ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 825 เจียงจิ่งถง เจ้าคนชั่ว!
บทที่ 825 เจียงจิ่งถง เจ้าคนชั่ว!
“คนที่เจ้าต้องขอบคุณไม่ใช่ข้า แต่เป็นจูต้าเหนียง” เยี่ยนเหออันเอ่ยเตือน
“ฮิฮิ! ข้ารู้แล้ว ข้ายังไม่ได้เจอจูต้าเหนียงนี่นา เจ้าก็ช่วยถ่ายทอดคำพูดให้ข้าหน่อยเถอะ จริงด้วย ยังมีของสิ่งนี้ เจ้าช่วยเอาไปให้จูต้าเหนียงที…” ว่าแล้ว อวี๋จิ้งฉีก็บอกให้เด็กรับใช้เอาถุงผ้าห่อใหญ่มาให้
“นี่คืออะไร?”
“แม่ข้าเตรียมไว้ให้น่ะ เย็นวานข้าเอาเส้นมันเทศกลับไปด้วย คิดไม่ถึงว่าเช้าวันนี้ท่านแม่จะให้ห้องครัวนำมาลวกในน้ำแกงไก่ รสชาตินั้น…เจ้าเคยกินมาแล้ว น่าจะรู้ดี” ยามนี้เพียงคิดถึง อวี๋จิ้งฉีก็ยังจดจำรสชาตินั้นได้ดี
เขาพอจะเข้าใจแล้ว เจ้าเส้นมันเทศนี้ตัวมันเองไม่ได้มีรสชาติอันใด แต่มันจะซึมซับรสชาติของอย่างอื่น ไม่ว่าจะใช้น้ำแกงแบบใดก็จะทำให้มีรสชาติอร่อยกว่าเดิม กอปรกับความเหนียวนุ่มของตัวมันเอง กล่าวได้ว่าบุรุษสตรีเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนรับประทานได้ ไม่มีที่จะไม่โปรดปราน
ทว่าน่าเสียดายที่มันมีน้อย สองชั่งนี้ก็เป็นคนอื่นปันมาให้อีกที
เยี่ยนเหออันพยักหน้า “อืม”
นี่ยังไม่เท่าไหร่ ถ้าบ้านซุ่นเต๋อทำน้ำแกงเปรี้ยวเผ็ดได้เมื่อไหร่ นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าสุดยอด!
น่าเสียดาย จูต้าเหนียงบอกว่าถ้าต้องการทำก๋วยเตี๋ยวเปรี้ยวเผ็ด นอกจากต้อง ‘เปรี้ยว’ แล้ว ยังต้องมีรสชาติ ‘เผ็ด’ อีกด้วย ตอนนี้พวกเขายังไม่มีวัตถุดิบ ต้องรอให้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว…
แต่เรื่องนี้เขายังไม่บอกอวี๋จิ้งฉีชั่วคราว เพราะถ้าอีกฝ่ายอยากได้เหมือนกัน ส่วนที่เขาได้รับก็จะน้อยลงน่ะสิ
กระแสนิยมตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนยังไม่สร่างซา ชุดสิบสองราศีก็โด่งดังขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
ต่างจากก่อนนี้ที่โด่งดังอยู่ข้างนอก ครานี้กลับโด่งดังอยู่ในโจวเสวีย
คนที่เคยเห็นก็จะเอาไปคุยโอ้อวดกับคนอื่นด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ทำให้คนอื่นรู้สึกคันยุบยิบในใจ
“ชุดสิบสองราศีวิเศษวิโสตรงไหน พวกเราใช่ว่าจะไม่เคยเห็นมาก่อน สำนักจิตรกรรมก็มีจิตรกรเยอะแยะ”
“ไม่เหมือนกัน ข้าก็อธิบายไม่ถูก ถ้าเจ้ามีโอกาสได้เห็นก็จะรู้เอง ของสิ่งนั้นดูแวบเดียวก็มองออกว่าต่างจากภาพวาดทั่วไปที่พวกเราคุ้นเคยกัน ถึงจะเป็นคนที่อ่านหนังสือไม่ออกมาเห็นก็ยังต้องชอบ”
“วิเศษอย่างที่เจ้าพูดเชียว?”
“เจ้าเคยเห็นตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนแล้วใช่ไหม? ชุดสิบสองราศีน่าสนใจกว่าอันนั้นเสียอีก”
……
ยิ่งพูดเช่นนี้ก็ยิ่งมีคนอยากเห็น
เมื่อพวกเขาสอบถามจนรู้ว่าชุดสิบสองราศีอยู่ในมือใครก็ตรงมาล้อมอวี๋จิ้งฉีเอาไว้ทันที กดดันให้เขานำสิ่งของออกมาแสดงให้ดู
“สหายอวี๋ อย่าใจแคบไปหน่อยเลยน่า เอาออกมาให้ทุกคนชมดูหน่อยเถอะ”
“ใช่แล้ว ดีชั่วอย่างไรพวกเราก็เป็นสหายร่วมสำนักกันนะ ข้าไม่แย่งเจ้าหรอก”
“สหายอวี๋ ปกติข้าก็ดูแลเจ้าดีอยู่ใช่ไหม? เห็นแก่มิตรภาพของพวกเรา…”
……
บ้างข่มขู่ บ้างอ้างความสัมพันธ์
บริเวณประตูห้องเรียนมีคนมาออกันแน่นขนัด
อาจารย์จินเดินผ่านมาเห็นก็เข้าใจว่าพวกลูกศิษย์กำลังมีเรื่องอะไรกันจึงรีบวิ่งมาทางนี้ “เอ๊ะ พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ? ที่นี่คือโจวเสวีย ใครกล้าก่อเรื่อง!”
“ช่วยด้วยขอรับ อาจารย์จิน พวกเขาจะแย่งชุดสิบสองราศีของข้า!” อวี๋จิ้งฉีได้ยินเสียงอาจารย์ก็ร้องเสียงดังโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
คนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนั้นก็รีบอธิบาย “เปล่านะขอรับ อาจารย์จิน พวกข้าไม่ได้จะมาแย่งชุดสิบสองราศี พวกข้าแค่อยากเห็นเท่านั้นเอง”
“ใช่ แค่อยากดูจริง ๆ ขอรับ”
“อวี๋จิ้งฉีหวงของเกินไปแล้ว พวกข้าขอร้องมาครึ่งค่อนวันแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมเอาออกมาให้ดู”
……
อวี๋จิ้งฉีกล่าวอย่างโมโห “ก็ต้องไม่เอาออกมาอยู่แล้วน่ะสิ คราวก่อนตอนที่ข้าเอาออกมาให้ดูก็หวุดหวิดจะทวงคืนมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครทำน้ำหมึกหกใส่ ยังดีที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ว่างพอดี ไม่อย่างนั้นชุดสิบสองราศีของข้าคงพินาศแล้ว…”
“ชุดสิบสองราศีอะไรกัน?” อาจารย์จินถามอย่างสงสัย
“อาจารย์จิน ท่านไม่เคยได้ยินหรือขอรับ?!” อวี๋จิ้งฉีตะลึง แล้วเล่าตั้งแต่เรื่องตั๋วขอบคุณที่อุดหนุนมาจนถึงชุดสิบสองราศี
คนอื่นยังช่วยพูดเสริมให้จากข้าง ๆ
ในไม่ช้า อาจารย์จินก็เข้าใจความเป็นมาของเรื่องราว
พอได้ฟังทุกคนพูดเช่นนี้ ในใจเขาก็คันยุบยิบขึ้นมาเช่นกัน โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินว่าชุดสิบสองราศีที่ทุกคนอยากเห็นนักหนานั้นอยู่ในมืออวี๋จิ้งฉีนี่เอง
แทบจะไม่ลังเลเลยสักนิด เขาบอกให้อวี๋จิ้งฉีนำออกมาให้ดูว่าตกลงแล้วเป็นของอย่างไรกันแน่ถึงทำให้ผู้คนร่ำร้องอยากดูเช่นนี้
อวี๋จิ้งฉี “…”
ข้าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ไม่ง่ายเลยกว่าจะทวงชุดสิบสองราศีของตนมาจากอาจารย์จินได้ อวี๋จิ้งฉีพบว่าตนเองถูกเจียงจิ่งถงดักไว้เสียแล้ว
เขากอดชุดสิบสองราศีเอาไว้ จงใจหลีกเลี่ยงสหายร่วมสำนักที่พักอยู่ในโจวเสวีย ใช้เส้นทางเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ทว่า…
“เจียงจิ่งถง?” อวี๋จิ้งฉีมองเจียงจิ่งถงที่มาดักอยู่ตรงหน้าตนเอง ในใจมีลางสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่
คนอื่นเขาอาจหนีพ้น แต่เขาจะหนีจากคนผู้นี้ได้อย่างไร?!
“อืม!” เจียงจิ่งถงเชิดคางขึ้นอย่างถือดี “ในมือเจ้าก็คือชุดสิบสองราศีนั่น?”
“อื้อ”
“เอามาให้ข้าดูซิ”
“ตอนนี้มืดแล้ว ข้ารีบ…” อวี๋จิ้งฉีมีท่าทางลังเล อยากหาข้ออ้างปลีกตัวไปจากตรงนี้
“อย่ามาพูดไร้สาระ เอามานี่” เจียงจิ่งถงสั่งด้วยสีหน้าเย็นชา
อวี๋จิ้งฉีถูกดุจนก้มหน้างุด ส่งไปให้แต่โดยดี ตอนยื่นออกไปยังไม่วายกำชับ “เจ้าระวังหน่อยนะ บนโลกนี้มีแค่ชุดเดียวเท่านั้น จูต้าเหนียงบอกว่าต่อไปจะไม่ให้เหออันกับเจ้าหมอนั่นทำอีกแล้ว ชุดนี้เป็นชุดสุดท้าย…”
“พูดมาก!” เจียงจิ่งถงกลอกตา แต่ก็หยิบจับอย่างระมัดระวังกว่าเดิม
เขารับชุดสิบสองราศีมาจากมืออวี๋จิ้งฉีแล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง
ฉับพลันนั้นก็ต้องประหลาดใจ “นี่ก็คือชุดสิบสองราศี?”
ต่างจากที่เขาคาดคิดไว้
แม้จะมีคนในโจวเสวียเคยเห็นมาแล้ว ทั้งยังบรรยายให้ฟัง แต่แทบไม่มีใครอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าชุดสิบสองราศีมีหน้าตาอย่างไรกันแน่
สรุปได้ว่า มันค่อนข้างต่างจากลักษณะภาพวาดที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ เหมือนจะเป็นการวาดภาพรูปแบบใหม่…ประการสำคัญไม่ใช่ทักษะการวาด แต่เป็น ‘ความคิดสร้างสรรค์’
ย้อนคืนสู่ความเรียบง่าย แฝงกลิ่นอายปราชญ์ที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน
“อืม!” อวี๋จิ้งฉีพยักหน้า ทั้งยังชะโงกหน้าเข้ามาหา “เป็นอย่างไรบ้าง พิเศษมากเลยใช่ไหม? ข้าโตมาจนป่านนี้ก็เพิ่งจะเคยเห็นภาพแบบนี้เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะตัวอักษรที่อยู่ข้าง ๆ นั้นน่าสนใจทีเดียว…”
เจียงจิ่งถงมองอยู่เป็นนาน
อวี๋จิ้งฉีทวงคืนหลายครั้ง แต่เจียงจิ่งถงก็ยังไม่ตกลง
อวี๋จิ้งฉีร้อนใจ ‘เจ้าหมอนี่คงไม่ได้คิดจะแย่งของของข้าหรอกนะ?’
ไม่ผิดจากที่คิด เจียงจิ่งถงม้วนภาพเสร็จก็เก็บไว้ในอกเสื้อทันที
อวี๋จิ้งฉีร้อนใจแทบตาย “เจียงจิ่งถง เจ้าทำอะไร?!”
“ข้าขอยืมก่อนสักหลายวัน”
“ยืม?!” อวี๋จิ้งฉีสะดุ้งโหยง ผู้ใดจะรู้ว่าเขาจะ ‘ยืม’ ไปกี่วันกันแน่?
ถ้ายืมแล้วลืมจะทำอย่างไรเล่า?
เขายื้อแขนเสื้อเจียงจิ่งถง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไป “ไม่ได้ เจียงจิ่งถง ของสิ่งนี้ไม่อาจให้เจ้ายืม ข้ามีแค่ชุดเดียวเท่านั้น”
เจียงจิ่งถงอยากสะบัดออก สีหน้าไม่พอใจ “ทำไม? ข้ายังจะฮุบของของเจ้าอีกงั้นรึ?”
“ให้ยืมไม่ได้จริง ๆ”
“ทำไมถึงไม่ได้? ไม่กี่วันก็เอามาคืนแล้ว”
“ไม่ได้ วันเดียวก็ไม่ได้”
“ระวังข้าจะอัดเจ้า”
“ต่อให้อัดก็ไม่ให้ยืม”
……
น่าเสียดายที่อวี๋จิ้งฉีไม่ใช่คู่มือของเจียงจิ่งถง ฝ่ายตรงข้ามแกล้งทำท่าทางข่มขู่ อวี๋จิ้งฉีหลงเชื่อ พอลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นเงาคนเสียแล้ว
อวี๋จิ้งฉียืนอยู่ที่เดิม โมโหเหลือประมาณ “เจียงจิ่งถง เจ้าคนชั่ว!”
ทำไมเขาถึงโชคร้ายได้ขนาดนี้ ต้องมาเจอะเจอคนอย่างเจ้าหมอนี่?!