ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 574 ข้าจะต้องมอบความเป็นธรรมให้พวกท่านแน่นอน
บทที่ 574 ข้าจะต้องมอบความเป็นธรรมให้พวกท่านแน่นอน
ชั่วขณะนั้น หัวเซี่ยงหรงตระหนักได้ว่าเขาไม่อาจกลับไปได้อีกแล้ว
กลับไปไม่ได้ ก็ต้องไปที่ไหนสักแห่งไม่ใช่หรือ?
หัวเซี่ยงหรงพาลูกน้องที่เหลืออยู่เก็บข้าวของหนีไปในคืนเดียวกัน
นับแต่นั้นก็ระหกระเหินเร่ร่อนไปทั่ว
โอกาสพลิกผันที่แท้จริงมาถึงหลังจากที่เขามาพบถังหัวชิง
จะเรียกว่าชะตาลิขิตก็ได้ ถังหัวชิงไปทำการค้าอยู่ข้างนอก พบโจรลักขโมยเข้า ถูกคนปล้นชิงค่าเดินทางไป
ถังหัวชิงมาเจอกับหัวเซี่ยงหรงและลูกน้องที่เพิ่งกลับมาหลังจากทำงานใช้แรงงานเสร็จพอดี พวกหัวเซี่ยงหรงจึงช่วยชิงเงินคืนมาให้เขา
ถังหัวชิงรู้สึกซาบซึ้งใจจึงเชื้อเชิญพวกเขามากินข้าวด้วยกัน
หัวเซี่ยงหรงอ่านสีหน้าคนเก่งปานไหน เห็นอีกฝ่ายเป็นพ่อค้าตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ทั้งยังพาคนมาด้วยเพียงสองคนเท่านั้น มีทั้งเอกสารสำคัญสำหรับการเดินทางและค่าเดินทาง ยังอยู่ในต่างถิ่น ไม่มีใครรู้จักพวกเขาอีกต่างหาก เขาจึงบังเกิดความคิดขึ้นมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาพบว่าตนเองกับถังหัวชิงมีใบหน้าคล้ายกัน
ถังหัวชิงกล่าวสัพยอก “ถ้าไม่รู้ว่าพ่อข้ามีข้าเป็นลูกเพียงคนเดียว ข้าคงนึกว่าเจ้าเป็นน้องชายที่พลัดพรากไปเสียแล้ว จริงด้วย เจ้าเป็นคนที่ใดหรือ?”
“ไม่มีหลักแหล่งแน่นอน ข้ามีครอบครัวเสียที่ไหน ไม่เหมือนพี่ถังหรอก มีอนาคตสดใสกว่าข้า อย่างน้อยก็พอมีชื่ออยู่บ้าง” หัวเซี่ยงหรงยิ้มชมเชยถังหัวชิงยกใหญ่
ถังหัวชิงหัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ…ข้ามีอนาคตสดใสที่ไหนกัน ข้าแค่โชคดี ได้ติดตามนายที่ดี จึงหาเงินได้บ้าง”
จากนั้นก็เล่าความเป็นมาของตนเอง รวมถึงที่มาของเงินก้อนนี้ให้หัวเซี่ยงหรงฟังโดยไม่นึกป้องกันแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น เขาเห็นว่าหัวเซี่ยงหรงไม่มีที่ไป คิดว่าภายภาคหน้าตนเองก็ตั้งใจจะเปิดกิจการเองอยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้คน จึงเชื้อเชิญอีกฝ่ายมาทำงานกับเขาอย่างมีน้ำใจ
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงร่วมเดินทางไปด้วยกัน
ในสถานที่ทุรกันดารร้างผู้คน หัวเซี่ยงหรงจึงลงมือกับถังหัวชิง
เรื่องราวต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรลึกลับอีกแล้ว หัวเซี่ยงหรงสวมรอยเป็นถังหัวชิง พาพวกมังกรตาเดียวเจียงซู่กลับไปยังบ้านเกิดของถังหัวชิง ซึ่งก็คือตำบลอันจิ่ว เพื่อเปิดบ่อนพนันแห่งหนึ่ง
ตอนที่ถังหัวชิงติดตามบิดาไปจากตำบลอันจิ่วยังเป็นเพียงทารกแบเบาะ เมื่อกลับมาอยู่ถาวรก็กลายเป็นชายวัยกลางคนไปแล้ว คนรุ่นอาวุโสกว่าก็ไม่อยู่แล้ว รุ่นผู้เยาว์ก็ไม่รู้เรื่องราวในครอบครัวของพวกเขากระจ่างนัก จึงกลายเป็นโอกาสให้เขาสวมรอย
“สวรรค์ เถ้าแก่ถังผู้นี้เป็นตัวปลอมหรือเนี่ย?!”
เมื่อจูต้าซึ่งรออยู่กับพี่เป้าได้ยินเรื่องนี้ก็ตกใจอย่างยิ่ง
พวกเขาแค่ต้องการพลิกคดีให้มารดา แต่ขุดไปขุดมา กลับขุดคุ้ยจนพบภูมิหลังของเถ้าแก่ถัง?!
จูอู่ก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “พี่เป้า ท่านได้ข่าวนี้มาจากไหน? บ่อนพนันอี้ซิงเปิดมาหลายปีแล้ว แต่กลับไม่เคยมีใครนึกสงสัยมาก่อน จู่ ๆ จะมีข่าวเช่นนี้โผล่มาได้อย่างไร?”
พี่เป้าถอนหายใจ กล่าวพร้อมสีหน้าเลื่อมใส “เรื่องนี้พวกเจ้าต้องขอบคุณคนตระกูลซุน ตอนที่แม่เจ้าสังเกตว่าไม่ถูกต้องแล้วให้ข้าไปช่วยตรวจสอบ ข้าจึงพูดให้นายท่านผู้เฒ่าซุนฟังด้วย ผู้ใดจะไปคาดว่าคนเขาจะพึ่งพาได้เช่นนี้ พอกลับไปได้ก็ให้คนไปสืบเรื่องบ่อนพนันอี้ซิงทันที”
ถังหัวชิงเป็นคนตำบลอันจิ่ว แต่กลับไปเติบโตอยู่ข้างนอก พออายุมากแล้วค่อยหอบเงินกลับมาเปิดบ่อนพนัน ถ้าไม่มีทรัพยากรคนเสียเลยแล้วจะสืบจนกระจ่างได้อย่างไรว่าถังหัวชิงไปอยู่ข้างนอกมากี่ปี ไปทำอะไรมาบ้าง?
แต่ตระกูลซุนกลับช่วยตรวจสอบให้เสียจนแจ่มแจ้ง
“นายท่านผู้เฒ่าซุนคนนี้ร้ายกาจทีเดียว…” จูอู่สะท้อนใจ คิดไม่ถึงว่าเรื่องมาถึงตอนท้ายกลับยังสามารถพลิกผันได้เช่นนี้
เดิมทีคิดว่ามารดาของเขาให้อาหญิงรองแกล้งตาย กักตัวสองพ่อลูกสกุลเฉียนเอาไว้ เพื่อใช้แผนซ้อนแผนก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีคนร้ายกาจยิ่งกว่า
คนเขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการสกปรกใด ๆ แค่เรียกใช้คนจำนวนหนึ่งก็สามารถตรวจสอบเจ้าทุกซอกทุกมุม สมควรทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่มีติดขัดเลยแม้แต่น้อย
จูอู่คิดในใจ ‘ถ้าสักวันข้าร้ายกาจได้แบบนี้บ้างก็ดีน่ะสิ!’
เขาในยามนี้ก็แค่คิดขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้ครุ่นคิดลึกซึ้ง
ไม่รู้ว่าในอนาคต เมื่อเขาบรรลุถึงระดับหนึ่งแล้วกลับมาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จะรู้สึกว่าน่าขันหรือไม่?
ในศาล เถ้าแก่ถังถูกหลักฐานชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่เย่อวี๋หรานโยนออกมาทำให้พูดอะไรไม่ออกไปเสียแล้ว
แม้เขาไม่คิดจะยอมรับ แต่อีกฝ่ายกลับสามารถหาตัวอดีตแม่นมและภรรยาของถังหัวชิงที่เขาปลดทิ้งไปผู้นั้นพบ และเชิญมาเป็นพยานได้
เมื่อแม่นมและฮูหยินถังแน่ใจว่าชายตรงหน้าไม่ใช่ถังหัวชิงก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ
“สวรรค์ ท่านช่างไม่มีตาเอาเสียเลย นายท่านของข้าเป็นคนดีเพียงไหน เหตุใดคนจึงไม่อยู่แล้วเล่า? ฮือ ๆๆๆ…” นี่คือเสียงร้องของแม่นม
นางเป็นคนเลี้ยงถังหัวชิงมาตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อนางชราแล้ว เด็กคนนั้นยังบอกว่าจะเลี้ยงดูนางยามแก่เฒ่าอยู่เลย
ทว่าภายหลัง นางโมโหที่ถังหัวชิงกล่าวโทษฮูหยินถังว่าไม่ตั้งครรภ์เสียทีจึงปลดภรรยา ทั้งสองจึงทะเลาะแตกหักกัน
หลังจากตัดขาดกันแล้ว นางก็ไม่ได้พบถังหัวชิงอีก เก็บสัมภาระกลับบ้านลูกชายตนเอง ไปใช้ชีวิตกับลูกชายและลูกสะใภ้
ถ้าไม่มีคนมาเชิญ และบอกนางว่าถังหัวชิงถูกคนทำร้ายจนถึงแก่ความตายไปนานแล้ว เชิญนางไปช่วยยืนยันให้ นางก็คงไม่ดั้นด้นมายังตำบลเล็ก ๆ ที่ห่างไกลแห่งนี้
“ฮือ ๆๆ…นายท่าน นายท่านของข้า ท่านตายอย่างไม่เป็นธรรมนัก!”
นี่คือเสียงร่ำไห้ของฮูหยินถัง นางร่ำไห้ให้กับการตายอันน่าเวทนาของถังหัวชิง และร่ำไห้ให้กับชะตาชีวิตของตนเอง
หลังจากนางแต่งให้ถังหัวชิงแล้วก็ดูแลกำกับงานเรือนอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่เคยคิดเลยว่าเขาออกไปข้างนอกมารอบเดียวก็จะไม่ต้องการนางอีกแล้ว
หนังสือหย่าถูกส่งมาจากแดนไกล นับแต่นั้นก็ไร้ซึ่งข่าวคราว
นางรู้สึกว่าตนเองช่างอาภัพยิ่งนัก!
ตอนที่ถังหัวชิงยังหนุ่มก็เคยออกเดินทางไกล ทั้งปีได้พบหน้าไม่กี่ครั้งกี่ครา ไม่ตั้งครรภ์เสียทีเป็นความผิดของนางหรือ?
นางอุตส่าห์ยอมให้เขาไปมีหญิงอื่นอยู่ข้างนอก คลอดลูกชายแล้วค่อยอุ้มกลับมาให้นางเลี้ยง แต่ผู้ชายคนนี้กลับปลดนางทิ้ง เป็นเหตุให้นางต้องครองตัวเป็นม่ายใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนา
แต่ตอนนี้กลับมีคนมาบอกนางว่า คนที่ปลดนางไม่ใช่ถังหัวชิง แต่เป็นฆาตกรที่ฆ่าถังหัวชิง
ฮูหยินถังกระตุกปิ่นปักผมลงมา ปรี่เข้าไปหมายเอาชีวิตหัวเซี่ยงหรง
โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตอบสนองรวดเร็ว ขวางนางไว้ทัน แล้วพานางกับแม่นมผู้นั้นไปส่งที่ห้องรับรอง
ก่อนที่แม่นมจะจากไปทั้งน้ำตายังขอร้องให้นายอำเภอไต้ช่วยมอบความเป็นธรรมให้แก่นายท่านของตน
“วางใจเถอะ ข้าจะต้องมอบความเป็นธรรมให้พวกท่านแน่” เวลานี้ นายอำเภอไต้ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง วางตัวเหมาะสมเที่ยงธรรมอย่างยิ่ง
อะแฮ่ม! ทำอย่างไรได้ ข้าง ๆ มีจวี่เหรินคอยจับตามองอยู่นี่นา
ถ้าทำได้ไม่ดีแล้วอีกฝ่ายส่งจดหมายไปรายงานขุนนางตำแหน่งสูงกว่าเขา เขายังจะนั่งเก้าอี้นี้อย่างมั่นคงได้อีกหรือ?
ถึงจะเป็นแค่นายอำเภอตัวเล็ก ๆ แต่ก็มีคนมากมายยื้อแย่งกัน
ควรทราบว่าสิ่งที่ราชสำนักเซินถูไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือคนที่อยากเป็นขุนนาง ทว่าสิ่งที่ขาดแคลนกลับเป็น ‘ตำแหน่ง’
ราชสำนักกำหนดไว้ว่า ผู้สอบเป็นจวี่เหรินได้แล้ว ไม่เพียงสามารถเข้าร่วมการสอบในเมืองหลวง ขณะเดียวกัน ต่อให้สอบไม่ผ่านสนามสอบในเมืองหลวง พวกเขายังสามารถสมัครเป็น ‘ขุนนางผู้ช่วย’
หมายความว่า หากตำแหน่งขุนนางระดับล่างว่างลงแล้ว หรือไม่อาจรอจนถึงการสอบในเมืองหลวงรอบที่ใกล้จะถึง กรมข้าราชการพลเรือนก็จะหาคนมาประจำตำแหน่งที่ว่างลง
ขณะที่บรรดาจวี่เหรินที่สอบไม่ผ่านและไม่คิดจะเข้าร่วมการสอบอีกครั้งก็คือบุคคลที่จะได้รับการพิจารณา
มาตรฐานในการคัดเลือกเรียบง่ายอย่างยิ่ง นั่นคือการพิจารณาจากหน้าตา กล่าวให้ชัด ๆ ก็คือถ้ามองแล้วรื่นหูรื่นตาก็จะเลือกเจ้า
นายอำเภอไต้เชื่อว่าในโลกนี้สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือจวี่เหรินที่มีใบหน้ารื่นหูรื่นตาและอยากเป็นขุนนาง
อย่างไรเสีย เมื่อเจ้าหมดหวังจากการสอบ ต่อให้เป็นเพียงตำแหน่งนายอำเภอตัวเล็ก ๆ ก็เป็นสิ่งที่ชวนมุ่งมาดปรารถนา