ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 47 ตำน้ำพริกปู
บทที่ 47 ตำน้ำพริกปู
“ใช่แล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าคนบ้านสกุลใหญ่จะพิถีพิถันขนาดนั้นไปเพื่ออันใด? นั่นก็เพราะพวกเขาเกรงกลัวความตาย ดังนั้นแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่อาจปล่อยผ่านได้” เย่อวี๋หรานพูด
หลี่ซื่อหัวเราะ “ที่แท้คนบ้านสกุลใหญ่ก็กลัวตายเป็น”
“พวกเขาเฝ้าภูเขาเงินภูเขาทองอยู่ก็ต้องกลัวอยู่แล้ว เจ้าคิดดู ถ้าเจ้ามีทรัพย์สมบัติเป็นภูเขาเลากา เจ้าจะตัดใจไปรายงานตัวที่วังพยายมเร็วปานนั้น ไม่อยากอยู่เสพสุขบนโลกมนุษย์ให้นานสักหน่อยหรือ?”
“ก็ถูกนะเจ้าคะ ถ้าข้ามีเพชรนิลจินดามากมายก่ายกองเช่นนั้น ก็คงไม่อยากไปเข้าเฝ้าพญายมตั้งแต่เนิ่น ๆ เหมือนกัน”
แม่สามีกับลูกสะใภ้สนทนากันพลางล้างปูในตะกร้าจนเสร็จสิ้น
หลี่ซื่อทอดถอนใจขณะมองดูในตะกร้า “เยอะจริง คงอิ่มหมีพีมันกันแน่เลยเจ้าค่ะ”
“ดูแล้วเหมือนจะมีมาก แต่อีกเดี๋ยวเอาลงหม้อทำเป็นอาหาร เจ้าก็จะรู้สึกว่ามันน้อยแล้ว” เย่อวี๋หรานบอก
เนื่องจากในเรือนไม่มีน้ำมันหมู ไม่อาจเคี่ยวทำเป็นน้ำมันปู[1] ได้ นอกจากส่วนที่เย่อวี๋หรานเก็บไว้สำหรับทำน้ำพริกปูแล้ว ปูส่วนที่เหลือจะนำไปผสมกับอย่างอื่นเพื่อทำเป็นอาหาร
นางให้หลี่ซื่อไปที่แปลงผักเพื่อหาวัตถุดิบที่จะช่วยชูรสชาติกลับมา ถึงยุคสมัยนี้จะไม่มีพริก แต่ต้นหอมหรือขิงพวกนี้ยังมีอยู่ คงได้แต่ต้องทำน้ำพริกปูรสชาติไม่จัดจ้านแบบไม่ใส่พริกแล้ว
หลังจากนั้นนางก็เรียกหลิ่วซื่อเข้ามาจุดไฟ เพื่อที่นางจะได้นำปูส่วนที่จะกินวันนี้ไปนึ่ง แล้วนำส่วนที่เหลือมาชำแหละข้างเตา
การชำแหละปูจำเป็นต้องเปิดกระดอง กำจัดส่วนที่สกปรกอย่างเหงือกปู ถุงกระเพาะและลำไส้ทิ้งไป[2] แล้วแงะไข่ปูบนกระดองออกมา
ส่วนกระดองและตะปิ้งปูล้วนใช้การไม่ได้ แต่เก็บก้ามปูใหญ่เอาไว้ แล้วนำไปรวมกับตัวปูส่วนที่เหลือได้
เนื่องจากในเรือนมีครกเล็กสำหรับโขลกกระเทียม นางจึงโยนทั้งหมดนั้นลงไปตำให้เละ หมายถึงเละจริง ๆ ไม่ใช่แค่ละเอียดเป็นเศษเล็กเศษน้อย เพราะถ้าตำไม่เละแล้วตอนกินไม่ทันระวัง หากติดคอเข้าจะทำอย่างไร?
นี่เป็นขั้นตอนที่ยากเอาเรื่องทีเดียว
ระหว่างนั้นหลี่ซื่อก็ถือต้นหอมกับกระเทียมกลับมาพอดี นางมองหลิ่วซื่อที่เข้ามาจุดไฟให้ เฮอะ พี่สะใภ้ใหญ่ดูเหมือนจะเลอะเลือน ที่แท้ก็รู้จักฉวยโอกาสตอนที่นางไม่อยู่มาเอาใจท่านแม่เหมือนกัน
หลี่ซื่อถามเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ อันนี้ต้องล้างไหมเจ้าคะ?”
“ใช่ ล้างเสร็จแล้วหั่นเป็นท่อน ๆ หั่นให้เล็กหน่อย ประมาณครึ่งข้อนิ้ว”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อเริ่มลงมือทำอย่างแข็งขัน
เมื่อหลี่ซื่อทำเสร็จ เย่อวี๋หรานก็เก็บส่วนหนึ่งเอาไว้ นำส่วนที่เหลือไปคลุกเคล้ากับเนื้อปูที่ตำเอาไว้ และตอนผสมกันยังโรยเกลือลงไปมากพอสมควร
“หาโถดินเผาสะอาด ๆ มาใส่” เย่อวี๋หรานสั่ง
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อรีบหาโถดินเผาสะอาดมาใบหนึ่งแล้วเทลงไป “แบบนี้ใช้ได้ใช่ไหมเจ้าคะ ท่านแม่?”
“เอาไปตากแดดทิ้งไว้ อีกไม่กี่วันก็ใช้ได้แล้ว” เย่อวี๋หรานไม่วางใจ บอกนางว่าให้เก็บไว้ในห้องตนเอง ยังไม่ลืมกำชับว่าของสิ่งนี้ถ้ากินก่อนถึงเวลาที่เหมาะสมจะไม่สบายเอาได้ง่าย ๆ อย่าเห็นแก่กินจนทำให้ตนเองล้มป่วย
หลี่ซื่อรีบยิ้มรับ “ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่แอบกินแน่นอน ถึงข้าจะล้อเล่นแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาเด็กในท้องตัวเองมาล้อเล่นแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ข้าต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้ว แต่ข้ากลัวว่าคนอื่นจะแอบกิน เจ้าบอกคนอื่น ๆ ด้วย เสร็จแล้วก็กลับมาช่วยข้าชำแหละปู”
“ยังต้องชำแหละอีกหรือ?” หลี่ซื่อประหลาดใจ ไม่ใช่ว่าทำเสร็จไปแล้วหรือ?
“ในหม้อยังมีที่นึ่งไว้อยู่ เป็นของกินเย็นนี้”
หลี่ซื่อยินดีปรีดา “ท่านแม่ ตอนเย็นข้ากินได้ใช่ไหมเจ้าคะ? ข้ารู้ว่าข้าตั้งครรภ์อยู่ ข้าแค่จะชิมหน่อยเดียว ชิมนิดเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมองนางอย่างหมั่นไส้ “ต้องได้กินนิดเดียวอยู่แล้ว เดิมก็ไม่ได้มีมาก แบ่งกันกินก็เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้ว”
สาเหตุที่เย่อวี๋หรานยังใจเย็น ไม่กลัวว่าจะมีคนแอบครูพักลักจำวิธีทำน้ำพริกปู ย่อมเป็นเพราะว่าในยุคนี้ยังไม่มีเครื่องปรุงรสครบครัน ที่นางทำคือสูตรง่าย ๆ ทำออกมาแล้วรสชาติก็ไม่ได้ดีมากนัก
รอจนครอบครัวมีฐานะดีขึ้นแล้ว นางอยากทำน้ำพริกปูที่ดีกว่านี้หน่อย ถึงตอนนั้นก็คงต้องระวังเรื่องสูตรลับ
หลังนึ่งปูจนสุกแล้ว นางก็ให้หลิ่วซื่อกับหลี่ซื่อช่วยแกะเนื้อปู
กลิ่นหอมจากปูนั้น หากพูดกันตามจริงแล้ว อย่าว่าแต่หลี่ซื่อจอมตะกละเลย ต่อให้เป็นหลิ่วซื่อเองก็อดที่จะจิตใจหวั่นไหวไม่ได้ เจ้าอัปลักษณ์พวกนี้พอสุกแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีกลิ่นหอมปานนี้?
หลี่ซื่อคล้ายกับรู้ว่าหลิ่วซื่อคิดอะไรอยู่ “ท่านแม่บอกว่าเจ้านี่สู้ปลาไม่ได้ ตอนกินต้องระวัง ไม่อย่างนั้นจะล้มป่วยเอา”
หลังจากนั้นก็นำคำที่เย่อวี๋หรานพูดกับตนเองมาบอกต่อหลิ่วซื่ออย่างกึ่งเผยกึ่งอำพราง ราวกับโอ้อวดอย่างไรอย่างนั้น
หลิ่วซื่อ “…”
มิน่าล่ะ เมื่อก่อนไม่มีใครกล้ากิน นี่จะพิถีพิถันเกินไปไหม?
สำหรับชาวนาอย่างพวกนางแล้ว มีสักสี่ครอบครัวที่จะพิถีพิถันขนาดนี้?
ปูตัวโต ๆ หลายตัวนั้น กลับแกะเนื้อออกมาได้ไม่เต็มถ้วยใหญ่ เหมือนที่เย่อวี๋หรานพูดไว้ไม่มีผิด เจ้าพวกนี้ดูแล้วเหมือนจะมีมาก แต่เอาเข้าจริงกลับมีเนื้อนิดเดียว
“หา แค่นี้เองหรือ” หลี่ซื่อเห็นแล้วก็ผิดหวังยิ่งนัก
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากจะกินสักเท่าไหร่กัน?” เย่อวี๋หรานคอยกำกับพวกนางทำอาหารมื้อเย็น
นอกจากอาหารที่ทำจากปูจานนี้ อย่างอื่นนางก็ไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง แป้งกรอบธัญพืชหรือขนมเปี๊ยะมันเทศเหล่านั้นล้วนให้พวกนางลงมือทำกันเอง
“ท่านแม่ไม่กลัวว่าพวกข้าทำไม่อร่อย แล้วจะสิ้นเปลืองจานที่ท่านทำหรอกหรือ?” หลี่ซื่อถาม
“ไม่หรอก มีอันนี้อยู่ รสชาติก็ไม่น่าจะแย่จนเกินไป” เย่อวี๋หรานตระหนักดีว่าลูกสะใภ้หลายคนนี้ก็ไม่ใช่คนทำอาหารไม่เป็นเสียหน่อย เพียงแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงฝีมือก็เท่านั้น
ตอนเที่ยงเป็นหน้าที่ของหลี่ซื่อ ถ้าอย่างนั้นอาหารเย็นก็เป็นรอบของหลินซื่อแล้ว
ขนมเปี๊ยะมันเทศผสมธัญพืชไม่จำเป็นต้องให้นางลงมือเอง หลิ่วซื่อและหลิวซื่ออยู่ที่เรือน พวกนางมีเย่อวี๋หรานคอยชี้แนะ ไม่มีทางที่จะทำออกมาย่ำแย่เกินไป
ระหว่างที่พวกนางทำอาหาร เย่อวี๋หรานก็มองไปยังแผ่นมันเทศที่ผึ่งแดดอยู่ในลานเรือน แต่ที่จริงแล้วในใจกำลังคิดถึงมื้อถัดไปอยู่
มื้อถัดไปที่นางกล่าวถึงไม่ได้หมายถึงอาหารมื้อถัดไป แต่กำลังใคร่ครวญว่านอกจากมันเทศชุดนี้ ไม่รู้ว่านางจะสามารถหาของกินอย่างอื่นได้ด้วยหรือไม่
ปูไม่เหมือนมันเทศที่สามารถทำให้อิ่มท้องได้ วิธีทำก็แสนยุ่งยาก ถ้าทำไม่สะอาดก็จะไม่สบายได้ง่าย ๆ ได้แต่ต้องทำเป็น ‘เนื้อ’ กินกันเป็นครั้งคราว และไม่อาจกินได้ในปริมาณมาก
วันนี้ตอนไปลำธารนอกหมู่บ้าน นางสังเกตว่าในลำธารมีเงาปลาแหวกว่ายอยู่ เพียงแต่จับได้ยากสักหน่อย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะข่าวสารในสมัยโบราณไม่ได้แพร่หลายเหมือนในยุคปัจจุบันหรือเปล่า เย่อวี๋หรานลองค้นในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมอยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับแหจับปลา มีเพียงสิ่งของประเภทข้องจับปลาหรือเบ็ดตกปลาเท่านั้น
การตกปลากว่าร้อยพันปีมานี้ไม่เปลี่ยนแปลง คือใช้ไส้เดือนเป็นเหยื่อ แต่ปลาก็ไม่ได้โง่ พวกมันกินอิ่มแล้ว หากไม่มีธุระ คิดว่ามันจะว่ายเข้ามาหาเบ็ดตกปลางั้นหรือ?
เย่อวี๋หรานไม่เคยตกปลามาก่อนจึงไม่ทราบสภาพการณ์โดยละเอียด แต่ก็คิดว่าถ้าสามารถตกปลาได้จริง ๆ คนในหมู่บ้านสกุลจูจะไม่มาตกปลาหรือ?
ทุกปีเมื่อถึงคราวขุดลอกสระบัว เมื่อคนหนุ่มสาวเอาน้ำออกจากสระจนหมดก็จะสามารถจับปลาได้ แต่จะได้มากหรือไม่นั้นยังต้องอาศัยโชคด้วย
แต่สระบัวจะใหญ่สักแค่ไหน?
ทุกปีล้วนเปิดให้จับได้ จะเหลือปลาอยู่สักเท่าไหร่? ทุกครัวเรือนล้วนได้รับส่วนแบ่ง ที่จริงแล้วก็ไม่ได้เยอะอะไร
ถ้าปลาตัวใหญ่อ้วนหน่อยก็แบ่งปันให้หลายครอบครัว ส่วนปลาขนาดประมาณฝ่ามือ หนึ่งครัวเรือนจะได้รับส่วนแบ่งแค่สองสามตัว
ครอบครัวที่มัธยัสถ์หน่อยกินได้หลายมื้อ ส่วนครอบครัวที่ไม่รอบคอบก็กินหมดในมื้อเดียว
[1] น้ำมันปู ทำจากเนื้อปูนึ่งนำไปผัดในน้ำมันหมู สามารถถนอมไว้ใช้งานได้นาน ใช้สำหรับผัดหรือใช้เป็นเครื่องปรุงรสเวลารับประทานอาหารประเภทเส้น
[2] ปูจะมี 4 ส่วนที่กินไม่ได้ ได้แก่ หัวใจ เหงือก ถุงกระเพาะ(ท้องปู) และลำไส้