ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 434 เส้นที่ห้ามล้ำของสกุลจู
บทที่ 434 เส้นที่ห้ามล้ำของสกุลจู
หลินซื่อพยักหน้าอย่างซื่อตรง
“ในเมื่อเจ้าหน้าที่หลี่ว์บอกว่าอีกไม่กี่วันจะแจ้งข่าวคราวมา เช่นนั้นเจ้าก็รอให้ในบ้านเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จแล้วค่อยไปถามข่าวคราวสักหน่อย เจ้าต้องยืนยันว่าเจ้าไปถามหาพี่สาวของเจ้า หากหลี่ว์ต้าซุ่นไม่ยอมคืนพี่สาวของเจ้า เช่นนั้นเจ้าจะไม่ยอมส่งหลานสาวทั้งสามคนของสกุลหลี่ว์กลับไป” เย่อวี๋หรานเตือนเพราะเกรงว่าคนจะลืม ‘ประเด็นสำคัญ’
ในขณะเดียวกัน นางก็ไม่ลืมที่จะบอกคนในลานบ้านว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด และให้ปิดปากให้สนิท
หลังจากจัดการเรื่องของหลินซื่อเรียบร้อยแล้ว เย่อวี๋หรานก็ออกไป ทั้งยังให้จูอู่จับตาดูไว้
จูอู่พยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นก็มองไปยังหลินซื่อ
แท้จริงหลิวซื่อยังอยาก ‘ดูเรื่องสนุก’ แต่น่าเสียดายที่จูเอ้อร์ถูกจูอู่กำชับไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อทำงานเสร็จจึงถูกจูอู่หิ้วกลับไป
จูซื่อยังหาข้อแก้ตัว เกลี้ยกล่อมให้หลี่ซื่อกลับห้อง อีกทั้งซานเป่าและซื่อเป่ายังเล่นกันวุ่น นางจึงไม่อาจละมือได้ไปพักหนึ่ง ทำได้เพียงพักความคิดและรอวันพรุ่งนี้
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยให้ห้องของพวกนางแก่หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาไปใช้ ดังนั้นตัวเองจึงได้แต่วิ่งไปที่เรือนใหม่ และไปนอนเบียดกับจูปาเม่ย
เพราะเรื่องในวันนี้ทำให้สองพี่น้องกังวลมาทั้งวัน
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยที่นอนอยู่บนเตียงพูดขอบคุณจูปาเม่ย “ขอบคุณนะ!”
เป็นธรรมดาที่จูปาเม่ยจะไม่ได้บอกว่านี่เป็นความคิดของพี่ห้า จึงทำได้เพียงยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร ใครให้พวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันเล่า ก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ข้าก็มีความสุขเหมือนกัน แต่เรื่องนี้พวกเจ้าอย่าให้พี่สะใภ้ห้ารู้เด็ดขาดนะ และหากท่านแม่ของข้ารู้เข้า ท่านแม่จะต้องโกรธแน่ที่ข้าเข้าไปยุ่งเรื่องของพวกพี่ชาย ท่านแม่นิสัยเช่นไรพวกเจ้าสองคนก็รู้ เมื่อถึงครานั้นคงไม่ส่งผลดีต่อข้า”
“อย่าห่วงเลย พวกข้าจะไม่บอกแน่นอน”
“ใช่ จะไม่บอก”
……
แม้ว่าหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยจะไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะจบลงหรือไม่ แต่พวกนางสองคนก็รู้ดีว่าใครในสกุลจูที่ไม่อาจล่วงเกินได้
พี่สาวคนรองของนางทำให้ ‘ท่านป้าจู’ ขุ่นเคืองไปแล้ว นางทั้งสองคนไม่อาจไปทำให้ ‘ขุ่นเคือง’ ได้อีก
ไม่เช่นนั้น หากไม่มี ‘คำพูดดี ๆ’ ของจูปาเม่ย พวกนางทั้งสองคนคงต้องทนทุกข์ใจเป็นแน่
ออกจากสกุลจูไปพวกนางก็ไม่มีที่ไปแล้ว ถ้าบอกว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านสกุลหลิน เกรงว่าคงมีชะตากรรมเพียงถูกท่านย่าเอาตัวไปขายเป็นแน่
ร่างของหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาสามคนนี้สกปรกอยู่บ้าง หลินซื่อจึงไปเอาอ่างน้ำมาให้พวกนางอาบน้ำสักรอบหนึ่ง
ไม่สิ พูดให้ถูกต้องควรจะเป็นต้องอาบหลาย ๆ รอบ
เพราะความจริงแล้วสกปรกมาก อ่างน้ำอ่างหนึ่งไม่สามารถจะอาบน้ำให้สะอาดได้
ทุกคนล้วนกลับไปพักผ่อนที่ห้อง มีเพียงนางคนเดียวที่ยุ่งอยู่ที่นั่น หากเป็นปกตินางยังสามารถขอให้จูอู่ช่วยนางได้สักหน่อย
แต่วันนี้จูอู่มีท่าทีราวกับ ‘ข้าโกรธเจ้ามาก’ จึงทำเพียงกอดอกมองอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมเข้ามาช่วยแน่นอน
ครั้นหลินซื่อออกมาเปลี่ยนน้ำ จูอู่ก็ยังเยาะเย้ยอยู่สองสามประโยค “ไร้สาระนัก! ตัวเองยังเลี้ยงไม่รอด จะไปเลี้ยงคนอื่นรอดได้รึ!”
“ไม่รู้ว่าสกุลหลินบ้านเก่าเจ้าชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไร แม่ก็ตายไปแล้วยังมาเลี้ยงดูน้องสาว ถ้าเปลี่ยนเป็นครอบครัวอื่นคงถูกขอหย่าไปนานแล้ว แต่เพราะครอบครัวข้าใจดีจึงไม่เป็นเช่นนั้น”
“บางคนก็ไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ หน้าหนานัก คนก็เอาของจากบ้านสามีมาเลี้ยงดู ไม่เกรงกลัวที่จะถูกหย่าเลย”
……
คำก็ ‘ถูกหย่า’ สองคำก็ ‘ถูกหย่า’ ยังไม่ต้องพูดถึงหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาที่อยู่ในห้องซึ่งกำลังตกใจกลัวจนน้ำตาไหลริน ในใจของหลินซื่อเองก็ว้าวุ่นใจไม่น้อย
นางไม่กล้าพูดอะไร กัดริมฝีปากตักน้ำ และช่วยเด็กทั้งสามคนเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้ง และรีบให้พวกนางเข้านอน
ในห้องข้าง ๆ กันนั้น หลี่ซื่อกล่อมซานเป่าและซื่อเป่านอนไป แอบฟังการสนทนาข้างนอกไป
นางพูดเสียงเบากับจูซื่อว่า “น้องห้าไม่ใช่ว่าเกินไปหน่อยหรือ? ท่านแม่ยังไม่พูดอะไรเลย เขาพูดเช่นนี้ไม่ใช่ว่าทำให้น้องสะใภ้ห้าตกใจกลัวหรือ?”
“ชู่” จูซื่อให้นางลดเสียงลงและพูดว่า “เรื่องของสามีภรรยาคู่อื่น พวกเราสอดมือเข้าไปยุ่งคงไม่ดีนักหรอก”
“ข้าเข้าใจ ข้าแค่กังวล เกรงว่าท่านแม่รู้เข้าแล้วจะโกรธ หากท่านแม่โกรธก็ล้วนไม่เป็นผลดีต่อพวกเรา” หลี่ซื่อกล่าว
วันนี้หลินซื่อสร้างเรื่องวุ่นวาย สีหน้าที่เย่อวี๋หรานแสดงออก ทุกคนในบ้านล้วน ‘เกรงกลัว’ เพราะเกรงว่าหินก้อนใหญ่นี้จะมาหล่นทับหัวตัวเอง
ยังดีที่ปกติแล้วเย่อวี๋หรานจะอยู่ที่เรือนใหม่ ตอนกลางวันจึงไม่ค่อยได้มา ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงทำงานอย่างไม่สบายใจ
แม้ว่าจูอู่จะกดเสียงให้เบาลงบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่ได้ยิน
ดังนั้นคำพูดที่เยาะเย้ยหลินซื่อเหล่านั้น ทุกห้องจึงได้ยินการเคลื่อนไหวในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครออกมาช่วย ‘เกลี้ยกล่อม’
หลินซื่อตาแดงก่ำ นางให้หลี่ว์ต้ายา หลี่เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาเข้านอนก่อน แล้วจึงเอาน้ำไปเททิ้ง
หลังจัดการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว นางก็สะกิดข้างตัวจูอู่ พลางขอร้องเสียงเบา “พวกเราออกไปคุยกันหน่อยดีหรือไม่?”
จูอู่ร้อง ‘หึ’ เสียงหนึ่ง แต่ก็ยังเดินตามนางไป
ในเรือนค่อย ๆ เงียบลง
หลี่ซื่อสงสัยขึ้นมา “ทำไมไม่ได้ยินเสียงแล้วเล่า?”
จูซื่อพูดอย่างสมเหตุสมผล “เดาว่าคงออกไปคุยกันแล้ว ในเรือนคนเยอะเช่นนี้ ถ้าน้องห้าจะสั่งสอนน้องสะใภ้ห้าคงไม่สะดวกนัก”
“น้องห้าจะไม่ตีน้องสะใภ้ห้าใช่หรือไม่?” หลี่ซื่อเป็นห่วงขึ้นมา เมื่อนึกถึงเรื่องของทั้งสองคน
นางไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ที่แต่งงานกับจูซื่อ แม้ว่าชายผู้นี้จะไม่ได้มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษ แต่อย่างน้อยก็ไม่ลงไม้ลงมือกับนาง
“พูดยาก” แม้จูซื่อจะไม่รู้ว่าจูอู่จะลงไม้ลงมือหรือไม่ แต่เขาก็ตั้งใจพูดออกไปว่า “เรื่องนี้น้องสะใภ้ห้าก็ทำไม่ถูก น้องห้าจะโกรธก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่างที่พี่สะใภ้รองพูด เดี๋ยวก็น้องสาวจากบ้านเก่า เดี๋ยวก็ลูกสาวของพี่สาวคนโตที่ออกเรือนไปแล้ว เช่นนี้แล้วสกุลจูจะกลายเป็นอะไรไปเล่า? ลองเปลี่ยนเป็นสกุลอื่นคงถูกหย่าไปนานแล้ว”
ในห้องข้าง ๆ กันนั้น หลิวซื่อถอนหายใจกับจูเอ้อร์ “ข้าคิดว่าน้องห้าพูดถูกแล้ว นี่หากเป็นบ้านอื่น คนอย่างหลินซื่อคงถูกหย่าไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่ทั้งที่ดุร้ายที่สุด แต่เรื่องใหญ่เช่นนี้กลับไม่เห็นยกขึ้นมาพูด?”
จูเอ้อร์จ้องมองนางแล้วถามว่า “เจ้าอยากให้สกุลจูของพวกเรามีเรื่องหย่าเมียหรือ? เจ้าสามก็หย่าไปคนหนึ่งแล้ว ถ้ายังจะมีคนหย่าอีกคน เจ้าคิดว่าในอนาคตเจ้าจะมีชีวิตที่ดีหรือ?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า?” หลิวซื่อทั้งตกใจทั้งไม่สบายใจ “ไม่ใช่ว่าข้าเอาอาหารในบ้านไปเลี้ยงบ้านเก่าเสียหน่อย”
“ก็ตอนนี้เจ้ายังไม่มีลูก” เพียงประโยคเดียวของจูเอ้อร์ทำให้ปากของใครบางคนถูกปิดเสียสนิท
อย่ามองว่าพวกพี่ชายน้องชายยามปกติยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเอง ส่วนเรื่องครอบครัวคนอื่นจะไม่สอดมือเข้ามายุ่ง
แต่หากพบว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนรวม พวกลูกชายสกุลจูก็จะมารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ
อย่างเช่นเรื่องปัญหาของหลินซื่อในครานี้ จูอู่ก็มา ‘ทักทาย’ พวกพี่ชายทั้งสามคนอย่างชาญฉลาดว่าเขากำลัง ‘ฝึกฝน’ ภรรยา พวกเขาก็ต้องจับตาดูสักหน่อย อย่าปล่อยให้ภรรยาของตัวเองเป็นเหมือนภรรยาของเขาที่สร้างเรื่องวุ่นวายให้ครอบครัว
ดังนั้นจึงได้โอกาสที่แต่ละคนจะเริ่มลงมือ ‘ขู่’ ภรรยาของตัวเอง ให้พวกนางรู้ว่าเส้นที่ห้ามล้ำของสกุลจูอยู่ตรงไหน