ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 546 ตั้งใจทำงานที่แม่สามีมอบหมายให้
บทที่ 546 ตั้งใจทำงานที่แม่สามีมอบหมายให้
มีคำกล่าวว่า ‘ไม่กลัวว่าจะได้มากหรือน้อย กลัวก็แต่จะไม่เท่าเทียม’ ซึ่งกล่าวได้มีเหตุผลทีเดียว
ยกตัวอย่างเช่นวันนี้เย่อวี๋หรานพาจูเอ้อร์เม่ยเข้าตำบลไปซื้อผ้ากลับมาตัดชุดใหม่ แต่ลูกสะใภ้ของตนเองกลับไม่ได้อะไร
หลิวซื่อจะสงบใจอยู่ได้อย่างไร?
เมื่อกลับถึงเรือน นางก็มาบ่นกับสะใภ้คนอื่น ๆ
“พวกเจ้าไม่รู้อะไร วันนี้ท่านแม่ไม่ได้จะพาข้ากับเหล่าเอ้อร์ไปหาหมอหรอกนะ ท่านแม่ตั้งใจพาน้องสามีไปซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ต่างหาก”
“กับพวกเราตระหนี่ปานนั้น แต่กับน้องสามีกลับใจกว้างถึงขนาดที่ว่ายาบำรุงราคานับร้อยเหรียญ บอกว่าจะจ่ายก็จ่าย”
“เห็นไหม กระทั่งเรื่องต้มยาบำรุงยังจัดการให้เรียบร้อย บอกให้ข้าเป็นคนทำ ไม่ได้อะไรสักอย่าง ยังต้องมาต้มยาให้คนอื่นอีก”
หลิวซื่อเอายาห่อนั้นออกมาให้ทุกคนดูเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองพูดความจริง
“จริงหรือ?” หลินซื่อสงสัย “ทำไมอยู่ดี ๆ ท่านแม่ถึงซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ให้อาหญิงรองเล่า? ท่านแม่ไม่ถูกกับนางไม่ใช่หรือ?”
“เรื่องนั้นผู้ใดจะไปรู้?” หลิวซื่อยักไหล่ “เดี๋ยวพวกเราก็ได้รู้กัน ซื้อผ้าขาวมาแบบนั้น อาหญิงรองจะต้องเอามาให้ปาเม่ยย้อมสีให้แน่นอน เกรงว่าค่าย้อมสีผ้าก็คงไม่ต้องจ่าย เช่นนั้นคงต้องเหนื่อยเปล่าแล้ว”
หลินซื่อ “…”
งานของปาเม่ยก็เท่ากับงานของน้องสามกับน้องสี่ของนางน่ะสิ?
หากปาเม่ยยังต้องเหนื่อยเปล่า แล้วน้องสาวสองคนของนางจะมิแย่กว่าหรือ?
หลี่ซื่อออกจะแคลงใจ “ท่านแม่จะซื้อผ้าตัดชุดใหม่ให้อาหญิงรองโดยไร้เหตุผลไปทำไม? พี่สะใภ้รอง ท่านฟังผิดไปหรือเปล่าเจ้าคะ?”
“เปล่านี่ ข้าจะฟังผิดไปได้อย่างไร? ข้าอยู่ด้วยตลอด อาหญิงรองเป็นคนพูดเอง เดี๋ยวพอนางเอาผ้ามาให้ปาเม่ยย้อม พวกเจ้าถามเองก็รู้เรื่องแล้ว”
ครั้นได้ยินหลิวซื่อพูดเช่นนั้น คนอื่น ๆ ก็ไม่พูดอะไรอีก
แต่หลี่ซื่อไม่ค่อยเชื่อถือคำพูดของหลิวซื่อเท่าใดนัก นางคิดว่าแม่สามีไม่ได้โง่เสียหน่อย แล้วจะทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์ไปเพื่ออะไร?
จากความเข้าใจที่นางมีต่อแม่สามี เรื่องนี้จะต้องมีอะไรแฝงอยู่แน่นอน
ขณะที่หลิวซื่อกำลังพูดคุยกับสะใภ้คนอื่น ๆ เมื่อเย่อวี๋หรานกลับมาถึงเรือนก็ได้พบจูซื่อและจูอู่
“ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
เย่อวี๋หรานพยักหน้าให้พวกเขาเบา ๆ “ถูกวางยาพิษจริง ๆ คือพิษทองคำดำ เป็นยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้า ระยะเวลาที่ออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้”
“มียาถอนพิษไหมขอรับ?”
“มี ราคาสองร้อยกว่าเหรียญ ห่อยาอยู่ที่หลิวซื่อ”
“ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้จะมอบหมายเรื่องสำคัญเช่นนี้ให้พี่สะใภ้รองหรอกนะขอรับ?” จูอู่กล่าวขึ้นทันที “ท่านแม่ ข้าไม่ได้มีอคติกับพี่สะใภ้รองนะขอรับ ท่านก็รู้ นิสัยของนาง…ท่านแน่ใจหรือว่านางจะยอมทำแต่โดยดี?”
“งั้นให้เมียเจ้าทำ?”
จูอู่ส่ายหน้า “ไม่ดีขอรับ เหลียนฮวาไม่ต่างจากพี่สะใภ้รอง เรื่องนี้ให้พี่สะใภ้สี่ทำดีกว่า ข้าคิดว่าพี่สะใภ้สี่เชื่อใจได้มากกว่า”
“ฮิฮิ…เจ้าชมพี่สะใภ้สี่ของเจ้าแบบนี้ ถ้านางรู้เข้าคงหน้าบานพอดี” จูซื่อรู้สึกภูมิใจนิด ๆ
หากภรรยาใครได้รับคำชมจากผู้อื่น จิตใจก็คงจะเบิกบานเช่นกัน โดยเฉพาะนางยังโดดเด่นกว่าลูกสะใภ้คนอื่น ๆ อีกด้วย
“ข้าไร้ความเห็น พวกเจ้าจัดการกันเองเถอะ” เย่อวี๋หรานไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนต้มยาอยู่แล้ว ขอแค่จูเอ้อร์เม่ยได้กินยานี้เพื่อแก้พิษก็พอแล้ว
ตอนเย็น หลี่ซื่อก็ได้ทราบ ‘ความจริง’ จากปากของจูซื่อ
นางมีสีหน้าตื่นตะลึง “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?!”
“เจ้าอยากตายหรือไร เรื่องสำคัญขนาดนี้ก็ไม่บอกข้า” นางโมโหจนตีจูซื่อไปหลายที
จูซื่ออับจนปัญญา “เบาหน่อย ใช่ว่าไม่อยากจะบอกเจ้า แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวงเกินไป กลัวว่าเรื่องราวจะรั่วไหล ดังนั้นจึงไม่ได้บอกใครเลย ถ้าไม่ใช่เพราะน้องห้าอยากให้เจ้าเป็นคนต้มยา ก็ไม่แน่ว่าจะบอกเรื่องนี้ต่อเจ้า…”
หลี่ซื่อถลึงตาใส่เขา “น้องห้ายังรู้ว่าข้าพึ่งพาได้ เจ้าเล่า? เจ้าเป็นสามีของข้านะ เจ้ายังเชื่อใจข้าได้ไม่เท่าน้องห้าของเจ้าเลย”
“ไม่ใช่…” จูซื่อปฏิเสธติดต่อกันหลายครั้งค่อยง้อภรรยาได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน หลินซื่อกลับมาถึงห้องก็ถอนหายใจ
นางเล่าคำพูดเมื่อตอนกลางวันของหลิวซื่อให้จูอู่ฟัง แล้วเอ่ยว่า “เจ้าว่าทำไมท่านแม่ถึงลำเอียงแบบนี้นะ? เมื่อก่อนลำเอียงรักสะใภ้คนอื่นก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ยังเป็นคนในครอบครัวเรา คราวนี้กลับลำเอียงไปหาคนนอก…จะพูดอย่างไรนั่นก็เป็นเงินกองกลาง เงินเป็นร้อยเหรียญเชียวนะ ข้าล่ะปวดใจจริง ๆ”
จูอู่พลิกร่างไปอีกด้านแล้วหลับตาลง
“นี่ ข้าพูดกับเจ้านะ” หลินซื่อผลักอยู่หลายทีแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่าย
นางเผยอปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ชวนอีกฝ่ายทะเลาะ
วันรุ่งขึ้น หลิวซื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็เตรียมจะต้มยา
หลี่ซื่อเดินเข้ามาจากข้างนอก “พี่สะใภ้รอง จะต้มยาหรือ? ให้ข้าช่วยท่านดีไหมเจ้าคะ?”
“เจ้าว่าง?” หลิวซื่อมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“พวกปาเม่ยพาซานเป่ากับซื่อเป่าไปแล้ว ตอนนี้ข้าว่างพอดีเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อพูดพลางเดินไปล้างหม้อ แล้วนำไปวางลงบนเตาเล็ก
เมื่อมีคนมาช่วย หลิวซื่อย่อมยินดีอยู่แล้ว
นางอธิบายข้อควรระวังเกี่ยวกับการต้มยาให้หลิวซื่อฟังเสียยืดยาว
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่สะใภ้รอง ต้มยาของท่านก่อนหรือยาของอาหญิงรองก่อนดีเจ้าคะ?”
“จะไปสนนางทำไม?” แค่ได้ยินคำว่าอาหญิงรอง หลิวซื่อก็ไม่สบอารมณ์แล้ว นางพูดว่า “ได้ประโยชน์จากพวกเราไปขนาดนั้น ยังจะให้ข้าต้มยาให้นางอีก ทำไมนางไม่เหาะขึ้นสวรรค์ไปเลยเล่า?”
หลี่ซื่อยิ้มบาง ๆ “พี่สะใภ้รอง ท่านจะสนใจอาหญิงรองไปทำไม? ท่านแค่จำไว้ว่านี่เป็นงานที่ท่านแม่มอบหมายให้ก็พอแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร?” หลิวซื่อคิดตามไม่ทันจึงถามกลับ
“พี่สะใภ้รอง ท่านฉลาดมาตลอดนี่นา เหตุใดคราวนี้จึงโง่งมเช่นนี้เล่า?” เมื่อวาน ตอนแรกจูซื่ออยากให้นางเป็นคนจัดการเรื่องนี้ แต่หลี่ซื่อบอกปัดไปแล้ว
นางอยากสร้างความชอบต่อหน้าแม่สามีก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้โอกาสคนอื่นบ้าง ไม่ใช่หรือ?
แม่สามีให้พี่สะใภ้รองเป็นคนทำเรื่องนี้ย่อมต้องมีสาเหตุ
หลี่ซื่อเต็มใจช่วยผลักดันอีกแรง
“หมายความว่าอย่างไร?” หลิวซื่องุนงงกว่าเดิม
หลี่ซื่อกวักมือให้อีกฝ่ายเอาหูเข้ามาใกล้ ๆ “ท่านลองคิดดูสิ อาหญิงรองสำคัญหรือท่านแม่สำคัญกว่ากัน?”
“ต้องเป็นท่านแม่อยู่แล้วสิ เรื่องนี้ยังจะต้องถามอีกหรือ?”
“อย่างนั้นก็ถูกแล้ว นี่เป็นงานที่ท่านแม่มอบหมายให้ท่าน ไม่ว่าท่านจะเต็มใจหรือไม่ ขอเพียงท่านจัดการได้เรียบร้อย ท่านแม่ย่อมจะพึงพอใจใช่ไหมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “อีกอย่าง ท่านคิดดูสิว่าท่านต้องต้มยาสามวันเลยนะ แต่ละวันพอทำเสร็จแล้วก็สามารถไปรายงานท่านแม่ ได้พูดคุยกับท่านแม่เป็นการส่วนตัว นี่เป็นโอกาสที่ดีงามปานไหน”
“พูดจากับท่านแม่มีประโยชน์อันใด? ท่านแม่ไม่ได้จะชอบข้าขึ้นมาอีกนิดแค่เพราะเรื่องนี้เสียหน่อย…”
ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ หลี่ซื่อก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “โธ่เอ๊ย พี่สะใภ้รองคนโง่ของข้า ข้ายังจะโกหกท่านหรือ? ข้าพูดจากประสบการณ์ของข้าเลยนะ ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมท่านแม่ถึงชอบข้า?”
“ก็เพราะเจ้าปากหวานอย่างไรเล่า ยังจะมาพูดอีก…” พอพูดถึงเรื่องนี้ หลิวซื่อก็นึกอิจฉา สายตาที่มองหลี่ซื่อก็ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่แล้ว
หลี่ซื่อมิได้นำพา เพียงยิ้มแล้วกล่าวต่อไปว่า “ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านแม่ชอบข้าเพราะข้าเชื่อฟังคำพูดของท่านแม่ต่างหาก”
“เจ้าเชื่อฟังคำพูดของท่านแม่?” หลิวซื่อหัวเราะเฮอะ ๆ แล้วเอ่ยว่า “ว่าไปนั่น ปีนั้นเจ้าทำให้ท่านแม่โมโหจนล้มหมอนนอนเสื่อ เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกนะ?”
“บางครั้งข้าก็เถียงท่านแม่ แต่ว่านะพี่สะใภ้รอง งานที่ท่านแม่มอบหมายให้ข้า มีเรื่องไหนที่ข้าทำไม่สำเร็จลุล่วงด้วยหรือ?” หลี่ซื่อถาม “เรื่องนี้ ท่านคงเห็นด้วยกระมัง?”
หลิวซื่อไม่ตอบคำ แม้นางจะไม่รู้ว่าแม่สามีมอบหมายงานอะไรให้หลี่ซื่อบ้าง แต่เฉพาะเรื่องการค้าขายที่หลี่ซื่อดูแลอยู่ก็รู้ได้ว่าแม่สามีให้ความสำคัญกับหลี่ซื่อเพียงใด
นางจำต้องยอมรับว่าหลี่ซื่อดูแลเรื่องการค้าขายได้เป็นอย่างดีทีเดียว
แม้กระทั่งมารดาบังเกิดเกล้าของนาง เวลามาเจอนางทีไรก็ชมเชยหลี่ซื่อไม่น้อย บอกให้นางเรียนรู้จากหลี่ซื่อให้มาก