ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 845 ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าท่า ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 845 ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าท่า ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
บทที่ 845 ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าท่า ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
นางตวาดเสียงสั่น “ข้าแต่งเข้าสกุลจูมาหลายปี ความดีและความทุ่มเทที่ข้าทำลงไปทั้งหมด ท่านทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร”
“หรือตอนนี้สกุลจูมีเงินและความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้วจึงไม่ต้องการข้าอีกต่อไป คิดจะขับไล่ไสส่งข้าแล้วพานังจิ้งจอกมาแทนที่ข้า”
“ถ้ากล้าทำอย่างนั้นกับข้า ข้าจะผูกคอตายต่อหน้าสกุลจูแล้วกลายเป็นผีร้ายตามหลอกหลอนไม่ไปไหน”
……
ไม่มีใครเคยเห็นหลิวซื่อเป็นเช่นนี้มาก่อน ในสายตาของทุกคน นางเป็นเพียงผู้หญิง ‘เสแสร้ง’ เล็กน้อยและเจ้าแผนการไปสักหน่อย ทว่าตอนนี้นางกลับดู ‘เสียสติ’ เต็มที
ท่าที ‘สิ้นสติ’ ด้วยความเกลียดชังทุกคนจนอยากจะฉีกทึ้งนั้นทำให้หลี่ซื่อและหลินซื่อที่อยู่ด้วยกันมานานปวดใจไม่น้อย
หลี่ซื่อสะบัดมือจากจูซื่อแล้วเดินมาด้านหน้า “พี่สะใภ้รอง ไม่มีใครพยายามไล่ท่านออกไปได้ ไม่ต้องเป็นห่วง ต่อให้ท่านแม่ไม่อยู่ก็ไม่มีใครไล่ท่านออกไปได้ ท่านทำเพื่อสกุลจูมามากอย่างที่ท่านบอก ท่านแต่งงานเข้าสกุลจูมาหลายปี ให้กำเนิดลูกชายให้ ทั้งยังไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ไม่มีใครสามารถไล่ท่านออกไปได้…”
“แต่เจ้าเพิ่งพูดจาปกป้องนังจิ้งจอกนี่ไม่ใช่หรือ” หลิวซื่อตาแดงก่ำ
หลี่ซื่อตาแดงไม่ต่างกัน “ข้าเปล่า ข้าเพียงแค่ต้องการให้ท่าน…”
นางเหลือบมองเห็นกาน้ำชาบนโต๊ะจึงเปลี่ยนคำพูด “ใช่แล้ว เพียงต้องการให้ท่านดื่มน้ำแล้วเราจะได้ค่อย ๆ พูดจากัน”
หลินซื่ออยู่ใกล้โต๊ะที่สุดจึงรีบไปรินน้ำให้ “ใช่แล้ว พี่สะใภ้สี่เพียงต้องการให้ท่านจิบน้ำสักหน่อย แล้วเราค่อยพูดค่อยจากัน…”
ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังยัดแก้วน้ำใส่มือหลิวซื่อและบอกให้ดื่ม
หลิวซื่อจ้องแก้วน้ำอยู่นาน ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
เปี้ยนชิวอิ่งดูสถานการณ์แล้วกังวลว่าจะไม่เป็นผลดีกับตนเองจึงบอกเสียงค่อย “ใช่แล้ว พี่สะใภ้รอง ดื่มน้ำสักหน่อย มาค่อยพูดค่อยจากันเถิด…”
เมื่อได้ยินเสียงนาง หลิวซื่อก็อารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่ซื่อตกใจกลัวว่าหลิวซื่อจะโผไป ‘ทึ้ง’ เปี้ยนชิวอิ่งอีกครั้ง
นางเองก็เกลียดชังเปี้ยนชิวอิ่งจนอยากจะทุบตีอีกฝ่าย ทว่าตอนนี้จูเอ้อร์เข้าข้างเปี้ยนชิวอิ่ง หลิวซื่อยิ่ง ‘อาละวาด’ มีแต่จะทำให้จูเอ้อร์นึกต่อต้าน
เวลาเช่นนี้จำต้องใจเย็นลงก่อน ค่อยคิดหาทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป
อย่าว่าแต่คิดหาทางแก้ไขเลย เพราะแม้แต่จะทำให้หลิวซื่อที่โวยวายสงบลงได้ นางยังไม่มีปัญญา
“พี่สะใภ้รอง อย่าไปสนใจนางเลย นางเคยแต่งงานและมีมลทิน ต่อให้ตั้งท้องลูกพี่รองแล้วจะอย่างไรเล่า อุ้มท้องทั้งที่ไม่ได้แต่งงาน เข้ามาในบ้านก็เป็นได้เพียงอนุ…” หลี่ซื่อบอกเสียงหนักแน่น “นางเทียบไม่ได้กับท่านเลย ไม่มีทางแย่งตำแหน่ง ‘พี่สะใภ้รองจู’ ไปจากท่านได้เด็ดขาด”
เปี้ยนชิวอิ่งใจเสียขึ้นมาทันที นางรีบโผเข้าหาจูเอ้อร์ “พี่จูเอ้อร์…”
ในสถานการณ์เช่นนี้นางไม่อาจออกตัวและโวยวายใส่สกุลจูได้ หากต้องการหาเรื่องใครก็ควรให้เขาทำ
หากนางโวยวายไปจะไม่กลายเป็นคนโง่เง่าเหมือนภรรยาของจูเอ้อร์หรือ?
จูเอ้อร์นิ่วหน้า “เมียเจ้าสี่ พูดอย่างนั้นได้อย่างไร ใครมีมลทินกัน?”
หลี่ซื่อเอ่ยทั้งที่ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า “หลับนอนกับสามีคนอื่นและตั้งท้องก่อนแต่งงาน ต่อให้มีเหตุผลก็ยังมีมลทินอยู่ดี หากพี่รองเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ถูกต้องก็ลองนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าแล้วถามคนอื่นดู”
จูเอ้อร์ย่อมรู้ว่าเป็น ‘ความจริง’ ทว่าไม่ต้องการได้ยินคนในครอบครัวพูดจาเช่นนี้ใส่แม่นางเปี้ยน เขาจึงกล่าวปกป้องนาง “ใช่ว่านางเต็มใจทำ ข้าเป็นคนบังคับขืนใจนาง…”
“พี่รอง” หลี่ซื่อเอ่ยขัด “ท่านกล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร อยากนำเรื่องนี้ออกนอกบ้านแล้วถามกับผู้คนว่านางไร้เกียรติหรือไม่หรืออย่างไร ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่ ท่านคิดว่าท่านแม่กลับมาได้ยินข่าวลือแบบนี้แล้วนางจะทำอย่างไร”
จูเอ้อร์ชะงัก
หากมารดากลับมาได้ยินข่าวลือเช่นนี้ เกรงว่านางคงอยากทุบตีเขาเจียนตาย
เขาไม่คิดว่านิสัยใจคอของมารดาดีขึ้นแล้วนางคงไม่ตีเขาให้น่วม มีแต่จะตีเขาหนักกว่าที่คิดไว้เสียไม่ว่า!
เปี้ยนชิวอิ่งไม่ได้ ‘ถูกจับใส่ตะกร้าล้างน้ำ’ เขากลับลากตัวเองไปข้องเกี่ยวด้วย ทำเอาเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
จูซื่อเกรงว่าจูเอ้อร์จะโกรธภรรยาตนเองจึงกระแอม “อะแฮ่ม! พี่รอง เรื่องนี้โทษเมียข้าไม่ได้ ท่านทำเรื่องเช่นนี้… ไร้ศีลธรรมเกินไปจริง ๆ! พี่สะใภ้รองเพิ่งคลอดลูกชาย แต่ท่านกับแม่นางเปี้ยนกลับ…”
จูเอ้อร์ไม่มีคำแก้ตัว “ข้าบอกไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ากับนางไร้ความผิด นางก็บอกเอง หากไม่ดื่มจนเมาคงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
“ใครจะรู้เล่า ปากพูดไร้หลักฐาน ตาเห็นคือความจริง ถึงอย่างไรหากชาวบ้านเห็นว่าแม่นางเปี้ยนท้องทั้งที่พี่สะใภ้รองอยู่ไฟยังไม่พ้นเดือน…” จูอู่กลัวว่าจูซื่อจะไม่กล้าเถียงจูเอ้อร์จึงรีบกล่าวสนับสนุน
ดูคล้ายทุกอย่างจะกลับตาลปัตรอีกครั้ง ทุกคนเข้าข้างหลิวซื่อ ถึวอย่างไรมันก็เป็นสิ่งที่นางรู้สึกได้ มือที่ถือแก้วน้ำจึงถูกเจ้าตัวยกดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง
แต่นางรู้สึกว่ายังไม่พอ จึงบอกกับหลินซื่อ “สะใภ้ห้า รินน้ำให้ข้าอีกแก้วที ข้ายังอยากดื่มอีก”
“ได้เลย!” หลินซื่อรีบรินน้ำแก้วใหญ่ให้
หลิวซื่อดื่มไปห้าแก้วรวดกว่าจะหยุดลงได้
ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครถือสาที่นางดื่มเยอะราวกับวัวเคี้ยวหญ้าเพียงนี้ ทุกคนต่างสนใจอารมณ์ของนาง
หลังดื่มเสร็จ นางก็พูดขึ้นว่า “เอาละ ข้าดีขึ้นแล้ว ตกลงจะทำอย่างไรกับจูซุ่นเหวยและนังจิ้งจอกนี่”
ไม่รู้ว่านางกำลังลงโทษตนเองหรือจูเอ้อร์ ถึงได้เรียกชื่อจริงของเขาออกมาห้วน ๆ เช่นนั้น
ทว่านางลืมไปว่า ‘ความหมางเมิน’ แบบนี้จะมีผลแค่กับคนที่มีใจต่อกัน หากได้หมดใจแล้วก็คง…
“ต้องให้ได้อย่างนี้ มีหลายเรื่องที่ควรต้องนั่งลงคุยกัน เจ้าอาละวาดโหวกเหวกแบบนั้นได้อย่างไร ดูไม่เข้าท่าเลย…” จูเหล่าโถวยังโทษหลิวซื่ออยู่บ้าง “เรื่องนี้โทษเหล่าเอ้อร์ไม่ได้! ดูท่าทางของเจ้าสิ อย่างกับหญิงบ้า สามีเจ้าถึงได้หนีไป เจ้าควรเรียนรู้จากแม่นางเปี้ยนเสียบ้าง…”
เดิมทีเขาพูดมาหลี่ซื่อยังคร้านจะสนใจ ทว่ายิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าท่าจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป “ท่านพ่อเองก็ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด”
นางขยิบตาให้หลินซื่อ
วันนี้ข้ากลายเป็นสาวรินชาแล้วหรือ? หลินซื่อบ่นในใจทว่าไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ นางหยิบแก้วใหม่แล้วรินน้ำให้จูเหล่าโถว
“ข้าไม่หิว ข้า… ยังไม่อยากดื่ม” เขาปฏิเสธ
จูอู่ไม่ต้องการให้บิดาพูดพล่ามเช่นกัน จึงพูดว่า “ท่านแม่ไม่ได้บอกเอาไว้หรอกหรือว่าเวลาที่นางไม่อยู่ หากเกิดเรื่องให้เราพี่น้องหารือกัน หากตัดสินใจไม่ได้ค่อยไปหาท่านเจ้าหน้าที่”
“เรื่องนี้คงไม่ต้องไปหาผู้อาวุโสหรือท่านเจ้าหน้าที่หรอกใช่ไหม” จูซื่อเผยสีหน้าเคร่งเครียดพลางเอ่ยต่อไปว่า “เรื่องพรรค์นี้น่าขายหน้าเกินไป ท่านแม่บอกเอาไว้ว่าผู้ชายสกุลเราจะมีอนุได้ก็ต่อเมื่ออายุย่างสี่สิบแล้วยังไร้บุตร แม้แต่ท่านพ่อก็ยังมีไม่ได้ ตอนนี้พี่รองก็มีลูกชายแล้ว แต่เขายังก่อเรื่องไป… มีลูกอีกคน พูดไปก็มีแต่จะอับอาย”
“งั้นเราพี่น้องหารือกันก่อน จะพูดไม่ได้ว่ายังไม่ทันได้คุยกันก็ไปบอกเจ้าหน้าที่ทางการแล้ว เราต้องคุยกันก่อน หากยังหาข้อสรุปไม่ได้ค่อยหาทางอื่น” แน่นอนว่าจูอู่รู้ว่าเรื่องทำนองนี้ ‘น่าอับอาย’ เกินกว่าจะแพร่งพราย ทว่าไม่มีหนทางอื่น หากพวกเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ก็มีเพียงแต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ทางการเข้ามายุ่งเกี่ยว