ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 930 ด้วยการจัดการและดำเนินการของนาง
ภายในห้องหอ หลี่ฉินในชุดแดงนั่งบนเตียงด้วยท่าทีมีความสุข
เหวินรุ่ยเอ๋อร์ น้องสาวคนรองของเหวินเหรินซานยกอาหารมาให้พลางพูดคุยด้วย
“พี่สะใภ้ ข้าชื่อเหวินรุ่ยเอ๋อร์ น้องสาวของพี่ใหญ่ ท่านเรียกข้าว่ารุ่ยเอ๋อร์ก็ได้” เหวินรุ่ยเอ๋อร์ยิ้มกว้างด้วยท่าทางดูใจดี ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้พี่ใหญ่กำลังยุ่งอยู่ด้านนอก กว่าจะเสร็จคงพักใหญ่ เขารู้ว่าพี่สะใภ้ยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน จึงให้ข้ายกอาหารย่อยง่ายแอบเอามาให้ท่านรองท้องก่อน”
เพราะหลี่ฉินยังสวมผ้าคลุมหน้าอยู่จึงไม่เห็นอีกฝ่าย ได้ยินเพียงเสียงเล็กขี้เล่น ในใจนึกไม่ถึงว่าผู้ชายแข็งกร้าวอย่างเหวินเหรินซานจะมีน้องสาวที่น่ารักขนาดนี้
“ขอบคุณเจ้ามาก” ได้พบกับครอบครัวสามีครั้งแรก หลี่ฉินก็ยังเก้อเขินอยู่บ้าง โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้
“ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ พี่สะใภ้ขอบคุณพี่ใหญ่เองเถิด” เหวินรุ่ยเอ๋อร์ยื่นบางอย่างใส่มืออีกฝ่าย “พี่สะใภ้กินนี่ก่อน ข้าจะดูต้นทางให้ เมื่อท่านกินเสร็จค่อยเรียกข้า ข้าจะมายกกลับไป”
ไม่นานหลี่ฉินก็ได้ยินเสียงประตูปิด เห็นอีกฝ่ายเอาใจใส่เพียงนี้นางก็วางใจลงได้มาก
ตอนที่นางจากบ้านมา มารดากำชับว่านางห้ามกินสิ่งใดระหว่างพิธีสมรส ไม่อย่างนั้นหากใครมาเห็นเจ้าสาวออกไปเข้าห้องน้ำระหว่างพิธีจะเป็นที่น่าอับอายเอาได้
ให้นางทนจนกว่าจะฟ้ามืด รอให้สามีกลับมา หลังจากนั้นทุกอย่างถึงจะสิ้นสุดลง
‘ผู้หญิงเรามักเผชิญเรื่องเหล่านี้ เพียงต้องผ่านพ้นไปให้ได้’
นางรู้สึกสับสนเมื่อได้ยินคำมารดา ทั้งคาดหวังกับชีวิตคู่ในภายภาคหน้าแต่ใจหนึ่งก็ยังนึกหวาดหวั่น
เนื่องจากไม่รู้ว่าเมื่อแต่งเข้าสกุลเหวินแล้วจะต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง
แม้ว่านางจะรู้จักเหวินเหรินซานและเข้าใจอยู่บ้าง นางจึงยังไม่คุ้นเคยกับครอบครัวของเขา
กระทั่งเหวินรุ่ยเอ๋อร์เข้ามาหาเมื่อครู่ นางจึงได้ใจชื้นขึ้นมาก
น้องสาวคนรองผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นมิตรกับนาง
สามารถอบรมเลี้ยงดูลูกสาวมาได้ดีเพียงนี้ นางคงเข้ากับแม่สามีได้ไม่ยากเช่นกัน
นางไม่สามารถออกไปจากห้องหอได้ สิ่งที่ผิดจากคำมารดาคือดูคล้ายหนุ่มในเมืองมักมั่นอกมั่นใจและกล้าเย้าแหย่พี่สะใภ้อย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ต่อหน้าเหวินเหรินซาน
หลี่ฉินหน้าแดงอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าทำอะไรกัน กล้าแกล้งพี่สะใภ้ข้าต่อหน้าข้าหรือ ระวังตัวไว้เถอะ ข้าจะฟ้องท่านน้า” เหวินรุ่ยเอ๋อร์เท้าเอวมองด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ “พวกเจ้าได้เดือดร้อนแน่”
“แหม น้องสามีผู้แสนดี ข้าผิดไปแล้ว เจ้าอย่าไปฟ้องเลย คราวก่อนข้าถูกตีซะน่วม” ใครบางคนเอ่ยขึ้น
“สมน้ำหน้า ใครใช้ให้เจ้ามารังแกข้ากันล่ะ”
……
มีเหวินรุ่ยเอ๋อร์อยู่ด้วยทำให้หลี่ฉินสบายใจขึ้นมาก อีกทั้งเหวินเหรินซานยังคอยกันพวกเขาออกไปให้อีกด้วย
ไม่นานห้องหอก็เงียบลง
ได้ยินเสียงฝีเท้าคนแล้ว นางก็หน้าขึ้นสีและประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาแทบไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ
เห็นท่าทีของนางแล้วเหวินเหรินซานก็ยิ้มบาง ๆ “ภรรยา วันนี้คงเหนื่อยมาก”
เขาเอื้อมมือไปกุมมือนางเอาไว้
นางเขินอายจึงบ่ายเบี่ยงเล็กน้อย
ทว่าเหวินเหรินซานเป็นคนเช่นไร เขาหน้าหนานัก หลังหยอกล้อนางหลายต่อหลายครั้งก็ดึงนางมากอดแน่นไม่ยอมปล่อย
“รุ่ยเอ๋อร์บอกว่านางเอาอาหารมาให้เจ้ากินรองท้องแล้ว ท่านแม่รู้ว่าเจ้าชอบกินเส้นมันเทศก็เลยให้พ่อครัวต้มใส่น้ำแกงเอาไว้ให้ หากเจ้าอยากกินก็ยกมาได้ทันที”
“ข้ายังไม่หิวมาก” นางว่าเสียงกระมิดกระเมี้ยน
นางไม่รู้ว่าแม้แต่แม่สามียังรู้ว่านางชอบกินอะไร แต่นางกลับไม่รู้ว่าคนสกุลเหวินชอบกินอะไร
ดูเหมือนว่าต่อไปนางจะต้องพยายามให้มากกว่านี้
ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความหวานชื่น
ด้านเย่อวี๋หรานถูกแม่สามีของนางรั้งให้อยู่บ้านสกุลเหวินจนดึกดื่นเช่นกัน
หลี่ฉินนึกไม่ถึงว่านางจะได้พบเย่อวี๋หรานที่ห้องรับแขกเมื่อมายกน้ำชาในเช้าวันต่อมา ทำเอานางแปลกใจไม่น้อย
แม่เหวินเห็นท่าทีตกใจของลูกสะใภ้แล้วอดยิ้มและกวักมือเรียกหลี่ฉินมาหาไม่ได้ “ลูกสะใภ้ที่รัก เมื่อคืนหลับสบายไหม เหรินซานไม่ได้รังแกเจ้าใช่ไหม ถ้าเขาทำก็บอกข้ามาได้เลย ข้าจะช่วยจัดการเขาให้ เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มนิสัยเสีย ไม่รู้จักเอาใจใส่ดูแลผู้หญิง ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็อย่าได้เกรงใจเขา บอกให้เขาปรับปรุงตัวเสีย หลายครั้งเข้าเขาก็จะรู้จักเกรงใจเจ้าเอง…”
หลี่ฉินไม่คิดว่าแม่สามีจะกล่าวเช่นนี้กับตน จึงตอบกลับไปด้วยความเก้อเขิน “ไม่เลย เขาทำตัวดีมากเลยเจ้าค่ะ”
“ฮ่า ๆๆ… ดีก็แล้วไป แต่อย่างไรเรื่องระหว่างพวกเจ้าสองคนก็ไม่มีสิ่งใดที่แม่สามีอย่างข้าช่วยไม่ได้” ว่าจบนางก็แนะนำคนในบ้านให้หลี่ฉินรู้จัก จากนั้นค่อยเริ่มพิธียกน้ำชา
แม่เหวินจัดการและดำเนินการด้วยตัวเองเช่นนี้ ทุกคนในห้องต่างเห็นว่านางเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้มาก ทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่านางปกป้องคนผู้นี้ ทุกคนจึงควรเอาใจใส่หลี่ฉินให้ดี
อย่างไรเสียสกุลเหวินก็ต่างจากผู้อื่น นอกจากครอบครัวฝ่ายพ่อยังมีพี่น้องหลายคน ทำให้เหวินเหรินซานมีลูกพี่ลูกน้องและญาติหลายคน
หลี่ฉินแต่งงานเข้ามาตัวคนเดียว แต่หลังจากนี้ก็ไม่อาจเลี่ยงจะรับมือกับลุงป้าน้าอาทั้งหลาย
เย่อวี๋หรานกลับจากบ้านสกุลเหวินพร้อมจูอู่หลังจบมื้อเที่ยง
นางรู้ว่าแม่เหวินตั้งใจให้นางอยู่ค้างคืนและเลี้ยงอาหารเที่ยงก่อนยอมให้กลับบ้าน ทั้งหมดเพื่อให้นางเห็นและวางใจว่าเมื่อหลี่ฉินแต่งงานเข้ามาแล้วสกุลเหวินจะปฏิบัติต่อลูกสะใภ้เป็นอย่างดี
แม้การที่อีกฝ่ายลงมือเองจะทำให้นางตกใจ แต่ก็ทำให้รู้ว่าส่วนแบ่งหนึ่งในสิบส่วนที่มอบให้สกุลเหวินไปมีส่วนสำคัญมากทีเดียว
“เจ้าห้า ไปต่อที่บ้านแม่หลี่ฉิน”
“หืม ไม่กลับบ้านหรือขอรับ?” จูอู่ที่ขับเกวียนอยู่ด้านนอกประหลาดใจ
“ไม่ ไปบ้านแม่หลี่ฉินก่อน เมื่อคืนข้าค้างคืนอยู่บ้านสกุลเหวิน พ่อแม่ของนางย่อมต้องการถามถึงลูกสาว ข้าเลยว่าจะแวะไปที่นั่น พูดคุยเสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน พวกเขาจะได้ไม่ต้องเดินทางมาเอง”
“ขอรับ” จูอู่ไม่ได้ถามซักไซ้ เขาขับเกวียนไปบ้านหลี่ฉิน
แน่นอนว่าเมื่อเกวียนมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขาก็เห็นแม่ของหลี่ฉินและพี่สะใภ้ของเจ้าตัว พวกนางชะงักไปก่อนร้องเรียก “จูต้าเหนียง ท่านจะไปบ้านสะใภ้สี่หรือ?”
“เปล่า ข้าจะไปบ้านท่านต่างหาก”
แม่หลี่ใจเต้น “เกิดอะไรขึ้นกับแม่หนูฉินงั้นหรือ?”
เย่อวี๋หรานหัวเราะ “คิดอะไรอย่างนั้น เมื่อวานเป็นวันมงคล ผ่านมาวันเดียวจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้อย่างไร ข้ารู้ว่าท่านยังไม่วางใจ เมื่อคืนจึงอยู่ค้างที่บ้านสกุลเหวิน วันนี้หลังมื้อเที่ยงก็กลับมาหาท่าน แต่ยังไม่ถึงหน้าบ้านท่านก็พบตัวเสียแล้ว ขึ้นเกวียนมาเถิด ไปบ้านท่านกัน หากข้ารั้งนานกว่านี้เกรงว่าท่านคงไม่สบายใจ”
แม่หลี่เหมือนยกภูเขาออกจากอก “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ลูกสาวแต่งงานออกเรือนไปแบบนี้ข้าก็นึกเป็นห่วง กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หายห่วง เมื่อคืนข้าฝันว่านางร้องไห้ฟูมฟายกลับมาที่บ้าน บอกว่าถูกสกุลเหวินรังแก…”