ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 547 ข้าไม่แย่งความชอบ
“พี่สะใภ้รอง ทำไมท่านมองข้าแบบนี้?”
หลิวซื่อถามอย่างระแวง “ในเมื่อเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไม? เจ้าเอายาไปต้มเอง แย่งความดีความชอบไปทั้งอย่างนี้จะมิดีกว่าหรือ?”
หลิวซื่อรู้สึกว่าเรื่องราวหาได้เรียบง่ายปานนั้น
หลี่ซื่อหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย นางพูดว่า “ต้องมีเรื่องประโยชน์อยู่แล้ว ท่านคิดดู ถ้าท่านจัดการเรื่องนี้ได้ดี ท่านแม่รู้ว่าข้ามีส่วนช่วยผลักดันอีกแรง แล้วท่านแม่จะไม่พอใจได้อย่างไร?”
หลิวซื่อรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ที่แท้ เจ้าอยากอาศัยใบบุญข้าสินะ”
“ฮ่า ๆๆๆ…ไอ้หยา พี่สะใภ้รอง อย่าใจแคบไปหน่อยเลย” หลี่ซื่อคว้าแขนหลิวซื่อมาแกว่งเบา ๆ “ข้าไม่ได้จะแย่งความดีความชอบของท่านเสียหน่อย แค่อยากพึ่งใบบุญของท่านนิดเดียวเท่านั้น แค่นิดเดียวจริง ๆ ท่านยังจะไม่ให้ข้ามีส่วนสักหน่อยหรือ”
นางยกมือขึ้นมาทำท่าจิกปลายนิ้วก้อย แสดงให้เห็นว่าแค่นิดเดียวเท่านี้เอง
การพึ่งใบบุญอีกฝ่ายสร้างความชอบต่อหน้าแม่สามีย่อมไม่ใช่ความชอบน้อยนิดอย่างที่นางพูดอยู่แล้ว เพราะด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อแม่สามี เทียบกับการที่นางทำงานแทนหลิวซื่อ การผลักดันให้หลิวซื่อทำงานสำเร็จลุล่วงย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทำให้แม่สามีพอใจได้มากกว่า ไม่มีอะไรจะทำให้แม่สามีปีติยินดีได้เท่ากับการได้เห็นลูกสะใภ้ทั้งหลายรักใคร่ปรองดองกันอีกแล้ว
มารดาของนางบอกเช่นนั้น
หลิวซื่อรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับคำแนะนำของหลี่ซื่อ
ถึงอย่างไรก็แค่ต้มยาไม่กี่ครั้ง จะสามารถทำให้แม่สามีเบิกบานใจได้หรือไม่ ในไม่ช้าเดี๋ยวก็ได้รู้แล้ว
ถ้าไม่ได้ผล นางก็ไม่ได้เสียหายอะไร เดิมทีนี่ก็เป็นงานของนางอยู่แล้วนี่นา
ชั่วขณะนั้น สะใภ้ทั้งสองสามัคคีกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ดังนั้นถึงได้บอกว่าทั้งครอบครัวสกุลจู ผู้ที่วางตัวได้เหมาะสมที่สุดก็คือหลี่ซื่อ แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อหลี่ซื่อจัดการเช่นนี้กลับได้ผลลัพธ์ดีกว่าข้อเสนอของจูซื่อและจูอู่มากนัก ทำให้เย่อวี๋หรานเบิกบานใจทันตาเห็น
“ต้องแบบนี้สิจึงจะเรียกว่าคนครอบครัวเดียวกัน คนครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันเช่นนี้”
ครั้นอารมณ์ดี เย่อวี๋หรานก็เห็นหลิวซื่อรื่นหูรื่นตาเป็นพิเศษ เอ่ยชมอีกฝ่ายไปหลายประโยค
หลิวซื่อตื่นเต้นยินดียิ่งนัก ปกติแม่สามีโปรดปรานหลี่ซื่อ นางคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะหลี่ซื่อปากหวาน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น
หมายความว่าขอแค่นางเชื่อฟังวาจาของแม่สามีก็สามารถทำให้แม่สามีพึงพอใจได้แล้ว?
ทันใดนั้น หลิวซื่อพลันบังเกิดความเชื่อมั่นในการแย่งชิงความโปรดปรานกับหลี่ซื่อมากกว่าเดิม
ก็แค่เชื่อฟังวาจาแม่สามีกับตั้งใจทำงาน ใคร ๆ ก็ทำได้นี่นา
หลิวซื่อคิดว่าตรงจุดนี้ตนเองไม่มีปัญหาสักนิด
แน่นอนว่าจะไม่มีปัญหาจริง ๆ หรือไม่นั้นยังไม่อาจรู้ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างระหว่างคนเราบางครั้งก็ไม่ได้มีแค่คำพูดและการกระทำเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าพูดหรือทำอย่างไรด้วย
เพราะหลี่ซื่อมาช่วยผลักดันอีกแรง เรื่องหลิวซื่อต้มยาให้จูเอ้อร์เม่ยจึงผ่านไปอย่างราบรื่น
ยานี้ใช้เงินสองร้อยกว่าเหรียญซื้อมา ถึงแม้จูเอ้อร์เม่ยจะรังเกียจว่ามีรสชาติขม แต่ก็ตัดใจปล่อยให้สิ้นเปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ จึงมาดื่มยาทุกวันแต่โดยดี
นางดื่มต่อหน้าเย่อวี๋หรานจนหมดเกลี้ยง
“เท่านี้คงได้แล้วกระมัง?”
ดื่มเสร็จแล้ว จูเอ้อร์เม่ยยังคว่ำถ้วยเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เย่อวี๋หรานแสดงออกว่าพึงพอใจ “ได้ รอจนปาเม่ยย้อมผ้าเสร็จแล้ว ข้าจะสอนวิธีตัดชุดให้เจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ “ข้าก็ตัดเป็น ยังต้องให้ท่านสอน?”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าราบเรียบ นางลูบลายเมฆมงคลที่สง่างามตรงชายชุดของตนเองพลางเอ่ยว่า “เจ้าอิจฉาที่ชุดข้างามไม่ใช่หรือ ยังคิดว่าจะสอนเจ้าสักหน่อย ถ้าเจ้าไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร”
“ข้าไปอิจฉาตอนไหน? ข้าไม่ได้อิจฉาเสียหน่อย…” ปากกล่าวเช่นนั้น แต่สายตาของจูเอ้อร์เม่ยกลับมองไปบนร่างเย่อวี๋หรานอย่างไม่เชื่อฟัง
จำต้องยอมรับว่าชุดของพี่สะใภ้ใหญ่งดงามจริง ๆ ใช้ผ้าแบบเดียวกับคนอื่นแท้ ๆ แต่ชุดที่เจ้าตัวเป็นคนตัดกลับงดงามกว่าใคร
คนอื่นแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นสตรีชนบท แต่พี่สะใภ้ใหญ่ของนางกลับแต่งกายราวกับคนในตำบล
จูปาเม่ยยังย้อมสีผ้าไม่เสร็จ จูเอ้อร์เม่ยก็เทียวแวะเวียนมาทางนี้ ต้องการทราบจากเย่อวี๋หรานว่าตั้งใจจะสอนนางตัดชุดแบบไหน
“ผ้ายังย้อมสีไม่เสร็จเลย จะรีบไปทำไม? ไปทำธุระของเจ้าเถอะ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวข้าจะบอก” เย่อวี๋หรานปรายตามองอีกฝ่ายพลางถามต่อไปว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เวลาปลดทุกข์ไม่ดำแล้วใช่ไหม?”
จูเอ้อร์เม่ยได้ยินเช่นนั้นก็ปิดจมูกไว้ทันที “โธ่เอ๊ย พี่สะใภ้คนดีของข้า เรื่องปลดทุกข์ของคนอื่นท่านก็ยังอยากรู้ ท่านไม่รังเกียจว่าเหม็นบ้างหรือ?”
ย้อนนึกถึงตอนเข้าห้องสุขาหลังจากกินยาครั้งแรก ตัวนางเองยังหวิดจะเหม็นจนสลบไปแล้ว ในใจก็นึกขยะแขยง ไม่อยากคุยเรื่องนี้กับเย่อวี๋หรานเลยสักนิด
ไอ้หยา มารดามันเถอะ อย่าพูดถึงจะได้ไหม
ชั่วชีวิตนี้นางไม่เคยถ่ายท้องได้ทั้งดำปี๋และเหม็นโฉ่ขนาดนั้นมาก่อน เกือบทำให้นางขาดใจตายคาห้องสุขาเสียแล้ว
ตอนนั้นจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นกำลังทำงานอยู่บริเวณลานเรือน ทันใดนั้นพลันได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ต้องสะดุ้งตกใจ
“ไอ้หยา สวรรค์ นี่มันอะไรกันเนี่ยถึงได้เหม็นปานนี้?!” จูซานเสิ่นสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ หลายที แล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ “ดูเหมือนจะลอยมาจากทางห้องสุขาเรือนพวกเราเลยนะ?”
จูซื่อเสิ่นบีบจมูกทันที หมดความคิดจะทำงานต่อไปแล้ว “อะไรกัน คงไม่ใช่ว่าหมูของพวกเราตกลงไปในบ่อเกรอะหรอกนะ?!”
ไม่อย่างนั้นจะกลิ่นเหม็นแบบนี้ลอยออกมาได้อย่างไร ถ้าไม่ได้มาจากห้องสุขาแล้วจะมาจากไหน?
พวกนางนึกสงสัยจึงตรงไปทางห้องสุขาโดยไม่รีรอ
จูเอ้อร์เม่ยที่กำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องสุขาและเกือบจะถูกกลิ่นตัวเองรมดับไปเสียแล้วนิ่งงัน “…”
ห้องสุขาและเล้าหมูในชนบทมักจะสร้างติดกัน ห้องสุขาที่ดีหน่อยจะมีประตูไม้ หากแย่หน่อยก็มีแค่เสื่อกั้นไว้ต่างประตู
ที่เรือนพวกนางเป็นอย่างหลัง ด้วยเหตุนี้ ขณะที่จูเอ้อร์เม่ยกำลังถ่ายท้องอยู่ข้างใน จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็ดึงเสื่อขึ้นแล้วตรงเข้าไปทั้งอย่างนั้น
“พวกเจ้าจะทำอะไร?!” จูเอ้อร์เม่ยผวา
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นรีบอุดจมูกทันทีที่ได้กลิ่นเหม็นจนแทบจะสลบไปอยู่รอมร่อ “แหวะ…”
ทางหนึ่งนึกขย้อน ทางหนึ่งพยายามอดทนต่อกลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วมองไปทางเล้าหมู
“ทำไมเหม็นขนาดนี้? ข้านึกว่าหมูตกลงไปในบ่อเกรอะแล้วเสียอีก ทำข้าตกใจหมด” จูซานเสิ่นกล่าว
จูเอ้อร์เม่ยก็เหม็นเช่นกัน แต่นางไม่มีทางยอมรับ จึงตอบกลับไปทันทีว่า “เหม็นตรงไหน? อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ! ข้าถ่ายท้องอยู่ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย…น่าอายจะตายชัก คนอื่นเขาถ่ายทุกข์อยู่ยังจะมาแอบดูอีก”
ขณะที่พูดอยู่ กลิ่นนั้นก็ลอยเข้ามาในปาก นางแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นมุดออกไปเร็วปานสายฟ้า “แหวะ…ใครอยากมาดูท่านถ่ายทุกข์กัน เหม็นจะตาย!”
จากนั้นก็ได้ยินเสียงจูเอ้อร์เม่ยดังมาจากข้างใน “เหลวไหลทั้งเพ เหม็นเหมินอะไรกัน? หากพูดไร้สาระอีก ข้าจะฉีกปากเจ้า!”
รัวคำพูดใส่จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเป็นชุด บอกว่ารู้แต่แรกแล้วว่าพวกนางไม่ชอบตนเอง ถึงมาใส่ร้ายกันเช่นนี้
ใครถ่ายทุกข์ก็มีกลิ่นแบบนี้กันทั้งนั้น ถ้าไม่มีกลิ่นแล้วจะเรียกว่าห้องสุขาได้อย่างไร?
พวกนางกลับมากล่าวหากันเช่นนี้ ต้องการอะไรกันแน่?
รังเกียจนางที่ถูกปลดกลับบ้านเดิม รู้สึกขายหน้ามากใช่ไหม?
……
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นอัดอั้น เถียงกลับไปหลายประโยค
ทว่าห้องสุขากลิ่นเหลือจะรับได้ ไม่ใช่สถานที่ที่ควรรั้งอยู่นานเลยจริง ๆ
จูเอ้อร์เม่ยก็รับไม่ไหวเช่นกัน ครั้นปลดทุกข์เสร็จก็รีบเช็ดบั้นท้ายวิ่งออกมาทันที กลิ่นอันยากจะทานทนเอ้อระเหยอยู่บริเวณนั้นเนิ่นนานกว่าจะสลายไปจนหมด
เย่อวี๋หรานกลอกตา ไม่เก็บคำพูดของจูเอ้อร์เม่ยมาใส่ใจ
เหม็นไม่เหม็นนางไม่ทราบ แต่ถ้ายานั้นไม่ได้ผล วันถัดมาจูเอ้อร์เม่ยจะมากินยาอีกครั้งที่เรือนนางอย่างว่าง่ายงั้นหรือ?
ย่อมเป็นเพราะยาได้ผล จูเอ้อร์เม่ยประจักษ์ถึงสรรพคุณยาแล้ว จึงยอมมากินต่อแต่โดยดี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8R11DT1D
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ