ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 881 ข้าไม่อยู่แล้ว! จะโขกหัวกับกำแพงให้ตายไปซะ
“ทำไมท่านถึงเป็นเช่นนี้ บอกให้มานั่งนี่ ข้าจะทายาให้” หลิวซื่อฉุนเฉียวเล็กน้อย นางอุตส่าห์ไปเอายามาทาให้เขา แต่เขากลับอวดดีและไม่ไว้หน้านางด้วยซ้ำ
จูเอ้อร์นิ่งเงียบ
นางไม่มีทางเลือกนอกจากขยับตัวเข้าไปหา
นึกไม่ถึงว่าทันทีที่นางเดินไปนั่ง เขาจะเบี่ยงตัวหนี
นางพลันโมโหแล้วกระแทกถ้วยยาลงกับโต๊ะ “ท่านหมายความว่าอย่างไร จูซุ่นเหวย พูดมาให้กระจ่าง ยังคิดถึงนังจิ้งจอกนั่นอยู่หรือ?”
“ข้าจะบอกท่านให้ ข้าเป็นเมียคนเดียวของท่าน!”
“นางหลอกลวงท่าน ท่านไม่ต้องการเมียที่ดี แต่ยังคิดถึงนาง นี่หมายความว่าอย่างไรกัน? หากท่านไม่ชอบข้าก็บอกมา ใช่ว่าข้าเหนี่ยวรั้งท่านเอาไว้”
……
คำว่า ‘หลอกลวง’ ทำให้เขาสะเทือนใจอยู่บ้าง ทว่าถึงกระนั้นก็ยังไม่มีท่าทีตอบสนอง
ในสายตาของหลิวซื่อ มันเป็น ‘หลักฐาน’ ชี้ชัดว่าเขามีใจให้เปี้ยนชิวอิ่ง นางจึงโกรธจนกระทืบเท้าปึงปัง
เดิมทีคิดว่าเมื่อแม่สามีกลับมาจัดการกับนังจิ้งจอกแล้วเขาจะกลับมาอยู่กับนางได้ ที่ไหนได้ นังจิ้งจอกจากไปแล้วแต่เขากลับยังคิดถึงไม่เลิก ต่อให้ย้ายกลับมานอนร่วมห้องแล้วก็ยังไม่ยอมแตะต้องนางแต่อย่างใด
แม้กระทั่งยามนอนหลับ เขาก็ยังเลือกนอนพื้นแทนที่จะร่วมเตียงกับนาง
นางชอกช้ำแทบน้ำตาตก เรื่องส่วนตัวเช่นนี้ นางอับอายเกินกว่าจะกล้าโพนทะนาให้คนนอกรับรู้
“จูเอ้อร์ ข้ารู้ว่าข้าไม่ได้สาวไม่ได้สวยอย่างนังจิ้งจอกนั่น ออดอ้อนก็ไม่เก่งเท่านาง แต่ข้าก็เป็นเมียท่าน ข้าคลอดลูกชายให้ท่าน…” คร่ำครวญจบนางก็อุ้มอู๋เป่าที่อยู่บนเตียงยื่นให้เขาพลางบอก “ดูสิ เขาเป็นลูกชายท่าน หรือว่าเพื่อนังจิ้งจอกนั่น ท่านถึงกับไม่ต้องการลูกชายเลยหรือ?”
“เฮ้อ…” จูเอ้อร์มองลูกชายแล้วถอนหายใจ
“ใช่แล้ว ไม่ว่านังจิ้งจอกจะมีดีแค่ไหน แต่จะสำคัญไปกว่าลูกชายท่านหรือ ต่อไปท่านไม่ต้องสนใจนางอีก ต่อให้เป็นการเห็นแก่อู๋เป่า เราก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเถอะนะ”
พวกเขาอยู่ด้วยกันมานาน นานทีที่หลิวซื่อจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเว้าวอนเพียงนี้
หากนางทำสิ่งใดผิดไปยังกล่าวขอโทษได้ ทว่าหากเขาหมดใจแล้วนางจะทำอย่างไรได้อีก?
ออกจากสกุลจูแล้วไปหาสามีใหม่หรือ?
มีสามีใหม่ก็ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘คนส่ำส่อน’ ชีวิตนางคงได้พังทลาย
สิ่งเดียวที่พอมีโชคคือยังมีลูกชายคนนี้ ต่อให้ชีวิตยากเข็ญและเจ็บปวดเพียงใดนางก็ยังรอดไปได้ ความสัมพันธ์ของนางกับจูเอ้อร์ไม่อาจกลับไปเป็นดังเดิม ยามแก่เฒ่านางยังมีลูกชายคนนี้คอยเลี้ยงดู
“หลิวซุ่ยซุ่ย ข้าแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดของข้าไม่ได้…” เมื่อเห็นหลิวซื่อน่าสงสารปานนี้ เขาก็ใจไม่ดีเช่นกัน
พวกเขาแต่งงานกันมานาน ไฉนเลยจะไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของนาง
เพียงแค่หมวกบนศีรษะเขาเป็นสีเขียวไปเสียแล้ว…
หลิวซื่ออึ้งเมื่อเห็นเขาเอ่ยปาก นางรีบปาดน้ำตาออก “หากท่านยังตัดใจจากนังจิ้งจอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงต่อไปท่านอยู่กับข้าอย่างสงบสุข ข้าจะไม่หึงหวงอีก ข้าจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับท่านเลย…”
นางลนลานรับปากเพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจ
เขาส่ายหน้า
หลิวซื่อใจหายวาบ
“มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” จูเอ้อร์ลังเลเล็กน้อยว่าควรบอกนางหรือไม่ ถึงอย่างไรหากพูดเรื่องพรรค์นี้ออกไปคนฟังจะเสียหน้าเอาได้
“ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือ?” นางถามด้วยความฉงน “ท่านบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับนังจิ้งจอกหรือ? หรือท่านหมายความว่าเป็นท่านเองที่ไม่ต้องการใช้ชีวิตกับข้าแล้ว จูเอ้อร์ ท่านอธิบายมาให้ชัดที ข้าสับสนไปหมดแล้ว…”
“วันที่เจ้าคลอดลูก…” เขากล่าวละล้าละลัง
หลิวซื่อหน้าเสีย “มีเรื่องอะไรกัน!”
นางส่งอู๋เป่าวางลงในอ้อมแขนเขาขณะตะโกนขึ้น “ข้าไม่อยู่แล้ว!”
“ข้าจะไม่อยู่แล้ว!”
“ข้าโขกหัวกับกำแพงให้ตายไปเลยดีไหม!”
……
เสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังขึ้นขณะที่นางตั้งท่าจะวิ่งชนกำแพง
นางสะดุดเก้าอี้ปลายเตียงโดยไม่รู้ตัว แรงกระแทกกำแพงจึงบรรเทาลง
จูเอ้อร์ตกใจ “หลิวซุ่ยซุ่ย ทำอะไรของเจ้า!”
จูซื่อ จูอู่ และคนอื่น ๆ ที่อยู่ห้องข้างเคียงได้ยินเสียงก็งุนงง เกิดอะไรขึ้นอีก?
“คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่!” หลี่ซื่อลุกพรวดขึ้น “แย่แล้ว ในห้องพี่สะใภ้รองมีหลานอยู่ พวกเขาทะเลาะกันแบบนี้เดี๋ยวเด็กจะเจ็บตัวได้!”
ไฉนเลยนางจะนั่งนิ่งอยู่ได้ จึงทิ้งจูซื่อแล้วก้าวออกจากห้องไป
จูซื่อย่อมนั่งไม่ติดและตามออกไปทันที
หลี่ซื่อพบหลิ่วซื่อและหลินซื่อที่เพิ่งวิ่งออกมาด้านนอกห้องเช่นกัน
“พี่รอง พี่สะใภ้รอง เกิดอะไรขึ้น?”
หลี่ซื่อตะโกนถาม
จูเอ้อร์อยากจะช่วยหลิวซื่อ แต่เด็กในอ้อมแขนก็ร้อง ‘แง’ ออกมาให้เขางุนงงและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านนอกจึงรีบบอก “รีบเข้ามาเร็ว หลิวซุ่ยซุ่ยหัวกระแทกกำแพง เลือดไหลไม่น้อย…”
คนด้านนอกได้ยินก็รีบกรูกันเข้ามา
ตะเกียงน้ำมันในห้องส่องแสงสลัว แต่พวกเขายังเห็นว่าหลิวซื่อนั่งพิงกำแพงอยู่โดยมีเลือดไหลมาตามหน้าผาก
“พวกเจ้าดูแลพี่สะใภ้รอง ข้าจะอุ้มหลานออกไปก่อน” หลี่ซื่ออุ้มเด็กในอ้อมแขนจูเอ้อร์แล้วส่งให้จูซื่อที่เพิ่งเข้ามาในห้อง “ท่านอุ้มเขาออกไป ให้เขาอยู่กับซานเป่าและซื่อเป่า ท่านคอยดูแลเด็ก ๆ เอาไว้”
จูซื่อ “…”
เขาเพิ่งเข้ามาและยังไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่าก็ยังยินดีรับหน้าที่ที่ภรรยาวางใจให้จัดการ และเอ่ยว่า “หากเกิดเรื่องอะไรก็เรียกข้าได้”
“ข้ารู้” หลี่ซื่อรับคำพลางย่อตัวลงดูอาการของหลิวซื่อ
หลิ่วซื่อกับหลินซื่อแทบไม่กล้าช่วยหลิวซื่อเมื่อเห็นเจ้าตัวนอนหมดสติพิงกำแพงอยู่
ท้ายที่สุดเป็นหลิ่วซื่อที่สงบใจลงและพยายามอังลมหายใจของหลิวซื่อ “ยังมีชีวิตอยู่!”
“เช่นนั้น… อุ้มนางไปนอนบนเตียงไหม?”
หญิงสาวสองคนไม่มีปัญญาอุ้มได้ จูเอ้อร์กับหลี่ซื่อจึงเข้ามาช่วยอุ้ม
“รีบไปเรียกหมอ อย่าให้พี่สะใภ้รองเป็นอะไรไปเด็ดขาด” หลี่ซื่อตื่นตระหนกเมื่อเห็นเลือดบนหน้าผากของหลิวซื่อ
กว่าจะขับไล่นังจิ้งจอกออกไปได้ยากเย็นเพียงไหน ทำไมถึงได้เกิดเรื่องกับพี่สะใภ้รองอีกแล้ว?
อู๋เป่าเกิดมาพร้อมกับหายนะมากมายนัก!
“ข้าจะไปเอง!” จูอู่อาสารับหน้าที่ทันที
ช่วยไม่ได้ จูซื่อไปดูแลเด็ก ๆ เหลือเพียงเขากับจูต้า และเกรงว่าพี่ใหญ่ของเขาคงไม่รู้จักจะพูดคุยกับหมอชาวบ้านที่บ้าน เรื่องภายในครอบครัวจะ ‘แพร่งพราย’ ให้คนอื่นรับรู้ได้
ทว่าไม่ทันรอให้คนที่เหลือพยักหน้ารับ เขาก็ได้ยินเสียงจูเอ้อร์ “ไม่ได้ เรียกหมอชาวบ้านมาไม่
ได้”
“ทำไมเล่า? พี่รอง ท่านคงไม่ได้ผลักพี่สะใภ้รองใช่ไหม…” จูอู่ตกใจ “ไม่นะ พี่รอง ท่านผลักนางจริง ๆ หรือ!”
“เปล่า นางทำตัวเอง…”
“ในเมื่อนางทำตัวเองแล้วท่านกลัวอะไร? หากเดิมทีนางไม่ได้อาการหนักแต่เราไม่ได้เรียกหมอแล้วเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ เล่า พี่รอง อู๋เป่ายังอายุน้อย จะให้เขาเสียแม่ไปตั้งแต่เล็กเช่นนี้ไม่ได้” จูอู่วิตกจนไม่ทันสังเกตว่าพี่ชายตนเองคิดอะไรอยู่
จูเอ้อร์เอ่ยโดยไม่กล้ามองหน้าใคร “นาง… สวมหมวกเขียวให้ข้า…”