ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 853 ฉีกผ้าเช็ดหน้าขาด
บทที่ 853 ฉีกผ้าเช็ดหน้าขาด
พวกเขานั่งหั่นหลังให้ประตูเรียงกันอยู่ภายในห้อง จึงไม่เห็นสีหน้าแต่อย่างใด
เปี้ยนชิวอิ่ง “…”
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ทว่านางไม่กล้ามอง นางก้มหน้าและคุกเข่าต่อหน้าเย่อวี๋หรานด้วยท่าทีราวกับลูกสะใภ้คนหนึ่ง
“ข้าน้อยคารวะฮูหยินใหญ่”
“ไม่ต้อง พิธีรับอนุยังไม่ได้จัด หนังสือรับอนุก็ยังไม่มี เจ้ายังไม่ใช่อนุ เรียกตนเองเช่นนั้นรีบร้อนเกินไป รีบถอนคำพูดเสีย”
คำพูดของเย่อวี๋หรานทำเอาเปี้ยนชิวอิ่งชะงัก “ฮู… ฮูหยินผู้เฒ่า!”
“ข้าเป็นเพียงแม่เฒ่าชนบทคนหนึ่ง ยังไม่ใหญ่โตที่จะเรียกเช่นนั้น” เย่อวี๋หรานบอกทั้งแววตาเฉยเมย “ฮูหยินผู้เฒ่าอะไรกัน เรียกข้าว่า ‘จูต้าเหนียง’ อย่างที่ชาวบ้านคนอื่นเรียกกัน”
ถ้วยคำ ‘ไม่เป็นมิตร’ สองครั้งติดทำให้เปี้ยนชิวอิ่งยิ่งสั่นคลอน นางอธิบายว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคำเรียกให้เกียรติ ฮูหยินของสกุลใหญ่ต่างถูกเรียกเช่นนี้ทั้งนั้น…”
“นั่นมันคนในสกุลใหญ่ ข้าเพียงมี ‘ครอบครัวเล็ก ๆ’ ที่นี่” เย่อวี๋หรานว่าขัด “เป็นคนควรรู้ตัว หากยอมรับไม่ได้ก็ไปหา ‘สกุลใหญ่’ ไปเป็นอนุสกุลใหญ่แล้วเสวยสุขเสีย ไม่ต้องมาเสียเวลาวัยสาวในชนบทอย่างเราที่นี่”
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้า…”
“ยังจะเรียกว่า ‘ฮูหยินผู้เฒ่า’ อีกหรือ” เย่อวี๋หรานไม่ให้โอกาสนางอธิบาย กลับบอกเสียงแข็งขึ้นมา “ข้าบอกให้เรียกว่าจูต้าเหนียง หูหนวกหรืออย่างไร”
น้ำเสียงดังลั่นทำให้เปี้ยนชิวอิ่งสะดุ้ง นางอ้าปากจะอธิบายหลายครั้งแต่ก็ไม่อาจทำได้
ตอนนั้นเองที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายรับมือได้ยากเพียงใด ไม่เช่นนั้นสมาชิกสกุลจูที่เหลือคงไม่ทำตัวเหมือนหนูเห็นแมวเมื่อเห็นเย่อวี๋หราน
นางสูดหายใจลึกแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดัง พลางเอ่ยเว้าวอน “ข้าน้อยผิดไปแล้ว จูต้าเหนียง ข้าน้อยรู้ว่าทำผิด ได้โปรดให้อภัยข้าด้วย ข้าน้อยไม่กล้าทำอีกแล้ว…”
เสียงคร่ำครวญนั้นราวกับเย่อวี๋หรานจะทำร้ายนาง
เย่อวี๋หรานแค่นเสียงขณะจ้องเขม็งและปล่อยให้อีกฝ่ายโขกศีรษะอยู่อย่างนั้น
เปี้ยนชิวอิ่งผู้กำลังขายความน่าสงสาร “…”
ให้ตายเถิด คนปกติควรรีบบอกให้นางลุกขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ
เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว!
นางเจ็บหน้าผากทว่าไม่กล้าหยุด เพราะรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้นตนเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
การถูกจูงจมูกทำให้รู้สึกย่ำแย่เต็มที!
“จูต้าเหนียง ข้าน้อยผิดไปแล้วจริง ๆ!”
“ความผิดของข้าน้อยไม่ต่างกับความผิดพันครั้ง ท่านอย่าได้โกรธเคือง รักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรง เช่นนั้นพี่จูเอ้อร์ถึงจะสบายใจได้ ข้าน้อยและทุกคนก็จะเบาใจลง ท่านเป็นดั่งเข็มเทพใต้ทะเลของสกุล ครอบครัวจะขาดท่านไปเสียมิได้”
“ฮือ… ข้าน้อยรู้ว่าชีวิตตนเองด้อยค่านัก ข้าไม่คู่ควรกับพี่จูเอ้อร์ แต่ข้าก็รักเขาจากใจจริง หากเทพเจ้าไม่เป็นใจให้ข้าตั้งท้องลูกของเขา ข้าน้อยคงไม่กล้าหวังสูงเช่นนี้”
“ข้าน้อยไม่คิดทำลายสิ่งใด ไม่คิดทำร้ายผู้ใด เพียงต้องการอยู่กับพี่จูเอ้อร์เท่านั้น จูต้าเหนียง ได้โปรด ปฏิบัติกับข้าเหมือนกระต่ายหรือไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ก็ได้ เห็นใจข้ากับพี่จูเอ้อร์ด้วย ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าข้าน้อยก็ได้โปรดเห็นแก่เด็กในท้องข้าด้วยเถิด ให้ข้าน้อยได้อยู่ที่นี่ต่อไปด้วยเถิด…”
……
เปี้ยนชิวอิ่งอึดทนเช่นกัน หากเย่อวี๋หรานไม่บอกให้หยุดนางก็จะโขกหัวและคร่ำครวญเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
เพราะจูเอ้อร์ไม่เห็น เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาเหลืออดแล้วหันไป “ท่านแม่…”
เพียงเปิดปาก เขาก็ถูกยัดผ้าเช็ดหน้าใส่ปากไม่ให้พูดได้ชัดเจน
เขารีบฉีกผ้าเช็ดหน้าออก
“ท่านแม่ อย่าทำอิ่งเอ๋อร์เลย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดนางตั้งแต่แรก เป็นข้าเองที่เมามากไปจนขืนใจนาง…”
เย่อวี๋หรานหันขวับมามองค้อนเขา
“ท่านแม่?” จูเอ้อร์เสียงสั่น
เขาอดสะดุ้งไม่ได้ ความหวาดกลัวมารดาจับจิตไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้
“พี่จูเอ้อร์…” เปี้ยนชิวอิ่งรู้ว่าครั้งนี้ตนเองชนะเดิมพันแล้ว นางฉวยโอกาสเรียกชื่อแล้วโผเข้าอ้อมแขน พลางกล่าวกลั้วเสียงสะอื้น “พี่จูเอ้อร์ อิ่งเอ๋อร์จริงใจต่อท่าน อิ่งเอ๋อร์ไม่อยากจากท่านไปไหน…”
“อิ่งเอ๋อร์…” เห็นนางร่ำไห้เช่นนี้ เขาก็ใจอ่อนยวบ
นางคว้ามือเขามาแตะหน้าท้องแล้วเอ่ยว่า “ลูกของเราก็ไม่ต้องการไปจากท่านเช่นกัน อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะดิ้นได้แล้ว เขาจะเป็นเด็กดี ว่าง่าย และเรียกท่านว่า ‘พ่อ’…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงหน้าท้องนูนของนาง เขาก็พลันนึกถึงอู๋เป่าที่เพิ่งเกิดมา
ในขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าเปี้ยนชิวอิ่งตั้งท้องโดยบังเอิญ หรือว่าลูกจะรู้ว่าพี่ชายทำให้เขาไม่สบายใจ ถึงได้รีบมา ‘ปลอบใจ’ เขาในเวลาเช่นนี้
ในฐานะผู้ชาย ไม่มีทางที่เขาจะไม่ใส่ใจลูกตนเอง แต่เพียงเห็นอู๋เป่า ภาพหมอชาวบ้านแตะเนื้อต้องตัวหลิวซื่อก็ผุดขึ้นมา ทำให้แม้เขาอยากมองก็ไม่กล้ามอง
ทว่าตอนนี้ต่างออกไป เปี้ยนชิวอิ่งตั้งท้องลูกคนนี้ และแม่ของลูกยัง ‘ไร้มลทิน’
“ลูก ลูกของเรา…” เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็ไม่ต่างจากการคว้าฟางเส้นสุดท้าย คาดหวังกับลูกในท้องเปี้ยนชิวอิ่งยิ่งนัก
“ใช่ ลูก ลูกของเรา เขาต้องเป็นเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ แน่ ทั้งเฉลียวฉลาดและน่ารัก แล้วก็เหมือนท่านด้วย ทั้งสูงและแข็งแรง…” เปี้ยนชิวอิ่งส่งสายตารักใคร่ นางยื่นมือลูบหน้าเขาพลางวาดฝันอันงดงาม
“นังจิ้งจอก! ข้าจะฆ่าเจ้า…” แม่สามีนางกลับมาแล้ว นังจิ้งจอกคนนี้ยังกล้า ‘ยั่วยวน’ สามีนางต่อหน้าต่อตา หลิวซื่อไม่อาจทนไหวจึงกระโจนไปทึ้งทำร้ายเปี้ยนชิวอิ่ง
ครั้งนี้หลี่ซื่อกับหลินซื่อเตรียมการอยู่ใกล้ ๆ ไว้แล้ว จึงรั้งนางกลับมาได้ทันการ
“ปล่อยข้า! จะรั้งข้าไว้ทำไม ข้าจะไปฆ่านังจิ้งจอกคนนี้…” หลิวซื่อตะโกน
หลี่ซื่อรีบเกลี้ยกล่อม “พี่สะใภ้รอง ท่านใจเย็นลงหน่อย ใช่ว่าท่านแม่ไม่อยู่ เรื่องนี้ให้นางจัดการไป อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย”
“ใช่แล้ว ๆ พี่สะใภ้รอง ท่านแม่กลับมาแล้ว ให้นางจัดการให้ท่าน ท่านอย่าได้ก่อเรื่องให้นางโกรธ เข้าใจไหม” หลินซื่อที่อยู่อีกข้างเอ่ยแนะ
หลิวซื่อมองคนทั้งคู่กอดกันแล้วก็โกรธจนเจ็บท้อง ทว่าเมื่อได้ยินคำของน้องสะใภ้ทั้งสองก็หันไปเห็นเย่อวี๋หรานนั่งหน้านิ่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น
นางเหมือนลูกโป่งที่ถูกเข็มจิ้มและสงบลงในทันใด
ความเศร้าเสียใจซัดสาดราวกระแสคลื่นมาในเวลาเดียวกัน
แข้งขาของนางอ่อนแรงลง คุกเข่าร่ำไห้ออกมา “ท่านแม่… ท่านต้องช่วยข้านะ ข้าชอกช้ำไปหมด ชอกช้ำเหลือเกิน ฮือ…”