ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 549 คนสกุลจูเคลื่อนไหวแล้ว
บทที่ 549 คนสกุลจูเคลื่อนไหวแล้ว
ในเรือนหลังข้าง ๆ ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินกอดลูกชายหลายคนของตนไว้แน่น ไม่ให้พวกเขาออกไปเดินเพ่นพ่าน
นางมองออกไปข้างนอกผ่านรอยแตกตรงประตูผุพังนั้นพลางกระซิบว่า “อย่าส่งเสียง เข้าใจไหม? ถ้าท่านลุงของพวกเจ้าได้ยินแล้วจะตีคน!”
“ขอรับ!”
พวกเด็กน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ท่านลุงผู้นั้นแม้แต่บิดาของพวกเขาก็ยังทุบตี น่ากลัวยิ่งนัก!
แม้ว่าทุกครั้งที่ท่านลุงกลับมา พวกเขามักจะได้กินของอร่อย แต่กล่าวตามตรง พวกเขาไม่อยากให้ท่านลุงกลับมาเลยสักนิด
เพราะเขากลับมาคราใด พวกเขาก็ต้องคอยซ่อนตัว มิฉะนั้นจะถูกทุบตี
“ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านย่าแล้วขอรับ ท่านย่าจะกลับมาตอนไหน?” เด็กที่ค่อนข้างโตคนหนึ่งเอ่ยถาม
ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินเงียบไป “แม่ไม่รู้”
นางไม่รู้จะบอกลูก ๆ อย่างไรว่าพ่อสามี ‘ปลด’ แม่สามีไปแล้ว ทั้งยังไม่อาจอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้ว่า ถ้าพ่อสามีไม่อนุญาต แม่สามีก็อาจไม่ได้กลับมาอีก
มีแม่สามีอยู่ด้วย แม้จะมีความเป็นอยู่ยากลำบาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดตายก่อนพ้นฤดูหนาวเหมือนในตอนนี้
ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องน่ากลัวกว่านั้น นั่นก็คือเฉียนซินอาจ ‘ขายคน’
คราวก่อนตอนที่เฉียนซินไม่มีเงินก็เกือบจะเอาลูกสาวคนหนึ่งของนางไปขายแล้ว แต่ตอนนั้นมีแม่สามีมาขวางเอาไว้
ครอบครัวนี้คงมีเพียงเหล่าเฉียนกับเฉียนซินที่รอคอยการตายของจูเอ้อร์เม่ย ขณะที่คนอื่น ๆ เฝ้ารอการกลับมาของนาง
ภายในเรือน เฉียนซินที่หิวจนหน้ามืดตาลายยังคงยกชามผักป่าชามนั้นขึ้นมากินอยู่ดี
“ท่านพ่อ ท่านให้นางออกไป มีอะไรจะพูดกับข้าใช่ไหม?” เฉียนซินถาม
เหล่าเฉียนตอบว่า “มีเรื่องจะพูดจริง ๆ คราวก่อนเจ้าบอกว่ายาของแม่เจ้าออกฤทธิ์ช้าไม่ใช่รึ? ข้าสงสัยว่าผ่านมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว ทำไมยังไร้ข่าวคราวอยู่อีก?”
“หากท่านไม่พูด ข้าก็ลืมไปแล้ว” เฉียนซินหัวหมุนอยู่ทุกวัน กระทั่งวันที่เท่าไหร่ก็ลืมไปแล้ว แล้วจะจำเวลาได้อย่างไร
พอได้ยินบิดาเปรยถึงก็พบว่าเวลาผ่านมาค่อนข้างนานแล้ว มิน่าเล่าคนสนิทของเถ้าแก่ถังจึงบอกให้เขากลับบ้านมาดูสถานการณ์ ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้
เฉียนซินนึกถึงเงินเหล่านั้น จิตใจก็พลันร้อนวาบ “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่รู้ ทางนั้นยังไม่มาแจ้งข่าวมรณกรรม…”
“ท่านไม่ได้ให้คนไปดูทางนั้น?”
“ข้าจะให้ใครไปเล่า” เหล่าเฉียนกล่าวเป็นเชิงตำหนิ “ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านเฉียนเฉวียนล้วนไม่พอใจข้าเพราะข้าไปปลดแม่เจ้า แห่กันมาอยู่ได้ทุกวัน ทำเสียราวกับว่าข้าไปขวางทางรวยของพวกเขาอย่างนั้น”
เขาด่าต่อไปว่า “มารดามันเถอะ พวกเขาไม่มีชะตาจะมั่งมีเอง ยังจะมาโทษข้า?”
“ไม่เอาน่า ท่านพ่อ ท่านอยู่ที่หมู่บ้านมาหลายปีขนาดนี้ ไม่สนิทกับใครสักคนเลยหรือ?” เฉียนซินประหลาดใจ “ท่านพ่อ ท่านจะใช้ชีวิตมาเสียเปล่าเกินไปแล้วกระมัง?”
“ถุย! พวกนั้นไม่เข้าตาข้า ข้าเลยไม่อยากไปมาหาสู่กับคนพวกนั้นต่างหาก…” เหล่าซินไม่ยอมรับหรอกว่าเป็นเพราะเขามีนิสัยอันธพาล มักเอาเปรียบคนอื่นเป็นประจำ จึงไม่มีใครอยากมาข้องแวะด้วย
เมื่อรวมกับเรื่องคราวนี้ คนในหมู่บ้านที่ไม่ชอบเขาก็ยิ่งมีมากกว่าเดิม
“แบบนี้ไม่ได้การ ท่านพ่อ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับเรื่องใหญ่ของครอบครัวพวกเรา แต่ท่านกลับไม่รู้กระทั่งว่าท่านแม่ตายหรือยังไม่ตาย ถ้าท่านแม่ตายกะทันหันที่เรือนสกุลจู แล้วคนสกุลจูช่วยกันปิดบังจะทำอย่างไร?”
ฉับพลันนั้น เหล่าเฉียนและเฉียนซินก็นั่งไม่ติดเสียแล้ว
“ไม่อย่างนั้น ข้าลองไปดูสักหน่อย?”
“ไป แน่นอนว่าต้องไป” เฉียนซินกล่าว “ท่านพ่อ ข้าจะไปกับท่านด้วย”
พูดจบ สองพ่อลูกก็ออกจากเรือนทันที
อารามรีบร้อน เฉียนซินจึงไม่ทันสังเกตว่าภรรยาตนเองกอดลูกน้อยขวางประตูอยู่จึงพุ่งไปชนเข้าให้
“ตาบอดเรอะ? ยืนอยู่ตรงนี้แล้วยังไม่รู้จักหลบ!” เฉียนซินสบถด่าแล้วรุดออกไป
ภรรยาเฉียนซินนึกว่าตนเองจะถูกตี นางกอดลูกน้อยเอาไว้โดยสัญชาตญาณ
ลูกน้อยเหล่านั้นก็ตระหนกเช่นกัน รีบหลบเข้าไปอยู่ในอ้อมอกมารดา
ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาสังเกตว่าไม่มีความเคลื่อนไหวจึงเงยหน้าขึ้นมา
“ท่านแม่ ท่านพ่อเล่า? ท่านพ่อไม่ตีท่าน?!”
ภรรยาเฉียนซินก็ประหลาดใจเช่นกัน แต่นางเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อย “แม่ไม่รู้”
เด็กอีกคนตีเด็กที่ถามเบา ๆ “เจ้าโง่เรอะ เจ้าอยากให้ท่านแม่ถูกตีหรือไร?”
“เปล่า ข้าแค่แปลกใจที่คราวนี้ท่านพ่อไม่ตีคน”
……
เหล่าเฉียนและเฉียนซินหาได้ทราบว่าตอนที่พวกเขาก้าวออกจากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนก็มีคนรุดมารายงานที่เรือนเจ้าหน้าที่ทันที
“เจ้าแน่ใจ?”
“แน่ใจขอรับ ท่านเจ้าหน้าที่ เฉียนซินเพิ่งกลับมาได้ไม่นานก็ออกไปข้างนอกกับพ่อของเขา…ท่านว่า พวกเขาจะไปไหน?”
“ข้าจะไปรู้เรอะ?” เจ้าหน้าที่เคาะกะโหลกอีกฝ่าย “จะสนไปไยว่าพวกนั้นไปไหน ให้คนตามไปแล้วใช่ไหม?”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ ท่านเจ้าหน้าที่วางใจได้ เด็กคนนั้นฝีเท้าเร็ว จะต้องไม่คลาดกับพวกนั้นแน่นอน”
โก่วต้านไม่เพียงแต่ไม่คลาดกับเหล่าเฉียนสองพ่อลูกเท่านั้น เพราะพอมาถึงครึ่งทาง เขาก็เดาออกแล้วว่าคนทั้งสองจะไปที่ไหน
ขณะที่พวกนั้นรี ๆ รอ ๆ อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านสกุลจู คล้ายกำลังหารืออะไรบางอย่าง เขาก็อ้อมคนทั้งสองตรงเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปรับรางวัลกับเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูเรียบร้อยแล้ว
“ฮิฮิ! ข้าโชคดีเสียจริง! คิดไม่ถึงว่าเจ้าเฉียนซินผู้นี้เพิ่งกลับมาได้ก็แล่นมาทางนี้ทันที จะต้องเกิดเรื่องแน่นอน!”
โก่วต้านดีใจอย่างกับอะไรดี คิดเพียงว่าหลังรับรางวัล สิทธิ์ปลูกมันเทศต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าของเขาก็คงจะแน่นอนแล้วด้วยเช่นกัน
เป็นไปดังคาด เมื่อเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูทราบว่าสองพ่อลูกสกุลเฉียนมาถึงหน้าหมู่บ้านก็ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด
“เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะต้องเก็บสิทธิ์เอาไว้ให้เจ้าด้วยแน่นอน เจ้าพักผ่อนอยู่ทางนี้ก่อน ประเดี๋ยวค่อยกลับไป”
เจ้าหน้าที่กล่าวพลางส่งสายตาให้ภรรยาของตนเอง
ภรรยาของเจ้าหน้าที่ทราบแต่แรกแล้วจึงเข้าใจทันที นางพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินตรงไปท้ายเรือน บอกให้หลานชายที่ยังไม่โตเต็มวัยคนหนึ่งไปส่งข่าวที่เรือนจูเหล่าโถว
“ตอนออกมาจากเรือนจูเหล่าโถว จำไว้ว่าให้แวะไปที่เรือนผู้อาวุโสด้วย เข้าใจไหม?”
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านย่า”
เด็กคนหนึ่งวิ่งออกไปจากเรือนเจ้าหน้าที่ โก่วต้านไม่ทันสังเกต เขารับน้ำที่ภรรยาของเจ้าหน้าที่ส่งมาให้แล้วเอ่ยขอบคุณด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” เย่อวี๋หรานพยักหน้าแล้วบอกให้หลานชายของเจ้าหน้าที่กลับไป “ช่วยกลับไปบอกทางนั้นด้วยว่าให้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้”
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว จูต้าเหนียง”
เด็กคนนั้นฝีเท้าไวยิ่ง เขาวิ่งออกไปทันที
เย่อวี๋หรานเรียกหาเหล่าลูกสะใภ้แล้วมอบหมายหน้าที่ให้พวกนาง หลิ่วซื่อเฝ้าเรือนและดูแลพวกเด็ก ๆ หลินซื่อไปแจ้งผู้ชายสกุลจู หลิวซื่อและหลี่ซื่อตามนางไปที่เรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ
แม้เย่อวี๋หรานจะไม่ได้พูดว่าเป็นใคร แต่ลูกสะใภ้ทั้งหลายก็พอจะคาดเดาได้จากท่าทางพร้อมรบของแม่สามี
หลิวซื่อและหลี่ซื่อเดินตามหลังเย่อวี๋หรานออกมาโดยทิ้งระยะห่างช่วงหนึ่ง
“เจ้าว่าท่านแม่คิดจะทำอะไรกันแน่นะ?” หลิวซื่อสะกิดแขนหลี่ซื่อพลางเอ่ยถามเสียงเบา
หลี่ซื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของแม่สามีพลางกระซิบว่า “ไม่รู้สิ เอาเป็นว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม พวกเราเชื่อฟังท่านแม่แล้วจะต้องไม่ผิดพลาดแน่นอน”
“เรื่องนี้ข้ารู้ ข้าแค่สงสัยว่าท่านแม่จะทำอะไร” หลิวซื่อมองหลี่ซื่อแล้วถามต่อไปว่า “ข้ายังนึกว่าเจ้าเป็นคนโปรดของท่านแม่แล้วจะรู้เรื่องเสียอีก ที่แท้ท่านแม่ก็ไม่ได้ชอบเจ้ามากเท่าที่ข้าคิดไว้สินะ”
หลี่ซื่อ “…”
นางพอจะเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เรื่องนี้พูดออกมาได้หรือ?
เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของสกุลจูเชียวนะ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปเพราะนาง นางมิต้องใช้ความตายมาชดใช้โทษเลยรึ?
นางเลือกปิดปากตัวเองให้สนิทเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันแบบนั้น รอให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วค่อยพูดจะดีกว่า