ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 816 ส่งสาร
บทที่ 816 ส่งสาร
“ไม่ใช่ หัวหน้าพรรค ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามาเจรจาการค้ากับท่านต่างหาก การค้าที่จะช่วยให้พรรคซานไห่พลิกฟื้นขึ้นมาจากความตายได้อีกครั้ง” จูซานจ้องตาของฝ่ายตรงข้ามพลางกล่าวอย่างหนักแน่น
หัวหน้าพรรคซานไห่ตะลึงไปครู่หนึ่งถึงได้สติคืนมา เขาจ้องจูซานเขม็ง ถามว่า “ท่านมาพาเสี่ยวเอ่อร์ตัวจากไปไม่ใช่หรือ? ท่านเป็นใครกันแน่?”
“ข้าบอกไปแล้วอย่างไรเล่าว่าเป็นคนที่จะช่วยให้พรรคซานไห่พลิกฟื้นขึ้นมาจากความตาย” จูซานกล่าว “ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อถือข้า ไม่เป็นไร ข้าให้เวลาท่านใคร่ครวญสามวัน ข้อเสนอแนะของข้าคือตอนนี้พรรคซานไห่เป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมท่านไม่รักษาม้าเป็นดั่งม้าตาย เชื่อข้าสักครา อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่เป็นเหมือนตอนนี้ไม่ใช่หรือ?”
หัวหน้าพรรคซานไห่ไม่ได้ตอบตกลงในทันที
พูดไร้สาระอะไรกัน? คนจากที่ไหนก็ไม่รู้มาพูดกับเขาแบบนี้แล้วเขาจะยอมรับได้อย่างไร?
อีกอย่าง เขายังไม่รู้ความเป็นมาของคนผู้นี้ ฝ่ายตรงข้ามอาจคิดว่าพรรคซานไห่ยังพอมีประโยชน์หลงเหลืออยู่บ้าง อาศัยช่วงที่พรรคซานไห่ยังไม่สลายตัวไปโดยสมบูรณ์มากอบโกยผลประโยชน์สักครั้งก็เป็นได้
หลังจูซานจากไปแล้ว หัวหน้าพรรคซานไห่ก็มาหาเสี่ยวเอ่อร์ตัว ถามเขาว่าคนผู้นี้เป็นใคร
“เขาคือจูซาน”
หัวหน้าพรรคซานไห่ตกตะลึง
ทำไมถึงเป็นเขา?
หรือคนครอบครัวนั้นทำร้ายพรรคซานไห่จนถึงขั้นนี้แล้วยังไม่พอ ยังคิดจะทำอะไรอีก?
“ไม่ใช่นะขอรับ หัวหน้าพรรค พี่จูซานมีเจตนาดีจริง ๆ เขาอยากช่วยพวกเรา…”
หัวหน้าพรรคซานไห่กล่าวตัดบทเขาอย่างโกรธกริ้ว เหมือนกับที่เสี่ยวเอ่อร์ตัวเดือดดาลในตอนแรก “ถ้าไม่มีเขา พรรคซานไห่ก็คงไม่เป็นแบบตอนนี้ เจ้าคิดว่าพรรคซานไห่ยังอเนจอนาถไม่พอใช่ไหม?”
“ไม่ใช่นะ หัวหน้าพรรค ครอบครัวสกุลจูเป็นคนดีจริง ๆ นะขอรับ…” เสี่ยวเอ่อร์ตัวเล่าเรื่องที่ว่าเขาไปพบคนสกุลจูรวมถึงพาพวกเขาไปแนะนำให้อาเฉินในตอนแรกออกมาตามความจริง
รวมถึงคำพูดที่จูซานพูดกับเขา เขาก็นำมาบอกต่อหัวหน้าพรรคซานไห่เช่นกัน
“หัวหน้าพรรค ทุกประโยคที่ข้าพูดมาล้วนเป็นความจริง ตอนนี้ท่านเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนดีแล้วใช่ไหมขอรับ?”
หัวหน้าพรรคซานไห่ไม่พูดอะไรอยู่เป็นนาน เพราะจากคำบอกเล่าของเสี่ยวเอ่อร์ตัว คนสกุลจูดูเหมือนจะไม่ใช่คนชั่วช้า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขาเป็นชนวนเหตุของหายนะในครั้งนี้
“มีคนยืมมีดของท่านไปฆ่าคน ความผิดนั้นเป็นของคนที่ให้ยืมมีดไปกับมีดเล่มนั้นเช่นนั้นหรือขอรับ? ถึงจะไม่มีมีดเล่มนั้น คนที่ต้องการสังหารคนผู้นั้นก็ยังจะหาของอย่างอื่นมาฆ่าคนอยู่ดี”
“หัวหน้าพรรค ข้ารู้ว่าท่านคงคิดว่าข้าเป็นเด็กคนหนึ่ง ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง แต่พรรคซานไห่เป็นครอบครัวของข้า ข้าไม่อยากให้ครอบครัวของข้าต้องมีสภาพแบบตอนนี้เหมือนกัน”
“ตราบใดที่มีความหวังอยู่สายหนึ่ง ข้าก็จะไม่ทอดทิ้งพรรคซานไห่เป็นอันขาด”
……
หัวหน้าพรรคซานไห่: จริงด้วย แม้แต่เสี่ยวเอ่อร์ตัวยังไม่ถอดใจจากการกอบกู้พรรคซานไห่ ทำไมเขาที่เป็นหัวหน้าพรรคคนหนึ่งกลับถอดใจก่อนเสียเอง?
บางที เขาอาจสามารถทำอะไรได้บ้าง
ส่วนที่ว่าสามารถทำอะไรนั้น ย่อมไม่ใช่การตอบรับจูซานในทันที แต่เป็นการวางศักดิ์ศรีของตนเองลง ยอมบากหน้าไปขอร้องสายสัมพันธ์เก่าแก่ ดูว่าพวกเขาจะสามารถช่วยเหลือได้หรือไม่
ต่อให้ไม่ช่วยเหลือเขา ก็ต้องช่วยเหลือพรรคซานไห่สักครา
ตอนกลับออกมาจากพรรคซานไห่ ความจริงจูซานไม่ได้มีความมั่นใจมากนัก ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่
ถึงอย่างไร สกุลจูกับพรรคซานไห่ก็มีความแค้นต่อกัน
“เอาละ ไม่ต้องไปคิดอีกแล้ว” เย่อวี๋หรานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นพูดขึ้น “ตอนนี้เจ้าทำสิ่งที่ควรทำไปหมดแล้วก็รอคอยผลลัพธ์ไปอย่างสงบเถอะ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เจ้าได้พยายามไปแล้ว เท่านี้ก็พอแล้ว โลกนี้ไม่มีเรื่องใดที่สำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน และไม่มีเรื่องใดที่เจ้าทำแล้วก็ควรจะสำเร็จเช่นกัน”
“ข้ารู้ขอรับ ท่านแม่ ข้าแค่…กังวลใจอยู่บ้าง” จูซานกล่าว “แต่ข้าก็หวังว่ามันจะประสบความสำเร็จ”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “บางครั้งก็เป็นเช่นนี้ เจ้ายิ่งอยากให้มันสำเร็จก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องยาก แต่ในตอนที่เจ้าผ่อนคลายลงแล้ว ความสำเร็จกลับมาถึงโดยไม่คาดหมาย”
เมื่อถึงตอนเย็นของวันที่สาม คนจากพรรคซานไห่ก็ยังคงไม่ปรากฏตัว
“เฮ้อ…” จูซานถอนหายใจ “เห็นที ข้าคงประเมินตัวเองสูงเกินไป”
“ทำการค้าก็เป็นแบบนี้แหละ อันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่เหมาะ แต่ก็ย่อมจะมีอันที่เหมาะสมสักอันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะหาพบหรือไม่” แม้เย่อวี๋หรานจะเสียดายอยู่บ้างที่พรรคซานไห่ยังไม่มา แต่ก็ยังคงพูดว่า “เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคซานไห่กับสกุลจูมีบุพเพ แต่ไร้วาสนา”
ขณะที่คุยกันอยู่นั้น สาวใช้ซุ่ยเอ๋อก็เดินเข้ามา
“จูต้าเหนียง คุณชายจูซาน ข้างนอกมีคนมาส่งสารเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานนึกดีใจ หันไปสบตากับจูซาน “เชิญเขาเข้ามาเถอะ”
ซุ่ยเอ๋อกล่าวว่า “เชิญเข้ามาทำไมเจ้าคะ? ฟ้าจวนจะมืดแล้ว อีกฝ่ายรีบจากไป พอส่งข่าวเสร็จก็จากไปแล้วเจ้าค่ะ”
“เขาพูดว่าอย่างไรบ้าง?” คนเขาตั้งใจมาส่งข่าวโดยเฉพาะ จะต้องเป็นข่าวดีแน่แล้ว
เย่อวี๋หรานค่อนข้างมั่นใจในเรื่องนี้
แต่ซุ่ยเอ๋อกลับกล่าวว่า “เขาบอกว่าเขาเป็นเด็กรับใช้จากตระกูลสวี ผู้อาวุโสสวีให้มาแจ้งว่าเย็นวันนี้คุณชายจูชีไม่กลับมาแล้ว จะอยู่ค้างคืนที่นั่นเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานอึ้งไป: เอ่อ ดูเหมือนนางจะเข้าใจผิด
น่าอายจริง
ซุ่ยเอ๋อไม่ทราบเรื่องนี้ นางเข้าใจว่าจูต้าเหนียงกำลังเป็นห่วงลูกชายจึงกล่าวว่า “เฮอะ ๆๆๆ…วางใจเถอะเจ้าค่ะ จูต้าเหนียง ถึงบ่าวจะไม่รู้จักเด็กรับใช้คนนั้น แต่เขานำป้ายประจำตัวของผู้อาวุโสสวีมาด้วย บ่าวจำได้ จะต้องไม่ผิดแน่นอนเจ้าค่ะ นอกจากนี้ คุณชายก็อยู่ด้วย ทั้งสองคนยังทักทายกัน ในโจวเสวียไม่มีทางเกิดเรื่องหรอกเจ้าค่ะ”
“เป็นเช่นนี้เองหรือ ถ้าอย่างนั้นข้าก็วางใจได้แล้ว” เย่อวี๋หรานไม่ได้อธิบายว่าตนเองเข้าใจผิด
“จริงสิ จูต้าเหนียง ประเดี๋ยวป้าเฉินจะให้คนไปส่งของใช้ให้คุณชาย ฝั่งท่านมีสิ่งของที่ต้องการส่งไปให้คุณชายจูชีหรือไม่เจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “มี เดี๋ยวข้าให้เจ้าสามไปเตรียมก่อนแล้วค่อยนำมาให้เจ้า”
“ถ้าอย่างนั้น บ่าวไปรับมื้อเย็นของท่านกับคุณชายสามมาก่อน ถึงตอนนั้นค่อยช่วยท่านไปส่งของให้ป้าเฉินนะเจ้าคะ”
“อืม รบกวนเจ้าแล้ว”
“ไม่รบกวน นี่คือสิ่งที่บ่าวสมควรทำเจ้าค่ะ”
……
หลังจากซุ่ยเอ๋อจากไป เย่อวี๋หรานก็ยิ้มกล่าวกับจูซาน “ข้านึกว่าพรรคซานไห่ส่งข่าวมาเสียอีก”
“ข้าก็คิดว่าเป็นสารจากพรรคซานไห่เหมือนกันขอรับ” คิดไม่ถึงว่าจะเป็น ‘สาร’ จากจูชี
คราวนี้ถือว่าหมดหวังจริง ๆ แล้ว
ซุ่ยเอ๋อที่เพิ่งออกไปกลับเข้ามาอีกครั้ง “จูต้าเหนียง คุณชายจูซาน ข้างนอกมีคนที่บอกว่าเป็นคนส่งสารจากพรรคซานไห่มาเจ้าค่ะ เขาบอกว่าทางนั้นตกลงแล้ว เชิญให้คุณชายจูซานไปพบตอนเช้าวันรุ่งขึ้น”
กล่าวจบ นางก็พูดขึ้นอย่างสงสัย “พรรคซานไห่สลายตัวไปแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังมาหาคุณชายจูซานอีก? คุณชายจูซาน ท่านคงไม่ได้ถูกคนข่มขู่ใช่ไหมเจ้าคะ? ท่านอย่าไปกลัวพวกเขานะเจ้าคะ ถ้ามีเรื่องอะไร สามารถไปปรึกษาคุณชาย…”
เห็นแววตาเป็นห่วงของซุ่ยเอ๋อแล้ว จูซานก็รู้สึกว่าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ไม่ใช่ ข้าเป็นคนไปหาพวกเขาเอง”
“ท่านไปหาพวกเขาทำไมเจ้าคะ?” ซุ่ยเอ๋องุนงง
ตอนนี้ใคร ๆ ล้วนถอยห่างจากพรรคซานไห่ ทำไมคุณชายจูซานถึงไปพบพวกเขา?