ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 803 ข้าไม่ใช่พยาธิในท้องของเจ้า
บทที่ 803 ข้าไม่ใช่พยาธิในท้องของเจ้า
เขายังกล่าวถึงเรื่องที่เล่าขานว่า ทุกปีที่มีบัณฑิตใหม่เข้าสู่สำนักศึกษา บางคนยังถูกเฆี่ยนตี
แต่เพราะเจียงจิ่งถงยืนหยัดอยู่ในสำนักศึกษามานานหลายปีแล้ว จึงไม่เคยเห็นว่ามีใครตายตกอยู่ในสถานที่แห่งนี้เลย ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่เหล่าวัยรุ่นชกต่อยกันเล็กน้อยเท่านั้น
ถูกต้องแล้ว
เพราะได้รับประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย ความแข็งแกร่งของกำปั้นเจียงจิ่งถงจึงหนักกว่าคนทั่วไปแน่นอน…
“ไม่ได้ ๆ เพราะข้าสัญญาไปแล้ว จะให้กลับคำคงไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมของพวกชั่วช้าไม่ใช่หรือ?” จูชีกล่าวด้วยความขุ่นเคือง “มีแต่คนชั่วเท่านั้นที่กล้ากระทำเรื่องเหล่านี้ ส่วนข้าเป็นคนดี ไม่คิดทำเช่นนั้นแน่นอน”
“เจ้าทึ่ม! เหตุใดจึงไม่คิดฟังคำข้า? ในชีวิตนี้เจ้าไม่เคยโกหกเลยรึ?”
“ไม่!” จูชีตอบเสียงหนักแน่น “ข้าไม่เคยโกหกผู้ใด เว้นเสียแต่ว่าข้าจะตกปากรับคำกับคนผู้นั้นว่าจะเก็บเรื่องทั้งหมดเป็นความลับ”
“เจ้าโกหก! เมื่อครู่สหายเยี่ยนถามว่าเจ้าสบายดีหรือไม่ เจ้ากลับตอบว่าสบายดี! นั่นไม่ใช่ว่าเจ้าโกหกหรือ? แต่ตอนที่ถูกทุบตี เจ้ากลับร้องเสียลั่น!” เพราะสิ่งนี้จึงทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้าถูกเจียงจิ่งถงทุบตีนั่นเอง
แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายกลับบาดเจ็บอย่างหนัก และยังถูกส่งตัวไปโรงหมออีกด้วย
อวี๋จิ้งฉีไม่รู้เลยว่าเขาควรจะพูดอะไรในเวลานี้
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าโกหก แต่เป็น ‘โกหกด้วยเจตนาดี’ และ ‘ปลอบโยน’ ต่างหาก อีกทั้งท่านแม่ของข้ายัง…”
“ผายลม! โกหกด้วยเจตนาดีรึ สุดท้ายมันก็คือการโกหกไม่ใช่หรือ?” จูชีขุ่นเคืองไม่น้อยเมื่อเห็นว่าอวี๋จิ้งฉีกล่าวคำหยาบคาย
เยี่ยนเหออันเห็นทั้งสองทะเลาะกันเช่นนี้ เขาได้แต่ยกมือลูบศีรษะอย่างทำอะไรไม่ถูก
สองคนนี้… เกิดมาเพื่อสร้างความยุ่งยากงั้นหรือ?
ซุ่นเต๋อยังเด็ก สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่จิ้งฉีทำคืออะไร?
เหตุใดเขาจึงยิ่งทำตัวราวกับเด็ก ยืนหยัดต่อสู้กับซุ่นเต๋ออย่างไม่ยอมแพ้?
หลังจากโต้เถียงกันครู่หนึ่ง ทั้งสองก็พ่นลมหายใจใส่กันด้วยความเย็นชา “หึ!”
เวลานี้พวกเขาเมินหน้าหนีราวกับไม่สนใจกันแล้ว
เยี่ยนเหออันมองทั้งสองคนด้วยความโกรธ ก่อนจะหันมองจูซานแล้วพูดว่า “พี่สาม ท่านเห็นหรือไม่ว่าพวกเขาเหมือนกันราวกับแกะ”
จูซานเห็นอีกฝ่ายจับจ้องเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับ “ถูกต้อง เหมือนกันจนแยกไม่ออก”
“ข้าจำได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกันไม่ใช่หรือ?”
“อืม นี่คือครั้งแรก ข้าขอรับรองว่าเจ้าเจ็ดไม่เคยพบเจอกับคุณชายอวี๋มาก่อน”
ทันทีที่อวี๋จิ้งฉีได้ยินเช่นนั้น เขาจึงตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป เวลานี้เขาหันกลับมาอย่างไม่พอใจ “สหายเยี่ยน เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ผู้ใดที่เหมือนกันราวกับถอดพิมพ์มา? เหมือนกันอย่างไร? แล้วข้าน่ะหรือที่เหมือนเขา?”
“แล้วไม่เหมือนกันงั้นหรือ?” เยี่ยนเหออันชี้ทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะกล่าวว่า “ดูหน้าตาพวกเจ้าสองคนสิ พวกเจ้าทั้งคู่ดูโกรธ และยังไม่ยินยอมต่อกัน ทั้งหมดนี้ราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน นี่ยังไม่เรียกว่าเหมือนกันอย่างกับแกะอีกหรือ?”
“ผู้ใดอยากจะเหมือนเขา? ข้ากำลังโกรธ!” อวี๋จิ้งฉีปฏิเสธทันที “อีกทั้งข้าไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้เพียงเพราะท่านเป็นมิตรกับเขา”
เยี่ยนเหออันโบกมือเบา ๆ “ข้าเพียงแค่บอกว่าเจ้าสองคนเหมือนกันมากเวลาโกรธ เจ้าคงไม่คิดว่าข้าลำเอียงใช่หรือไม่?”
“แต่… เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าเราสองคนเหมือนกันอย่างกับแกะ”
“ข้าเพียงกล่าวลอย ๆ และไม่ได้พูดเจาะจงถึงผู้ใด แต่การที่เจ้าร้อนรนเช่นนี้หมายความอย่างไรเล่า?” เยี่ยนเหออันเริ่มตั้งท่าโต้ตอบอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
ทว่าอวี๋จิ้งฉีกลับกลายเป็นใบ้ ไม่อาจโต้เถียงกลับไปได้
เห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้ ถ้อยคำที่เยี่ยนเหออันกล่าวออกมาหมายถึงเขา แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์ต่อว่าอีกฝ่าย
และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับ ‘จูซุ่นเต๋อ’
ผู้ใดก็เล่าขานว่าชายผู้นี้ ‘ร้ายกาจ’ ‘เจ้าเล่ห์’ และยัง ‘มากเล่ห์เหลี่ยม’ แต่เวลานี้เขาไม่มั่นใจนักว่าทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผู้อื่นมองเห็นหรือไม่? เขารู้สึกเพียงว่าชายคนนี้ ‘โง่เขลา’ และยังดื้อด้านอีกด้วย
เยี่ยนเหออันออกจากโรงม้า และพาอวี๋จิ้งฉีไปส่งที่รถม้าตระกูลอวี๋
เวลานี้อวี๋จิ้งฉียังคงไม่เลิกเสียใจ จนกระทั่งรถม้ากำลังจะเคลื่อนออก “สหายเยี่ยน อย่าได้ปฏิเสธเลย เจ้าเป็นคนลำเอียง!”
เยี่ยนเหออันตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “อืม ข้าลำเอียง จึงไม่ปฏิเสธ”
ในตอนนี้เองที่อวี๋จิ้งฉีโกรธจัด หากคนรับใช้ไม่หยุดยั้งเอาไว้ เขาคงกระโดดลงจากรถม้าแล้ว
จูซานรับยาที่หมอจ่ายให้กับจูชี ก่อนจะตรงไปที่รถม้าของตระกูลเยี่ยน
เห็นอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากกล่าว “คุณชายเยี่ยน ท่านก็ช่างกล่าวคำเสียจริง ท่านก็ทราบว่าเขาขี้โมโห เหตุใดจึงยั่วโมโหเขาบ่อยนักเล่า?”
“พี่สาม ข้าเรียกท่านว่าพี่สามแล้ว เหตุใดจึงยังเรียกขานข้าว่าคุณชายเยี่ยนอีกเล่า? นับจากนี้ไปเรียกข้าเช่นเดียวกับซุ่นเต๋อ ให้เรียกว่าเหออันเท่านั้น” เยี่ยนเหออันยกยิ้ม “ท่านไม่คิดว่าจิ้งฉีน่าแกล้งหรอกหรือ? หากไม่ใช่เพราะซุ่นเต๋อ ข้าคงไม่ทราบว่าเขาเป็นคนตลกเช่นนี้”
“ก่อนหน้านี้ท่านไม่ทราบหรือ?”
“ใช่ เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เขาเคร่งขรึมเสมอมา เป็นระเบียบและสง่างาม ข้าคิดว่าเขาเป็นเช่นนั้น”
จูซานหัวเราะแห้ง ๆ “เยี่ยน…”
“หืม?” เยี่ยนเหออันเลิกคิ้วขึ้น
“เหอ… อัน?” จูซานยังคงรู้สึกแปลก ๆ ในใจขณะที่พยายามเรียกชื่อของเยี่ยนเหออันครั้งแรก
“เหออัน… ข้ายังรู้สึกว่าแปลกประหลาดเล็กน้อยเมื่อต้องเรียกขานเจ้าเช่นนี้”
“หากเรียกให้บ่อย ในอนาคตก็จะชินไปเอง” เยี่ยนเหออันกล่าว “ครั้งแรกที่ข้าเรียกท่านว่าพี่สาม ข้าก็ไม่ค่อยคุ้นชินนัก”
“คราวนั้นข้าตกใจมากที่เจ้าเรียกข้าว่าพี่สาม และคิดว่าคงหูฝาดไปกระมัง” เมื่อนึกถึงเรื่องราวคราวนั้น ทันทีที่ได้ยินคุณชายเยี่ยนเรียกขานตนว่า พี่สาม ขาของเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น
เดี๋ยวก่อน! คุณชายเยี่ยนคิดสิ่งใดอยู่?!
ข้าคงไม่ได้ยินผิดไปใช่หรือไม่?
เพียงแต่เป็นเพราะเยี่ยนเหออันไม่เผยสีหน้าใด ๆ และยังเดินเข้าหาอย่างเป็นธรรมชาติ ต่อให้เขาต้องการจะทรุดตัวลงพื้นก็ไม่อาจทำได้ในเวลานั้น
“ทุกสิ่งย่อมมีครั้งแรก อย่างไรเสียเมื่อครู่ท่านคิดจะกล่าวสิ่งใดกับข้าหรือ?” เยี่ยนเหออันเรียกอีกครั้ง “พี่สาม?”
จูซานยกยิ้มอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะพูดว่า “ข้าเองก็อยากจะบอกว่า ก่อนหน้านี้ข้าก็คิดว่าเจ้าเป็นบุตรชายของตระกูลใหญ่ มีมารยาทสง่างาม และเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า… เรื่องนั้นข้าทราบดีอยู่แล้ว พี่สามคงจะผิดหวังเล็กน้อยสินะที่ข้าเพียงแค่สวมบทบาทของนายน้อยเท่านั้น?” เยี่ยนเหออันขึ้นรถม้าของตนเองพร้อมกับหันกลับมาเผยสีหน้าหยอกล้อ
“ไม่เป็นเช่นนั้น ข้าเพียงคิดว่าแม้แต่เทพยดาบนสวรรค์ยังต้องกินและดื่ม ไม่ว่าอย่างไรก็ขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้”
เยี่ยนเหออันได้ยินอย่างนั้นจึงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”
เขาหัวเราะดังเสียจนอาโม่ต้องคว้าแขนของเขาเอาไว้เพราะเกรงว่าเขาจะร่วงหล่นจากรถม้าเสียก่อน “นายน้อยขอรับ โปรดนั่งให้ดีเถอะขอรับ”
เวลานี้จูชีโผล่ศีรษะเข้ามาด้วยความสงสัย และกล่าวถามอีกฝ่ายว่าหัวเราะเรื่องใด เหตุใดจึงมีความสุขนัก
เยี่ยนเหออันไม่คิดสร้างปัญหาให้กับอาโม่อีกต่อไป เวลานี้เขานั่งลงบนรถม้าอย่างว่าง่าย
อย่างไรเสีย เขาไม่ตอบกลับคำถามของจูชี แต่ถามกลับไปว่า “ลองทายดูสิ?”
“ข้าไม่อาจทราบว่าเจ้าหัวเราะเรื่องใด เพราะข้าไม่ใช่พยาธิในท้องของเจ้าเสียหน่อย” จูชีกล่าวพร้อมทำหน้ามุ่ย
“ฮ่าฮ่าฮ่า… เหตุใดเจ้าจึงน่ารักยิ่งนัก?” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชื่นชอบประโยคนี้ เยี่ยนเหออันก็จงใจพูดออกไปหน้าตาเฉย
จูชีมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เกือบจะถลนออกมา
เยี่ยนเหออันระเบิดเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขอีกครั้ง “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”
เวลานี้จูชีหันไปถามจูซานว่า “พี่สาม เขาหัวเราะเรื่องใดหรือ?”