ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 900 เครื่องผลิตลูก
ฮูหยินเจี่ยอึกอักในทันใด “เอ่อ…”
“ฮูหยินเจี่ย หากมีสิ่งใดอยากพูดก็พูดมาเถิด ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไม่ได้วิเศษมาจากไหน หากท่านไม่กล่าวข้าคงไม่รู้ว่าข้าผิดแปลกตรงไหน” เย่อวี๋หรานกล่าว
จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยมองมาด้วยความฉงน ในใจนึกว่าเย่อวี๋หราน ‘แต่งเนื้อแต่งตัว’ งามตาไม่น้อย
นางอาจไม่ได้โอ้อวดโจ่งแจ้งต่อหน้าฮูหยินเจี่ย ทว่าเทียบกับหญิงออกเรือนในหมู่บ้านสกุลจูคนอื่น ๆ เย่อวี๋หรานนับว่า ‘สง่า’ และโดดเด่นที่สุด
บางครั้งจูปาเม่ยยังภาคภูมิใจในรูปลักษณ์ของมารดาตนเอง เพราะมันหมายความว่านางเองคงไม่อัปลักษณ์เกินไปเมื่อแก่ตัวลง
ฮ่า ๆ… ท่านแม่อายุมากแล้วยังดูสะสวย ในฐานะที่ข้าเป็นลูกสาวคงจะงามไม่แพ้กันอย่างแน่นอน
“เปล่า ข้าเพียงแปลกใจที่ท่านดู…” ฮูหยินเจี่ยเอ่ย “อ่อนเยาว์กว่าที่ข้าคิด”
เย่อวี๋หรานได้ยินแล้วก็หลุดขำ “ฮ่า ๆๆ… ฮูหยินเจี่ยคงไม่คิดว่าข้าอายุเจ็ดสิบแล้วเพราะมีลูกหลายคนใช่ไหม ข้าแค่เป็นหญิงชาวบ้านที่มีลูกตั้งแต่ยังสาว ระหว่างหลายปีที่ผ่านไปก็ไม่ได้พักและมีลูกมาตลอด ข้าถึงยังไม่ได้ดูแก่มากทั้งที่มีลูกหลายคน”
ฮูหยินเจี่ยกำด้ามพัดแน่นพลางเหลือบมองจูปาเม่ย หลินซานเม่ย หลินซื่อเม่ย และคนอื่น ๆ ก่อนพูดว่า “จูต้าเหนียง ข้าขอพูดคุยกับท่านเพียงลำพังได้หรือไม่?”
“เพียงลำพังหรือ? กับข้าหรือ?” เย่อวี๋หรานแปลกใจ
หรือว่าพี่เป้าจะไปบอกบางอย่างกับฮูหยินเจี่ย ฮูหยินเจี่ยจึงต้องการพูดคุยกับนางสองต่อสอง
ครั้งนี้นางออกมาด้วยเรื่องของจูปาเม่ย ลูกสาวจะได้ฝึกฝนความกล้า
ฮูหยินเจี่ยพยักหน้าด้วยท่าทีขึงขัง “อื้ม!”
เย่อวี๋หรานมองลูกหลานแล้วเห็นสีหน้าลังเลระคนงุนงง ในที่สุดนางก็รับคำฮูหยินเจี่ย “ได้เจ้าค่ะ แต่หากเป็นเรื่องความร่วมมือกัน ข้ายังหวังว่าฮูหยินเจี่ยจะพูดคุยกับปาเม่ยลูกสาวข้า เรื่องนี้นางจะเป็นผู้ตัดสินใจเจ้าค่ะ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก”
เย่อวี๋หรานยิ่งสงสัย นอกจากเรื่องความร่วมมือแล้ว ยังมีเรื่องใดให้พูดคุยกับอีกฝ่ายอีก?
เดี๋ยวก่อนนะ หรือจะเป็นเรื่องเปี้ยนชิวอิ่ง
นางให้ลูกหลานออกไปทั้งยังใจเต้นแรง
หากเป็นเรื่องนี้จริงอีกฝ่ายย่อมไม่ต้องการให้ลูกหลานของนางรับรู้เป็นธรรมดา และนางเองก็ไม่ต้องการให้ลูกหลานตนเองเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องพรรค์นี้ด้วยเช่นกัน
ฮูหยินเจี่ยไม่ปล่อยให้จูปาเม่ยกับคนอื่น ๆ ออกไปเพียงลำพัง แต่ให้แม่เฒ่ารับใช้พาพวกนางไปเดินเล่นและเลี้ยงอาหาร
ตอนนี้บรรดาสาวใช้และแม่เฒ่ารับใช้ออกไปนอกห้องแล้ว เหลือเพียงพวกนางสองคนอยู่กันตามลำพัง
เย่อวี๋หราน “…”
ดูคล้ายจะเป็นเรื่องใหญ่!
“จูต้าเหนียง” เมื่อไม่มีผู้อื่นในห้องแล้วฮูหยินเจี่ยจึงถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปาก “ท่านคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงต้องไล่พวกนางออกไปใช่ไหม?”
“อืม ท่านต้องการพูดคุยเรื่องใดกับข้าหรือ?”
“เรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนตัวที่ลำบากใจจะกล่าวถึง” ฮูหยินเจี่ยเอ่ย “ข้าแต่งงานเข้าสกุลเจี่ยมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีข่าวคราวน่ายินดี หากไม่ใช่เพราะข้ามีครอบครัวฝ่ายมารดาหนุนหลัง และสามีข้าก็เป็นคนไร้ความสามารถ เกรงว่าคงถูกขับไล่กลับไปบ้านมารดาตั้งนานแล้ว…”
เมื่อได้รู้ว่าเป็นเรื่องใด เย่อวี๋หรานก็ตะลึงไปชั่วขณะ นางกำลังปรับทุกข์กับข้าหรือ? เหตุใดกันล่ะ? เราคล้ายจะไม่ได้สนิทสนมกันถึงเพียงนั้นไม่ใช่หรือ?
“หากข้าไม่ได้เจอจูต้าเหนียงต่อหน้า ข้าคงอับอายเกินกว่าจะเอ่ยปาก แต่ตอนนี้ข้าอายุย่างสามสิบแล้ว หากยังไม่มีลูกข้าคงยิ่งตกที่นั่งลำบากในสกุลเจี่ย ข้าเองก็ถูกบีบจนไม่มีทางเลือกถึงได้มีหน้ามาพูดกับท่าน”
ฮูหยินเจี่ยมองมา เย่อวี๋หรานสบตากลับพร้อมสารพัดคำถามในหัว
“ท่านคนเดียวมีลูกให้สกุลจูมากเพียงนั้นทั้งที่อายุยังไม่ถึงห้าสิบนับว่าน่าทึ่งมาก ท่านมีเคล็ดลับอะไรหรือไม่?” ฮูหยินเจี่ยจ้องหน้านางขณะถามด้วยท่าทีจริงจัง
เย่อวี๋หรานนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถามเช่นนี้จึงอดอ้าปากค้างไม่ได้ “เคล็ดลับหรือ? อืม ท่านหมายถึงเคล็ดลับที่จะมีลูกหรือ?”
ฮูหยินเจี่ยพยักหน้า “อื้ม!”
“ข้าไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรจริง ๆ…” เย่อวี๋หรานตอบ “เรื่องทำนองนี้ข้าจะกำหนดได้อย่างไร ข้าเองก็แปลกใจที่ตนเองมีลูกมากเพียงนี้ภายในไม่กี่ปีเช่นกัน ตั้งแต่แต่งงานเข้าสกุลจูมาข้าก็มีลูกปีสองปีครั้ง ไม่ได้พักกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา… ข้ารู้สึกเหมือนตนเองเป็นเครื่องผลิตลูกเดินได้อย่างไรอย่างนั้น”
นางรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อเห็นลูกหลานมากมายของเจ้าของร่างเดิมตอนที่ข้ามมิติมา
เพียงแต่จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เจ้าตัวรู้สึกว่าการมีลูกหลานมากมายขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก และยังคิดหาทางมีลูกเพิ่มอีกคนด้วยซ้ำ
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้นางต้องการมีลูกสาวแต่ทำไม่สำเร็จมาตลอดกันเล่า?
หากไม่คลอดจูปาเม่ยออกมาในภายหลัง เกรงว่าเจ้าของร่างเดิมก็ยังพยายามหาทางมีลูกต่อไป…
เดี๋ยวก่อนนะ หากพยายามมีลูกมาตลอด ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของร่างเดิมมี ‘เคล็ดลับ’ ลูกดกหรอกหรือ?
ฮูหยินเจี่ยผิดหวังเล็กน้อย “ไม่มีจริง ๆ หรือ จูต้าเหนียง ข้ารู้ว่ามันเป็นเคล็ดลับเฉพาะตัวของท่าน และข้าไม่ได้ต้องการมันโดยเปล่า ขอแค่ท่านยอมบอก ข้ายอมทำตามเงื่อนไขของท่านทุกอย่าง รวมถึงเรื่องความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย”
นางกลัวว่าเย่อวี๋หรานจะไม่บอก จึงถึงกับบอกใบ้ว่าสามารถยกผ้าให้ได้โดยไม่เสียเงิน ขอเพียงยอมบอกกันเท่านั้น
เย่อวี๋หรานจนปัญญา เจ้าของร่างเดิมอาจมี ‘ตำรับยาโบราณ’ แต่พูดกันตามตรงคือมันไม่ได้ผลแต่อย่างใด
การที่สามารถมีลูกมากมายปานนี้ นอกจากจะเพราะเจ้าของร่างเดิมค่อนข้างสุขภาพดีแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือนางติดลูกได้ง่าย
เมื่อครั้งที่นางเป็นสาวใช้ได้ติดตามรับใช้คุณชาย เวลาผ่านไปนาน ฮูหยินจึงให้นาง ‘สั่งสอน’ คุณชายและให้เป็นภรรยาบ่าว
ด้วยเหตุนี้เจ้าของร่างเดิมจึงกลายเป็นคนโปรด
เจ้าของร่างเดิม ‘ทะเยอทะยาน’ แม้เดิมทีจะมีผู้อื่นโดดเด่นในหมู่ภรรยาบ่าวของคุณชาย แต่ภายหลังนางก็กลายมาเป็นคนโปรดได้ในท้ายที่สุด…
หากไม่มีเรื่องกับฮูหยินน้อยที่เพิ่งแต่งเข้ามาและมีน้ำอดน้ำทนสักหน่อย ด้วยความสามารถในการมีลูกของนาง นางอาจมีที่ยืนมั่นคงในจวน ต่อให้ฮูหยินน้อยต้องการขับไล่นาง แต่เมื่อฮูหยินใหญ่ของจวนเห็นว่านางสามารถมีลูกได้ ก็เกรงว่าจะเก็บภรรยาบ่าวผู้นี้เอาไว้
ช่วยไม่ได้ มีฮูหยินใหญ่คนใดในยุคนี้ไม่ต้องการให้บุตรชาย ‘มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง’ และมีทายาทสืบสกุลมากมายบ้าง
น่าเสียดายที่สุดท้าย ‘สิริมงคล’ นี้กลับถูกจูเหล่าโถว ‘ฉกฉวย’ ไป
หากแต่อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เจ้าของร่างเดิมอาจติดลูกได้ง่าย ทว่าด้วยสติปัญญาของเจ้าตัว การอยู่รอดในจวนนับว่ายากเย็น อย่าว่าแต่มีลูกเลย นางคงต้องมีลูกหลายต่อหลายคน อาจเพราะแต่งงานกับจูเหล่าโถวถึงได้ไม่ต้องเผชิญกับอันตรายทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ทั้งยังไม่มีผู้ลอบประสงค์ร้ายให้ต้องหวาดระแวง ขอเพียงแค่นางมีลูกให้เท่านั้น
เย่อวี๋หรานอธิบายกับฮูหยินเจี่ย แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่เชื่อ หากไม่มี ‘เคล็ดลับเฉพาะ’ จะมีลูกมากเพียงนี้ได้อย่างไร
“ฮูหยินเจี่ย นี่เป็นเรื่องของสภาพร่างกาย บางคนติดลูกง่าย บางคนมีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกและส่วนอื่น ๆ ทำให้ตั้งท้องได้ยาก…” นางสาธยายอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ “ข้าเองก็ไม่รู้! ฮูหยินเจี่ยเคยไปพบหมอบ้างหรือไม่ หากเคย ท่านก็จะหาสาเหตุได้ มดลูกของผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกัน การตั้งท้องง่ายหรือยากนั้นย่อมต่างกันเป็นธรรมดา”