ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 449 เกิดอะไรขึ้นที่เรือนข้า
บทที่ 449 เกิดอะไรขึ้นที่เรือนข้า
พ่อเฒ่าจูรู้สึกว่ามีลมตีขึ้นมาที่หน้าอก แทบเป็นลมไปเสียเดี๋ยวนั้น
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเห็นร่างเขาโงนเงนเล็กน้อยก็ถามอย่างเป็นห่วง “ท่านพ่อ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าคะ?”
“หายใจเจ้าค่ะ หายใจ…”
“ท่านพ่อ ท่านอย่ามีโทสะ เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่วุ่นวายแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ใช่แล้ว ไม่วุ่นวายหรอกเจ้าค่ะ”
……
แม่เฒ่าจูใจหายวาบ “ตาเฒ่า เจ้าไม่เป็นไรนะ?!”
ภายในเรือนวุ่นวายอยู่ครู่ใหญ่
กล่าวได้ว่า วันนี้เป็นวันโชคร้ายของจูเหล่าโถว
เขายังคงสาละวนทำงานอยู่บนเขา ไม่ระแคะระคายสักนิดว่าตนเองกำลังจะได้เผชิญกับอะไรบ้าง
ทำงานมาทั้งช่วงเช้า เขาก็รู้สึกเหนื่อยเสียแล้ว
พวกจูต้าเห็นเช่นนั้นก็ให้จูอู่ที่อายุน้อยที่สุดหาบต้นถั่วเหลืองกลับเรือนไปพร้อมกับจูเหล่าโถว
เพราะเหตุใดจึงเลือกจูอู่น่ะหรือ?
ก็เพราะว่าเขาอายุน้อยที่สุด ร่างกายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ พวกเขายังกลัวว่าน้องห้าจะเหนื่อยเกินไป
ยามปกติพวกเขาพี่น้องอาจมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ครั้นเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ก็ยังรู้จักดูแลกันและกัน
นำต้นถั่วเหลืองที่ตัดเสร็จแล้วมารวมกันเป็นมัด ๆ สอดคานหามเข้าไปแล้วยกขึ้นหาบไว้บนไหล่
พอจูเหล่าโถวเห็นว่าพวกลูกชายจัดหาบเล็กให้ตัวเองก็บ่น “ทำไมน้อยขนาดนี้? พวกเจ้ารังเกียจว่าข้าแก่ใช่ไหม? ลืมไปแล้วเรอะว่าเมื่อก่อนข้ามีเรี่ยวแรงมากมายปานไหน? งานที่พวกเจ้าหลายคนทำ ยังสู้ข้าทำคนเดียวไม่ได้…”
“พวกข้าโตแล้วก็อยากแสดงความกตัญญูต่อท่านพ่อบ้างนี่นา” จูอู่ฝีปากคล่องแคล่วที่สุด เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ท่านพ่อ พวกข้าโตแล้วนะ ท่านก็อย่าเอาแต่ห้ามไม่ให้พวกข้าแสดงความกตัญญูต่อท่านสิขอรับ?”
ได้ยินวาจานี้ จูเหล่าโถวค่อยรู้สึกดีขึ้นมา
แม้จะแก่แล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ยินดียอมรับเรื่องนี้?
เขากล่าวว่า “พวกเจ้าอยากแสดงความกตัญญูก็เป็นเรื่องของพวกเจ้า แต่พ่อพวกเจ้ายังไม่แก่เสียหน่อย อย่าเอาแต่ระวังเรื่องนั้นเรื่องนี้เหมือนแม่พวกเจ้า ทำเสียราวกับว่าข้าเป็นพวกไร้ประโยชน์อย่างนั้นแหละ…”
ปากบ่นไป แต่กลับไม่ได้ให้พวกจูต้าเพิ่มมัดต้นถั่วเหลืองให้
พวกจูต้าสบตากัน ดวงตาฉายแววจนใจ
เรื่องที่บิดาของพวกตนสังขารร่วงโรยไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นวันสองวันนี้ แต่บิดาไม่ยินดียอมรับความชรา พวกเขายังจะทำอย่างไรได้?
ทำได้เพียง ‘เอาใจ’ ต่อไปเท่านั้น
หาบคานหามลงมาจากเขา ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้านก็เจอคนเข้าเสียก่อน
คนผู้นั้นประหลาดใจ “จูเหล่าโถว เจ้าไม่อยู่ที่เรือนจริง ๆ หรือเนี่ย?”
“หา?” จูเหล่าโถวงุนงง “อะไร? เจ้าไปหาข้าที่เรือน? ไปหาข้าทำไม?”
“ยังจะถามอะไรอีก? เจ้าทำเรื่องอะไรไป เจ้าไม่รู้หรือ? เกิดเรื่องใหญ่แล้ว…” คนผู้นั้นเห็นว่ารอบด้านปลอดคนก็บอกให้จูเหล่าโถววางสิ่งของลงพักสักครู่ “จูอู่ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับพ่อเจ้า”
จูอู่มองจูเหล่าโถวเล็กน้อย
“มีอะไรจะพูด? แดดร้อนแบบนี้ ไปพูดกันที่เรือนข้าสิ” จูเหล่าโถวว่า
“เจ้ายังกล้ากลับไป? เห็นทีเจ้าคงไม่รู้อะไรจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าพูดแบบนี้ เจ้ากลับไปทั้งอย่างนี้ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มีหวังเอามีดมาฟันเจ้าตายแน่”
“อะไร? เกิดอะไรขึ้นที่เรือนข้า นางจะเอามีดมาฟันข้าทำไม? เจ้าคงไม่ได้หลอกให้ข้ากลัวเฉย ๆ หรอกนะ?”
“ข้าจะหลอกเจ้าทำไม?” คนผู้นั้นได้ยินจูเหล่าโถวกล่าวเช่นนี้ก็ไม่พอใจ ดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้อีกนิดและกระซิบว่า “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์รู้เรื่องระหว่างเจ้ากับแม่ม่ายฉินแล้ว”
จูเหล่าโถวสะดุ้งโหยง “แม่ม่ายฉิน? เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับแม่ม่ายฉิน?”
จูอู่ที่ได้ยินชื่อ ‘แม่ม่ายฉิน’ แว่ว ๆ กางหูผึ่งทันที และแอบฟังต่อไป
ไม่กระมัง เรื่องนี้ผ่านไปแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดพ่อเขาจึงไปเกี่ยวข้องกับแม่ม่ายฉินอีกแล้วเล่า?
ปฏิกิริยาตอบสนองอันดับแรกของเขาก็คือนึกทบทวนว่าช่วงที่ผ่านมานี้เขากับจูซื่อรับหน้าที่จับตามองจูเหล่าโถว มีช่วงเวลาไหนที่พลาดไปบ้างหรือไม่
จับตามองทุกวัน แต่ย่อมไม่อาจจับตามองโดยไม่กะพริบตาได้อยู่แล้ว บางครั้งตอนทำงานก็มีแยกย้ายกันไปบ้าง
แต่ช่วงเวลาเหล่านั้น สองบ้านก็อยู่ห่างไกลจากกัน ไม่น่ามีอะไรหรอกกระมัง?
หรือว่าถูกคนเห็นเข้า?
“นางท้องแล้ว ทั้งยังมาที่เรือนเจ้าอีกต่างหาก…” วาจาประโยคเดียวทำให้จูเหล่าโถวตกใจแทบสิ้นสติ
เพราะเขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่า มีครั้งหนึ่งที่แม่ม่ายฉินเชิญเขากินข้าว เขาดื่มไปหลายจอก จากนั้น…
จากนั้นพอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในเรือนแม่ม่ายฉิน
แน่นอนว่าตอนเขาฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นแม่ม่ายฉิน
กลับเป็นนางที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแล้วเดินเข้ามาในห้อง ยังยิ้มกล่าวว่าเขาคออ่อนเกินไปแล้ว แค่ไม่กี่จอกก็ล้มพับไปเสียได้
แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เพียงได้ยินว่าแม่ม่ายฉินตั้งครรภ์ เขาก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผีสางจึงทราบว่าช่วงที่เขาเมามายไปนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง?!
หากแม่ม่ายฉินโยนความผิดให้เขา ต่อให้เขามีร้อยปากก็ยากจะอธิบาย
ไม่อาจโทษที่เพียงจูเหล่าโถวนึกถึงเรื่องนี้ ปฏิกิริยาแรกก็คือปัดความรับผิดชอบ แต่เป็นเพราะเขากลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ในเรือนมากจริง ๆ ต่อให้ในสมองมีความคิดเลอะเลือนอยู่บ้าง เขาก็ไม่กล้าลงมือทำจริง ๆ เด็ดขาด
เว้นเสียแต่เขาจะเมาไม่รู้เรื่อง บางที…
จูเหล่าโถวมีสีหน้าปั้นยาก “เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่? เป็นไปได้อย่างไร? ข้าไม่ได้ไปหานางมาสักพักแล้วนะ…”
ยิ่งพูดก็ยิ่งขาดความมั่นใจ กลับยิ่งร้อนตัวกว่าเดิม
“พวกเจ้าไม่ได้นอนด้วยกัน?” คนผู้นั้นยังถามด้วยสีหน้าสงสัย “แม่ม่ายฉินเป็นคนพูดเองเลยนะ เมียเจ้าเดือดดาลยกใหญ่ แทบจะชักมีดออกมาอยู่รอมร่อ”
“ชัก ชักมีดด้วย?! แม่ม่ายฉินเล่า? นางเป็นอย่างไรบ้าง?” เพียงนึกถึงเรื่องวุ่นวายที่เรือนตัวเอง จูเหล่าโถวก็อยากกลับหันหลังวิ่งหนีท่าเดียว
กลับไปยามนี้ มิเท่ากับว่ากลับไปตายหรอกหรือ?
คนผู้นั้นสังเกตสีหน้าจูเหล่าโถวก็กล่าวว่า “นางจะมีจุดจบที่ดีได้อย่างไร? ย่อมต้องถูกเมียเจ้าจัดการอยู่แล้ว สภาพน่าอเนจอนาถยิ่งนัก จุ๊ ๆๆ…”
“ถึงแก่ชีวิตไหม?” จูเหล่าโถวเห็นอีกฝ่ายไม่พูดเข้าประเด็นสำคัญเสียทีก็ร้อนใจ
“จะไม่เป็นแบบนั้นได้อย่างไร?” คนผู้นั้นแสร้งโง่งม “แม่ม่ายฉินท้องแล้วนี่นา?”
“หลังจากนั้นเล่า?” จูเหล่าโถวถามต่อ
“ก็ท้องแล้ว ยังไม่ใช่ชีวิตคนอีกหรือ? เจ้าคิดว่าจะเป็นอะไรไปได้อีก? โชคดีที่เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมาไว ไม่อย่างนั้นตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ จูเหล่าโถว เจ้าพูดมาตามตรง เจ้ากับแม่ม่ายฉินนั่นตกลงแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่?”
“จะมีเรื่องอะไร? ทุกคนล้วนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันก็ช่วยเหลือ ยังจะมีเรื่องอะไรอีก?” จูเหล่าโถวเห็นสีหน้าอีกฝ่ายก็รู้สึกอึดอัดใจ
ได้รู้ว่าไม่มีใครเสียชีวิตก็ไม่สนใจอีกฝ่ายแล้ว เรียกหาจูอู่แล้วเร่งรุดกลับเรือน
เขาย่อมไม่กล้าเข้าไปในเรือนอยู่แล้ว แต่ส่งจูอู่เข้าไปหยั่งเชิงเสียก่อน ถ้าสถานการณ์ไม่ถูกต้องก็ให้ส่งเสียงดัง เขาจะได้ไม่เข้าไปในเรือน
จูอู่ที่ได้รับคำสั่ง “…”
ท่านพ่อ ถ้าท่านจะกลัวท่านแม่ขนาดนี้ ตอนนั้นท่านไปข้องแวะกับแม่ม่ายฉินทำไมเล่า?
ดูเอาเถอะ เกิดเรื่องแล้ว รับมือไม่ไหวล่ะสิ
แม้ในใจจะโกรธ แต่บิดาก็ยังคงเป็นบิดาอยู่วันยังค่ำ จูอู่ไม่อยากเห็นครอบครัวขัดแย้งจนบ้านแตกจึงจำต้องพยักหน้ารับคำ
“ท่านพ่อ ท่านอย่าไปไหน รออยู่ตรงนี้นะขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะออกมาหาท่าน” จูอู่คิดว่าอาศัยความสามารถของเขา การส่งเสียงดังแบบนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้น
เขาต้องใช้จังหวะนี้ไปหาหลินซื่อเพื่อสอบถามสถานการณ์ภายในเรือน จากนั้นค่อยวางแผนต่อไป