ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 550 พวกเจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่อย่างสงบ
บทที่ 550 พวกเจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่อย่างสงบ
หลี่ซื่อรอบคอบระมัดระวังเช่นนี้ยังเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากจูซื่อ
จูซื่อรู้ว่านางช่างพูด กลัวว่านางจะเผลอพูดออกไป จึงย้ำนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า คอยเตือนนางอยู่เสมอ
ถึงแม้หลี่ซื่อจะเลินเล่อกว่านี้ก็ทราบว่าเรื่องนี้ไม่อาจชะล่าใจ
เช้าวันนี้ตอนที่จะออกมาจากห้อง จูซื่อยังเตือนนางอีกครั้งว่าคงเร็ว ๆ นี้แล้ว นางยิ่งตื่นตัวกว่าเดิม
เร็ว ๆ นี้?!
ไม่ได้การ ต้องหนักแน่น นางไม่อาจรวนเร ไม่อาจทำให้ท่านแม่เสียเรื่อง
ถ้าคราวนี้ทำให้ท่านแม่เสียเรื่อง ต่อไป…
นางพลันใจลอยไปไกล
หลิวซื่อเห็นเช่นนั้นก็สะกิดอีกครั้ง “เจ้าคิดอะไรอยู่? เรียกเจ้าหลายครั้งแล้วก็ไม่ตอบ”
หลี่ซื่อได้สติคืนมา จึงพบว่ายามนี้ตนเองมาถึงเรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อแล้ว
พวกผู้ชายไปทำงานในทุ่งนาตั้งแต่เช้า ไม่อยู่ที่เรือน
ในเรือนมีเพียงจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูอายุมากแล้ว สายตาไม่ค่อยดี จึงนั่งฟั่นเชือกป่านอยู่ข้าง ๆ
เชือกป่านเส้นหนาสามารถใช้ผูกสิ่งของ เส้นบางใช้สำหรับถักสาน
ในอดีตนั้นเชือกป่านมีไว้สำหรับสานถุงกระสอบเท่านั้น แต่หลังจากที่เย่อวี๋หรานย้อนยุคมา ของจำพวกเบาะนั่งที่ทำจากเชือกป่าน ตะกร้าเชือกป่าน สร้อยข้อมือถักจากเชือกป่านก็เริ่มกลายเป็นที่นิยมในหมู่บ้านสกุลจู
จูปาเม่ยยังรับจ้างย้อมสีผ้าตลอดทั้งปี เชือกป่านก็สามารถย้อมสีได้เช่นกัน
เมื่อเชือกป่านสีจืดชืดกลายเป็นเชือกป่านสีสันสดใส ยามถักเป็นสิ่งของเหล่านี้ก็งามประณีตมากขึ้นจนพาให้คนตะลึง
สำหรับคนชนบททั้งหลาย ทักษะงานฝีมือของหมู่บ้านสกุลจูจัดอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นกำลังทำงานเรือนกันอยู่ พอเห็นเย่อวี๋หรานและสองสะใภ้มาก็รุดเข้ามาต้อนรับ
ทั้งยกม้านั่งและยกน้ำมาให้
“เกรงใจจริง ๆ พวกข้าเพิ่งรับงานเชือกป่านเข้ามา ในเรือนรกหน่อยนะเจ้าคะ…” จูซื่อเสิ่นมีสีหน้าเกรงใจ
งานเชือกป่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูที่สั่งซื้อเชือกป่านกับพวกนาง
ทุกบ้านล้วนมีเชือกป่าน แต่ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถย้อมสีเชือกป่านออกมาได้งดงาม อีกประการหนึ่งคือใกล้จะถึงช่วงปีใหม่แล้ว ทุกคนจึงเริ่มตระเตรียมข้าวของไว้ล่วงหน้า
เย่อวี๋หรานจึงคิดวิธีหารายได้แบบใหม่ให้หมู่บ้านสกุลจูด้วยการเสนอให้ทำสิ่งของที่แสดงถึงความเป็นสิริมงคลโดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทุกคนจะได้ฉลองเทศกาลปีใหม่กันอย่างครึกครื้นรื่นเริง
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วงนี้ทุกบ้านก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น เป็นเช่นนี้ถึงจะดี ทุกคนมีงานทำ มีงานก็หมายความว่าหาเงินได้ ทุกคนจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม…” เย่อวี๋หรานทักทายพอเป็นพิธี จากนั้นก็ถามถึงจูเอ้อร์เม่ย “จริงสิ ทำไมไม่เห็นเอ้อร์เม่ยเลยเล่า?”
“นาง…นอนอยู่เจ้าค่ะ” จูซานเสิ่นตอบอย่างกระอักกระอ่วน
นางพูดได้หรือว่าตั้งแต่จูเอ้อร์เม่ยมาอยู่เรือนพวกตนก็ทำตัวเป็น ‘เจ้านายที่อยู่ว่าง’ วัน ๆ ไม่ทำอะไรสักอย่าง
ตอนแรกยังช่วยทำงานเล็กน้อย ต่อมานอกจากกินและดื่มแล้วก็คร้านจะโผล่หน้ามาให้เห็นอีก
“เวลานี้แล้วยังนอนอีก?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ “เอาเถอะ นางอยู่ห้องไหน ข้าจะไปเรียกเอง”
“พี่สะใภ้ใหญ่มีธุระกับนางหรือเจ้าคะ?” จูซานเสิ่นออกจะสงสัย “หรือว่ามีข่าวคราวจากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนแล้ว?”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “อืม”
“จริงหรือเจ้าคะ?!” จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นตื่นเต้นยินดี รีบพูดทันทีว่า “พี่สะใภ้รออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปเรียกคนให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
แล้วก็จากไปเคาะประตูด้วยความยินดี
จะไม่ยินดีได้อย่างไร จูเอ้อร์เม่ยกลับบ้านเดิมไม่กี่วันถึงจะเรียกว่า ‘มาเยี่ยมญาติ’ บ่มเพาะน้ำใจต่อกันไว้ก็เป็นเรื่องดี แต่มาอยู่บ้านเดิมนาน ๆ กลับเรียกว่า ‘มีปัญหา’ จะความยุ่งยากหรือความขัดแย้งล้วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นคิดไม่ถึงเลยว่าพวกตนอายุมากแล้ว อีกไม่นานลูกชายก็จะได้แต่งงาน ตนเองก็จะได้เป็นย่าคนแล้ว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเดือดร้อนใจเช่นนี้
เฮ้อ…
แต่ก็จนปัญญา ผู้ใดใช้ให้พวกนางไม่ใช่สายแข็งเหมือนพี่สะใภ้ใหญ่เล่า แม้พวกนางจะสามารถชักสีหน้าใส่จูเอ้อร์เม่ย แต่กลับควบคุมอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่กลัวพวกนางเลยสักนิด
บริเวณหน้าหมู่บ้านสกุลจู
เหล่าเฉียนกำลังเดินอยู่ดี ๆ ก็พลันชะลอฝีเท้าลง
เฉียนซินเดินนำไปสักพักค่อยสังเกตได้ เขาหันกลับมาพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านทำอะไร? รีบเดินสิขอรับ”
“ไม่ถูกต้องนี่ ลูกชาย ข้าเป็นคนที่อยากปลดแม่เจ้านะ ถ้าข้าเข้าไปในหมู่บ้านสกุลจูตอนนี้ ใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าข้าไม่อยากปลดนางแล้วน่ะสิ?” เหล่าเฉียนกล่าวอย่างลังเล “ข้าไม่ได้อยากเปลี่ยนใจเสียหน่อย”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ท่านพ่อ ท่านก็บอกว่าข้าบังคับให้ท่านมาด้วย ลูกชายอย่างข้าคิดถึงท่านแม่แล้ว อยากมาหาท่านแม่ เท่านี้ก็ได้แล้วนี่นา?”
“แต่ถ้า…” เหล่าเฉียนกล่าว “ถ้าแม่เจ้าสบายดีแล้วคิดว่าข้ามารับนาง ตามพวกเรากลับหมู่บ้านเฉียนเฉวียนไปอย่างหน้าชื่นตาบานเล่า จะทำอย่างไร? ถ้านางกลับไป แผนการของพวกเราก็คง…”
ถึงจะไม่ได้พูดออกมาจนจบ แต่ความนัยในคำพูดก็ชัดเจนพอแล้ว
“ไอ้หยา ท่านพ่อ ข้าถึงได้บอกว่าท่านหัวทึบอย่างไรเล่า ท่านก็พูดว่าท่านไม่เห็นด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเรียกท่านมาด้วยกัน ท่านก็คงไม่มาแล้วก็ได้นี่ อีกอย่าง…” เฉียนซินล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทางลึกลับ “ก็ยังมีเจ้านี่อยู่ไม่ใช่หรือไร?”
พอเหล่าเฉียนเห็นของสิ่งนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป “เจ้าเอามาด้วยทำไม?! เจ้าลูกคนนี้ เจ้าเสียสติไปแล้วเรอะ เจ้าพกของแบบนี้มาด้วย…ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะทำอย่างไร?”
เฉียนซินกล่าวอย่างย่ามใจ “คนอื่นจะรู้ได้อย่างไร? ของสิ่งนี้ไม่ใช่ของธรรมดา พวกเขาก็บอกแล้วว่าสถานที่บ้านนอกแบบนี้ไม่มีใครรู้จักหรอก”
“ระวังไว้ก่อนย่อมไม่ผิดพลาด”
“ท่านพ่อพูดเองนี่ว่ากลัวท่านแม่จะยังอยู่ดี หากไม่พกเจ้านี่มาด้วย แล้วข้าจะช่วย ‘ส่งเสริมอีกแรง’ ได้อย่างไร?” สีหน้าของเฉียนซินประหนึ่งกำลังอวดอ้างว่าตนเองได้อาวุธวิเศษมาก็ไม่ปาน
เหล่าเฉียนเงียบงันไปชั่วขณะ จะพูดอย่างไร จูเอ้อร์เม่ยก็ใช้ชีวิตร่วมกับเขามานานหลายปี ปรนนิบัติทั้งลูกเล็กและคนชรา แต่ตอนนี้…
เฮ้อ!
ถ้าไม่ใช่เพื่อเงินพวกนั้น เขาคงไม่ถึงขั้น…
เขาปลอบตัวเองว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษเขาไปเสียทั้งหมด ถ้าจูเอ้อร์เม่ยเชื่อฟังเขา ยอมก้มศีรษะให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่น ช่วยกอบโกยผลประโยชน์ให้ครอบครัวเสียแต่แรก เรื่องจะมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?
แต่จูเอ้อร์เม่ยกลับดื้อด้าน ดึงดันจะเป็นอริกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แบบนี้มิเท่ากับทำตัวเป็นตัวถ่วงของครอบครัวหรอกหรือ?
“วางใจเถอะ ท่านพ่อ คราวนี้ข้าจะต้องส่งนางเฒ่านั่นขึ้นสวรรค์ไปได้แน่นอน ถึงตอนนั้นท่านก็จะได้ไปเสพสุขกับข้าแล้ว พวกเราขายที่ดินไม่กี่หมู่นั่นทิ้งแล้วไปใช้ชีวิตเป็นเจ้าคนนายคนในตำบล…” เฉียนซินพรรณนาถึงอนาคตอันงดงามที่ตนวาดฝัน
อนาคตเช่นนี้เองที่สั่นคลอนจิตใจของเหล่าเฉียน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูกชายของพวกตน ต่อให้ภรรยาเฒ่าในปรโลกรู้เรื่องก็คงจะช่วยให้พวกเขาสมหวังอยู่ดี!
ด้วยเหตุนี้ เมื่อคนทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านก็เจอกับคนในหมู่บ้านสกุลจู
จะว่าไปก็บังเอิญยิ่งนัก เพราะคนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจูซื่อ เขาจำพ่อลูกสกุลเฉียนได้ทันที สีหน้าจึงตื่นตะลึง “พวกท่านมาได้อย่างไร?!”
“พวกข้า…”
ไม่รอให้เฉียนซินพูดจบ จูซื่อก็เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจว่า “พวกท่านมาแล้วก็ดียิ่งนัก ไปกับข้าเร็วเข้า อาหญิงรองอยู่ดี ๆ ก็เป็นลมหมดสติไป ข้ากำลังจะไปยืมเกวียนเทียมวัวจากเจ้าหน้าที่เพื่อไปแจ้งพวกท่านพอดี…”
“หา แม่ข้าเป็นลม?!” เฉียนซินนึกยินดี แต่แสร้งทำเป็นตกอกตกใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร? แม่ข้าสุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด จะเป็นลมไปได้อย่างไร? พวกเจ้าคงไม่ได้รังแกแม่ข้าใช่ไหม? จูซื่อ ข้าเตือนเจ้าไว้เลยนะ ถ้าแม่ข้าเป็นอะไรไป พวกเจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่อย่างสงบ…”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
J61Q600V
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ