ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 401 ดอกบัวขาว
บทที่ 401 ดอกบัวขาว
หลิวไป๋ฮวาเอ่ยเสียงสะอื้น นางคิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะโหดร้ายเช่นนี้ แม้แต่ความหวังก็ไม่ยอมมอบให้นาง
“พี่หู่จื่อ ต่อไปพวกเราอย่าพบกันอีกเลย ข้ามีบ้านเดิมที่เป็นตัวถ่วงเช่นนั้น ไม่คู่ควรต่อท่านหรอกเจ้าค่ะ” หลิวไป๋ฮวากล่าวพลางมองเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ ความรู้สึกอันอ่อนโยนฉายชัดในแววตา
ราวกับว่าเขาเป็นโลกทั้งใบของนางอย่างนั้น
จูซื่อหู่ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนถึงเพียงนี้มาก่อน ไฉนเลยยังจะต้านทานไหว จึงแตกพ่ายไม่เป็นขบวนในทันใด คว้ามือของนางเอาไว้อย่างร้อนรน “เจ้าอย่าพูดเช่นนี้ ไป๋ฮวา เจ้าทำแบบนี้ข้ารับไม่ไหวนะ…”
หลิวไป๋ฮวาส่ายหน้า “ข้าเองก็ทุกข์ใจ หัวใจข้าเจ็บปวดเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง ท่านยิ่งเศร้า ข้าก็ยิ่งทุกข์ ทุกข์กว่าท่านเป็นร้อยเท่าพันเท่า ขอร้องท่านแล้ว อย่าได้เศร้าไปเลย ท่านลืมข้าไปเสียเถอะ ไปหาผู้หญิงคนอื่น แต่งนางเป็นภรรยา ให้นางคลอดลูกชายอบรมลูกสาวให้ท่าน อยู่เคียงข้างท่านไปตลอดชีวิต…”
ถึงจะกล่าวเช่นนั้น แต่นางกลับจับมือของจูซื่อหู่เอาไว้โดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
ถ้าหลิวไป๋ฮวาทำอย่างที่นางว่าไว้จริง ๆ ตัดขาดกันไป ไม่มาหาเขาอีก ด้วยนิสัยที่ไม่ได้กล้าหาญเท่าไหร่ของจูซื่อหู่ ไม่แน่ว่าอาจตัดขาดกันได้ก็เป็นได้
แต่ทุกครั้งที่นางพูดเช่นนี้ เมื่อจูซื่อหู่มายังสถานที่เดิมและเวลาเดิมครั้งต่อไปก็ยังคงได้พบนางอยู่ทุกครา
ด้วยเหตุนี้…
ตัดบัวยังเหลือใย ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด จนกระทั่งจูซื่อหู่ทราบข่าวการดูตัวกับแม่นางสกุลหลี่จากมารดาของเขา
จูซื่อหู่เป็นคนเก็บคำพูดเอาไว้ไม่อยู่ ในไม่ช้าก็ถูกหลิวไป๋ฮวาตะล่อมถามจนได้ กระทั่งเวลาและสถานที่ก็ยังรู้จนกระจ่าง
สุดท้ายจึงได้มีเรื่องราวในวันนี้ เขาเพิ่งมาดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลี่ หลิวไป๋ฮวาก็ตามมาทำลายงานเสียแล้ว
หากกล่าวกันจากบางมุมแล้ว แท้จริงแล้ว
หลิวไป๋ฮวานับว่าฉลาดมาก ทว่าฉลาดอย่างค่อนข้างจะผิดที่ผิดทาง
เย่อวี๋หรานถอนหญ้าขึ้นมาต้นหนึ่ง ปากพึมพำอะไรบางอย่าง พลางปัดต้นหญ้าผ่านจมูกของหลิวไป๋ฮวาเบา ๆ
“ท่านป้า ท่านทำอะไรหรือขอรับ?” จูซื่อหู่งงงัน
เย่อวี๋หรานปรายตามองเขาแต่ไม่พูดจา ยังคงขยับมือต่อไป
จูซื่อหู่ได้แต่หุบปากลง ไม่พูดอะไรอีก
แต่สำหรับหลิวไป๋ฮวาที่กำลังนอนอยู่ตรงนั้นแล้ว หญ้าต้นนั้นปัดไปมาตรงปลายจมูกนาง ทำให้นางรู้สึกคันยุบยิบ
“ฮัดเช้ย!”
เมื่ออดไม่ไหวก็จามออกมาคราหนึ่ง
จูซื่อหู่ผู้โง่เขลากลับดีใจเสียเต็มประดา “ไป๋ฮวา ไป๋ฮวา เจ้าฟื้นแล้ว?!”
หลิวไป๋ฮวาที่หาได้หมดสติไปจริง ๆ กลับอัดอั้นตันใจ แต่ก็จนปัญญา ได้แต่แสร้งทำเป็นว่าเพิ่งได้สติคืนมา ยังไม่ทันพูดอะไรน้ำตาก็ไหลออกมาเสียแล้ว “พี่หู่จื่อ…”
“ไป๋ฮวา เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ข้าตกใจแทบตาย นึกว่าเจ้าตายไปแล้ว”
“ฮือ ๆๆ…” หลิวไป๋ฮวาหลั่งน้ำตาพลางส่ายหน้า
ทั้งสองคนกอดกันกลม ชวนระคายสายตาไม่น้อย
จูซื่อเสิ่นที่อยู่ห่างออกไปเห็นภาพนี้ก็บังเกิดโทสะเต็มท้อง คิดจะปราดเข้ามาหา “นังคนชั้นต่ำผู้นั้น…”
ไม่รอให้นางพูดจบ จูซานเสิ่นก็รีบปิดปากนาง “โธ่เอ๊ย เจ้าจะทำอะไร? พี่สะใภ้กำลังจัดการให้อยู่ เจ้าอย่าเข้าไปยุ่งได้ไหม?”
“แต่นั่นคือลูกชายข้า…”
“ถึงจะเป็นลูกชายเจ้า แต่เจ้าก็ต้องสามารถจัดการได้ดีด้วยสิ เจ้าหรือพี่สะใภ้ที่มีความสามารถเช่นนี้?”
จูซื่อเสิ่นอ้าปากพะงาบ ๆ แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ต้องเป็นพี่สะใภ้อยู่แล้วสิ ไม่อย่างนั้นจะเรียกพี่สะใภ้ไปดูตัวด้วยทำไม? ก็เพราะเห็นว่าพี่สะใภ้เก่งกาจไม่ใช่หรือ?
“ถูกแล้วใช่ไหม? พวกเราคอยดูอยู่ทางนี้ รอจนพี่สะใภ้เรียกหาพวกเราค่อยออกไป”
จูซื่อเสิ่นเข้าใจเหตุผล ทว่าในใจยากที่จะยอมรับ เจ้าดูตัวสำเร็จแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้วนี่ ข้าเสียอีกที่มีเรื่องยุ่งยากอยู่เป็นกระบุง
……
“แค่กแค่ก!” เย่อวี๋หรานให้เวลาชายหนุ่มหญิงสาวได้พลอดรักกันครู่หนึ่งก่อน แล้วค่อยกระแอมเสียงเบาเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว
จูซื่อหู่ได้สติคืนมา รีบดันหลิวไป๋ฮวาออกจากอ้อมอก และกล่าวอย่างขัดเขินว่า “ท่านป้า…”
“ท่านป้า…” หลิวไป๋ฮวาก็เอ่ยออกมาอย่างขัดเขินเช่นกัน
“นี่ ไป๋ฮวา เจ้าเรียกข้าว่าท่านป้าเช่นนี้ออกจะเร็วไปหน่อยหรือไม่?” เย่อวี๋หรานกล่าว
หลิวไป๋ฮวาหน้าเผือดสี มองไปทางจูซื่อหู่อย่างขลาด ๆ ต้องการให้เขาช่วยพูดให้นาง
“ซื่อหู่” เย่อวี๋หรานมีสายตาเฉียบแหลม มองออกว่าเจ้าเด็กคนนี้คิดอะไรอยู่ นางหันไปพูดกับจูซื่อหู่ว่า “ป้าถามเจ้าหน่อย เจ้าอยากสะสางเรื่องนี้หรือปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคาต่อไป?”
“ท่านป้า เหตุใดจึงพูดเช่นนี้? แน่นอนว่าต้องอยาก…อยากสะสางเรื่องนี้อยู่แล้ว” ระหว่างที่จูซื่อหู่พูดยังมองไปทางพวกจูซื่อเสิ่นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมารดาของเขา เมื่อครู่ก่อนหลิวไป๋ฮวานอนหมดสติอยู่ สมองเขาราวกับถูกคนใช้ค้อนทุบก็ไม่ปาน สามารถบุกไปข้างหน้าโดยไม่สนใจสิ่งใด
แต่ตอนนี้หลิวไป๋ฮวาฟื้นแล้ว เขาก็เริ่มเป็นห่วงมารดาของตนขึ้นมา
“ในเมื่ออยากคลี่คลายเรื่องนี้ก็ดี เจ้ากับหลิวไป๋ฮวา ข้าถามใคร คนนั้นค่อยพูด ตกลงหรือไม่?” เย่อวี๋หรานจับจ้องหลิวไป๋ฮวาพลางกล่าวว่า “คนที่ไม่ถูกถามก็ไม่ต้องพูด ข้าหวังว่าคราวนี้คงไม่มีใครหน้ามืด ไม่รอให้ข้าถามจนจบก็วิ่งไปชนต้นไม้อีกรอบหรอกนะ?”
หลิวไป๋ฮวามีสีหน้าปั้นยาก “ข้า…”
น้ำตาไหลพรากลงมาอีกครั้ง
จูซื่อหู่ปวดใจ “ไป๋ฮวา เจ้าไม่ต้องกลัว ท่านป้าดูเหมือนจะโหด แต่ที่จริงแล้วพูดจาด้วยง่ายยิ่งนัก เจ้าไม่ต้องกลัว!”
เย่อวี๋หรานกลอกตาให้ในใจ โชคดีที่ลูกชายตนเองไม่ได้แต่งดอกบัวขาวแบบนี้เข้าเรือน มิเช่นนั้นจะต้องเดือดร้อนใจเพียงใด
“ร้องไห้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ยังเหมือนเดิม มีอะไรก็พูดออกมา พูดชัดเจนแล้วก็แก้ไขปัญหา ทุกอย่างจะได้คลี่คลายได้เสียที” นางไม่ใช่จูซื่อหู่ จึงไม่ไว้หน้าหลิวไป๋ฮวาแม้แต่น้อย
วันนี้ตั้งแต่พบหน้ากันจนถึงตอนนี้ เจ้าหลิวไป๋ฮวาผู้นี้ก็เอาแต่ใช้แผนการ
มีแผนการเป็นเรื่องดี ทว่าเอาแต่ใช้ไปในด้านนี้ เย่อวี๋หรานก็ชักจะไม่พอใจแล้ว
เจ้าทำเพื่อปกป้องตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่เจ้ากลับนำแผนการมาใช้กับครอบครัวผู้อื่น ทำให้ครอบครัวผู้อื่นเดือดร้อนวุ่นวาย นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“พร้อมหรือยัง ข้าถามได้แล้วใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานให้เวลาคนทั้งคู่อีกครั้งแล้วค่อยถามขึ้น
จูซื่อหู่ปลอบหลิวไป๋ฮวาเสร็จก็กล่าวขึ้นว่า “พร้อมแล้วขอรับ ท่านป้า ท่านพูดได้เลย”
“ข้าถามซื่อหู่ก่อน ไป๋ฮวา เจ้าฟังอย่างเดียวก็พอ ก่อนนี้ข้าถามซื่อหู่ว่าพวกเจ้าหอมแก้มกันแล้วหรือยัง ซื่อหู่เจ้าตอบว่าหอมแก้มกันแล้ว ใช่หรือไม่?” เย่อวี๋หรานถาม
จูซื่อหู่กระดากอายขึ้นมาอีกครั้ง “ขอรับ”
“ข้ายังถามว่า พบหน้ากันไม่กี่ครั้งก็หอมแก้มกันแล้ว เจ้าอยากแต่งนางใช่หรือไม่ ถูกไหม?”
“ขอรับ”
“เจ้ายังไม่ได้ตอบข้าว่าอยากแต่งนางหรือไม่ ถูกไหม?”
จูซื่อหู่กัดฟันตอบ “ท่านป้า ข้าอยากขอรับ”
เย่อวี๋หรานเห็นหลิวไป๋ฮวามีท่าทางโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “ไม่มีปัญหา ชายหญิงย่อมแต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร พวกเจ้าอายุเหมาะสมกันดี จะแต่งงานกันก็ไม่แปลก แต่ว่านะ ซื่อหู่ เจ้าคิดดีแล้วหรือยังว่าถ้าเจ้าจะแต่งนาง จะต้องพบกับปัญหาใดบ้าง?”
จูซื่อหู่ส่ายหน้า
“ข้าดูแล้วเจ้าก็ไม่คล้ายว่าจะรู้ เลอะเลือนโง่งม ไม่รู้ว่าแม่เจ้าเลี้ยงเจ้ามาอย่างไร ปัญหาข้อแรกก็สามารถตอกหน้าเจ้าได้แล้ว แม่เจ้าไม่ชอบไป๋ฮวา เจ้าคงเห็นแล้วกระมัง?” เย่อวี๋หรานแสดงท่าทางให้เขามองไปยังจูซื่อเสิ่นที่อยู่ไกลออกไป นางกล่าวว่า “เพราะไม่ชอบ แม่เจ้าถึงขั้นลั่นวาจาว่ามีนางไม่มีแม่เจ้า มีแม่เจ้าไม่มีนาง ข้าขอเดาว่า เจ้าคงคิดว่า ไม่ว่าเจ้าจะแต่งไป๋ฮวาหรือไม่ แม่เจ้าก็ยังคงเป็นแม่เจ้า ถูกไหม?”
“ขอรับ”
“แต่ถ้าเจ้าไม่แต่งไป๋ฮวา นางก็จะต้องตาย ใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“แล้วถ้านางไม่ตาย ทั้งยังสามารถกลับสกุลหลิว หาผู้ชายคนใหม่ออกเรือนไปได้ มีชีวิตที่มีความสุข เจ้ายังอยากแต่งอยู่หรือไม่?”
จูซื่อหู่ชะงักงัน
เขาไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้มาก่อน เพราะสำหรับเขาแล้ว หลิวไป๋ฮวามีเพียงเขา ถ้าขาดเขาไปก็คงมีแต่ต้องตายเท่านั้น