ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 696 สิ่งที่คนชนบทขาดแคลนที่สุดก็คือเงิน
บทที่ 696 สิ่งที่คนชนบทขาดแคลนที่สุดก็คือเงิน
แน่นอนว่าสำนักศึกษาอาจหยุดเรียน แต่น้องชายของนางไม่อาจหยุดได้ เจ้าตัวยังคงถูกเรียกตัวไปท่องตำราต่อหน้าบิดา
หากใช้คำกล่าวของบิดาของนางก็คือ “หยุดอ่านตำราหนึ่งวันก็เท่ากับเสียเปล่า!”
ช้าก่อน น้องชายของนางบอกว่าคนที่สอบผ่าน…
เสินอิงอวี่หันพรึ่บกลับมาถามว่า “เจ้าคงไม่ได้หมายถึงศิษย์พี่เจี้ยนถงหรอกนะ?!”
เสินกวงจี้พยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าได้ยินชื่อศิษย์พี่เจี้ยนถง แต่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่กันแน่ ท่านไปถามท่านแม่ให้แน่ใจจะดีกว่า จะได้ไม่ผิดพลาด”
“ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ…”
“ทำไมจะเป็นเขาไม่ได้เล่า? ข้าคิดว่าศิษย์พี่เจี้ยนถงดีมากเลยนะขอรับ” เสินกวงจี้ไม่ค่อยเข้าใจ เขากล่าวต่อว่า “เขาอายุมากกว่าซุ่นเต๋อ หนักแน่นมั่นคงมากกว่า ขอเพียงสอบผ่านการสอบฝู่ซื่อรอบนี้ก็จะได้เป็นถงเซิงแล้ว ทั้งยังเป็นคนที่โดดเด่นมากในบรรดาลูกศิษย์ของท่านพ่อ ท่านคงไม่ได้รังเกียจที่เขาเป็นแค่ถงเซิงหรอกนะ?”
ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาคิดว่าเขาคงต้อง ‘อบรม’ พี่สาวของตัวเองสักหน่อยแล้ว
การสอบเคอจวี่ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่นางคิด บัณฑิตทั้งตำบลอันจิ่วมีมากมายขนาดนั้น คนที่สอบไม่ผ่านมีไม่รู้เท่าไหร่
หลิวเจี้ยนถงสามารถสอบผ่านได้ก็ไม่เลวมากแล้วนะ!
“ไม่ใช่…” เสินอิงอวี่ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไร นางพูดได้หรือว่าก่อนหน้านี้นางเข้าใจว่าเป็นจูชี จึงปักใจว่าเป็นเขา จู่ ๆ มาเปลี่ยนคนเช่นนี้จึงรู้สึกเหมือนปรับตัวไม่ทัน
จูชีเคยพาหลานชายมาคลุกคลีอยู่กับน้องชายของนาง นางค่อนข้างคุ้นเคยกับอีกฝ่าย แต่หลิวเจี้ยนถง…
กล่าวตามตรง เสินอิงอวี่เคยเห็นเขาไม่กี่ครั้ง เคยคุยกันน้อยยิ่งกว่า
เพียงจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าศิษย์พี่ผู้นี้ค่อนข้างสูงโปร่ง วาจาสุภาพเรียบร้อย
“แล้วท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้าคิดว่าศิษย์พี่เจี้ยนถงดีกว่า?” เสินอิงอวี่ไม่ได้อธิบาย แต่ถามขึ้นมาแทน
เสินกวงจี้พยักหน้า “แน่นอน พวกเราไปสอบเสี้ยนซื่อคราวนี้ก็ได้ศิษย์พี่เจี้ยนถงคอยดูแลทุกคน แต่ซุ่นเต๋อต้องให้คนอื่นดูแลเขา ท่านพี่ ข้าหวังว่าวันหน้าจะมีคนอื่นมาดูแลท่าน ไม่ใช่ท่านที่ต้องไปดูแลคนอื่น ท่านเป็นสตรี ควรได้รับการปกป้องดูแล”
เขาก็อธิบายไม่ถูกสักเท่าไหร่ แต่คิดว่าพี่สาวของเขาสมควรเป็นดอกไม้งามที่ได้รับการทะนุถนอมจากคนอื่น ถูกประคองเอาไว้ในใจกลางฝ่ามือ ใครก็ไม่อาจมาเหยียบย่ำรังแก
เสินกวงจี้รู้สึกว่าเป็นไปได้มากกว่าถ้าคนผู้นั้นเป็นหลิวเจี้ยนถง แต่ถ้าเป็นจูชี ไม่จำเป็นต้องคิด เขาก็ทราบว่าต้องเป็นคนอื่นที่ดูแลจูชี
เสินอิงอวี่เม้มปาก ไม่ได้พูดอะไรออกมา
กับจูชี นางยังพอจินตนาการถึงอนาคตได้บ้าง แต่นางไม่รู้จักคุ้นเคยกับหลิวเจี้ยนถง จึงมองไม่เห็นภาพเลยสักนิด
นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าคนไหนจะดีกว่า
แต่นางเชื่อว่า ท่านพ่อท่านแม่ไม่มีทางทำร้ายนาง!
“ถ้าท่านคิดว่าถึงศิษย์พี่เจี้ยนถงสอบผ่านรอบนี้ก็เป็นได้แค่ถงเซิงคนหนึ่ง ท่านก็คิดมากไปแล้ว ถงเซิงอาจดูเหมือนมีฐานะต่ำกว่าซิ่วไฉ แต่ท่านรู้ได้อย่างไรว่าศิษย์พี่เจี้ยนถงจะไม่สอบต่อไป?”
เสินอิงอวี่ถามต่ออย่างอดใจไม่ไหว “แต่การสอบเสี้ยนซื่อคราวนี้ เขาสอบได้ที่สุดท้ายไม่ใช่หรือ?”
นางอยากเตือนน้องชายว่า ถ้าหลิวเจี้ยนถงโดดเด่นมากจริง ๆ ก็คงไม่ได้ที่สุดท้าย
บางครั้งก็เป็นเช่นนี้ ตอนที่ไม่มีคู่ให้เปรียบเทียบ เขาจะโดดเด่นมาก แต่เมื่อมีคู่ให้เปรียบเทียบ แล้วอีกฝ่ายไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่กลับสอบได้ดีกว่า เช่นนั้น…
จูชีทำได้เพียงเรียนหนังสือ อย่างอื่นล้วนไม่ได้ความ แต่เขาสอบได้อันดับดีกว่าหลิวเจี้ยนถง
หลิวเจี้ยนถงดีก็จริง แต่กลับสอบสู้จูชีไม่ได้ นี่มิเท่ากับว่าเขาสู้ไม่ได้แม้แต่จูชีหรอกหรือ?
เมื่อคิดเช่นนี้ก็ยิ่งไม่พึงใจกว่าเดิม
ถ้าหลิวเจี้ยนถงสอบได้อันดับดีเหมือนจูชี หรือจูชีหนักแน่นมั่นคงเหมือนหลิวเจี้ยนถง นางอาจไม่ลำบากใจถึงเพียงนั้น แต่บนโลกนี้ยากนักที่จะมีสิ่งสมบูรณ์พร้อม
“อาจเป็นเพราะตื่นสนามสอบกระมัง…ไอ้หยา ไม่ใช่สิ ท่านพี่ นี่เอามาเทียบกันไม่ได้นะ ท่านจะเอาแต่มองซุ่นเต๋อไม่ได้นะ ซุ่นเต๋อเป็นกรณีพิเศษ พิเศษน่ะเข้าใจไหม? แม้แต่ท่านพ่อก็ยังคิดไม่ถึงว่าซุ่นเต๋อจะสอบได้อันดับดีขนาดนี้ เป้าหมายตอนแรกของเขาก็คือถงเซิง” เสินกวงจี้จำต้องอธิบาย
คำพูดเหล่านี้เขาไม่ได้เป็นคนคิดเอาเอง แต่เป็นถ้อยคำที่อาจารย์เสินพูดกับเขาเพื่อปลอบใจ
บนโลกนี้ คนแบบจูชีมีเพียงคนเดียว แต่แบบหลิวเจี้ยนถงกลับมีมากมาย
บิดาของเขาต้องการบอกเขาว่าอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับจูชี สถานการณ์ของเขาสองคนไม่เหมือนกัน ถ้าจะเปรียบเทียบก็ให้เปรียบเทียบกับศิษย์คนอื่นในสำนัก ยกตัวอย่างเช่นหลิวเจี้ยนถง
คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนธรรมดา ไม่มีใครมีความสามารถ ‘ผ่านตาไม่ลืมเลือน’ ดังนั้นมุมานะและอยู่ในโลกของความเป็นจริงจึงดีที่สุด รากฐานมั่นคงแล้วย่อมสามารถก้าวไปได้ไกล ไม่เหมือนจูชีที่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดได้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น
เสินอิงอวี่นิ่งเงียบ
เรื่องนี้มารดาเคยพูดกับนางแล้ว แต่ความหวั่นไหวในวัยเยาว์มักทิ้งรอยประทับเอาไว้ในใจคนเราอย่างลึกซึ้ง นางไม่อาจลืมจนหมดจดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
“เฮ้อ…”
นางถอนหายใจ
เสินกวงจี้เห็นเช่นนั้นก็กลุ้มใจอยู่บ้าง เขาไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไรให้พี่สาวเข้าใจ
เขาถึงขั้นนึกเสียใจทีหลัง เขาไม่ควรเอาเรื่องหลิวเจี้ยนถงมาบอกพี่สาวก่อนเพียงเพราะอยากได้ความดีความชอบเลย หากรอให้บิดามารดามาพูดเอง อาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้
“ข้าขอโทษ ท่านพี่!”
เขากล่าวขออภัยจากใจจริง
เสินอิงอวี่ไม่เข้าใจว่าน้องชายขอโทษเพราะเหตุใด แต่นางก็ส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นการตอบกลับไป
พี่น้องทั้งสองพลันตกอยู่ในความเงียบ
พวกเขาสองคนหาทราบไม่ว่า อีกด้านหนึ่งนั้น อาจารย์เสินกำลังคุยเรื่องของหลิวเจี้ยนถงกับเสินฮูหยิน ทั้งยังพูดถึงเรื่องมงคลของเสินอิงอวี่ แต่เนื้อหาที่พูดคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เสินกวงจี้นำมาบอกอยู่พอสมควร
เสินฮูหยินอุทาน “ท่านถูกใจเจี้ยนถงคนนี้?”
“ใช่แล้ว!” อาจารย์เสินพยักหน้า “เขาสุขุมหนักแน่น มีความเป็นผู้ใหญ่ รู้จักดูแลคนอื่น แม้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมั่งคั่งร่ำรวย แต่ก็เป็นเสาหลักของครอบครัวได้ สามารถดูแลภรรยาและลูก ๆ ได้เป็นอย่างดี”
“แต่เขา… เขามาจากชนบท” เสินฮูหยินลังเล
เพราะในความคิดของนาง คนที่มาจากชนบทไม่ได้แปลว่ายากจนขัดสนทุกคน แต่สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมกันส่งเขาเรียนหนังสือเช่นนี้ ให้ลูกสาวแต่งเข้าครอบครัวเขาอาจไม่ใช่เรื่องดี
คนอื่นทุ่มเทให้เขาเช่นนี้ มักจะคาดหวังการตอบแทน
ในวันหน้าหลิวเจี้ยนถงจะต้องได้ ‘ตอบแทน’ บิดามารดาและพี่น้องของเขาแน่นอน ‘ตอบแทน’ นั้นไม่เป็นไรเลย กลัวก็แต่ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นปลิงดูดเลือดฝูงหนึ่ง ล้ำเส้นเข้ามาเรื่อย ๆ จนไม่อาจสลัดหลุดมากกว่า
นางเอ่ยเตือนอาจารย์เสิน “ลูกสาวของพวกเราอยู่ในตำบลตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยทำไร่ไถนา งานพวกนั้นนางทำไม่ไหวหรอกนะ…”
“มาจากชนบทแล้วอย่างไร? เด็กหนุ่มคนนั้นมีปณิธานไม่ถามหาที่มา เขายังเป็นหนึ่งในลูกศิษย์เพียงสองคนของข้าที่สอบผ่านการสอบเสี้ยนซื่อคราวนี้เชียวนะ คนยังไม่หมั้นหมาย นิสัยรึก็ไม่เลวร้าย ถ้าไปอยู่ที่อื่นคงเป็นเขยขวัญสุดประเสริฐที่คนยื้อแย่งกันยังแทบไม่ทัน พวกเราได้เปรียบตรงที่เขาเป็นลูกศิษย์ข้า ไม่อย่างนั้นเรื่องมงคลนี้คงเจรจากันไม่ง่ายแล้ว”
เรื่องนี้อาจารย์เสินเข้าใจดี
จากสถานการณ์ของหลิวเจี้ยนถงในตอนนี้ ถ้าผ่านการสอบฝู่ซื่อจะต้องมีคนจับจ้องเขามากกว่าเดิมแน่นอน
คนร่ำรวยมีอิทธิพลล้วนอยากหาคนที่มีศักยภาพ เขายังเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถพอดี หากไม่รีบคว้าเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็คงถูกคนอื่นชิงไปก่อน ขณะที่สำหรับหลิวเจี้ยนถงแล้ว คู่หมั้นคู่หมายที่ดีที่สุดในเวลานี้ยังไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งมั่งมีสักตระกูลต่างหาก
สิ่งที่คนชนบทขาดแคลนที่สุดก็คือ ‘เงิน’
มีเพียงหาภรรยาที่ครอบครัวฐานะมั่งคั่ง จึงจะเป็นแรงสนับสนุนที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเขา
แต่เข้าใจก็ส่วนเข้าใจ ในฐานะบิดาคนหนึ่ง อาจารย์เสินก็มีใจเห็นแก่ตัวอยู่เช่นกัน เขาหวังว่าลูกสาวของตนจะได้แต่งให้คนดี ๆ และมีชีวิตที่สงบสุขปลอดภัย