ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 719 นั่นไม่ต่างจากการตบหน้านางอย่างแรง
บทที่ 719 นั่นไม่ต่างจากการตบหน้านางอย่างแรง
“พอได้แล้ว!”
จูหย่งหนิงตะโกนหน้าแดงหูแดง ท่าทางโมโหและอับอายอย่างหนัก
อาจดูเหมือนว่าหญิงปากสว่างทำให้ตัวเองขายหน้า แต่นางทำให้ตัวเองขายหน้าคนเดียวเสียที่ไหน เห็นได้ชัดว่าทำให้คนทั้งครอบครัวต้องพลอยเสียหน้าไปด้วย
ต่อไปเมื่อคนอื่นกล่าวถึงเขาก็มีแต่จะพูดว่า “เห็นไหม เขาก็คือสามีของนางบ้าคนนั้น!”
“เข้าใจแล้วสินะ ย่าของเขาเป็นคนบ้า ต่อไปก็อยู่ห่าง ๆ เขาหน่อย อย่าไปเล่นกับเขา”
“เจ้าไม่รู้หรือ หญิงปากสว่างสมองมีปัญหา เจ้าไปสู่ขอลูกสาวบ้านนั้นไม่กลัวว่าจะได้คนบ้าอีกคนกลับมาด้วยรึ?”
……
ทั้ง ๆ ที่ลูกสาวออกเรือนไปแล้ว ช่วงข้ามปีก็ยังไม่กล้ากลับมาเยี่ยมบ้านเดิม เพียงส่งคนมาถ่ายทอดคำพูด “ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าลูกไม่อยากกลับบ้าน แต่ชื่อเสียงของท่านแม่…”
“ท่านพ่อ ข้าขอร้องท่านแล้ว ท่านดูท่านแม่เอาไว้หน่อยเถอะ อย่าปล่อยให้ไปก่อเรื่องที่ไหนอีก”
“ถ้าก่อเรื่องอีก บ้านแม่สามีจะไม่ต้องการข้าแล้วนะเจ้าคะ”
……
หญิงปากสว่างชะงัก หันกลับมาช้า ๆ
นางมองจูหย่งหนิง กล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าดุข้า?!”
“เจ้าดุข้างั้นเรอะ?!”
“เจ้าถึงขั้นดุข้าเพื่อนางเฒ่าเจ้าเล่ห์เนี่ยนะ?”
“เจ้ายังกล้าพูดอีกนะว่าเจ้ากับนางไม่มีอะไรกัน ถ้าไม่ได้เป็นชู้กัน เจ้าจะมาดุข้าทำไม? เจ้ายังกล้าบอกว่าไม่มีอะไร…”
……
รอบนี้หญิงปากสว่างปีนขึ้นมาจากพื้นโคลนได้อย่างคล่องแคล่ว
นางพุ่งเข้าไปเอาศีรษะชนท้องของจูหย่งหนิงจนเขาล้มลงไปบนพื้น
“นางเมียบ้าคนนี้!”
จูหย่งหนิงด่าพลางพยายามผลักนางออก
แต่หญิงปากสว่างจะยอมปล่อยมือเช่นนั้นหรือ…ไม่ง่ายเลยกว่าที่นางจะ ‘ชนะ’ สักรอบ ข่มหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นได้แล้ว แต่สามีตัวเองกลับมาขัดขวางเอาไว้เนี่ยนะ
ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
นางจะแพ้ไม่ได้ รอบนี้นางจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
ต่างคนต่างดึงทึ้งกันอุตลุด
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป กว่าคนทั้งหลายจะได้สติคืนมาก็เห็นว่าสองสามีภรรยาตบตีกันเสียแล้ว
คนทั้งสองกลิ้งตกจากคันนาลงไปในนาน้ำ ทั่วร่างเปื้อนโคลน
นาน้ำที่หญิงปากสว่างตกลงไปตอนแรกยังไม่ได้ปักกล้า แต่นาน้ำที่คนทั้งสองตกลงไปคราวนี้เป็นนาน้ำที่มีการปักกล้าเรียบร้อยแล้ว
ช่วงแรกคนผู้นั้นยังหัวเราะเยาะ “เห็นไหมนั่น ตบตีกันแล้ว! นี่ก็คือจุดจบของคนที่แต่งเมียผิดอย่างไรเล่า…”
พูดยังไม่จบค่อยนึกขึ้นมาได้
“แม่เจ้าโว้ย นั่นมันนาบ้านข้า!”
“หยุดตี หยุดตีกันได้แล้ว พวกเจ้าจะทำต้นกล้าของพวกข้าเสียหายหมดแล้วนะ!”
“จูหย่งหนิง เจ้าบ้าไปแล้วเรอะ?!”
……
รีบร้อนลงไปแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน เพราะกลัวว่าพวกเขาจะทำกล้าในนาน้ำเสียหายจนหมด
เสียงร้องของเขาดึงสติทุกคนกลับมา
“ไอ้หยา ยืนโง่อยู่ตรงนั้นทำไม? รีบมาช่วยกันสิ!”
“เร็วเข้า พวกเจ้าสองคนดึงหญิงปากสว่าง ข้ากับเขาจะดึงจูหย่งหนิง”
“หยุดตีกันได้แล้ว นั่นมันนาน้ำของคนอื่นนะ”
……
ทั้งผู้ชายและผู้หญิงลงไปช่วยกันแยกคนทั้งสองจนเนื้อตัวเปื้อนโคลนไปหมด กว่าจะแยกสองสามีภรรยาออกจากกันและลากตัวขึ้นไปบนพื้นที่ว่างข้างนาน้ำได้
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสหน้าเขียวคล้ำ “รู้จักแต่ตีกันนั่นแหละ ตีกันหาพระแสงอะไร? พวกเจ้าไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปแล้วงั้นเรอะ? พวกเจ้ายังอยากทำนาน้ำอยู่ไหม?”
“ถ้าพวกเจ้าไม่อยากอยู่แล้วก็อย่ามาทำให้นาของคนอื่นเสียหาย คนเขาลำบากลำบนปักดำจนเสร็จแล้ว แต่พวกเจ้าลงไปเกลือกกลิ้งแบบนั้น ทำกล้าพวกเขาเสียหายหมด พวกเจ้าจะชดเชยไหม?”
“จะเอาอะไรมาชดเชย?”
“เอาชีวิตมาชดเชยงั้นเรอะ!”
……
จูหย่งหนิงกับหญิงปากสว่างยืนนิ่งเนื้อตัวเปียกปอนอยู่คนละฝั่ง ไม่มีใครปริปากพูด
จูเหล่าโถวตั้งแต่ต้นจนจบ “…”
ถึงจะรู้สึกเหมือนถูกภรรยาสวมเขา แต่ว่ากันตามตรง เขาออกจะเห็นใจจูหย่งหนิง
ใครได้แต่งเมียที่ก่อปัญหาไม่หยุดหย่อนแบบนี้ก็คงไม่เป็นสุขนักหรอก!
แล้วหันไปมองเงาหลังของเย่อวี๋หราน ตามด้วยมองไปทางลูกชายกับลูกสะใภ้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
เฮ้อ…
ช่างเถอะ เป็นแบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว ยังจะมีชีวิตต่อไปได้อีกสักกี่ปีก็ยังไม่รู้ เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ภรรยาของเขา ‘ดุ’ ไปหน่อยก็จริง แต่ดีกว่าหญิงปากสว่างมากแล้ว
เย่อวี๋หราน “…”
ข้าคงต้องขอบคุณท่านสินะ พี่ชาย!
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสลับกันตำหนิจูหย่งหนิงกับหญิงปากสว่างยกใหญ่
มาช่วยดูเรื่องนาน้ำให้แท้ ๆ แต่พวกเขาสองคนกลับมาทะเลาะกันเสียอย่างนั้น
ตกลงแล้วให้มาดูเรื่องนาน้ำหรือมาดูคนจับชู้กันแน่?
ลูกชายหลานชายก็โตกันหมดแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีสมองอีก?
จูหย่งหนิงพูดอะไรบางอย่าง แต่คนอื่นได้ยินไม่ชัดนัก
“จูหย่งหนิง เจ้าพูดอะไร? พูดให้มันดัง ๆ หน่อยซิ!” ผู้อาวุโสเชิดปลายคางขึ้นขณะกล่าวเสียงดัง
“ข้าจะพูดอะไรได้ล่ะขอรับ?” จูหย่งหนิงตีหน้าเย็นชา “พอข้าบอกว่าจะปลดเมียบ้าคนนี้ พวกท่านก็ไม่ให้ปลด ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า นางชวนข้าทะเลาะอยู่ได้ทุกวัน ข้าจะทำอย่างไรได้?”
“ข้า…” ผู้อาวุโสพูดไม่ออก “ข้าไม่ให้เจ้าปลดก็เพราะหวังดีกับเจ้าน่ะสิ ลูกหลานโตกันหมดแล้วนะ…”
“ท่านคิดว่าดีก็แต่งนางกลับไปสิขอรับ”
ผู้อาวุโส “…”
เมียแบบนี้ เขาเองก็รับไม่ไหวเหมือนกัน!
“อะแฮ่ม!” เจ้าหน้าที่กระแอมขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้าแค่อยากถามพวกเจ้าว่าพวกเจ้ายังอยากจัดการเรื่องนาน้ำอยู่ไหม?”
จูหย่งหนิงนิ่งเงียบ
หญิงปากสว่างชะโงกหน้าเข้ามาพูด “จัดการนาน้ำอะไรอีกล่ะเจ้าคะ? เขาจะปลดข้าไม่ใช่รึ ก็ให้เขาปลดไปสิ…ไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปแล้ว ยังจะต้องทำอะไรอีก? แน่จริงก็ให้เขาปลดข้าสิเจ้าคะ จะได้ต่างคนต่างไป ไม่ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว…”
“เจ้าหุบปากไปเดี๋ยวนี้!” ผู้อาวุโสบันดาลโทสะ ตวาดมาว่า “เจ้าเอาแต่หาเรื่องอยู่ได้ทั้งวัน เจ้าลองเบิ่งตาดูเสียบ้างว่าทำให้สามีตกอยู่ในสภาพไหนแล้ว? แล้วดูลูกชายเจ้า ลูกสะใภ้เจ้า หลานชายเจ้า ตอนนี้พวกเขายังกล้าเงยหน้าขึ้นมามองคนในหมู่บ้านอยู่ไหม?”
ถูกผู้อาวุโสเอ่ยถึงเช่นนี้ สามี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายของหญิงปากสว่างล้วนก้มหน้าลง แทบอยากขุดรูมุดหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น
สายตาของคนรอบข้างยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าศีรษะของตนเองหนักอึ้งจนยกขึ้นมาไม่ไหว
หญิงปากสว่างเชิดหน้า ไม่พูดอะไรอีก
เพราะนางในตอนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์เลวร้ายแค่กับจูหย่งหนิง แต่ความสัมพันธ์กับลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายก็ย่ำแย่เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลานชายที่เคยร้องเรียกนางอย่างน่ารักน่าชังว่าท่านย่าเริ่มจะห่างเหินกับนาง เห็นนางเมื่อไหร่เป็นต้องหลีกลี้ไปไกล
หญิงปากสว่างรู้ดีว่าต้องเป็นเพราะลูกสะใภ้ว่าร้ายนางให้หลานชายฟังเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นหลานชายจะทำแบบนั้นกับนางได้อย่างไร?
ยิ่งเป็นอย่างนี้ นางก็ยิ่งโมโห และยิ่งอยากทำอะไรออกมาให้เป็นที่ประจักษ์
นางอยากพิสูจน์ตัวเองว่า ‘เห็นไหม หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะยอดเยี่ยมสักเท่าไหร่เชียว? เรื่องที่นางสามารถทำได้ ข้าก็ทำได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ยังทำได้ดีกว่าอีกด้วย!’
แต่นางไม่คิดเลยว่า นางตั้งตารอคอยถึงเพียงนั้น แต่หลังจากปักดำไปแล้วกลับเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาเสียได้ นั่นไม่ต่างจากการตบหน้านางอย่างแรง
ตบจนทำให้นางคิดอะไรไม่ออก!
เพราะอะไร?
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
ก่อนนี้ยังดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่รึ? ยังสูงกว่ากล้าในนาน้ำของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อีกไม่ใช่หรือ?
ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้…
หญิงปากสว่างแคลงใจยิ่งนักว่า เป็นเพราะนางย่ามใจเอาเรื่องที่ต้นกล้าบ้านตัวเองเติบโตได้ดีเที่ยวไปอวดใครต่อใคร แล้วคนสกุลจูมาได้ยินเข้าใช่หรือไม่ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กลัวว่านางจะได้หน้าถึงได้แอบมาทำลายต้นกล้าในแปลงนาของนางตอนกลางคืนโดยไม่มีใครเห็น เป็นเหตุให้กล้าทั้งแปลงตายเรียบในชั่วข้ามคืน
ผู้อาวุโสตำหนิหญิงปากสว่างเสร็จแล้ว ก็หันมามองจูหย่งหนิงอีกครั้งแล้วพูดว่า “เจ้าว่ามาเถอะ พวกเจ้ายังจะทำนาน้ำอยู่ไหม? ถ้ายังทำอยู่ พวกข้าก็จะช่วยเจ้าจัดการเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่ทำแล้ว พวกข้าจะได้ไม่สนใจ พวกเจ้าอยากทำอะไรก็ทำ”