ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 824 ท่านยังมีเหลืออยู่ไหม?
บทที่ 824 ท่านยังมีเหลืออยู่ไหม?
“อะไรนะ?” เย่อวี๋หรานยังนึกไม่ออก
แม้ตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนจะเป็นความคิดของนาง แต่นางเพียงต้องการประเมินการตอบรับของตลาดเท่านั้น ไม่ได้คาดไว้ว่ามันจะโด่งดังเช่นนี้
กลายเป็น ‘ตั๋วรางวัล’ ที่คนทั้งหลายอยากจับได้มากที่สุด
“ตั๋วขอบคุณที่อุดหนุน ก็คือตั๋วจับฉลากที่ท่านจัดเตรียมไว้สำหรับงานฉลองเปิดกิจการรถลากของพรรคซานไห่น่ะขอรับ…ตั๋วขอบคุณที่อุดหนุน!” อวี๋จิ้งฉีวาดไม้วาดมือพลางเอ่ยว่า “จูต้าเหนียง ท่านคงยังไม่รู้กระมัง ตั๋วสิบใบนั้นของท่านโด่งดังแล้ว คนมากมายล้วนอยากได้”
เยี่ยนเหออันยังพูดเสริมขึ้นมาว่า “เขาเดิมพันกับคนอื่นไว้ว่าใครจะสามารถหาตั๋วแบบนั้นมาได้หนึ่งใบ คนแพ้จะต้องเลียนแบบสุนัข”
“จิ้งฉี เจ้าเด็กน้อยจริง ๆ!” จูชีคิดไม่ถึงเลยว่าการเดิมพันที่แม้แต่เขาก็ยังไม่คิดจะเข้าร่วมแบบนี้ คนแบบอวี๋จิ้งฉีกลับเข้าร่วมเสียได้
ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ!
“ใครเด็กน้อย? เจ้านั่นแหละที่เด็กน้อย คนทั้งบ้านเจ้าล้วนเด็กน้อย!” ใครล้วนสามารถพูดให้เขาได้ มีเพียงจูชีเท่านั้นที่ไม่ได้ อวี๋จิ้งฉีระเบิดออกมาทันที
“แค่กแค่ก!” เยี่ยนเหออันกระแอมสองคราแล้วเอ่ยเตือนเขา “ครอบครัวของซุ่นเต๋อมีจูต้าเหนียงด้วยนะ…”
อวี๋จิ้งฉีแทบร้องไห้ออกมาแล้ว ‘ฮือฮือ…ปากไว ปากไวไปแล้ว ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า ทำให้จูต้าเหนียงโกรธแล้วไหม?’
เขาไม่กล้าดูสีหน้าเย่อวี๋หราน กลัวว่าตนเองมองไปแล้วจะได้เห็นใบหน้ากรุ่นโกรธของอีกฝ่าย
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางทะเลาะกับจูชีเหมือนเด็ก ๆ ของอวี๋จิ้งฉีแล้วก็รู้สึกเหมือนกำลังมองต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าอย่างไรอย่างนั้น รู้สึกว่าน่าสนใจมาก
แต่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าสนิทกับจูชี ไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน
มีใครสักคนมาทะเลาะกับจูชีก็ดีเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
รู้สึกว่าพออายุมากขึ้นแล้วนึกย้อนกลับมาคงจะน่าสนุกมาก
“เหม่ออะไรอยู่? ยังอยากได้สิ่งของอยู่ไหม? ถ้าอยากได้ก็รีบขออภัยจูต้าเหนียงสิ” เยี่ยนเหออันเห็นอวี๋จิ้งฉีมีท่าทางโง่งมอย่างนั้นก็กลัวว่าเขาจะไปต่อไม่ได้ จึงช่วยส่งบันไดลงให้
ช่วยไม่ได้ ถึงเขาจะรู้ว่าจูต้าเหนียงไม่มีทางโกรธเพราะเรื่องแค่นี้ แต่อวี๋จิ้งฉีไม่รู้นี่นา
“จูต้าเหนียง ขออภัยขอรับ…” อวี๋จิ้งฉีกล่าวขอโทษเย่อวี๋หรานด้วยใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ “ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ปากไวไปหน่อย พูดล้อเล่นกับซุ่นเต๋อ…”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “ข้ารู้ ไม่ถือสาหรอก เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่าอยากได้ตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนใช่ไหม ถ้าเป็นแบบร่างที่พวกเขาใช้ฝึกฝีมือจะได้หรือไม่?”
อวี๋จิ้งฉีรีบพูดขึ้นมาทันที “ได้ ได้ขอรับ ย่อมได้อยู่แล้ว ขอแค่คล้ายกันก็พอ”
“เจ้ารอสักครู่ ข้าจะให้ซุ่ยเอ๋อไปหยิบมาให้” เย่อวี๋หรานร้องเรียกซุ่ยเอ๋อ ให้ไปหยิบแบบร่างที่นางเก็บเอาไว้ออกมา
ถึงจะบอกว่าเป็นแบบร่าง แต่ตอนนั้นหลังจากตัดกระดาษเสร็จแล้วก็นำมาให้เยี่ยนเหออันกับจูชีทดลองทันที พอจับความรู้สึกได้แล้วค่อยเริ่มทำตั๋วจับฉลากอย่างจริงจัง
ตอนแรกเย่อวี๋หรานอยากทำเป็นชุดสิบสองราศี แต่ภายหลังนางเองก็ชอบเหมือนกันจึงเก็บเอาไว้แล้วเลือกใหม่มาสิบใบ
ด้วยเหตุนี้ เมื่ออวี๋จิ้งฉีเห็นชุดสิบสองราศีนั้นก็อุทานอย่างยินดี “สวรรค์?! มีแบบนี้ด้วย เห็นไหม เหออัน ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องมี…ข้าจะเอาอันนี้!”
เขาคว้าชุดสิบสองราศีนั้นมาโดยไม่ลังเล
เช่นเดียวกับตั๋วขอบคุณที่อุดหนุน จูชีเป็นคนวาดรูปสัตว์หน้าตาน่ารักน่าชังทั้งสิบสองตัวนั้น ส่วนลายมือเป็นของเยี่ยนเหออัน ถึงจะขนาดเท่าฝ่ามือ แต่ก็น่ารักยิ่ง
เย่อวี๋หรานยังให้คนนำไปเปี่ยว*[1]เอาไว้ ทำให้ดูดีมีระดับกว่าเดิม
เยี่ยนเหออันรู้สึกเหนือความคาดหมาย “จูต้าเหนียง ทำไมถึงนำไปเปี่ยวหรือ?”
เขาคิดไปเองหรือเปล่า เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าดูเหมือนใบที่เก็บไว้จะเป็นใบที่ดีที่สุดเลยเล่า?
นอกจากนี้ ทำไมเขาไม่เคยรู้เลยว่ามีชุดสิบสองราศีนี้ด้วย?
“ตอนแรกข้าตั้งใจว่าจะสะสมเอาไว้เอง” เย่อวี๋หรานกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง “ไม่นำไปเปี่ยวแบบนี้ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไป เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เลวเลยใช่ไหม?”
เยี่ยนเหออันมีสีหน้าชื่นชม “ไม่เลวเลยจริง ๆ ดูดีกว่าตอนนั้นมาก”
เขานึกดีใจที่ตนเองไม่ได้ทำอย่างสุกเอาเผากิน แต่ตั้งใจเขียนอย่างบรรจง ถ้าลายมือเช่นนั้นถูกนำไปแสดงต่อหน้าคนอื่นคงขายหน้าแย่
“หา จูต้าเหนียง ท่านตั้งใจว่าจะสะสมเอาไว้? เช่นนั้น…” อวี๋จิ้งฉีรู้สึกหนักใจขึ้นมา เขาชอบชุดสิบสองราศีมากจริง ๆ แต่นี่กลับเป็นของสะสมของจูต้าเหนียง ถ้าเขายังจะรับมา นั่นไม่เกินไปหน่อยหรือ?
พอไปเลือกแบบร่างอันอื่นก็ไม่มีอันที่เข้าชุดกัน ครั้นได้เห็นอันที่ดีกว่าจึงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
“ข้าบอกว่าตอนแรก ในเมื่อเจ้าเป็นสหายร่วมสำนักของเหออันกับเจ้าเจ็ด ทั้งยังชอบขนาดนั้น ก็ย่อมต้องยกให้เจ้าอยู่แล้ว” เย่อวี๋หรานผลักไปตรงหน้าอวี๋จิ้งฉีแล้วเอ่ยว่า “หวังว่าเจ้าจะเก็บรักษาอย่างดี ชุดสิบสองราศีนี้มีเพียงชุดเดียวเท่านั้น หาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว”
“ไม่ค่อยดีกระมัง? จูต้าเหนียง นี่เป็นของสะสมของท่าน…” อวี๋จิ้งฉีกัดฟันพูด “เอาอย่างนี้ ข้าจะเลือกใหม่จากแบบร่างพวกนี้ก็แล้วกัน ถึงอย่างไรก็เป็นแค่การเดิมพัน แค่เอาไปสักใบก็พอแล้ว”
“นั่นไม่ได้หรอก ในเมื่อเป็นการเดิมพัน ถ้าสามารถชนะอย่างงดงามได้ก็ต้องชนะอย่างงดงามหน่อยสิ” เย่อวี๋หรานบอกให้ซุ่ยเอ๋อยกกระถางไฟมา แล้วเอาแบบร่างที่เหลือไปเผาจนหมด
อวี๋จิ้งฉีตกใจ “จูต้าเหนียง ท่านทำอะไรน่ะ ทำไมถึงเอาไปเผาแบบนั้น? ยังดี ๆ อยู่เลย…”
แม้จะเทียบชุดสิบสองราศีไม่ได้ แต่ยังสามารถเลือกใบที่ใช้ได้มาสักหลายใบ
“แต่ไหนแต่ไรมาของหายากจึงจะล้ำค่า ของพวกนี้ถ้ามีมากก็ไม่ล้ำค่าแล้ว ตอนนี้ ชุดสิบสองราศีนี้เป็นชุดสุดท้ายอย่างแท้จริง ถึงวันหน้าจะวาดอีกครั้งก็เป็นการเลียนแบบผลงานของตนเองอยู่ดี”
เยี่ยนเหออันได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจเจตนาของนาง “จูต้าเหนียงต้องการเพิ่มมูลค่าให้ชุดสิบสองราศีกับตั๋วขอบคุณที่อุดหนุน?”
เย่อวี๋หรานพยักหน้า “ใช่ แม้ข้าจะคิดไม่ถึงว่าตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนจะดึงดูดความสนใจผู้คนได้มากเช่นนี้ แต่ในเมื่อมีโอกาส ทำไมพวกเราไม่คล้อยตามโอกาสนี้เสียเล่า? เจ้ากับเจ้าเจ็ดเป็นปัญญาชน แต่อย่าไปเอาอย่างบัณฑิตคร่ำครึที่วางตนสูงส่งเหนือโลกีย์พวกนั้น”
คิดไม่ถึงว่าจะได้รับการชี้แนะจากจูต้าเหนียง เยี่ยนเหออันทั้งรู้สึกว่าอยากหัวเราะและอบอุ่นใจ
เขาไม่ใช่บัณฑิตคร่ำครึเหล่านั้น ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองผู่โซ่วแห่งนี้แล้ว
ส่วนจูชีไม่เข้าใจอันใดทั้งสิ้น เชื่อฟังมารดาอย่างเดียว ไร้ความคิดเห็นแม้แต่น้อย
อวี๋จิ้งฉี “…”
หมายความว่าข้ากลายเป็นหมากตัวหนึ่ง ทั้งยังเอาตัวมาส่งให้ถึงที่?
รู้สึกว่าเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่พอก้มหน้ามองชุดสิบสองราศีในมือแล้วก็คิดว่าเหมือนจะไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้น
วันรุ่งขึ้น เยี่ยนเหออันยังจงใจถามเขา “เป็นอย่างไรบ้าง ชนะเดิมพันไหม?”
อวี๋จิ้งฉีมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าอวี๋จิ้งฉีออกโรงด้วยตนเอง ยังจะแพ้อีกหรือ?”
เขายังใช้ไหล่กระทบไหล่ของเยี่ยนเหออัน “พี่น้อง ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงแพ้เดิมพันไปแล้ว เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าหมอนั่นใช้เงินไปเท่าไหร่กว่าจะรวบรวมตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนมาได้ตั้งหกใบ”
“มารดามันเถอะ ที่แท้เจ้าหมอนั่นก็วางหลุมพรางดักข้า เขาเริ่มรวบรวมไปก่อนแล้ว ค่อยจงใจมายุให้ข้ากระโดดลงมา”
“โชคดีที่ข้ามีชุดสิบสองราศีที่ดีกว่า ไม่อย่างนั้น…”
[1] การเปี่ยวภาพ (裱字画) เป็นการขึงภาพไว้บนผ้าไหม เป็นวิธีถนอมภาพเขียนพู่กันและภาพวาดของจีน ทำให้เก็บรักษาได้นานขึ้น