ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 858 ข้าไม่ผิด
เย่อวี๋หรานยกมือสั่งให้พวกเขาหยุด นางเลิกคิ้วใส่เปี้ยนชิวอิ่ง “นายท่านเจี่ยอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ นายท่านเจี่ย นายท่านเจี่ยฮงฟางแห่งสกุลเจี่ยในตำบลอันจิ่ว” เปี้ยนชิวอิ่งคิดว่าอีกฝ่ายกลัวจึงเชิดหน้าขึ้นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ขอเพียงไปถามกับสกุลเจี่ย แทบไม่มีใครไม่รู้จักข้า ชุนเหมย อนุคนโปรดของนายท่านเจี่ย… ยังไม่รีบปล่อยข้าอีกหรือ!”
“ในเมื่อเจ้าเป็นอนุคนโปรด เหตุใดถึงได้กลายมาเป็น ‘อนุหลบหนี’ ได้?” เย่อวี๋หรานทำท่าไม่เชื่อ “เจ้าคงไม่ได้โกหกข้าหรอกใช่ไหม?”
เปี้ยนชิวอิ่งอับอายอยู่บ้าง นางจะมีหน้าเอ่ยว่าตนเอง ‘ไม่เป็นที่โปรดปราน’ แล้วได้อย่างไร
ทว่านางจะคาดคิดได้อย่างไรว่าวันนั้นอยู่ ๆ นายท่านเจี่ยจะโกรธ เขามักไม่ลงรอยกับฮูหยินเจี่ย ทั้งยังชมเชยนางว่าเป็น ‘เจ้าคนหลักแหลม’ รวมถึงผสมโรง ‘กล่าวถึง’ ฮูหยินเจี่ยเสีย ๆ หาย ๆ
ตอนนั้นเขาปฏิบัติกับนางดีเพียงไหน ต้องการสิ่งใดล้วนให้สิ่งนั้น ไม่รู้ว่ายามนั้นมีอำนาจล้นเหลือมากเพียงไหน
“ทำไม เจ้าไม่กล้าพูดหรือ?” เย่อวี๋หรานเอ่ย “เพียงแค่มองข้าก็ดูออก เจ้าคงละเมิดกฎจนทำให้ภรรยาของนายท่านเจี่ยไม่พอใจถึงได้ถูกกำจัด เมื่อมาอยู่กับครอบครัวเราจึงรู้จักเข้าหาเจ้ารองเพื่อก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เมื่อครั้งเจ้าอยู่สกุลเจี่ยก็คงไม่ต่างกัน น่าแปลกยิ่งนักที่ฮูหยินเจี่ยยังทนเจ้าอยู่ได้”
“เอาละ ในเมื่อเจ้ามาจากสกุลเจี่ยและไม่ต้องการเป็นอนุของครอบครัวข้า ข้าก็ทำได้เพียงส่งเจ้ากลับไป” เย่อวี๋หรานให้จูซานฉีกสัญญาขายตัวต่อหน้าเปี้ยนชิวอิ่ง
เปี้ยนชิวอิ่งถอนหายใจโล่งอกเพราะว่าตนเองรอดพ้นสถานการณ์คับขันมาได้ นางนึกไม่ถึงว่าเย่อวี๋หรานจะเรียกสะใภ้สี่อย่างหลี่ซื่อมาแล้วสั่งให้ไปเอายาแท้งลูกมาจากหมอชาวบ้าน
นางหน้าเปลี่ยนสีทันใด “ท่านจะเอายาแท้งลูกมาทำอะไรกัน?”
“ก็ต้องเอามาทำแท้งลูกในท้องเจ้าน่ะสิ” เย่อวี๋หรานตอบ “ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าอุ้มท้องสายเลือดของสกุลจูไปทั่วหรือ ข้าเตรียมส่งตัวเจ้าคืนให้นายท่านเจี่ย แต่คงไม่ปล่อยให้เจ้ากลับไปพร้อมระเบิดลูกนี้”
ทุกคนไม่เข้าใจว่า ‘ระเบิด’ หมายความว่าอย่างไร ทว่าก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี
“เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรลูกในท้องนางก็เป็นลูกของเหล่าเอ้อร์…” คนในยุคสมัยนี้ให้ความสำคัญเรื่อง ‘มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง’ ทันทีที่จูเหล่าโถวได้ยินว่าเย่อวี๋หรานต้องการแท้งเด็กคนนี้ เขาก็ไม่สบายใจและไม่เต็มใจที่จะให้ทำเช่นนั้น
เย่อวี๋หรานมองค้อน “เจ้าต้องการลูกที่เกิดจากนังแพศยาผู้นี้หรือ เช่นนั้นในภายภาคหน้าเจ้าจะอธิบายกับเด็กคนนี้อย่างไรว่ามีพ่อคนเดียวกัน แต่อู๋เป่ากลับเป็นนายน้อยคนสุดท้อง เขากลับต้องเป็นข้ารับใช้ไปชั่วชีวิต”
“เอ่อ…” จูเหล่าโถวอึกอักก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้น… ปฏิบัติกับเขาให้เท่าเทียมกับอู๋เป่าไม่ได้หรือ?”
“ปฏิบัติเท่าเทียมกันหรือ?” เย่อวี๋หรานแค่นเสียงบอก “ดีนัก ต่อไปข้ารับใช้คนอื่นเห็นเข้าคงได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งวันไม่ทำสิ่งใดนอกจากยั่วยวนเจ้านายผู้ชายในบ้าน นั่ง ๆ นอน ๆ อุ้มท้องมีลูก แล้วเราจะอยู่กันได้หรือ เรามีหลานอยู่ที่บ้านตั้งห้าคน สะใภ้ทั้งหลายก็ยังอายุน้อยกัน ใช่ว่าจะมีลูกอีกไม่ได้ เจ้าจะรีบร้อนอะไรนักหนา สะใภ้คนหนึ่งมีหลานให้ท่านได้มากมาย ยังไม่เพียงพอให้เจ้าอุ้มชูหรือ?”
นางคิดว่าเท่านี้ยังไม่สาสม จึงเอ่ยสำทับว่าหากจูเหล่าโถวคิดว่ายังมีหลานไม่เพียงพอ ต่อไปนี้ให้เขามีหน้าที่คอยดูแลอู๋เป่า อุ้มทั้งวันทั้งคืน เมื่อคิดว่าพอแล้วค่อยวางลงได้
จูเหล่าโถวจนปัญญา “ข้าไม่ได้จะทักท้วงอะไร เพียงแค่สงสารเด็กเท่านั้น… ก็ได้ เจ้าไม่ต้องการเด็กคนนี้ก็ตามใจเจ้าเถิด ถึงอย่างไรครอบครัวเราก็มีหลานมากพอแล้ว…”
เขาไม่กล้าขัดเย่อวี๋หรานอีกเพราะเกรงว่าขืนทำเช่นนั้นหน้าที่เลี้ยงดูอู๋เป่าจะตกเป็นของตนจริง ๆ
เขาชอบหลาน ๆ ไม่ได้หมายความว่ายินดีป้อนข้าวป้อนน้ำให้ เขาแก่ปูนนี้แล้ว ต้องการเพียงใช้ชีวิตอย่าง ‘สงบสุข’
“เช่นนั้นก็หุบปากเสีย” เย่อวี๋หรานกล่าว
เปี้ยนชิวอิ่งตื่นตระหนกเสียจนเรียกหาจูเอ้อร์ “พี่จูเอ้อร์…”
น่าเสียดายที่เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนาง
หลี่ซื่อออกจากบ้านไปแล้ว เปี้ยนชิวอิ่งเห็นว่าทำเช่นนี้ไม่ได้ผลจึงหันไปกัดแขนถังต้าไห่
ถังต้าไห่ไม่ทันระวัง เมื่อถูกนางกัดเข้าเต็มแรง เขาจึงเผลอปล่อยมือ
เปี้ยนชิวอิ่งถือโอกาสนี้วิ่งหนีออกไป
ไม่จำเป็นต้องให้เย่อวี๋หรานออกคำสั่ง ถังต้าไห่ที่ปล่อยมือโดยไม่รู้ตัวก็ไล่ตามนางไป ถังเสี่ยวไห่เองก็รีบวิ่งตามไปช่วยเช่นกัน
เปี้ยนชิวอิ่งวิ่งไปได้ไม่ไกล ไม่ทันได้พ้นประตูนางก็ถูกสองพี่น้องสกุลถังจับตัวกลับไป
“ปล่อยข้า!”
“ปล่อยข้านะ!”
“พวกเจ้าชิงตัวลูกสาวผู้อื่น ข่มเหงรังแกคน สวรรค์ไม่ละเว้นพวกเจ้าแน่”
……
นางดีดดิ้นและกรีดร้องขณะถูกลากตัวกลับมานั่งต่อหน้าเย่อวี๋หราน
“เหอะ…. เจ้าไม่ได้ต้องการเป็นอนุของเจ้ารองหรอกหรือ เมื่อก่อนก็อยู่กับนายท่านเจี่ย ตอนนี้ถึงคราวของเจ้ารอง อนุต่างก็ไป ๆ มา ๆ เช่นนี้ทั้งนั้น เจ้าเคยเป็นอนุมาก่อน ยังไม่เข้าใจกฎของการเป็นอนุอีกหรือ เอาละ เลิกดิ้นรนแล้วดื่มยาแท้งลูกแต่โดยดี แล้วข้าจะได้ส่งเจ้ากลับไป”
เปี้ยนชิวอิ่งจ้องเย่อวี๋หรานเขม็ง “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะบอกนายท่านเจี่ยว่าต้นพริกของครอบครัวท่านนั้นถูกขโมยมาจากบ้านเขาบ้างหรือ?”
สมาชิกสกุลจูที่เหลือตื่นตกใจ ใช่แล้ว มันเป็นเหตุผลที่พวกเขา ‘รับ’ เปี้ยนชิวอิ่งมาตั้งแต่แรกไม่ใช่หรอกหรือ ทว่าตอนนี้ท่านแม่ต้องการส่งนางกลับไป คงจะไม่…
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้วถามด้วยความฉงน “พูดอะไรของเจ้า ต้นพริกอะไร ขโมยหรือ เจ้าน่ะหรือ?”
นางกวาดตามองดูแคลนอีกฝ่ายหัวจรดเท้า
“สิ่งที่หลุดจากปากอนุหลบหนีอย่างเจ้า คิดว่าจะมีใครเชื่อหรือ?” นางปั้นหน้าเหลือจะเชื่อ “เจ้าคิดว่าทุกคนจะโง่หรือ หากเจ้าน่าเชื่อถือขนาดนั้น เหตุใดต้องหลบหนีมาจากสกุลเจี่ยด้วย แล้วตอนที่เจ้าหนีมาไม่คิดว่าเสื้อผ้าหรูหราไปหน่อยหรือ มีผู้หลบหนีคนใดสวมแก้วแหวนเงินทองทั้งตัวอย่างเจ้าบ้าง อย่างกับกลัวคนไม่รู้ว่าเจ้าร่ำรวย..”
เปี้ยนชิวอิ่งชะงัก นางแต่งตัวเช่นนั้นก็เพราะไม่ต้องการให้ถูกสกุลจู ‘ข่ม’ ทว่ายามนี้แม้ไม่ต้องการก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของหญิงเฒ่าชนบทผู้นี้เสียแล้ว
“ส่วนต้นพริกของครอบครัวข้ามาจากไหน เจ้าไม่ต้องกังวลไป เขาแถบนี้ล้วนปลูกทุกอย่างขึ้น แม้แต่ต้นพริก คนยากจนข้นแค้นอย่างเราไม่กลัวตายจนยอมเสี่ยงปีนขึ้นเขาไปหาของกินประทังชีวิต คิดเสียว่าเราบังเอิญเจอต้นพริกก็ได้…” เย่อวี๋หรานเอ่ย “อีกทั้งต้นพริกนี้ก็เป็นสิ่งที่พ่อเจ้าช่วยสกุลเจี่ยปลูก หากเจ้าไม่กล่าวถึงให้ฟังเราคงไม่รู้”
เปี้ยนชิวอิ่ง “…” คนผู้นี้หน้าไม่อายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
“อ้อ ใช่แล้ว” เย่อวี๋หรานเอ่ยคล้ายนึกบางอย่างได้ “เจ้าบอกเองว่าพ่อเจ้าเป็นชาวไร่ชาวนาและค้าขายกับครอบครัวเราไม่ใช่หรือ ไม่มีทางที่เจ้าจะไม่รู้จักข้า แต่กลับจงใจฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่ใช้คำพูดล่อลวงปั่นหัวลูกชายโง่เง่าของข้าหรือ? ชาวบ้านแถวนี้ต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย เหตุใดถึงเพิ่งมาจำข้าได้เอาตอนนี้ทั้งที่พ่อเจ้าก็ขายของให้กับครอบครัวเรา”