ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 399 ชนต้นไม้
บทที่ 399 ชนต้นไม้
หากเลี้ยงดูไว้ใกล้ชิดตนเอง สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็มีแค่เย็บเสื้อผ้า ทำอาหาร ให้อาหารหมู ล้วนแต่เป็นงานหยาบที่เด็กสาวในชนบทได้ทำกันทั้งสิ้น
แต่เมื่อไปอยู่เรือนสกุลจู คนเขาสอนอะไรให้?
ทำชาด สร้อยข้อมือ งานเย็บปัก ไม่ว่าจะยกอันไหนออกมาก็ทำให้คนอิจฉาได้ทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?
น่าเสียดายที่หลี่ฉินถึงวัยดูตัวแล้ว ถ้าอายุน้อยกว่านี้สักหน่อยละก็…
“เฮ้อ…น่าเสียดาย!”
ครั้นมารดาของหลี่ซื่อได้ยินอีกฝ่ายทอดถอนใจเช่นนั้นก็พูดต่อโดยทำเป็นไม่ได้ยิน
อีกด้านหนึ่ง หลิวไป๋ฮวาถูกจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นควบคุมตัวจนกระทั่งออกไปนอกหมู่บ้านสกุลหลี่
พวกนางสองคนนับว่ามีไหวพริบ ทราบว่าเรื่องนี้ไม่อาจให้คนอื่นรู้ จึงต่างคนต่างโอบไหล่ของหลิวไป๋ฮวา แม้จะอยู่ในลักษณะการคุมตัวคน แต่ก็ทำเสียจนดูเหมือนสนิทสนมกันอย่างมาก
ด้านหน้ามีเย่อวี๋หราน แม่สื่อ และจูซื่อหู่เดินนำไปตามปกติ ต่อให้คนรอบข้างเห็นแล้วประหลาดใจก็ไม่เก็บไปคิดมาก
อ้อ แม่สื่อหรือ นี่เป็นครอบครัวใดกำลังดูตัวกันอยู่? กลับไปจะลองถามดูสักหน่อย
ส่วนว่าเรื่องที่ไปถามจนทราบกลับมานั้นเป็นเรื่องรับลูกสาวบุญธรรม จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งแล้ว
แม่สื่อทราบว่าพวกเขายังมีธุระกันต่อ เมื่อออกมาจากหมู่บ้านแล้วจึงกล่าวคำอำลา แยกทางจากไปตามลำพัง
ตลกแล้ว เรื่องในครอบครัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ใคร ๆ ก็ดูได้งั้นหรือ?
ถ้าชักปัญหาเข้าตัว พลอยเดือดร้อนไปด้วยก็แย่น่ะสิ
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้น ไม่ได้รอจนกลับถึงเรือน แต่หาสถานที่ค่อนข้างร้างคนแห่งหนึ่ง ลากคนไปทางนั้นแล้วผลักลงบนพื้น
“โอ๊ย…” หลิวไป๋ฮวาล้มลงบนพื้น มือถูกใบหญ้าบาด เจ็บปวดจนน้ำตาไหล
“มาทำตัวเปราะบางอะไร? แม้แต่ลูกชายข้ายังกล้ามายั่วยวน เจ้าคิดว่าตัวเองดีงามนักหรือ?” จูซื่อเสิ่นมีสีหน้าถมึงทึง แทบอยากฉีกทึ้งหลิวไป๋ฮวาออกเป็นชิ้น ๆ
นางบันดาลโทสะอยากสังหารคนตั้งแต่ตอนที่อยู่ในเรือนหลี่ฉินแล้ว
แต่ว่าภายหลังเย่อวี๋หรานออกหน้า นางถึงได้พยายามข่มโทสะเอาไว้ในใจ
ข่มโทสะไว้นานปานนั้น นางจวนจะระเบิดอยู่รอมร่อ
จูซื่อเสิ่นด่าจบแล้วยังไม่สาแก่ใจ ย่างสามขุมเข้าไปตบหน้าหลิวไป๋ฮวาซ้ายขวาฝั่งละฉาด
หลิวไป๋ฮวาร้องเสียงแหลม “โอ๊ย…พี่หู่จื่อ[1] ช่วยข้าด้วย แม่พี่ตบข้า…”
“ท่านแม่…” จูซื่อหู่ก้าวเข้ามา แต่กลับถูกจูซานเสิ่นขวางเอาไว้
“เจ้าทำอะไร? แม่เจ้าสั่งสอนคนชั้นต่ำ เจ้าเข้าไปขวางก็เท่ากับว่าเป็นปฏิปักษ์กับแม่เจ้ารู้ไหม?”
จูซื่อหู่ลังเลเสียแล้ว
จูซื่อเสิ่นทั้งกระชากผม กระชากตัว หลิวไป๋ฮวาร้องโหยหวน “พี่หู่จื่อ พี่หู่จื่อ…ช่วยข้าด้วย…”
“ร้องหาพระแสงอะไร? เจ้ามาหลอกล่อลูกชายข้า เจ้ายังมีหน้ามาร้องอีกหรือ? ข้าจะตีเจ้าให้ตายเสีย…” จูซื่อเสิ่นเก็บกลั้นโทสะมานานจึงลงมือโดยไม่ยั้ง
จูซื่อหู่เห็นสภาพน่าเวทนาของหลิวไป๋ฮวาก็ร้อนใจ “ท่านแม่…”
เขามองจูซื่อเสิ่นด้วยแววตาขอร้อง หวังว่ามารดาตนเองจะหยุดมือ
เขาไม่ขอร้องยังพอทำเนา แต่เมื่อเขาขอร้องเช่นนี้ จูซื่อเสิ่นก็ยิ่งโมโห ลงมือหนักกว่าเดิม
สุดท้ายเย่อวี๋หรานกลัวว่าจูซื่อเสิ่นจะตีคนจนเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาจึงเข้าไปห้าม
“เอาล่ะ หยุดตีได้แล้ว ยังจัดการไม่เรียบร้อย ตีให้ตายก็ไร้ประโยชน์”
จูซื่อเสิ่นจึงค่อยหยุดมือ ทว่าแววตาที่มองมาทางเย่อวี๋หรานเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำใจ “พี่สะใภ้ นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือเจ้าคะ? ถ้านางไม่ได้ชักนำจูซื่อหู่ให้หลงผิด วันนี้จูซื่อหู่จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้งั้นหรือ? ข้าอยากตีนางให้ตายเลยด้วยซ้ำ”
“ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง เจ้าก็อย่าเอาแต่โทษไป๋ฮวาคนเดียว ถ้านางเข้าหาแล้วซื่อหู่รู้จักหลบหลีก ยังจะมีเรื่องในวันนี้อีกหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าว “เจ้าก็เหมือนกัน ลูกชายตัวเองนิสัยอย่างไร เจ้าไม่รู้เลยหรือ? เห็นหน้าอยู่ทุกวัน ความผิดปกติขนาดนี้ก็ยังไม่สังเกตเห็น เจ้าเป็นแม่อย่างไรกันแน่?”
“ข้า…” จูซื่อเสิ่นพูดไม่ออก เพราะนางไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชายสักนิดเลยจริง ๆ
ไปดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลิวเหมือนกัน จูซานจ้วงดูตัวสำเร็จ แต่จูซื่อหู่กลับล้มเหลว นางรู้สึกไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้อยู่ไม่มากก็น้อย
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของจูซานจ้วง นางจึงได้แต่เก็บกดเอาไว้ เร่งให้แม่สื่อช่วยหาคู่ดูตัวคนใหม่ให้จูซื่อหู่
ไม่ง่ายเลยกว่าจะพบคนที่เหมาะสม เดิมทียังนึกว่าเรื่องนี้คงคลี่คลายลงอย่างน่าพึงใจ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงเช่นนี้ขึ้นมา
จูซานเสิ่นกลัวว่าจูซื่อเสิ่นจะพูดจาไม่น่าฟังแล้วไปล่วงเกินคนเข้า จึงรุดเข้ามาสะกิดอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วกล่าวกับเย่อวี๋หรานว่า “พี่สะใภ้ ท่านว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ?”
“ยังจะจัดการอย่างไรได้? ต้องดูก่อนว่าพวกเขาสองคนไปถึงขั้นไหนกันแล้ว…” เย่อวี๋หรานมองไปทางจูซื่อหู่
หลิวไป๋ฮวาไปหลบอยู่หลังจูซื่อหู่อีกครา ไม่มีความกล้าไปมองหน้าใครอีก กลัวว่าตนเองจะถูกตีอีกครั้ง
แม้จูซื่อหู่จะไม่กล้าขัดแย้งกับมารดาของเขา แต่ก็เวทนาหลิวไป๋ฮวา จึงกัดฟันฝืนใจเป็น ‘เทพผู้พิทักษ์’ ให้คนอื่นสักครา
“ซื่อหู่ เจ้าพูดมา พวกเจ้าถึงขั้นไหนกันแล้ว?” เย่อวี๋หรานถาม
“แค่…แค่พบหน้าไม่กี่ครั้ง”
“แค่เจอหน้ากันไม่กี่ครั้ง เจ้าก็ปกป้องนางถึงเพียงนี้?” เย่อวี๋หรานพูด “อีกทั้งเพื่อนางแล้ว แม้แต่การดูตัววันนี้ก็ยังไม่ดูตัว เจ้าพูดมาตามตรง พวกเจ้าจับมือกันแล้วหรือยัง?”
“พี่สะใภ้…” ครั้นจูซื่อเสิ่นได้ยินคำถามนั้นก็ร้อนใจขึ้นมา
ถ้าจับมือกันแล้วจริง ๆ ก็สะบัดไม่หลุดแล้วน่ะสิ?
เย่อวี๋หรานปรายตามองมา จูซื่อเสิ่นจึงได้แต่หุบปาก
“จับมือกันหรือยัง?” เย่อวี๋หรานถามต่อไป
จูซื่อหู่หน้าแดง “จับแล้วขอรับ”
“หอมแก้มกันหรือยัง?”
“หอมแก้มแล้วขอรับ”
“…” เย่อวี๋หรานหมดคำจะพูด “ถึงขั้นหอมแก้มกันแล้ว ยังจะมาพบหน้ากันไม่กี่ครั้ง? เจ้าคงไม่ได้สัญญากับนางว่าเจ้าจะแต่งนางด้วยกระมัง?”
คราวนี้จูซื่อหู่ไม่กล้าปริปาก
“ลูกผู้ชายอกสามศอก กล้าทำกล้ารับ พูดมาเถอะ ตกลงแล้วได้พูดหรือเปล่า?”
หลิวไป๋ฮวาเห็นจูซื่อหู่ไม่พูดไม่จาก็ร้อนใจ “จูต้าเหนียง ท่านอย่าบังคับเขาอีกเลยเจ้าค่ะ ข้าผิดเอง ข้าไม่ดีเอง…ฮือ ๆๆ ข้าชอบพี่หู่จื่อจริง ๆ ดังนั้น…ดังนั้นถึงได้มาหาเขา ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมองปราดเดียวก็เห็นทะลุไปถึงแผนการในใจอีกฝ่าย นางกล่าวว่า “ถ้าเจ้าสำนึกผิดจริง ๆ แล้วยังจะเกาะเขาอีกทำไม?”
“ฮือ ๆๆ…” หลิวไป๋ฮวาร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม “พี่หู่จื่อ ขอโทษด้วย หากชาติหน้ามีวาสนาได้พบกันอีก ไป๋ฮวาค่อยแต่งให้ท่าน เป็นภรรยาของท่าน”
พูดพลางผุดลุกขึ้นฉับพลัน แล้ววิ่งเอาศีรษะพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง
“ไป๋ฮวา?!” จูซื่อหู่สะดุ้งตกใจ รีบเข้าไปฉุดคนไว้
หลิวไป๋ฮวานับว่าหักใจเหี้ยมต่อตนเองได้จริง ๆ การชนคราวนี้ถึงจูซื่อหู่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วเพียงไหน ดึงคนไว้ได้ทัน แต่หน้าผากก็ยังพุ่งชนต้นไม้ไปอยู่ดี
เลือดสดหลั่งไหล หน้ามืดตาลาย หมดสติไปทันที
“ไป๋ฮวา…ไป๋ฮวา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?!” จูซื่อหู่แตกตื่นลนลาน ตะโกนว่า “ตอนนี้พวกท่านพอใจหรือยัง? ไป๋ฮวาฆ่าตัวตายแล้ว พวกท่านพอใจแล้วใช่ไหม? พวกท่านก็แค่รังเกียจว่านางน่าขายหน้า คิดจะบังคับให้นางตาย…”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นคิดไม่ถึงเลยว่า หลิวไป๋ฮวาผู้นี้จะเหมือนกับมารดาไม่มีผิด บอกว่าจะชนก็ชนทันที
ตกลงแล้วเป็นใครที่บังคับใครกันแน่?
โดยเฉพาะจูซื่อเสิ่นยิ่งร้อนใจเหลือประมาณ หลิวไป๋ฮวาเหมือนมารดาของนางถึงเพียงนี้ หากแต่งเข้าเรือนมาแล้วยังจะมีชีวิตอย่างสงบได้อย่างไร?
นางสามารถทำนายล่วงหน้าได้เลยว่าอนาคตจะเลวร้ายเพียงใด
“พี่สะใภ้ ท่านว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?” นางหันกลับมาถามความเห็นของเย่อวี๋หรานด้วยความร้อนใจ
[1] หู่จื่อ 虎子 มาจากคำว่า 虎 ในชื่อ จูซื่อหู่ 朱四虎 หมายถึง เสือ