ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 834 ข้าปวดท้องเหลือเกิน
บทที่ 834 ข้าปวดท้องเหลือเกิน
หลิวซื่อเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “ข้าไม่กลับ เขาเมาแล้ว หากกลับไปข้ามั่นใจว่าเขาคงได้เมาอาละวาด ข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะหลับ”
“เช่นนั้นท่านก็อยู่ไป ข้าจะเข้าครัวไปล้างจาน”
หลิวซื่อปัดมือไล่ให้นางรีบไป
ไม่นานก็เหลือเพียงหลิวซื่อนั่งตามลำพังในห้องอันเงียบงัน
นางคว้าจานเมล็ดแตงโมบนโต๊ะแล้วนั่งแทะอย่างสบายอารมณ์
ช่วงที่แม่สามีไม่อยู่ช่างดียิ่ง ต่อให้ไม่ทำงานก็ไม่มีใครต่อว่า
เหอะ… หวังว่าแม่สามีจะยืดเวลาที่จะกลับมา นางจะได้อยู่สบายให้นานกว่านี้อีกหน่อย
สิ่งแรกที่จะทำคือจัดการเมล็ดแตงโมพวกนี้!
หลี่ซื่อกับหลินซื่อเก็บกวาดเสร็จพอดีกับที่นางแทะเมล็ดแตงโมหมด หลิ่วซื่อเองก็เพิ่งกลับมาจากการดูแลจูเหล่าโถวเช่นกัน
พวกนางยังไม่ได้กลับไปดูแลสามีตนเอง จึงพากันแยกย้ายกลับห้อง
หลี่ซื่อชี้แนะว่า “พี่สะใภ้รอง ท่านเองก็กลับไปดูแลที่รองเถอะ เขาเมาหนักคงไม่สบายตัว ถ้าท่านไม่ดูแลเขาตอนนี้แล้วจะดูแลเขาตอนไหน เขาตื่นมาแล้วรู้ว่าท่านดูแลเขาทั้งที่ท้องโตก็คงจะซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของท่าน”
“ก็ได้ ๆ ข้ากลับแล้ว” หลิวซื่อเหลืออด
นางรู้สึกว่าคนเช่นนี้น่าหงุดหงิดนัก เรื่องดีไม่นึกถึงนาง เรื่องร้ายกลับเรียกหาแต่นาง
เมื่อพวกนางจากไป หลิวซื่อไม่เพียงแต่ไม่กลับห้องเท่านั้น แต่ยังเอาแต่วนเวียนแถวเรือนไปเรื่อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าพวกนางกลับเรือนและคงไม่ออกมาอีก นางก็คิดอยากหาใครสักคนพูดคุยด้วยแต่ก็ไม่พบใคร
ในที่สุดนางก็จนใจและเหนื่อยล้า จึงทำได้เพียงเดินเอื่อยเฉื่อยกลับเรือน
ตอนนี้เองที่นางตกตะลึงเมื่อบนเตียงไม่ได้มีเพียงจูเอ้อร์เท่านั้นที่นอนอยู่ แต่ยังมีเปี้ยนชิวอิ่งด้วย!
“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้!”
เห็นเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วแล้ว หลิวซื่อก็แทบทรุดลง
ก่อนหน้านี้หลี่ซื่อยัง ‘ปลอบ’ นางว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ท้ายที่สุดผ่านไปเพียงมื้อเดียว พวกเขาก็หลับนอนด้วยกันแล้วหรือ!
“ข้า…” เปี้ยนชิวอิ่งค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่น นางคว้าผ้าห่มพร้อมร้อง ‘โฮ’ ออกมา
“ยังจะมาร้องไห้อีกหรือ! เจ้านอนกับสามีข้าแล้วยังจะร้องไห้อีกหรือ นังจิ้งจอก! คอยดูเถอะว่าข้าจะตีเจ้าเจียนตายได้ไหม” หลิวซื่อโมโหเดือดดาลและพังข้าวของในบ้านคล้ายพยายามหาบางอย่าง
หลังค้นหาอยู่นานก็ยังไม่พบสิ่งที่จะใช้การได้ ไม่เจอแม้แต่กาน้ำชา
ไม่มีทางเลือกนอกจากหยิบรองเท้าที่พื้นขึ้นเขวี้ยงใส่เปี้ยนชิวอิ่ง
เปี้ยนชิวอิ่งกลัวจนส่งเสียงกรีดร้อง “กรี๊ด ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย พี่สะใภ้รองบ้าไปแล้ว นางจะฆ่าข้า…”
เสียงดังโหวกเหวกเช่นนี้ไม่มีทางที่บ้านใกล้เรือนเคียงจะไม่ได้ยิน
หลิ่วซื่อ หลื่ซื่อ และหลินซื่อรีบวิ่งเข้ามา ทันทีที่เปิดประตูออกก็เห็นฉากโกลาหล หลิวซื่อท้องโตปีนขึ้นเตียงข้ามตัวจูเอ้อร์ไป หมายจะไปสั่งสอนเปี้ยนชิวอิ่งที่นอนอยู่ด้านในให้รู้สำนึก
เสื้อผ้าของเปี้ยนชิวอิ่งแทบขาดด้วยฝีมือหลิวซื่อ ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว
เป็นเวลาเดียวกับที่จูเอ้อร์ที่นอนคั่นกลางตื่นขึ้นมาเพราะเสียง ‘อึกทึก’
เขาเห็นคนคร่อมตนเองอยู่ก็ผลักออกตามสัญชาตญาณ
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลิวซื่อ นางนั่งคุกเข่าหันหน้าเข้าอยู่ขอบเตียง เมื่อถูกผลักจึงหงายหลังล้มลงไปกับพื้น
“โอ๊ย”
คราวนี้เป็นหลิวซื่อที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บ
ไม่ต้องเอ่ยว่าสีหน้านางซีดเผือดเพียงใด หลิ่วซื่อ หลื่ซื่อ และหลินซื่อที่เห็นเหตุการณ์ต่างหน้าถอดสีด้วยความตกใจ “หลิวซุ่ยซุ่ย”
พวกนางรุดเข้ามาด้านใน แต่เพราะมีโต๊ะขวางอยู่จึงขยับตัวได้ไม่ถนัด แม้อยู่ใกล้ก็เสมือนอยู่ไกลสุดขอบฟ้า
หลิวซื่อกำลังจะร่วงจากเตียงลงพื้น มือหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่อกเสื้อของนาง
เมื่อมองเจ้าของมือนั้นก็พบว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจูเอ้อร์ เขาใจหายเสียจนสร่างเมาและหน้าไร้สีเลือด
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจะถอนหายใจโล่งอก เสื้อผ้าที่จูเอ้อร์คว้าไว้ก็ปริ…
ปริหรือ!
ที่แท้อากาศก็ร้อนเกินไป หลิวซื่อตั้งท้องอยู่จึงทนไม่ไหว ทำให้นางสวมเสื้อชั้นนอกที่บางขึ้น
ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าเนื้อบางจึงไม่สามารถแบกรับน้ำหนักตัวของนางได้ ทำให้…
“ขาดแล้ว…”
เนื้อผ้าบาง ๆ บริเวณที่จูเอ้อร์จับไว้ฉีกออกทันที
หลิวซื่อร่วงลงไปอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ไม่ทันได้ถึงพื้น คนที่อยู่ใกล้สุดก็พุ่งมาเอาตัวรองรับไว้
“อ๊ะ…” หลี่ซื่อหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ “พี่สะใภ้ใหญ่ สะใภ้ห้า รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า โอ๊ย แขนข้าจะหักอยู่แล้ว”
อันที่จริงไม่ต้องร้องเรียก ทั้งคู่ก็ปรี่มาช่วยอยู่แล้ว
แม้เตียงของบ้านสกุลจูจะไม่สูงนัก แต่ด้วยน้ำหนักของหลิวซื่อที่กดทับลงมาก็ทำให้หลี่ซื่อเจ็บแขนไม่น้อย
หลิ่วซื่อกับหลินซื่อช่วยประคองหลิวซื่อขึ้น ก่อนคว้าหมอนและเบาะมาปูพื้นให้หลิวซื่อนั่ง
“สะใภ้รอง เป็นอะไรหรือไม่ เจ็บตรงไหนบ้างไหม?” เห็นหลิวซื่อเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งเป็นห่วงว่าจะแท้งลูก
กล่าวกันว่าเจ็ดเดือนรอด แปดเดือนลูกผีลูกคน แม้หลิวซื่อจะใกล้คลอดแล้วแต่ก็ยังคาบเกี่ยวเวลานี้ หากว่า…
หลิวซื่อตกใจที่ตนเองล้ม คนอื่นจะถามหรือไม่ถามว่าเป็นอย่างไรนางก็ยังโพล่งออกไปว่า “เจ็บ… พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าปวดท้องมาก…”
น้ำตาไหลรินลงมาทันใด
นางจับมือหลิ่วซื่อแล้วคร่ำครวญ “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าปวดท้องเหลือเกิน ฮือ… ลูกข้าจะตายไหม?”
“อย่าพูดเหลวไหล สุขภาพดีเพียงนี้แล้วลูกเจ้าจะตายได้อย่างไร พ่นน้ำลายออกมาเสีย ถุย ๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ…” หลิ่วซื่อกล่าวปลอบ
จูเอ้อร์ได้ยินว่านางอาจแท้งลูก ไฉนเลยจะนอนอยู่เฉยได้ เขากลิ้งตัวลงมาจากเตียงทันที “ซุ่ยซุ่ย รีบพ่นออกมาเร็วเข้า ถุย ๆๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ!”
ทันทีที่หลิวซื่อเห็นเขา นางก็เอื้อมมือผลักเขาด้วยความโมโห “ไสหัวไปซะ! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า น่ารำคาญ!”
“ก็ได้ ข้ามันน่ารำคาญเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า… ซุ่ยซุ่ย อย่าโกรธเลย ลูกเราสำคัญที่สุด…” เขาเกรงว่านางจะแท้งลูกเพราะอารมณ์โมโห
ทว่ายิ่งเขาพูดนางก็ยิ่งโกรธ “ลูกข้า ไม่เกี่ยวข้องกับท่าน ท่านเป็นคนทิ้งข้าไป”
“โธ่ พี่รอง อย่ามาทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้นเลย รีบออกไปเรียกคนมาช่วยเถิด” หลี่ซื่อข่มความเจ็บแขน นางเองก็วิตกเช่นกัน “ตามหมอมาที อย่าช้า…”
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” ไม่รู้ว่าเขายังสร่างเมาไม่เต็มที่หรือเพราะรีบเกินไป เมื่อออกไปจึงหัวโขกเข้ากับกรอบประตู
พี่น้องคนอื่น ๆ อย่างจูต้า จูซื่อ จูอู่ได้ยินเสียงโหวกเหวกเช่นกัน พวกเขาค่อย ๆ ได้สติตื่นขึ้นมารวมตัวกันหน้าเรือน
เมื่อเห็นจูเอ้อร์เร่งรีบออกไปจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกเขาถึงได้ละเมอได้ยินเสียงตะโกนอย่างกับมีใครตาย
“ก็แทบไม่ต่างกับมีคนตาย ซุ่ยซุ่ยเหมือนจะแท้งลูก!” จูเอ้อร์เอ่ยเสียงสั่น