ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 826 โจรร้องจับโจร
บทที่ 826 โจรร้องจับโจร
อีกด้านหนึ่ง บิดาของอวี๋จิ้งฉีกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงาน ทว่าแต่ละคนกลับมารบเร้าให้เขานำชุดสิบสองราศีออกมาให้ชมดูเป็นบุญตา
อวี๋จิ้งฉีไม่เคยพูดเรื่องชุดสิบสองราศีให้บิดาฟังมาก่อน เขาจึงไม่รู้เรื่อง หน้าตาเหลอหลา “ชุดสิบสองราศีอะไรกัน? พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามีของแบบนั้นที่ไหนกัน?”
“ไม่ต้องโกหกแล้ว ลูกชายข้าบอกว่าลูกชายท่านเอาไปอวดใครต่อใครที่โจวเสวีย ยามนี้มีบัณฑิตในโจวเสวียคนไหนที่ไม่รู้ว่าบ้านเจ้ามีชุดสิบสองราศีงั้นรึ? พรุ่งนี้อย่าลืมเอามาให้พวกข้าดูด้วยว่าเป็นสิ่งของอย่างไรกันแน่ถึงทำให้ทุกคนยกย่องกันปานนี้”
บิดาของอวี๋จิ้งฉี “…”
เจ้าลูกดื้อนั่นไม่เคยบอกเขานี่นา!
ตกเย็นเมื่อกลับไปถึงเรือน บิดาของอวี๋จิ้งฉีก็ถามถึงเรื่องนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา
อวี๋จิ้งฉีใจหายวาบ “ท่านพ่อ ชุดสิบสองราศีอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่อง…”
บิดาเขาก็จริง ๆ เลย เร็วไม่ถาม ช้าไม่ถาม ตอนนี้สิ่งของไม่ได้อยู่ที่เขาแล้ว ถามขึ้นมาจะได้อะไร?
บิดาของอวี๋จิ้งฉีมองท่าทางร้อนตัวของลูกชาย “ตั้งแต่เล็กจนโต เจ้ายกบั้นท้ายหันไปทางไหน ข้าล้วนดูออกว่าเจ้าคิดจะผายลมอันใดออกมา อย่าพูดเหลวไหล ข้ารับปากเพื่อนร่วมงานแล้วว่าพรุ่งนี้จะเอาไปด้วย ข้าเป็นพ่อเจ้า ข้ายังจะฮุบของของเจ้าอีกหรือ?”
“ท่านไม่ฮุบ แต่คนอื่นฮุบไปแล้วนี่นา…” อวี๋จิ้งฉีพึมพำ
“เจ้าว่าอะไรนะ?” บิดาของเขาได้ยินไม่ชัด
อวี๋จิ้งฉีพูดจาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “ไม่มีอันใดขอรับ แต่…แต่ว่าของไม่ได้อยู่ที่ข้าแล้ว…”
“เป็นของของเจ้าไม่ใช่รึ ทำไมจะไม่อยู่ที่เจ้า?”
“ถูกคนแย่งไปแล้ว”
บิดาของอวี๋จิ้งฉี “…”
ถูกคนแย่งไปแล้ว?!
เจ้าเด็กไม่ได้เรื่องคนนี้เป็นลูกชายของเขาได้อย่างไร?
“ใครแย่ง?” เขาถาม
“แซ่เจียง…”
บิดาของอวี๋จิ้งฉีนึกไม่ออกว่าเป็นใคร “ใครนะ?”
“เจียงจิ่งถง”
บิดาของอวี๋จิ้งฉี “…”
เอาเถอะ ลูกชายเขาต่อยตีสู้คนผู้นั้นไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
เขายังไม่อยากให้ลูกชายคบหากับคนผู้นั้น เพราะเกรงว่าจะพาลพาไปหาผิด
วันรุ่งขึ้น
บิดาของอวี๋จิ้งฉีเพิ่งไปถึงที่ทำการมณฑลก็มีคนเดินมาตบไหล่พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เขา “มิน่าล่ะถึงไม่ยอมรับว่าชุดสิบสองราศีอยู่ที่ท่าน ที่แท้ก็เอาไปประจบข้าหลวงฉินนี่เอง”
“อะไรนะ?”
“อย่าแกล้งโง่ไปเลยน่า ข่าวแพร่ออกมาแล้ว” คนผู้นั้นทำทีพยักพเยิดไปด้านในแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้างในไม่ได้มีแค่ข้าหลวงฉินคนเดียวหรอกนะ พวกข้าก็ได้เห็นชุดสิบสองราศีนั้นแล้วเหมือนกัน…”
รอจนบิดาของอวี๋จิ้งฉีเข้าไปในที่ทำการค่อยเข้าใจคำพูดของเพื่อนร่วมงานผู้นั้น ‘ที่แท้ ท่านข้าหลวงฉินก็เอาชุดสิบสองราศีมาอวดทุกคนที่นี่นั่นเอง’
ทุกคนยังจะแสดงท่าทีอย่างไรได้?
ย่อมต้องยกยอปอปั้นกันสุดฤทธิ์สุดเดชอยู่แล้วน่ะสิ
บิดาของอวี๋จิ้งฉี: เจียงจิ่งถงผู้นี้จะเคลื่อนไหวเร็วไปแล้วกระมัง? เมื่อวานเพิ่งแย่งชุดสิบสองราศีมาจากลูกชายเขา วันนี้ก็มาอยู่ในมือของท่านข้าหลวงฉินเสียแล้ว
ตอนเย็นเมื่อกลับมาที่เรือน เขาก็บอกลูกชายว่า “เจ้าไม่ต้องคิดถึงชุดสิบสองราศีนั้นแล้ว ตั้งใจร่ำเรียน สอบให้ได้ตำแหน่งดี ๆ…”
อวี๋จิ้งฉีอยากร้องไห้ “ท่านพ่อ ท่านช่วยทวงคืนมาให้ข้าไม่ได้หรือขอรับ? ข้าชอบชุดสิบสองราศีมากจริง ๆ มันมีแค่ชุดเดียวด้วย ถ้าท่านไปทวง เจ้าคนแซ่เจียงนั่นยังจะกล้าไม่เอาคืนมาให้ท่านอีกงั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าเจียงจิ่งถงเอาชุดสิบสองราศีนั่นไปให้ใคร?” บิดาของเขาถามด้วยสีหน้ารังเกียจ
“ใคร?”
“ท่านข้าหลวงฉิน”
อวี๋จิ้งฉี “…”
มารดามันเถอะ เจ้าหมอนั่นต้มข้า!
“ถ้าเจ้าอยากได้คืนก็ได้ พ่อจะไปทวงคืนให้เจ้า แต่หน้าที่การงานของพ่อเจ้าคงมาถึงปลายทางแล้ว” บิดาถาม “เจ้ายังอยากได้หรือไม่?”
“ถ้าแบบนั้นก็ช่างเถอะ…” อวี๋จิ้งฉีถอนหายใจ “หน้าที่การงานของท่านสำคัญกว่า”
อวี๋จิ้งฉีผู้น่าสงสาร แม้แต่อาจารย์จินยังรู้ว่าชุดสิบสองราศีอยู่ที่เขา อาจารย์คนอื่นที่ต้องการเชยชมก็มาถามหากับเขาเช่นกัน
อวี๋จิ้งฉีย่อมไม่อาจเอามาให้พวกเขาดูได้อยู่แล้ว แต่กลับไม่อาจบอกว่าสิ่งของถูกเจียงจิ่งถงเอาไปกำนัลให้คนอื่น
“ขอโทษขอรับ อาจารย์ วันนี้ข้าไม่ได้เอามาด้วย”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าอย่าลืมเอามาล่ะ เข้าใจไหม?”
“ขอรับ”
……
เพื่อหลบเลี่ยงปัญหา อวี๋จิ้งฉีไม่รู้สึกว่าจูชีน่ารำคาญอีกต่อไป ครั้นมีโอกาสเป็นต้องมาหาเยี่ยนเหออันทันที
เยี่ยนเหออันเห็นว่าเขามาแล้วก็ไม่พูดไม่จา ท่าทางเซื่องซึมไม่ร่าเริงเหมือนในอดีตก็ประหลาดใจ “เจ้าเป็นอะไรไป คงไม่ได้ไปเดิมพันกับคนอื่นแล้วแพ้มาหรอกนะ?”
จูชีที่กำลังอ่านตำรายืดคอเหลียวมองมาทางนี้
“ถ้าแพ้เดิมพันก็ยังดี แต่มันแย่กว่านั้นเสียอีก” อวี๋จิ้งฉีทอดถอนใจแล้วเล่าเรื่องชุดสิบสองราศีนั้นออกมา
เยี่ยนเหออันอึ้งไป คิดไม่ถึงว่าผ่านไปแค่ไม่กี่วัน แต่กลับมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเช่นนี้
เขาทราบว่าช่วงนี้สหายร่วมสำนักกำลังวิพากษ์วิจารณ์ชุดสิบสองราศี จนถึงขั้นเลียนแบบชุดสิบสองราศี แต่คิดไม่ถึงว่าสิ่งของไม่อยู่ในมืออวี๋จิ้งฉีแล้ว แต่กลับไปอยู่ในมือท่านข้าหลวงฉิน?
“แล้วตอนนี้เจ้าจะทำอย่างไร? อาจารย์บอกให้เจ้านำมาด้วยในวันพรุ่งนี้ เจ้าก็รับปากไปแล้ว…”
“ข้าไม่รู้” อวี๋จิ้งฉีคอตก ไร้เรี่ยวแรง “ล้วนเป็นเพราะเจ้าเจียงจิ่งถง ถ้าหมอนั่นไม่ได้หลอกข้าก็คงไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น เจ้าว่าตอนนี้ข้ายังบอกออกไปได้งั้นหรือว่าชุดสิบสองราศีอยู่ที่ท่านข้าหลวงฉิน? ถ้าพูดไปพวกเขาก็คงไม่เชื่ออยู่ดีว่าพ่อข้าไม่ได้เป็นคนเอาไปให้…”
ตอนนี้ยังมีคนเสียดสีบิดาของเขาว่าประจบท่านข้าหลวงฉิน
ทุกคนล้วนประจบกันเป็นปกติ แต่มีใครเต็มใจถูกคนอื่นข่มด้วยหรือ?
บิดาของอวี๋จิ้งฉีมีทุกข์ยากจะระบาย: ข้าพูดได้งั้นรึว่าข้าไม่ได้เป็นคนเอาของไปกำนัล?
กำลังกลุ้มใจอยู่ ปัญหาก็มาเยือนถึงที่
อาโม่เข้ามารายงาน “คุณชาย คุณชายเจียงมาหาคุณชายอวี๋ที่เรือนพวกเราขอรับ”
คนทั้งสามในห้องมีสีหน้างุนงง: เจียงจิ่งถงมาทำอะไรที่นี่?
เจียงจิ่งถงเข้ามาแล้วก็ทักทายทุกคนเล็กน้อย จากนั้นกล่าวกับอวี๋จิ้งฉีว่า “ข้าตามหาเจ้าเสียทั่วแล้วก็ไม่เจอจึงคิดว่าเจ้าน่าจะอยู่ที่นี่ เจ้าก็อยู่ที่นี่จริง ๆ รู้เช่นนี้น่าจะมาหาเจ้าที่นี่แต่แรก”
วาจานี้วกวนอยู่บ้าง แต่อวี๋จิ้งฉีเข้าใจ เขากล่าวเสียงห้วน “เจ้ามาหาข้าทำไม? หลอกเอาชุดสิบสองราศีของข้าไปยังไม่พอ ยังคิดจะมาเอาเปรียบข้าอีกอย่างนั้นรึ?”
“ข้าตั้งใจมาคุยเรื่องนี้กับเจ้า วันนั้นข้าเอากลับไปที่เรือนก็ลืมทิ้งไว้บนโต๊ะ ปรากฏว่าน้องสาวข้ามาเห็นเข้า นางเอาไปให้แม่ข้าดู ท่านเขยมากินข้าวที่บ้านข้าด้วยพอดี เห็นแล้วก็…” เจียงจิ่งถงหงายมือด้วยท่าทางจนปัญญา “เรื่องหลังจากนั้นเจ้าก็รู้แล้ว ของอยู่ในมือท่านเขย ข้าอยากทวงคืนก็จนปัญญา”
“เฮอะ! เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้า?”
“เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง เรื่องก็กลายเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย วันหน้าถ้ามีโอกาส ข้าค่อยชดเชยให้เจ้า ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจเจ้า”
“เฮอะ!” อวี๋จิ้งฉีแสดงท่าว่าไม่อยากรับน้ำใจ
เจียงจิ่งถงเห็นเช่นนั้นก็ไม่พูดพร่ำ พูดสิ่งที่ควรพูดจบแล้วก็จากไป
จูชีเห็นอีกฝ่ายจากไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ ลูบอกตัวเองพลางเอ่ยว่า “ฮู่ว…ตกอกตกใจหมด ข้านึกว่าเขาจะมาอัดข้าเสียอีก
เยี่ยนเหออันหลุดขำ “เขาตีเจ้าไปแล้วหนหนึ่ง ขอเพียงเจ้าไม่ไปยั่วโทสะเขา เห็นเขาแล้วรู้จักหลีกเลี่ยง เขาก็ไม่มาตีเจ้าเป็นหนที่สองหรอก”
“แต่ข้าก็ยังกลัวอยู่ดีนี่ รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยมีเหตุผล…” กล่าวถึงตรงนี้ จูชีก็ชะงักไป “แต่บอกว่าเขาไม่สนใจเหตุผล เมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะมาขอโทษ”
อวี๋จิ้งฉีตัดบทจูชีอย่างโมโห “แบบนั้นเรียกว่าขอโทษได้ที่ไหน? เห็นได้ชัดว่าทำตัวเป็นโจรร้องจับโจร กล้าทำแต่ไม่กล้ารับชัด ๆ”