ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 584 สวรรค์กลั่นแกล้ง
บทที่ 584 สวรรค์กลั่นแกล้ง
ทุกคนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเรียกพวกตนมาวันนี้เพื่อจะพูดเรื่องของเย่อวี๋หราน
แต่อีกฝ่ายกล่าวผ่าน ๆ ไม่กี่คำก็เริ่มพูดเรื่องการเพาะปลูกปีหน้าเสียแล้ว
ทุกคน “…”
เดี๋ยวก่อน ข้านึกว่าจะพูดเรื่องนั้นเสียอีก แต่ท่านมาพูดเรื่องนี้เนี่ยนะ?
“เอ่อ ผู้อาวุโส เรื่องของจูต้าเหนียง…” มีคนถามขึ้นมาอย่างอดใจไม่ไหว
ผู้อาวุโสกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ทำไมรึ ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะไม่เพาะปลูกแล้ว?”
“เปล่าขอรับ จะไม่เพาะปลูกได้อย่างไรกัน?”
“แล้วจะพูดไร้สาระอยู่ทำไม?”
“เพาะปลูกสำคัญ หรือนินทาคนสำคัญ?” ผู้อาวุโสตีหน้าเย็นชา กล่าวจบก็ดึงหัวข้อสนทนากลับมาที่เรื่องเพาะปลูกอีกครั้ง
อีกไม่นานทุกคนก็ต้องเตรียมของเพื่อฉลองปีใหม่กันแล้ว คงจะยุ่งกว่าตอนนี้แน่นอน ดังนั้น พวกเขาจึงหารือกับเย่อวี๋หราน อยากให้ทุกคนไถนาเตรียมเอาไว้สำหรับการเพาะปลูกปีหน้าเสียตั้งแต่ช่วงก่อนเตรียมของฉลองปีใหม่
เนื่องจากนี่เป็นการลองทำครั้งแรก ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ปลูกแล้วไร้ผลเก็บเกี่ยว จึงจะให้ทุกบ้านเจียดที่นาหนึ่งหมู่ออกมาสำหรับเรียนรู้การทำนาน้ำ
“พวกเจ้ากลับไปปรึกษากันก่อน หลังเจรจากันได้แล้วค่อยมาทำสัญญากับข้าภายในสามวันนี้ ผลจะออกมาดีหรือร้าย แต่ละคนรับผิดชอบกันเอง”
“จำเอาไว้ ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะใช้วิธีตุกติก ข้าบอกให้ใช้ที่นาหมู่เดียวเท่านั้น ถ้ามากกว่านั้นแล้วเพาะปลูกไม่ได้ผลก็อย่ามาร้องไห้ฟูมฟายกับข้า”
“ข้าไม่รับผิดชอบหรอกนะ บอกว่าหมู่เดียวก็คือหมู่เดียว คนไหนไม่ทำตามแล้วเดือดร้อนเสียเองก็ถือว่ารับกรรมไป”
……
เริ่มจากด่าหนัก ๆ ยกสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดมาเป็นตัวอย่าง จากนั้นผู้อาวุโสก็พูดเรื่องมันเทศ
ถึงจะแบ่งที่นาหนึ่งหมู่ออกมาทดลองทำนาน้ำแล้ว แต่ถ้าปลูกไม่สำเร็จเล่า?
คงไม่อาจปล่อยให้คนทั้งบ้านอดอยากหรอกกระมัง?
เวลาเช่นนี้ก็ต้องนำมันเทศมาเสริม มันเทศปลูกง่าย จะปลูกในแปลงผักหรือที่ดินรกร้างก็ได้ เหลือแค่ว่าจะได้ผลเก็บเกี่ยวมากหรือน้อยก็เท่านั้น
เมื่อทำนาช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเสร็จแล้ว สกุลจูก็จะพาทุกคนปลูกมันเทศ ต่อให้นาน้ำหนึ่งหมู่นั้นไม่ประสบความสำเร็จก็ยังมีมันเทศมาชดเชย คงจะไม่เลวร้ายจนเกินไป
“นี่คือการคาดการณ์ในทางร้ายที่สุด ทุกคนควรเตรียมใจเอาไว้ เวลาเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ จะทำสำเร็จในคราวเดียวคงเป็นไปไม่ได้ มีเพียงทดลองทำหลายครั้ง มีประสบการณ์แล้ว จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น”
“ปีหน้าทุกคนกัดฟันอดทนกันไปก่อน รอจนถึงปีถัดไปหรือปีต่อ ๆ ไป ทุกคนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว”
“ถึงตอนนั้นจะสร้างบ้านใหม่หรือซื้อชุดใหม่ก็แล้วแต่พวกเจ้า ใครกล้าไม่เชื่อฟัง แอบทำเรื่องเหลวไหลแล้วไปสัญญาส่งเดชอยู่ข้างนอก ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าไม่ไปเก็บกวาดให้หรอกนะ”
“ถ้ามายั่วโทสะข้า ข้าก็จะไล่ออกจากหมู่บ้านไปทั้งหมดนั่นแหละ”
……
ประเดี๋ยวไม้เรียว ประเดี๋ยวพุทราหวาน ผู้นำหมู่บ้านทั้งสองนำมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ในไม่ช้าก็กล่อมทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นได้
หลังจากพวกเขากลับไปแล้วก็นำเนื้อหาในที่ประชุมไปบอกต่อคนในครอบครัว
หัวข้อสนทนาของหมู่บ้านสกุลจูเปลี่ยนไปภายในวันเดียว ไม่มีใครพูดเรื่องการกลับมาของเย่อวี๋หรานอีกแล้ว พวกเขาสนใจเรื่องการเพาะปลูกปีหน้ามากกว่า
มีคนส่งข่าวกลับบ้านเดิมว่า “รีบบอกให้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกท่านไปคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกข้าเร็วเข้า หมู่บ้านพวกข้าจะเริ่มเตรียมการสำหรับการเพาะปลูกปีหน้ากันแล้ว ถ้าพวกท่านช้าไปก้าวเดียวก็จะตามไม่ทันแล้วนะ”
หมู่บ้านสกุลหลี่และหมู่บ้านสกุลหลิวเคลื่อนไหวทันที
พูดเป็นเล่นไป สามหมู่บ้านใหญ่ในอดีต หมู่บ้านสกุลจูจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาจะยอมให้คนอื่นทิ้งเอาไว้ข้างหลังได้อย่างไร?
ไม่ได้การ ต้องรีบไปเจรจากับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูให้รู้เรื่อง เรื่องดีงามเช่นนี้ ไฉนจึงไม่มาบอกพวกตนเล่า?
“โธ่เอ๊ย มีเรื่องแบบนั้นที่ไหนกัน? นี่เป็นเพราะจูต้าเหนียงกลับมาแล้วบอกให้พวกข้าเร่งดำเนินการขั้นต่อไปต่างหาก” เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลจูยกน้ำชามารับรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางเป็นมิตรยิ่งนัก “ตอนแรกพวกข้าก็ลืมไปแล้วว่ายังมีเรื่องเตรียมของฉลองปีใหม่ แต่ละบ้านก็ดำเนินการเร็วช้าไม่เท่ากัน ไม่อาจทำเวลาเดียวกันได้ จึงต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ถึงเวลาจะได้รู้ว่าควรทำสิ่งใดก่อนหลัง”
“แบบนั้นก็ควรบอกพวกข้าล่วงหน้าเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นถ้าพวกข้ารั้งท้ายพวกท่านไปไกล คนในหมู่บ้านคงมาประท้วงพวกข้ากันพอดี” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลหลี่กล่าว “แบบนั้นพวกข้าก็ปวดหัวแย่น่ะสิ”
ผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลิวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ช่วยพูดเช่นกัน ถ้าจะทำก็ต้องทำด้วยกัน ห้ามทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง
“ทิ้งใครที่ไหนกัน ต่อให้พวกท่านไม่มา พวกข้าก็ต้องไปหาเพื่อบอกพวกท่านด้วยตัวเองอยู่แล้ว” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูหยิบตำราเล่มบางส่งให้พลางกล่าวว่า “นี่คือข้อกำหนดที่พวกข้าร่างเอาไว้คร่าว ๆ…”
เขาอธิบายไปเล็กน้อยเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
เขาเน้นว่าทุกคนเพิ่งจะทำนาน้ำเป็นครั้งแรก จะต้องป้องกันเหตุไม่คาดฝันอย่างการเพาะปลูกไร้ผลเก็บเกี่ยวอย่างเข้มงวด แต่ละบ้านเพียงแบ่งที่นาหนึ่งหมู่ออกมาทดลองทำนาน้ำเท่านั้น
พอทุกคนทดลองทำจนจับทางได้แล้วค่อยลงมืออย่างเต็มกำลัง อยากปลูกสักกี่หมู่ก็ได้ทั้งนั้น พวกเขาจะไม่ไปกะเกณฑ์อีก
แต่ปีแรกจะต้องทำตามที่พวกเขาบอก
หมู่บ้านสกุลหลี่และหมู่บ้านสกุลหลิวไร้ความเห็น แค่อีกฝ่ายเต็มใจให้พวกตนเอาด้วย จะปลูกมากปลูกน้อยสำคัญตรงไหนกัน?
คนเขายังปลูกน้อยแค่นั้น ถ้าเจ้ากล้าปลูกเยอะแล้วเกิดปัญหาขึ้นจะให้ใครรับผิดชอบ?
เสบียงอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจทำมักง่าย หมู่บ้านสกุลจูจะรอบคอบไว้ก่อนก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
พวกเขาต่างรับปาก: เรื่องนี้จะต้องทำตามข้อกำหนดของหมู่บ้านสกุลจูแน่นอน พวกข้ากลับไปแล้วจะอนุญาตให้ทุกคนปลูกบ้านละหนึ่งหมู่เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั่วเชิงเขาไท่ตังก็ล้วนกำลังพูดถึงเรื่องการทำนาน้ำ
ส่วนเรื่องที่เย่อวี๋หรานเข้าคุก…
สำคัญด้วยหรือ?
เมื่อเทียบกับเรื่องมีกินอิ่มท้องแล้ว เรื่องเย่อวี๋หรานหาได้สำคัญถึงเพียงนั้น
อย่าว่าแต่เย่อวี๋หรานออกมาเลย ต่อให้นางตายอยู่ในคุก ตราบใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา หลังเกิดเรื่องพวกเขาก็คงแค่ถอนหายใจเท่านั้น จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก
นี่คือสัจธรรมของชีวิต!
สาเหตุที่ทุกคนกังวลสนใจต่อความเป็นความตายของเย่อวี๋หราน เป็นเพราะกลัวว่าถ้านางเป็นอะไรไปแล้วอาจส่งผลกระทบต่อเรื่องเพาะปลูกปีหน้าก็เท่านั้น
เรื่องของเย่อวี๋หรานไม่สำคัญ งานศพของจูเอ้อร์เม่ยยิ่งไม่สำคัญเข้าไปใหญ่ อ้อ ล้างเคราะห์หรอกหรือ เช่นนั้นก็จัดไปเถอะ บ้านไหนไม่เคยเจอเรื่องโชคร้ายบ้าง?
ก็แค่วิธีการขจัดเสนียดจัญไรของแต่ละคนไม่เหมือนกันแค่นั้นแหละ
หากในครอบครัวมีผู้สูงอายุแล้วอยากจัดงานศพล่วงหน้าเพื่อล้างเคราะห์ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องของเหล่าเฉียนกับเฉียนซิน…
พอเถอะ ขนาดเจ้าของเรื่องยังไม่พูดอะไร เจ้าจะร้อนใจไปทำไม?
ฮ่องเต้ไม่ร้อนพระทัย ขันทีกลับร้อนใจเสียเอง ควรทำสิ่งใดก็ไปทำสิ่งนั้นเถอะ
ความสนใจของคนในเชิงเขาไท่ตังย้ายไปที่เรื่องเพาะปลูก ส่วนเรื่องของเย่อวี๋หราน อย่างมากก็เพียงกล่าวถึงตอนที่นึกขึ้นมาได้เท่านั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังกระชับความสัมพันธ์กับหมู่บ้านสกุลจูอย่างกระตือรือร้น พยายามทุกวิธีการเพื่อจะได้ทำนาน้ำไปด้วยกันกับคนอื่น ๆ หมู่บ้านแห่งหนึ่งกลับกำลังตกที่นั่งลำบากอย่างยิ่ง นั่นก็คือหมู่บ้านเฉียนเฉวียน
หากจะพูดกันจริง ๆ หมู่บ้านแห่งนี้ก็ลำบากใจเช่นกัน ก่อนนี้ก็ไม่ง่ายเลยกว่าจะอาศัยเรื่องของจูเอ้อร์เม่ยสานสัมพันธ์กับหมู่บ้านสกุลจูได้
แต่สุดท้ายกลับหูเบาเชื่อข่าวลือ สงสัยว่าเย่อวี๋หรานสังหารพ่อลูกสกุลเฉียน ทั้งยังเห็นฉากที่เจ้าพนักงานมาควบคุมตัวคนไปด้วยตาตนเอง จึงทะเลาะแตกหักกับหมู่บ้านสกุลจูไปแล้ว
คราวนี้ดีนัก สองพ่อลูกสกุลเฉียนนอกจากจะไม่ตาย ยังกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ตัวคนเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว ขณะที่เย่อวี๋หรานซึ่งเป็นผู้เสียหายกลับมาหมู่บ้านสกุลจูแล้วก็กลับคืนสู่ความมีหน้ามีตาอีกครั้ง
คนทั้งหมู่บ้านเฉียนเฉวียนล้วนร้อนใจ “…”
น้องสาวเจ้าสิ!
ข้าเพิ่งล่วงเกินเจ้าไป เจ้าก็พลิกฟื้นกลับมาได้ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?