ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 677 ข้าไม่ใช่คนชอบโกหก
บทที่ 677 ข้าไม่ใช่คนชอบโกหก
“เรื่องจะเป็นแผลเป็นหรือไม่ ใช่ว่าข้าพูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ดูแผลก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ” หมอไป๋หลี่น้อยมีสีหน้าราบเรียบ
เรื่องพิษทองคำดำคราวก่อนทำให้เขาถูกท่านลุงตำหนิมาแล้ว เรื่องนี้เขาจดบัญชีไว้ที่จูต้าเหนียงเรียบร้อย
ฮึ!
เป็นแค่หญิงชนบทคนหนึ่ง แต่กลับทำให้คนเอาพิษทองคำดำมาใช้กับนางเสียได้ ร้ายกาจจริงเชียว!
จดจำความแค้นก็ส่วนจดจำความแค้น แต่ถึงอย่างไรหมอไป๋หลี่น้อยก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ทราบว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษจูต้าเหนียง
มีคนหมายปองสูตรอาหารของสกุลจู คิดจะใช้วิธีทุจริตแย่งชิงมา จะว่าบังเอิญหรืออย่างไร ตอนที่คนผู้นั้นร่อนเร่ไปทั่วก็ไปได้พิษทองคำดำมา ‘โดยบังเอิญ’
คนผู้นั้นไม่ทราบประวัติความเป็นมาของพิษทองคำดำ แต่รู้ว่านี่คือของดี จึงเก็บซ่อนเอาไว้ รอนำออกมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น
ผู้ใดจะทราบว่าคนผู้นั้นใช้ไปหลายครั้งแล้วล้วนราบรื่น แต่พอนำมาใช้กับสกุลจูกลับเกิดเรื่องเสียอย่างนั้น
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านหมอไป๋หลี่น้อยดูแผลให้แล้ว” เย่อวี๋หรานไม่ได้ถือสาความเย็นชาของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
คนเป็นหมอพึ่งพาฝีมือหาเลี้ยงชีพนี่นา จะหยิ่งสักหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา
หมอไป๋หลี่น้อยถอดผ้าพันแผลของต้าเป่าลงมา พอเห็นสมุนไพรที่พอกอยู่บนปากแผลก็มุ่นคิ้ว “เอาสมุนไพรมาพอกบนหัวเด็ก ๆ ส่งเดชแบบนี้ได้อย่างไร? ไม่เป็นแผลเป็นก็แปลกแล้ว”
จากนั้นก็ร้องบอกลูกศิษย์ให้ยกน้ำอุ่นและยาสำหรับทามาทำแผลให้ต้าเป่าใหม่อีกครั้ง
ขณะที่ลูกศิษย์ของเขาทำแผลให้ต้าเป่า หมอไป๋หลี่น้อยก็กล่าวกับเย่อวี๋หรานด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ต้องเย็บแผล”
“เย็บแผล?!” เย่อวี๋หรานใจหายวาบ
นางไม่ได้ตั้งความหวังกับวิชาแพทย์ในสมัยโบราณมากนัก คิดไม่ถึงว่าพวกเขารู้จักการเย็บแผลแล้วหรือนี่?
หลิ่วซื่อกับหลี่ซื่อเพิ่งจะเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก พวกนางตระหนกกันทั้งคู่ “หา…หมายความว่าอะไรเจ้าคะ? เหมือนกับการเย็บผ้าน่ะหรือเจ้าคะ?”
พอกล่าวถึงคำว่าเย็บ พวกนางสองคนก็นึกไปถึงเรื่องนั้นเป็นอย่างแรก
หมอไป๋หลี่น้อยมองพวกนางสองคนพลางเอ่ยว่า “ใครเป็นคนตัดสินใจ”
เย่อวี๋หรานตอบ “ข้าเอง”
หมอไป๋หลี่น้อยไม่สนใจพวกนางสองคนอีก แต่หันมากล่าวกับเย่อวี๋หรานว่า “ปากแผลกว้างเกินไป ถึงขั้นเห็นกระดูกแล้ว ถ้าไม่เย็บปิด เนื้อทั้งสองฝั่งจะเชื่อมกันไม่สนิท พอหายแล้วก็ยากที่จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ถ้าเย็บแผลแล้วใช้ยาตำรับพิเศษของตระกูลไป๋หลี่ของพวกข้าทาแผล แม้จะไม่อาจรับประกันว่าจะไม่ทิ้งแผลเป็นไว้เลย แต่อย่างน้อยก็มีความมั่นใจมากถึงแปดในสิบส่วน”
กล่าวถึงตอนท้าย เขายังเอ่ยว่า “ถ้าพวกท่านไม่วางใจ จะลองไปโรงหมออื่นดูก็ได้”
ท่าทางเหมือนไม่สนใจสักนิดว่าพวกนางจะอยากเย็บแผลหรือไม่ ถ้าไม่อยากให้เป็นแผลเป็นก็ต้องลองเสี่ยง แต่ถ้าแค่อยากรักษาแผลให้หาย เย็บหรือไม่เย็บก็สามารถรักษาให้หายได้ ส่วนว่าจะมีแผลเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับโชคแล้ว
แผลของต้าเป่าก็เป็นได้ถูกที่ยิ่งนัก ประดับหราอยู่บนหน้าผาก ดูเหมือนไม่ใหญ่ วันหน้าก็คงไม่น่ากลัวมากนัก แต่สำหรับคนที่อยากเดินไปบนเส้นทางการสอบเคอจวี่แล้ว นี่เป็นแผลที่ร้ายแรงถึงชีวิตเลยทีเดียว
เย่อวี๋หรานถามว่า “เป็นด้ายจากใยเปลือกต้นหม่อนใช่ไหม?”
หมอไป๋หลี่น้อยผงะ เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่า สตรีที่อาศัยอยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญเช่นนี้ถึงกับรู้จักใยเปลือกต้นหม่อนด้วย?
ของสิ่งนี้เป็นสูตรลับเฉพาะในตระกูลไป๋หลี่เชียวนะ
ขณะที่หมอคนอื่นยังใช้ใยไหมและใยปอเย็บแผลอยู่นั้น พวกเขาก็ค้นพบสิ่งทดแทนที่ดีกว่าได้แล้ว นั่นก็คือใยเปลือกหม่อน
ของสิ่งนี้หาพบได้ง่าย ที่ไหนมีการเลี้ยงหนอนไหมก็ย่อมจะมีต้นหม่อน ขั้นตอนการทำก็ง่ายอย่างยิ่ง เพียงฉีกเส้นใยที่หนานุ่มด้านในของเปลือกหม่อนออกมา แล้วนำเปลือกที่เหลือพันเส้นใยเอาไว้
ถึงเวลาใช้งานค่อยนำออกมารมด้วยไอน้ำ ก็จะกลายเป็นเส้นใยนุ่มลื่นทันที
แน่นอน นี่ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญก็คือของสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องถอนไหม เพราะร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมได้โดยตรง
ตอนที่คนในตระกูลไป๋หลี่ค้นพบเรื่องนี้ก็ทำให้คนทั้งตระกูลต้องอัศจรรย์ใจ มองว่านี่เป็นสมบัติล้ำค่า
“ท่านรู้ได้อย่างไร?!” หมอไป๋หลี่น้อยมีท่าทางพรึงเพริด
เย่อวี๋หรานลูบจมูก ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไรดี
จะบอกว่าเป็นเกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์จากชาติที่แล้วก็คงไม่ได้กระมัง ตอนนั้นเรียนถึงบทเกี่ยวกับสมุนไพรจีน นางเกิดความสงสัยว่าในสมัยโบราณที่วิทยาการต่าง ๆ ยังไม่ก้าวหน้า ยามพบกับบาดแผลขนาดใหญ่ พวกเขารับมืออย่างไรกันนะ?
ไม่ค้นก็คงไม่รู้ เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมจึงทราบว่าคนโบราณไม่ได้โง่งมอย่างที่เย่อวี๋หรานคิด พวกเขาก็รู้ว่าแผลกว้างเช่นนี้จำเป็นต้องเย็บปิด
ในจำนวนนั้นมีใยเปลือกหม่อน เนื่องจากมีลักษณะพิเศษที่ร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมได้ เย่อวี๋หรานจึงจำได้แม่น
“ท่านรู้ได้อย่างไร?” หมอไป๋หลี่น้อยถามอีกครั้งขณะจ้องตาเย่อวี๋หรานไม่กะพริบ
นี่เป็นความลับของตระกูลพวกเขาเชียวนะ ถ้าคนนอกมารู้เข้า…
เขานึกไม่ออกเลยว่านี่จะเป็นเรื่องน่ากลัวมากเพียงใด!
“ข้ารู้จักแค่ชื่อ เหมือนจะเคยได้ยินมาว่าเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง สามารถเย็บปากแผลได้” เย่อวี๋หรานพยายามคาดเดาเหตุผลที่เขาตื่นตูมขนาดนี้ นางกล่าวว่า “ถ้าพวกท่านมีของสิ่งนี้ พวกข้าก็จะเย็บ แต่ถ้าไม่มี พวกข้าก็ขอคิดดูก่อน…”
ถ้าไม่มีของสิ่งนี้จริง ๆ เย่อวี๋หรานก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
แต่เมื่อหมอไป๋หลี่น้อยเสนอขึ้นมาเองเช่นนี้ ดูแล้วคงมีของสิ่งนี้อยู่ นางก็วางใจได้แล้ว
พวกเขาไม่เพียงแต่รู้จักของสิ่งนี้ แต่ยังครอบครองเอาไว้อีกด้วย พิสูจน์ชัดว่าทักษะด้านนี้ของพวกเขาคงไม่เลว
เรื่องเฉพาะทางเช่นนี้ก็ให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนทำจะดีกว่า ถึงนางจะกังวลใจอยู่บ้าง แต่ก็ไร้ทางเลือก
ทางด้านหมอไป๋หลี่น้อยกลับไม่ค่อยวางใจนัก ถามนางว่าไปได้ยินมาจากที่ไหน ไปฟังใครพูดมา
“ข้าจะจำได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานขมวดคิ้วน้อย ๆ “ก็แค่บังเอิญไปได้ยินมาตอนฟังคนเล่านิทาน รู้สึกว่ามันน่าทึ่งมากทีเดียว ที่แท้ด้ายที่ใช้เย็บสิ่งของพวกนี้สามารถนำมาเย็บหนังมนุษย์ได้ด้วย? แต่พอได้ยินก็ลืมไปแล้ว ถ้าท่านไม่ได้พูดขึ้นมาว่าจะต้องเย็บแผลให้ต้าเป่า ข้าก็คงนึกไม่ออก…”
นางยังถามอย่างฉงนสนเท่ห์ “ตกลงแล้วท่านมีของสิ่งนี้หรือไม่? แผลของต้าเป่ายังรอท่านอยู่นะ รักษาได้ก็รีบรักษา ไม่ควรปล่อยให้เด็กต้องรับเคราะห์ จริงไหมเจ้าคะ?”
หมอมีจิตใจการุณดุจบิดามารดา หมอไป๋หลี่น้อยย่อมไม่อาจไม่สนใจต้าเป่า จึงได้แต่พักเรื่องนี้ไว้ก่อนชั่วคราว แล้วไปจัดการบาดแผลให้ต้าเป่า
เขากล่าวกับเย่อวี๋หรานว่า “ถึงตอนทำแผลให้ต้าเป่าเรียบร้อยแล้ว ข้าหวังว่าท่านจะตอบคำถามของข้าตามความเป็นจริง”
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้าไม่ใช่คนชอบโกหกอยู่แล้ว”
แต่บางครั้งก็ต้องทำผิดต่อมโนธรรมของตนเองด้วยการโกหกสักคำสองคำเพราะไม่มีทางเลือก
ไม่รู้ว่าหมอไป๋หลี่น้อยฟังออกหรือไม่ เขาตรวจสอบบาดแผลที่ลูกศิษย์ทำความสะอาดให้
หมอฝึกหัดผู้นี้ติดตามเขามานานหลายปี บาดแผลทั่วไปล้วนสามารถจัดการได้ บาดแผลบนหน้าผากของต้าเป่าจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
เพียงมองดูครู่หนึ่งก็ทราบว่าต้องจัดการอย่างไร
อย่าเห็นว่าเขาอายุยังน้อย แต่เมื่อเห็นต้าเป่าที่อายุน้อยกว่าตนเอง เขายังปลอบโยนต้าเป่าว่า “เจ้าไม่ต้องกลัว ยาของข้าเป็นยาชั้นดี พอทาแล้วก็จะห้ามเลือดให้เจ้าได้ทันที ทั้งยังไม่เจ็บอีกด้วย แค่เย็น ๆ เท่านั้น สบายยิ่งนัก!”
“ท่านหมอไป๋หลี่น้อยเก่งกาจมาก ประเดี๋ยวข้าทายาให้เจ้าแล้ว เขาก็จะมาตรวจดูให้เจ้าอีกครั้ง ไม่นานก็เรียบร้อยแล้ว!”
“เจ้าเข้มแข็งมาก ๆ ทายาก็ไม่ร้องไห้ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง!”
……
ต้าเป่าลืมตาโตเป็นประกายทั้งสองข้างจ้องพี่ชายผู้นี้ตาแป๋ว รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่เล็ก ๆ “ขอบคุณพี่ชาย พี่ชาย ท่านชื่อว่าอะไรหรือขอรับ?”