ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 910 ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงเรื่องของลูกชายและลูกสะใภ้อีก
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 910 ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงเรื่องของลูกชายและลูกสะใภ้อีก
“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องกิจการ แค่เกรงว่าแม่เจ้าจะไม่สบายใจ” ผู้อาวุโสถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อไปว่า “เฮ้อ หญิงปากสว่างผู้นี้ไม่เคยลดราวาศอก ก่อนหน้านี้คอยแต่จะหาเรื่องแม่เจ้า คราวนี้เมื่อทำสิ่งใดไม่ได้ก็ต้องการโทษแม่เจ้าอีก ด้วยนิสัยใจคอแม่เจ้าแล้วนางจะทนได้อย่างไร”
“ตอนนี้ท่านแม่เดินเหินไม่ได้ ต่อให้นางไม่พอใจก็บุกไปทะเลาะกับหญิงปากสว่างไม่ได้ ผู้อาวุโสอย่าได้กังวลไปเลย มีเรื่องใหญ่รออยู่เบื้องหน้า ท่านแม่คงไม่บุ่มบ่าม” หลี่ซื่อไม่กล้าตกปากรับคำ เพียงบอกว่า ‘ต่อหน้าเรื่องใหญ่’ แม่สามีของนางต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นแน่นอน
ส่วนจะลอบเล่นแง่ลับหลังหรือไม่นั้นไม่อาจรู้ได้
หลังจากเดินทางมาไกล พวกเขาก็ยังเค้นสิ่งใดจากปากหลี่ซื่อไม่ได้ ทำได้เพียงเดินเข้าบ้านสกุลจูด้วยความเสียดาย
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ลอบถอนหายใจ สะใภ้สี่ของครอบครัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นับวันยิ่งเก่งกาจขึ้น
หากครอบครัวของพวกเขามีลูกสะใภ้เช่นนี้บ้างคงดี!
“เรื่องนี้พวกท่านจัดการเองเถิด” เย่อวี๋หรานยิ้มเมื่อรู้เจตนาของพวกเขา “ข้าจะไปมีความเห็นอะไรได้ หญิงปากสว่างเป็นคนเช่นไร มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ นางทำให้พวกท่านกลัดกลุ้มมากพอแล้ว ข้าคงไม่ทำให้ต้องวิตกทางนี้ ทำสิ่งที่พวกท่านต้องทำเถิด ทุกสิ่งยังคงเป็นเช่นเดิม”
“ครั้งนี้หญิงปากสว่างทำเกินไป เห็นชัดว่านางทำร้ายลูกสะใภ้แต่ยังโทษท่าน” ผู้อาวุโสเอ่ย “ไม่ต้องห่วง เราจะไม่ปล่อยให้เกิดการใส่ความเช่นนี้ เพียงต้องคิดว่าจะให้นางชดใช้อย่างไร”
“ข้าไม่ได้เป็นกังวล มีเจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสอยู่ ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎ ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด” เย่อวี๋หรานบอก “ข้าทางนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากจะรบกวนพวกท่าน ข้ากับหญิงปากสว่างไม่ถูกกัน คงไม่สะดวกจะไปเยี่ยมเยียนสะใภ้ใหญ่ของนางที่บ้าน จึงไหว้วานให้พวกท่านช่วยส่งข่าวบอกสะใภ้ใหญ่ว่าไม่ต้องวิตกเรื่องค่าแรง ให้นางรักษาตัวให้ดี หายดีแล้วค่อยมาทำงาน วางใจได้เลยว่าเงินนี้จะถึงมือนางแน่นอน ไม่ให้ใครมาอ้างเอาไปได้”
“นางยังไม่ฟื้น หากนางได้สติแล้วเราจะไปบอกให้แน่นอน” ผู้อาวุโสเข้าใจดี ด้วยนิสัยของหญิงปากสว่าง หากพบเย่อวี๋หรานคงไม่พ้นเข้ามาหาเรื่อง
ดังนั้นเพื่อเลี่ยง ‘เหตุชุลมุน’ ให้พวกนางอยู่ห่างกันไว้เป็นการดีกว่า
“เฮ้อ…” เย่อวี๋หรานถอนหายใจก่อนอธิบายว่าเหตุใดถึงได้ยอมให้สะใภ้ใหญ่ของหญิงปากสว่างเข้ามาทำงาน
นางไม่ถูกกับหญิงปากสว่างด้วยเหตุในอดีต ตามหลักแล้วเพื่อเลี่ยงปัญหา นางก็ไม่ควรรับสะใภ้ใหญ่ของอีกฝ่ายมาทำงาน ทว่าเมื่อเห็นว่าชีวิตของสะใภ้ผู้นี้ขมขื่นเพียงไหน จึงคิดช่วยเหลือในยามยากลำบาก…
“หากข้ารู้ว่าหญิงปากสว่างจะอาละวาดเพียงนี้ ข้าคงไม่ใจอ่อนและปฏิเสธนางไป เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น นางยังไม่ได้เงินก็ถูกหญิงปากสว่างทำเช่นนั้นใส่ เงินที่ได้มายังไม่เพียงพอจะหาหมอด้วยซ้ำ” เย่อวี๋หรานถามด้วยความเป็นห่วง “พวกท่านว่าเมื่อนางหายดีแล้วต่อไปจะมีชีวิตอยู่อย่างไร หญิงปากสว่างนิสัยเช่นนั้น ข้าเกรงว่าต่อไปชีวิตของสะใภ้นางคงย่ำแย่กว่าเดิม”
ครั้นเอ่ยเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสก็ถอนหายใจผสมโรง
พวกเขากล่าว ‘วาจาสั่งสอน’ และกำชับให้จูหย่งหนิงจับตามองภรรยาเอาไว้ ทำทุกทางที่ทำได้แล้วสุดท้ายหญิงปากสว่างก็ยังก่อเรื่องวุ่นวายปานนี้ แล้วพวกเขาจะทำสิ่งใดได้อีก
พวกเขาทำอะไรได้ จะขับไล่หญิงปากสว่างได้จริงหรือ?
“ทำไมจะไม่ได้เล่า?” เย่อวี๋หรานมองด้วยความฉงนก่อนจะกล่าวว่า “ขี้หนูปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยทำให้น้ำแกงบูดทั้งหม้อได้ ท่านเองก็เหลืออดกับวีรกรรมของนางแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้หมู่บ้านสกุลจูกำลังเจริญก้าวหน้า นางเอาแต่ก่อเรื่องที่นี่ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะมาป่วนอะไรอีก”
“จะดีหรือ จูต้าเหนียง นางก็อายุมากแล้ว ขับไล่นางก็ไม่ต่างจากบีบให้นางตาย… หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปคงไม่ดีแน่ คนจะคิดว่าหมู่บ้านสกุลจูของเราเข้าตาจน คนแก่เพียงนั้นก็ยังทอดทิ้งได้ลงคอ” ผู้อาวุโสก็เพียงเกรงว่าหญิงปากสว่างจะทำให้พลอยเดือดร้อนไปด้วย
หากไม่ชอบแล้วจะทำอย่างไรได้ นางอายุมากแล้วจะบีบให้ตายตกได้อย่างไร
“ทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ น้องสามีข้าก็หย่ากับสามีเมื่ออายุมากแล้ว” เย่อวี๋หรานแสร้งทำเฉย “ตอนนี้ข้าก็เห็นว่านางอยู่สุขสบายดี ไม่กี่วันก่อนยังเอาของกลับไปเยี่ยมพ่อแม่สามีข้าอยู่เลย พวกเขาทั้งคู่ก็ดูมีความสุขกันดี”
จะเหมือนกันได้อย่างไร ผู้อาวุโสเอ่ยปากบอก “น้องสามีของท่านหย่าแล้วยังมีสินเดิมและพวกท่านคอยช่วยเหลือ แต่หญิงปากสว่างมีหรือ? หากนางถูกทอดทิ้งแล้วยังอยู่อย่างน้องสามีท่านได้ ทุกวันนี้นางคงไม่มีชีวิตอยู่เช่นนี้”
พูดกันตามตรงเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงปากสว่างถึงได้มีชีวิตเช่นนั้น ชาวบ้านคนอื่นทำงานหาเงินและมีความเป็นอยู่ดีขึ้น นางกลับเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย วันนี้ไม่หาเรื่อง พรุ่งนี้กลับไปก่อเรื่องราวกับคนเสียสติ
“จริงของท่าน ข้าได้ยินมาว่านางถูกครอบครัวฝ่ายแม่ตัดหางปล่อยวัดแล้ว” เย่อวี๋หรานคล้ายนึกบางอย่างได้
ผู้อาวุโส “…”
เรื่องนี้ท่านเองก็เกี่ยวข้องด้วยไม่ใช่หรือ? คงยังไม่ลืมหรอกใช่ไหมจูต้าเหนียง?
“ว่ากันในมุมนี้หากนางถูกทอดทิ้งก็คงน่าอนาถไม่น้อย ครอบครัวฝ่ายแม่ไม่ต้องการนาง หากหย่าร้างคงไม่มีที่ให้กลับไป…”
“แต่ว่าเราชาวบ้านแถบนี้ก็ถูกดูแคลนไม่ได้เช่นกัน หากต่อไปไม่มีใครยินดีแต่งงานกับหญิงสาวหมู่บ้านเราเล่า?” ผู้อาวุโสถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า “หากข้าไม่วิตกเรื่องนี้คงให้จูหย่งหนิงหย่าขาดจากนางไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทั้งวันเช่นนี้”
“เช่นนั้นหากเราไม่ทำให้ถูกดูแคลนก็ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสชะงักด้วยความงุนงง
เย่อวี๋หรานอธิบายว่าพวกเขาสามารถประนีประนอมได้ ไม่ต้องขับไล่หญิงปากสว่างออกจากหมู่บ้าน แต่จัดหา ‘บ้านพักคนชรา’ ให้นางอยู่อย่างสงบสุขในช่วงชีวิตบั้นปลาย
แท้จริงแล้วนี่คือการบอกกลาย ๆ ว่านางไม่มีสิทธิ์แทรกแซงเรื่องของลูกชายและลูกสะใภ้อีกต่อไป
หากยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของจูหย่งหนิง นางคงไม่ยอมเลิกรา แต่ถ้าหย่าร้างกับสามีแล้ว ลูกชายกับลูกสะใภ้ก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางอีก แล้วนางจะหลงเหลือสิ่งใดติดตัว
เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโส “…”
ทำเช่นนี้ก็ได้ด้วยหรือ!
“บ้านพักคนชราหรือ? ชื่อนี้ดีนัก… แต่ว่าใครจะยอมจ่ายเงินเล่า การหาเลี้ยงคนใช้เงินไม่น้อย ต่อไปเมื่อแก่ตัวและไม่อาจขยับไปไหนได้ หรือว่าป่วยจนเดินเหินไม่ไหวใครจะมาดูแล”
“ให้จูหย่งหนิงจ่ายไงเล่า” เย่อวี๋หรานกล่าว “หญิงปากสว่างไม่ได้อยู่เหนือกว่าอีกต่อไป แต่นางก็ยังเป็นเมียของเขา หลายปีมานี้ก็มีลูกให้สกุลเขา ทำงานหนักแต่ไม่ได้ความดีความชอบทั้งที่นางเองก็ทำคุณให้สกุลเขา ต่อให้ต้องการทอดทิ้งนางก็คงไม่อาจตัดขาดกับนางได้ไม่ใช่หรือ?”
“ข้าไม่เข้าใจ ท่านช่วยอธิบายให้กระจ่างได้ไหม?”