ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 718 คนใกล้ชาดติดสีแดง คนใกล้หมึกติดสีดำ
บทที่ 718 คนใกล้ชาดติดสีแดง คนใกล้หมึกติดสีดำ
“พวกเจ้าใหญ่ก็ไปที่นั่นด้วย?” เย่อวี๋หรานถามต่อ
“เจ้าค่ะ พอได้ข่าวก็ไปทันที ให้ข้ากลับมาบอกท่านแม่” หลี่ซื่อตอบ
“ดี ถ้างั้นพวกเราก็ไปดูกันเถอะ”
“หา ท่านแม่ ท่านก็จะไปหรือเจ้าคะ?” หลี่ซื่อเห็นเย่อวี๋หรานลุกขึ้นมาก็รีบลุกตาม “ท่านแม่ ท่านไม่ไปดีกว่าไหมเจ้าคะ? หญิงปากสว่างพูดจาให้ร้ายท่านอยู่ทางนั้น ถ้าท่านไป นางคงพูดถึงท่านเสีย ๆ หาย ๆ อีกรอบกันพอดีน่ะสิเจ้าคะ?”
คนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นด้วยที่นางจะไป
จูเหล่าโถวพึมพำว่า “คงไม่ได้ไปดูชู้รักหรอกนะ!”
เย่อวี๋หรานได้ยินแล้วก็กล่าวโดยที่เปลือกตาไม่ขยับเลยสักนิด “ผู้บริสุทธิ์ย่อมไร้ราคี ผู้โสมมย่อมมีจิตใจสกปรก ถ้าข้าไม่ไปก็แสดงให้เห็นว่าร้อนตัวไม่ใช่หรือ? พอดีเลย แปลงนาของหญิงปากสว่างมีปัญหา พวกเราก็ไปดูสักหน่อยว่าปัญหาเกิดจากอะไร จะได้ป้องกันเอาไว้”
“คนพูดกันว่าหญิงปากสว่างไปล่วงเกินคนอื่นถึงได้มีคนมาทำลายแปลงนาของนางเจ้าค่ะ” ครรภ์ของหลิวซื่อเห็นได้ชัดแล้ว นางแกะเมล็ดแตงพลางกล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านกล่าวได้ถูกต้อง พวกเราเป็นคนธรรมดา ใครจะล่วงเกินคนอื่นไปทั่วเหมือนหญิงปากสว่างกันล่ะเจ้าคะ?”
“เจ้าอยู่ในเรือนเสียดี ๆ ท้องโตแบบนั้นแล้ว ไม่ต้องออกไปข้างนอก” เย่อวี๋หรานส่งสายตาปรามนาง จากนั้นก็พาคนอื่น ๆ ออกไปจากเรือน
หลิวซื่อไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่กว่านางจะตั้งครรภ์ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงกังวลใจอยู่บ้าง สุดท้ายก็ชักเท้าเดินคอตกกลับเข้าไปในเรือน
เย่อวี๋หราน หลี่ซื่อ จูเหล่าโถว และจูปาเม่ยพบเจอคนอื่นในหมู่บ้านตลอดทาง พูดคุยทักทายกันเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าจูเหล่าโถวคิดไปเองหรือไม่ เขามักรู้สึกอยู่ตลอดว่าสายตาคนอื่นยามมองมาที่เขาค่อนข้างประหลาด เหมือนบนหัวเขามีสีเขียวอย่างนั้นแหละ
เขาพลันนึกเสียใจทีหลัง ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ เขาคงไม่ออกมาแล้ว
“เอ๊ะ นั่นจูต้าเหนียงใช่ไหม?”
ใครบางคนตาดี มองเห็นเงาคนมาแต่ไกล
“ใครนะ? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาแล้ว?” หญิงปากสว่างที่นั่งอยู่บนพื้นและสงบอารมณ์ลงได้แล้วกระโดดขึ้นมาอีกครั้ง “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นอยู่ที่ไหน?”
เส้นทางที่มาจากในหมู่บ้านอาจมีหลายสาย แต่ล้วนมุ่งมาทางเดียวกัน หญิงปากสว่างจึงมองเห็นเงาร่างของเย่อวี๋หรานอย่างรวดเร็ว
“นางเฒ่าเจ้าเล่ห์ ข้าขอสู้ตายกับเจ้า!”
หญิงปากสว่างคำราม พุ่งผ่านฝูงชนตรงมาหาเย่อวี๋หราน
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคาดไม่ถึงว่านางจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้จึงตกใจไปตาม ๆ กัน ร่ำร้องว่า “ขวางเอาไว้สิ! ตายหมดแล้วเรอะ พวกเจ้ายังไม่รีบขวางนางเอาไว้อีก!”
เย่อวี๋หรานกำลังพูดคุยอยู่กับพวกหลี่ซื่อ ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากข้างหน้าจึงตวัดสายตามองมา
แล้วก็เห็นเงาร่างเปื้อนโคลนร่างหนึ่งวิ่งตรงมาทางนี้
คันนาเพิ่งก่อขึ้นมาใหม่ เวลาปักดำบางครั้งก็จะทำให้น้ำกระฉอกขึ้นมาบนคันนา
อีกฝ่ายโชคไม่ดีนัก เท้าลื่นโคลนไถลลงไปในนาน้ำข้าง ๆ
พรืดดด
ครึ่งร่างแช่อยู่ในน้ำ
คนที่ตามมาอึ้งค้างอยู่กับที่
เย่อวี๋หรานก็เช่นกัน “…”
นางจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ว่าโชคแบบนี้…
กานอี้เซียนที่อยู่ในศาลเจ้ากระแอมเบา ๆ อย่างละอายใจ “อะแฮ่ม!”
เขาไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่ไม่ชอบคนที่ทำตัวเกะกะระราน เที่ยวหาเรื่องคนอื่นไปทั่วก็เท่านั้นเอง!
โดยเฉพาะหญิงปากสว่างผู้นั้น ขนาดเขาที่เป็นเทพเซียนได้มาเห็นสิ่งที่นางทำตลอดทั้งวันแล้วก็อดจะรังเกียจไม่ได้…เจ้าทำเรื่องที่คนทำหน่อยไม่ได้เรอะ เหตุใดจึงเอาแต่ทำเรื่องที่คนไม่ทำกันแบบนั้น?
หญิงปากสว่างปีนขึ้นมาจากนาน้ำ นอกจากร่างเปื้อนโคลน แม้แต่ใบหน้าก็ยังเปรอะเปื้อนจนไม่อาจมองตรง ๆ
“อุ๊บ…”
ไม่รู้ว่าใครที่หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ไหว
หญิงปากสว่างที่อับอายอยู่เป็นทุนเดิมจึงบันดาลโทสะ แผดเสียงลั่นว่า “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์! เจ้ากล้าทำร้ายข้าแบบนี้ ข้าขอสู้ตายกับเจ้า!”
เพิ่งสิ้นเสียง เท้าที่เพิ่งจะยืนได้มั่นคงก็มีอันต้องไถลลื่นล้มลงอีกครา
พรืดดด
ปีนขึ้นมาได้ก็ลื่นล้มลงไปอีก
พรืดดด
ปีนขึ้นมาแล้วก็ไถลลงไปอีกรอบ
พรืดดด
ล้มลงติดต่อกันอยู่หลายครั้ง
กานอี้เซียนออกตัว ‘ข้าบริสุทธิ์นะ คราวนี้ข้าไม่ได้เป็นคนทำจริง ๆ!’
คราวนี้ในบรรดาคนที่กำลังล้อมดูอยู่มีคนอดใจไม่ไหวมากกว่าเดิม
“คิก…”
“ฮ่า ๆๆๆ…สภาพนางตลกชะมัด!”
……
จูปาเม่ยก็ยิ้มพลางพูดว่า “ท่านแม่ ต้องเป็นเพราะสวรรค์ทนมองไม่ได้ จึงบันดาลให้กรรมตามสนองแบบที่คนพูดถึงกันใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ไอ้หยา เจ้าเด็กคนนี้ ถึงรู้แต่ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้กระมัง คนเขาอับอายจะแย่แล้ว” หลี่ซื่อกล่าวยิ้ม ๆ ยังจงใจเยาะเย้ยมาอีกว่า “ต่อหน้าประชาชีแบบนี้ หนังหน้าจะหนาแค่ไหนต่อไปก็ไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้วล่ะ!”
หญิงปากสว่างพยายามหลายครั้งแล้วก็ยังปีนขึ้นมาไม่ได้ โมโหจนนั่งลงในนาน้ำทั้งอย่างนั้น “กรี๊ด ๆๆๆ…”
นางร่ำร้องเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำ
สายตาที่มองมาทางเย่อวี๋หรานเหมือนไก่ชนที่ถูกยั่วโทสะอย่างไรอย่างนั้น “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้ากล้าหยามข้าแบบนี้ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่…”
เย่อวี๋หรานก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝ่ายตรงข้ามเกลียดชังตนเองเพราะเหตุใด ถึงได้เกลียดชังอย่างลึกล้ำยึดติดเช่นนั้น
ถึงตอนที่เจ้าของร่างเดิมยังอยู่จะทะเลาะกับหญิงปากสว่างอยู่บ่อย ๆ แต่ว่ากันตามจริงก็ไม่ได้ขัดแย้งกันรุนแรงปานนั้น
หลังจากนางมาแล้วก็ไม่ได้ถือสาหาความกับหญิงปากสว่าง แต่ไหนแต่ไรมาก็มีแต่จะทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีครั้งเดียวเท่านั้นที่หญิงปากสว่างรนหาที่ตายเอง ถึงได้มาขโมยพริกที่นางทุ่มเทปลูกขึ้นมาอย่างยากเย็น นางถึงได้บอกให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสปรับเงินหญิงปากสว่างด้วยความโมโห
แต่จะมันเทศหรือนาน้ำหลังจากนั้น นางก็ไม่ได้จดจำความแค้นเก่า ยังให้ครอบครัวนางทำด้วยกันอยู่ไม่ใช่หรือ?
“ข้าไปทำอะไรให้เจ้าอีกแล้ว?” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย “ข้าอยู่ห่างเจ้าขนาดนี้ เจ้าลื่นล้มเอง ยังจะมาโทษข้า?”
“ล้วนเป็นเจ้า เจ้าทำทั้งนั้น ถ้าเจ้าไม่ได้ทำลายแปลงนาของข้า ข้าจะโมโหขนาดนี้งั้นเรอะ? ถ้าข้าไม่ได้โมโหขนาดนั้น ข้าจะวิ่งมาเอาเรื่องเจ้าด้วยความโมโหจนลื่นล้มไปได้อย่างไร? สุดท้ายก็เป็นเพราะเจ้า เจ้านั่นแหละนางเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้ามันชอบทำร้ายคนอื่น เจ้ามันสมควรตาย…” หญิงปากสว่างผรุสวาทด่าทอ
สรุปได้ว่า โชคร้ายทั้งหลายของนางล้วนเป็นเย่อวี๋หรานทำร้ายทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล
การใส่ความคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ทำให้คนทั้งหลายถึงกับพูดอะไรไม่ออก!
หญิงปากสว่างคนนี้ช่าง…
นางไม่มียางอายบ้างเลยหรือ?
เหมือนตัวตลกไม่มีผิด!
ข้าไปแต่งเมียแบบนี้มาได้อย่างไรกันนะ?
ทำไมนางถึงเป็นแม่ของข้าด้วยนะ? ฮือ ๆๆ…
บางคนมองหญิงปากสว่างเหมือนมองเรื่องตลก บางคนกลับเห็นอกเห็นใจจูหย่งหนิงที่ได้แต่งกับภรรยาแบบนี้ บางคนก็เห็นใจลูกชายกับลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างที่ได้มีมารดากับแม่สามีเช่นนี้ ช่างเคราะห์ร้ายจริง ๆ!
มีเพียงหญิงปากสว่างคนเดียวที่ไม่รู้สึกอะไร เพียงคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะว่านางเสียงดังกว่า เล่นใหญ่กว่า จนสามารถข่มหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ได้
ดูสิ ทุกคนล้วนตะลึงกันไปหมด มองมาที่นางแล้วไม่พูดไม่จาเลย เห็นไหม?
หาได้รู้ไม่ว่า ปฏิกิริยาของเย่อวี๋หรานก็คือ “…”
โรคหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกทำร้าย?
เสียสติไปแล้วใช่ไหม!
ถ้าอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด คงถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชไปแล้ว
เย่อวี๋หรานพลันนึกเห็นใจเจ้าของร่างเดิมขึ้นมา ไม่แปลกเลยที่อีกฝ่ายนับวันก็ยิ่งหลุดโลก ที่แท้ก็ได้รับอิทธิพลจากหญิงเสียสติผู้นี้นี่เอง…คนใกล้ชาดติดสีแดง คนใกล้หมึกติดสีดำ [1] คงเป็นเพราะเหตุนี้เองสินะ
[1] คนใกล้ชาดติดสีแดง คนใกล้หมึกติดสีดำ หมายถึง ใกล้ชิดคนเช่นไรก็กลายเป็นคนเช่นนั้น