ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 922 ใช่ว่าไม่อยากช่วย ทว่าเรื่องนี้ซับซ้อนนัก
ทุกคนต่างพยักหน้ารับ เมื่อสัญญาแล้วไม่มีทางพูดพล่อยออกไปได้
ไม่มีหนทางอื่น ท่านแม่กำชับหนักหนาเพียงนี้ ต่อให้อยากลืมก็ไม่อาจลืมลง
หลังจากที่เย่อวี๋หรานออกคำสั่ง นางก็ก้มลงมองสมุดบัญชีก่อนสีหน้าจะฉายแววตกตะลึง “มากขนาดนี้เชียวหรือ!”
นางไม่คาดคิดว่ากิจการนี้จะประสบความสำเร็จเพียงนี้ โดยเฉพาะช่วงก่อนปีใหม่ที่ทุกคนเตรียมเลี้ยงฉลอง ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต นักปราชญ์ หรือครอบครัวเศรษฐี ต่อให้พวกเขาไม่เห่อของใหม่ก็ยังไม่พลาดสิ่งดี ๆ อย่าง ‘พรห้าประการ’
ทว่านางก็ยังนึกไม่ถึงว่าจำนวนเงินที่ปรากฏในสมุดบัญชีจะเป็นเท่าตัวกว่าที่คาดคิดไว้
“คิก ๆๆ…” จูชีขำคิกคัก “พี่สามพูดถูกจริง ๆ ด้วย เขาบอกว่าท่านแม่ต้องตกใจเมื่อเห็นตัวเลขนี้”
เรื่องเช่นนี้เขาไม่อาจอธิบายเองได้ จึงต้องให้จูซานเข้ามาพูด
จูซานกล่าวว่าการที่สามารถทำเงินได้เพียงนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ก่อนปีใหม่ยังไม่ใช่ช่วงที่จะแวะไปเยี่ยมเยียนและมอบของขวัญให้กัน จึงอาจยังไม่ใช่เงินทั้งหมดที่จะได้
พ้นปีใหม่ไปแล้วกิจการจึงจะเป็นที่รู้จักอย่างที่ควรเป็น ยิ่งผู้คนต้องการมอบของขวัญให้กัน พวกเขาก็ยิ่งทำเงินได้มาก
“เรื่องนี้เหออัน นายน้อยอวี๋ และนายน้อยเจียง รวมถึงอาจารย์สวีต่างก็มีส่วนช่วยเหลือทั้งนั้น” จูซานบอก เมื่อครั้งพวกเขาเข้าร่วมงานสำหรับเหล่าบัณฑิตก็ได้นำขนมมงคลนี้ไปด้วย ทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกับการวาดภาพและสารพัดสิ่ง ทำให้มันกลายเป็นที่นิยมในหมู่บัณฑิต แล้วตระกูลเศรษฐีในเมืองผู่โซ่วจะยอมตกขบวนได้อย่างไร ย่อมทำตามกันจึงทำให้กิจการรุ่งเรืองเช่นนี้”
เขาบอกเย่อวี๋หรานว่ากิจการขนมมงคลไม่เพียงจะไปได้ดีในเมืองผู่โซ่วเท่านั้น เมืองข้างเคียงก็ยังมาหาซื้อกันอีกด้วย เพียงแค่ยอดขายไม่มากเท่าเมืองผู่โซว
“ไม่มีหนทางหลบเลี่ยง มีคนต้องการซื้อมากมาย แต่เรากลับมีสินค้าเพียงน้อยนิด จึงทำได้เพียงจำกัดการซื้อ”
ว่ามาถึงจุดนี้จูซานก็ยังนึกเสียดาย
หลังได้ฟังเรื่องราวทุกอย่าง เย่อวี๋หรานก็กล่าวอย่างพึงพอใจ “เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เพิ่งเริ่มกิจการช่วงก่อนปีใหม่นับว่ากะทันหันไปเสียหน่อย แต่ยังสามารถทำเงินได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจเกินคาด”
“สิ่งนี้ได้เปรียบด้านความแปลกใหม่ ไม่มีใครเคยเห็นและลองชิม ถือเป็นข้อดี เมื่อเปิดตัวช่วงก่อนปีใหม่ ทุกคนจึงต้องการซื้อ เหออันบอกว่าเมื่อพ้นช่วงมอบของขวัญปีใหม่ไปแล้วกิจการก็คงไม่ดีเท่านี้ เราต้องทำบางอย่างเพื่อสร้างกระแสหลังจากนี้ด้วยนะขอรับ”
“เรื่องนี้ข้ารู้ ต่อให้พวกเขาอยากซื้อมันก็ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าดีหรือไม่ด้วย” เย่อวี๋หรานยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ก่อนเอ่ยว่า “ขนมมงคลนี้ใช้มันเทศและพริก เรามีมันเทศกับพริกมากมายที่ไหนกัน ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเมื่อชาวบ้านในแปดหมู่บ้านสิบลี้เริ่มปลูกมันเทศ เราต้องให้คนปลูกพริกควบคู่เพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งมีวัตถุดิบมากก็ยิ่งทำขนมได้มาก แต่ถึงกระนั้นเราก็ต้องรอเวลาเก็บเกี่ยวในอีกครึ่งปีให้หลัง จึงต้องวางแผนการใช้ของที่มีอยู่ในมือตอนนี้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นจะหมดเอาโดยที่ยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว”
สมาชิกที่เหลือในครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องขนมมงคล แต่พวกเขาก็รู้เรื่องเหล่านี้ เมื่อได้ยินแม่ลูกหารือกันเรื่องการควบคุม ‘ปริมาณ’ เช่นนี้ก็พากันตกใจ
“ท่านแม่ กิจการไปได้ดีเพียงนี้เชียวหรือ พริกยังยากจะปลูกเพราะมีเพียงครอบครัวเราที่ปลูก แต่ว่ามันเทศเราให้ชาวบ้านปลูกกันด้วย…” หลี่ซื่อรีบบอก “แล้วหมู่บ้านข้างเคียงก็พากันปลูกตามด้วย แม้ปริมาณน้อยแต่หากนำมารวมกันแล้วส่งมาขายให้เราก็นับว่ามากที่เดียว”
“ช่วยไม่ได้ มีของมากมายที่ทำจากมันเทศได้ อาหารส่วนใหญ่ก็มาจากบ้านเราทั้งนั้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของสินค้าจากมันเทศ พวกเจ้าคำนวณดูเอาเถอะ การบริโภคของชาวบ้าน รวมกับคนในตำบลอันจิ่วและเมืองผู่โซ่ว… เราหมู่บ้านเดียวจะส่งสินค้าไปขายไหวหรือไม่”
“…” คนในบ้านเงียบไปนาน
ผู้ที่สามารถคะเนได้รู้สึกว่ามันมากเกินไป ผู้ที่ไม่สามารถคะเนได้ยังรู้สึกได้ว่ามันมีปริมาณมาก
พวกเขาเพียงคิดว่าเมื่อเก็บเกี่ยวมันเทศก็จะสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้น แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะใหญ่โตถึงเพียงนี้
หลิวซื่อถามด้วยความฉงน “เดิมทีข้าคิดว่าชาวบ้านคงขายมันเทศไม่หมด คาดไม่ถึงว่าแท้จริงจะมีไม่พอขาย เช่นนั้นทำไมท่านแม่จึงไม่ให้พวกเขาปลูกมากหน่อยในช่วงแรก ตอนนั้นบอกว่ากลัวจะขายไม่หมด หากรู้เช่นนี้ก็น่าจะกล้าให้พวกเขาปลูกกันไป…”
หลินซื่อเองก็คิดเช่นนั้น รายได้เป็นเท่าตัวแต่ตัวเลขแน่ชัดเท่าไหร่นั้นไม่อาจทราบได้ นางทำได้เพียงให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าช่วยคำนวณให้ว่าสุดท้ายเป็นเท่าไหร่กันแน่
แต่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ากลับอยากร้องไห้ออกมา ตัวเลขเป็นเท่าตัวแล้วยังมีสิ่งใดให้คำนวณอีก เพียงกะ ๆ ไปก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?
“นี่ไม่เหมือนกัน ไม่ถูกต้อง ต้องคำนวณอีก” หลินซื่อพึมพำบอกพวกเขาเสียงค่อย
ต้าเป่าเข้าใจความหมายของอาสะใภ้ห้า แต่ไม่รู้จะอธิบายกับนางอย่างไร ท่านให้คะเนคร่าว ๆ จากความรู้สึกโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง แล้วเขาจะทำได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่เคยคำนวณเรื่องที่ซับซ้อนปานนี้
“อาสะใภ้ห้า ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยท่านคำนวณ แต่เรื่องนี้ซับซ้อนนัก ข้าทำไม่เป็น…”
“เจ้าบอกว่าทำไม่เป็นได้อย่างไร บัญชีน่าปวดหัวที่อาสะใภ้สี่ของเจ้าทำ นางก็ให้เจ้าช่วยทำไม่ใช่หรือ?”
“มันต่างกัน” ต้าเป่าอธิบาย “สิ่งเหล่านั้นมีตัวเลขระบุเตรียมไว้แล้ว ท่านย่ากับอาเจ็ดสอนข้าคำนวณตัวเลข เอ้อร์เป่ากับข้าเพียงสามารถคิดเลขและคำนวณออกมาได้”
หลินซื่อไม่เข้าใจ นางหันไปสนใจบทสนทนาของผู้เป็นย่าของเขา
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “ไม่ได้หรอก หากเราให้พวกเขาปลูกตามใจชอบ หากมันเทศใช้การไม่ได้ขึ้นมาเล่า? หากพวกเขาบอกไม่ได้ว่าตอนนี้มันเทศเป็นอย่างไรเล่า? เราจะเป็นฝ่ายที่เสียหาย ยิ่งมีมันเทศในตลาดมาก ราคาจะยิ่งตกจนอาจหมดราคาได้เลย หากอยู่ ๆ เป็นเช่นนั้นแล้วเราจะอธิบายกับชาวบ้านอย่างไร อีกทั้งเรายังปลูกมันเทศเมื่อครึ่งปีก่อน จะคาดเดาได้อย่างไรว่าจะโชคดีพบเจอกับตระกูลเศรษฐี และสามารถมีกิจการรุ่งเรืองเพียงนี้”
“ท่านแม่ ตลาดที่ไหนกัน แล้วทำไมถึงได้หมดราคาได้?… เราไม่เข้าใจ” หลิวซื่องุนงง นางรู้สึกว่าตามไม่ทันความคิดของแม่สามี “มันเทศนี้ปลูกง่ายไม่ใช่หรือ เพียงฝังลงดินก็เติบโตได้ ไม่เห็นร้ายแรงอย่างที่ท่านบอก ท่านแม่ ท่านคิดมากเกินไปแล้ว”
“ใครบอกว่าปลูกง่าย? มันเทศนั้นเมื่อลงปลูกต้องใช้วิธีใด ต้องดูแลอย่างไรหลังปลูก… ลองถามเจ้ารองดูสิ คิดว่าเขาปลูกง่ายนักหรือ คิดว่าเขาไม่ต้องทำตามขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบหรือ”