ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 844 เหตุใดจึงพูดกับข้าเช่นนี้?
บทที่ 844 เหตุใดจึงพูดกับข้าเช่นนี้?
“แต่ข้ารู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว ข้าเคยเป็นอนุของผู้อื่นมาก่อนและไม่คู่ควรกับเขา จึงไม่กล้าเอ่ยปากหรือแสดงออก ทำได้เพียงเก็บซ่อนเอาไว้ในใจเท่านั้น”
“ขอแค่ได้มองเขาเงียบ ๆ และคอยดูแลเขาอย่างนี้ก็พอแล้ว”
“ข้าไปรินน้ำให้ท่าน แท้จริงแล้วก็เพราะกลัวว่าท่านจะคอแห้ง”
“เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้วข้าก็ทั้งยินดีและหวาดกลัว ในที่สุดข้าก็ได้ร่วมเตียงกับท่าน แต่ก็กลัวเพราะรู้ว่าเป็นเรื่องผิด เขาดีเพียงนั้นแล้วข้าจะทำอย่างนั้นกับเขาลงได้อย่างไร”
……
เปี้ยนชิวอิ่งกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า บอกว่าตนเองชั่วช้าหลายครั้งหลายหน ทว่าทุกครั้งก็ไม่ลืมบอก ‘ความรู้สึกลึก ๆ ในใจ’
ไม่มีใครเคยสารภาพรักกับจูเอ้อร์โจ่งแจ้งเช่นนี้ มันทั้งแปลกใหม่และน่าประทับใจสำหรับเขา
เขานิ่งอึ้งอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก
แม้แต่หลี่ซื่อที่มักรับมือได้ดีและจูอู่ที่หัวไวยังสติหลุดไปชั่วขณะ
เปี้ยนชิวอิ่งโยนระเบิด ‘ตั้งท้อง’ มาก็น่าตกใจพอแล้ว นางยังส่ง ‘คำสารภาพรัก’ ออกมาอีก ไม่ใช่ว่ายกไม้ตีนกยวนยาง*[1]หรอกหรือ?
เคราะห์ร้ายที่หลิวซื่อซึ่งเดิมทีนั่งสบายอยู่บนเตียงในห้องพลันเข้าไปได้ยินพอดี ทำให้นางแทบอดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“ในเมื่อรู้ว่าทำเรื่องเช่นนี้กับพี่จูเอ้อร์ของเจ้าไม่ได้แล้วยังจะทำอีกหรือ?” นางไม่สนใจอาหารหรือลูกอีกต่อไป กลับคว้ารองเท้าปรี่เข้ามาผลักเปี้ยนชิวอิ่งล้มลงกับพื้น “นังจิ้งจอก! ข้าว่าแล้วว่าเจ้ามันชั่วช้า ดูหน้าแพศยาของเจ้าสิ ยั่วยวนสามีคนอื่นเช่นนี้สมควรแล้วหรือ เจ้าไม่สมยอมแล้วทำไมยังนอนกับเขา รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่ทำมันต่ำช้าแต่ก็ยังทำลงไป…”
เปี้ยนชิวอิ่งทรุดลงกับพื้น นางไม่ตอบโต้หลิวซื่อ ทำเพียงมองจูเอ้อร์ด้วยดวงตาแดงก่ำที่ฉายแววเศร้าสร้อย
จูเอ้อร์จึงพยุงนางขึ้น “หลิวซุ่ยซุ่ย ทำอะไรของเจ้า?”
“ยังจะถามข้าอีกหรือ ท่านยังมีหน้ามาถามอีกหรือ ท่านทำเองแท้ ๆ” หลิวซื่อโมโหเสียจนกระทืบเท้าพร้อมชี้หน้าเขา “จูซุ่นเหวย ท่านยังมีสติอยู่หรือเปล่า ข้าอุ้มท้องใหญ่โตเพื่อมีลูกชายให้ท่าน แต่ท่านกลับคบชู้กับนังจิ้งจอกลับหลังข้า ทั้งยังผลักข้าจนต้องคลอดก่อนกำหนด รวมหัวกันมานานแล้วน่ะสิ รู้ว่าเจ็ดเดือนรอดแปดเดือนลูกผีลูกคน ถึงได้เลือกลงมือเวลานี้ ฉวยโอกาสตอนท่านแม่ไม่อยู่และไม่มีใครอยู่มาทำร้ายข้า ต้องการทำให้ข้าตายไปพร้อมกับลูก จะได้เอานังจิ้งจอกนั่นมาแทนที่ใช่ไหม!”
เรื่องนี้ร้ายแรงจนจูเอ้อร์ ‘ติดร่างแห’ ไปด้วย
หลี่ซื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกแย่จึงรีบโผไปคว้ามือหลิวซื่อพลางบอกให้ใจเย็น
ทว่ายามนี้หลิวซื่อไฉนเลยจะฟังใคร นางสะบัดมือออกแล้วชี้หน้าด่าหลี่ซื่อ “เจ้าเองก็เหมือนกัน ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ข้าบอกเจ้าแล้วว่านังจิ้งจอกนี่มันชั่ว ถนัดยั่วยวนผู้ชาย แต่เจ้าก็ไม่เชื่อ บอกว่าเป็นเพราะข้าอยู่ว่างทั้งวัน… เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นกับเจ้าจึงยังยืนเฉยเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นได้ใช่หรือไม่”
“ข้า… พี่สะใภ้ ท่านใจเย็นก่อน” หลี่ซื่อโน้มน้าว นางมาช่วยแท้ ๆ แต่พี่สะใภ้กลับแยกแยะ ‘นอกใน’ ไม่ได้เชียวหรือ
“ใจเย็นกับผีน่ะสิ! เจ้าคิดว่าที่นางยั่วยวนสามีข้านั้นไม่เป็นไรหรือ นางอาจยั่วจูเอ้อร์ต่อหน้าแต่ลับหลังก็ไปล่อลวงเจ้าสี่สามีเจ้าก็ได้ เจ้าสี่ของเจ้าอาจถูกนางรวบหัวรวบหางในที่ลับไปนานแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้เล่า” หลิวซื่อเดือดดาลเต็มทีขณะหันไปชี้หน้าต่อว่าจูซื่อ “แนะนำให้เจ้าระวังเจ้าสี่ของเจ้าเอาไว้เถอะ อย่าให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับข้า ต้องร่ำร้องกับฟ้ากับดินจนไม่มีที่ให้คร่ำครวญถึง”
เห็นได้ชัดว่านางอยากจะร่ำไห้ ทว่ากลั้นเอาไว้อย่างไม่ยอมรับใน ‘ความผิดพลาด’
เห็นได้ชัดว่าขนาดจับตามองเพียงนั้น สุดท้ายก็ยังพลาดท่าให้กับนังจิ้งจอก…
จูซื่องุนงงเล็กน้อยและเกรงว่าหลิวซื่อยังไม่ได้สติดี จึงเดินไปบังหลี่ซื่อแล้วดึงนางให้มาอยู่ด้านหลังตน พลางขยิบตาบอกนางว่าไม่ต้องกังวล ให้คอยดูไปก่อน
“พี่จูเอ้อร์ ข้าเปล่า ข้าเปล่าจริง ๆ…” เปี้ยนชิวอิ่งไม่คิดตอบโต้หลิวซื่อ ทำเพียงคว้าอกเสื้อของจูเอ้อร์พลางส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ท่านต้องเชื่อข้านะ พี่จูเอ้อร์ ข้าเปล่าจริง ๆ ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
ด้านหนึ่งคือหญิงสติแตกที่กำลังอาละวาด อีกด้านคือสาวน้อยหน้าตาสะสวยผู้อ่อนโยน ไม่ต้องคิดเลยว่าชายหนุ่มจะเลือกใคร
จูเอ้อร์กล่าวปลอบนาง “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนอย่างไร ข้าเชื่อเจ้า”
“ขอบคุณพี่จูเอ้อร์ ข้าว่าแล้ว ท่านเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก!” เปี้ยนชิวอิ่งซาบซึ้งจึงกล่าวชม
ความเก่งกล้าก่อตัวขึ้นในใจเขา ราวกับว่าเขาคือโลกทั้งใบของหญิงสาวผู้นี้ และทำให้เขาอยากจะคว้าฟากฟ้ามาให้นาง
นี่คือความฉลาดของเปี้ยนชิวอิ่ง ในขณะที่หลิวซื่อเกรี้ยวโกรธอาละวาดไปทั่วราวกับคนบ้า นางเพียงทำตัวเป็นนกน้อยยึดจูเอ้อร์เอาไว้ ปล่อยให้เขาปกป้องต้านพายุให้นาง
เดิมทีนี่เป็นความขัดแย้งระหว่างนางกับหลิวซื่อ ทว่าตอนนี้กลายเป็นระหว่างหลิวซื่อกับจูเอ้อร์แล้ว
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่จูเอ้อร์ไม่พอใจหลิวซื่อ แม้แต่จูเหล่าโถวที่ยืนอยู่ด้านข้างยังนิ่วหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเช่นนี้ “เอาละ! เจ้าโวยวายอะไรกัน แม่นางเปี้ยนยังรู้จักพูดปกป้องสามีเจ้า แต่เจ้าเป็นภรรยาเสียเปล่า กลับไม่คิดพูดเพื่อสามีตนเองเลยหรือ เป็นภรรยาภาษาอะไรกัน”
นี่เป็นการต่อว่าซึ่งหน้าว่าหลิวซื่อทำตัวไม่เหมาะสม
“เหตุใดข้าจึงกลายเป็นคนผิด!” หลิวซื่อตกตะลึงขณะชี้หน้าตนเองแล้วเอ่ยเสียงแข็ง “ท่านพ่อ หมายความว่าอย่างไร ท่านไม่พอใจที่ข้าไม่เป็นภรรยาที่ดีจึงไม่ต้องการข้าอีกแล้วใช่ไหม ข้าเพิ่งตั้งท้องและมีลูกชายให้สกุลจู ท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้ได้ลงคอ ยังเป็นคนอยู่หรือไม่?”
“เจ้าพูดกับข้าแบบนี้ได้อย่างไร!” จูเหล่าโถวถูกด่าต่อหน้าคนอื่นจึงอับอายไม่น้อย
“ข้าพูดกับท่านอย่างไร หากท่านพูดแบบนั้นกับข้าได้ข้าจะพูดแบบนี้กับท่านบ้างไม่ได้หรือ ท่านยังไม่เข้าใจหรือ ลูกชายท่านสิ้นความเป็นคน ข้าอุ้มท้องใหญ่และมีลูกหลานให้สกุลจูของท่าน เขากลับดีนัก ไปคบชู้กับนังจิ้งจอกนั่นลับหลังข้า… ข้าคลอดได้ไม่นานเขาก็จะเอานังนั่นเข้ามาในบ้านแล้ว มันหมายความว่าอย่างไรกัน” หลิวซื่อโวยวาย “โอ๊ย… ข้าจะบ้าตาย! พวกท่านทำแบบนี้กับข้าได้อย่างไร!”
นางแผดเสียงสั่นเครือ
ทว่านางยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ จึงกรีดร้องต่อไปคล้ายต้องการระบายความโมโหที่อัดอั้นในอก
สามีของนางเข้าข้างผู้หญิงคนนั้น น้องสะใภ้ก็ด้วย ตอนนี้แม้แต่พ่อสามียังเข้าข้างนังจิ้งจอก มีใครอยู่ข้างนางบ้าง?
แม่สามีหรือ?
ทว่าตอนนี้เจ้าตัวไม่อยู่ที่นี่
หลิวซื่อพลันรู้สึก ‘โดดเดี่ยว’ ราวกับยืนอยู่ริมผา ไร้ซึ่งผู้ใดปกป้อง นอกเสียจากนางจะต้องสวมเกราะปกป้องตนเอง
[1] ไม้ตีนกยวนยาง หมายถึง การจับคู่รักให้แยกจากหรือเลิกรากัน