเกี่ยวพันด้วย ทั้งยังไม่รู้ว่าถูกใครวางยาพิษจนเกือบตาย เรื่องนี้ราวกับติดปีก ถูกกระพือข่าวไปทั่วทั้งหมู่บ้านสกุลจู
มีคนไม่น้อยที่รู้สึกแปลกใจ “ไม่ใช่กระมัง นิสัยอย่างหญิงปากสว่าง นอกจากลุงหนิงแล้วยังมีใครแลอีกหรือ? รสนิยมเช่นนี้จะแปลกเกินไปแล้วกระมัง?”
“สมัยนี้ก็พูดยาก ไม่ว่าคนแบบไหนก็มีทั้งนั้น”
“พวกเจ้าว่าหญิงปากสว่างผู้นี้ยังจะรอดชีวิตหรือไม่?”
“ใครจะรู้เล่า ไม่ใช่ว่าบอกว่าไปหาหมอแล้วหรือ พวกเราไปดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“ไม่ดีกระมัง?”
“มีอะไรไม่ดีเล่า? ปกตินางก็ชอบไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นอย่างสนุกสนานอยู่ออกจะบ่อย”
……
ปากบอกไม่ดี แต่การกระทำกลับเร็วกว่าใคร
แม้ว่าหลี่ซื่อจะทำงานอยู่ในบ้านก็ยังได้ยินข่าว นางจึงนั่งไม่ติด บอกกับเย่อวี๋หรานหนึ่งเสียง อยากจะวิ่งออกไปข้างนอก “ท่านแม่ ท่านช่วยข้าดูสักหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะรีบไปรีบกลับเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าตกตะลึง
ไม่ใช่ว่าตกใจที่ลูกสะใภ้ไม่กลัวนาง แต่ที่ตกใจเพราะก่อนหน้านี้หญิงปากสว่างยังดี ๆ อยู่เลย ยังมาขอแบ่งต้นกล้าของมันเทศกับนาง ผ่านไปครู่เดียวก็ทั้งนอกใจ ทั้งถูกวางยาพิษได้อย่างไรกัน?
เรื่องนี้จะเปลี่ยนทิศทางเร็วเกินไปหรือไม่?!
พวกลูกสะใภ้สกุลจูไม่มีใครทนนั่งเฉยได้
“ท่านแม่เจ้าคะ…” หลินซื่อ หลิวซื่อ และหลิ่วซื่อก็รวมกลุ่มเดินเข้ามา
แต่มีเพียงหลินซื่อที่เปิดปากพูด หลิวซื่อเองก็คิดจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ไปด้วย แต่หลิ่วซื่อนั้นไม่กล้าเปิดปากพูดตรง ๆ
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทีของพวกนางก็จนปัญญา “ได้ พวกเจ้าไปเถอะ รีบไปรีบกลับ อย่าไปก่อเรื่องเล่า”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินซื่อกว้างขึ้นในทันที “เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านวางใจได้ เมื่อพวกเราดูเรื่องสนุกจบแล้วจะกลับมานะเจ้าคะ”
หลิ่วซื่อที่แรกเริ่มไม่มีความกล้า เมื่อเย่อวี๋หรานพูดออกมา นางก็เดินตามไปด้วย
จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยที่อยู่ในห้องได้ยินแบบนั้นก็วิ่งออกมา “ท่านแม่ ข้าก็อยากไปด้วยเจ้าค่ะ”
“เป็นสาวเป็นแส้จะรีบร้อนไปทำอะไร? ที่ข้าให้พวกเจ้าทำงาน ทำเสร็จกันแล้วหรือ?” เรื่องสนุกที่มีสีสันนี้ เย่อวี๋หรานไม่คิดที่จะให้หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานไปดูด้วย
ตัวนางเองรู้สึกว่าไม่เป็นไร เป็นมนุษย์ก็ล้วนมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ปัญหาก็คือในยุคสมัยนี้
หญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานบ้านไหนไปดูเรื่องเช่นนี้ ในภายหลังก็ต้องเป็นขี้ปากชาวบ้านแน่นอน
จูปาเม่ยยังดี แต่หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยที่ไม่มีบ้านเดิมจะยิ่งแย่ ถ้าแม้แต่เย่อวี๋หรานยังมีข่าวลือว่า ‘ที่บ้านสั่งสอนไม่เข้มงวด’ พวกนางทั้งสองคนก็เลิกคิดที่จะแต่งเข้าสกุลดี ๆ ไปได้เลย
เด็กสาวทั้งสามคนเห็นว่าคนก่อนหน้าออกไปไม่เป็นไร แต่พอถึงคราพวกตนกลับโดนดุจึงรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา “ยังเลยเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นยังยืนทำอะไรอยู่เล่า? กลับเข้าห้องไปเสีย” เย่อวี๋หรานไล่พวกนางเข้าห้องไป
อีกด้านหนึ่ง จูหย่งหนิงที่กำลังทำงานอยู่ในไร่และข้าง ๆ ยังมีผู้ดูแลฝ่ายซ้ายและจูอู่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่
ทันใดนั้นก็มีคนรีบร้อนวิ่งเข้ามาบอกเขา “ลุงหนิง ท่านยังจะมามัวถอนหญ้าอะไรอยู่กัน เลิกถอนได้แล้ว เมียท่านสวมหมวกเขียวให้ท่านและหนีไปกับชายอื่นแล้ว!”
“อะไรนะ?!” ยังไม่ทันที่จูหย่งหนิงจะพูดออกมา จูอู่ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเสียก่อน “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
“หญิงปากสว่างผู้นั้น นางหนีไปกับชายอื่นแล้ว” คนผู้นั้นสูดลมหายใจก่อนจะพูดต่อ “แต่ไม่เป็นไร นางหนีไม่รอด ไม่รู้นางไปทำอะไรเข้าจนชายคนนั้นโกรธแล้ววางยาพิษนาง ตอนนี้กำลังให้หมอดูอาการอยู่”
“คนอย่างหญิงปากสว่างยังมีชายแลด้วยหรือ?!” จูอู่โต้ออกมา รีบมองไปทางจูหย่งหนิงแล้วพูดว่า “ลุงหนิง ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ความหมายของข้าคือ หญิงปากสว่างก็อายุไม่น้อยแล้ว เป็นย่าคนแล้ว จะมีผู้ชายคนไหนเสียสติมาทำผิดศีลธรรม หญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานกลับไม่สนใจ ทำไมถึงได้ไปสนใจหญิงเฒ่าที่ใบหน้ามีริ้วรอยแล้วเสียด้วยซ้ำเล่า?”
อันที่จริงเขาก็คิดว่าอย่างท่านแม่ของเขาที่มีความสามารถนั้นจะมีคนมาเหลียวมองก็เป็นเรื่องปกติ แต่กับหญิงปากสว่างที่มีนิสัยเช่นนั้น นอกจากลุงหนิงแล้วจะมีใครรับได้อีกเล่า?
ถึงอย่างไรหากเป็นเขา ผู้หญิงเช่นนี้ล้วนไม่อยากใกล้ชิดด้วย
“ลุงหนิง ท่านไปก่อนเถอะ ไร่นี่ข้าจะดูให้เอง” ผู้ดูแลฝ่ายซ้ายรีบรับงานต่ออย่างรวดเร็ว