ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 951 ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เสียเพียงไข่ แต่ยังสิ้นเปลืองฟืนด้วย
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 951 ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เสียเพียงไข่ แต่ยังสิ้นเปลืองฟืนด้วย
บทที่ 951 ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เสียเพียงไข่ แต่ยังสิ้นเปลืองฟืนด้วย
สายฝนโปรยปรายตลอดช่วงเทศกาล ทำให้ถนนหนทางยิ่งเดินยากลำบาก
ระหว่างที่ผู้ชายขึ้นเขาไปไหว้บรรพบุรุษ ผู้หญิงในบ้านนานทีจะมีโอกาสได้พัก วันนี้ห้ามจุดฟืนก่อไฟ หมายความว่าห้ามทำอาหาร พวกนางจึงเอาชิงถวนที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าออกมากิน
ชิงถวนเป็นแป้งสอดไส้ต่าง ๆ แป้งด้านนอกทำมาจากน้ำผักผสมกับแป้งข้าวเหนียว นำมาปั้นรวมกันเป็นก้อน ไส้ด้านในทำมาจากผักที่แต่ละครอบครัวมีอยู่
หากฐานะดีอาจเตรียมน้ำตาล ถั่วบด งา และอื่น ๆ มาทำเป็นไส้
หลังห่อแล้วก็เอาขึ้นหม้อนึ่ง เมื่อสุกแล้วค่อยยกลงจากเตามากินให้อร่อยลิ้น
แน่นอนว่าคนในสมัยนี้มักทำขนมนี้ในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง ยกเว้นว่าจะต้องการกินจริง ๆ
นอกจากชิงถวนแล้วยังเตรียมไข่เอาไว้ด้วย
เมื่อก่อนสกุลจูมีคนมากแต่มีไก่ไม่กี่ตัว พวกเขาจึงต้มไข่เพียงสองฟอง กระทั่งความเป็นอยู่ดีขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาจึงมีไข่กินกันเพียงพอ
จูปาเม่ยนึกถึงไข่ นางตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่แล้วเห็นไข่ย้อมสีถูกวางแยกในกะละมัง มีทั้งสีแดง ชมพู เขียว ม่วง และน้ำเงิน
นางหยิบออกมาแล้วถามหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยหลายครั้งว่าสวยหรือไม่
สองพี่น้องไม่ต้องการให้นางหมดสนุกจึงตอบ “อืม สวยมาก!”
ไข่ส่วนหนึ่งถูกนำออกมาใส่ตะกร้าที่จูเหล่าโถวจะนำขึ้นเขาออกไปไหว้บรรพบุรุษ ส่วนหนึ่งวางไว้ในกะละมังที่บ้านเพื่อให้พวกนางกินในบ้าน
นอกจากไข่ย้อมสีแล้ว จูปาเม่ยยังตั้งใจเก็บไข่ที่ยังไม่ย้อมสีเอาไว้ด้วย
ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่ายังไม่วายกำชับก่อนออกจากบ้าน “อาหญิงต้องเหลือไว้ให้เราด้วย อย่าเพิ่งวาดจนหมด”
“เข้าใจแล้ว พวกเจ้ารีบไปรีบกลับ ข้าจะเก็บเอาไว้ให้” นางรำคาญจนไล่พวกเขาออกไปพลางเร่งให้รีบตามผู้ใหญ่ไป
เมื่อหลาน ๆ ไม่อยู่นางก็หยิบชาด พู่กัน หมึก และของอื่น ๆ มาก่อนชวนหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยมาเล่นด้วยกัน
จะเป็นสิ่งใดไปได้นอกจาก ‘การวาด’ ไข่
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในโถงบ้าน หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อที่อยู่ว่างก็เข้ามาร่วมสนุกและอยากจะวาดสักใบด้วย
“ปาเม่ย เจ้าวาดอะไรน่ะ สวยจัง!” หลี่ซื่อเห็นตุ๊กตาตัวอ้วนฝีมือจูปาเม่ยแล้วชอบใจ ในใจคิดว่าเหมือนตุ๊กตาในตลาดช่วงฉลองปีใหม่
หลิวซื่อชะโงกหน้ามา “โอ้โห ปาเม่ย เจ้าฝีมือดีนัก ข้าว่าหลังจากนี้เจ้าวาดภาพขายในช่วงปีใหม่ได้เลย”
“พี่สะใภ้รองไม่ต้องชมข้าหรอก ข้ามีฝีมือเพียงวาดเล่นได้เท่านั้น” จูปาเม่ยยิ้มร่าแต่ไม่ได้เก็บเรื่องวาดภาพขายมาคิด “ท่านต้องการใบไหน”
“ข้าขอใบนี้ พี่สะใภ้ของเจ้าเองก็มีลูกสองคน นางเองก็ต้องได้บ้าง…” หลิวซื่อรีบคว้าไปด้วยความมือไว
หลี่ซื่ออยากได้ใบนั้นเช่นกัน ทว่ามันตกอยู่ในมือคนอื่นเสียแล้วจึงกล่าวด้วยความเสียดายเล็กน้อย “ท่านจะรีบร้อนทำไมกัน อู๋เป่าอายุเพียงเท่าไหร่ เขายังกินนมอยู่เลย ต้องรอให้เขาโตกว่านี้ ไม่อย่างนั้นท่านสองคนจะให้เขาเล่นได้อย่างไร…”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้จูเอ้อร์เลี้ยงลูกเก่งแล้ว ถึงตอนนั้นข้าค่อยให้เขาจัดการ”
หลังถูกเย่อวี๋หรานบีบบังคับให้เลี้ยงลูก ไม่ต้องบอกว่าจูเอ้อร์กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงเด็กไปเสียแล้ว
นอกจากตอนดื่มนม อู๋เป่าก็ชอบอยู่กับบิดาอย่างจูเอ้อร์มากกว่า
หลินซื่อ : ข้าไม่มีลูกจึงไม่ควรได้อย่างนั้นหรือ
นางไม่ทันเปิดปากก็เห็นไข่ในมือหลินซื่อเม่ย
อีกฝ่ายวาดตุ๊กตาอยู่เช่นกัน เป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่ขบมือเล็ก ๆ ทำท่าคล้ายนอนหลับอยู่ “พี่รอง นี่ของท่าน”
ดูท่าเจ้าตัวจะเห็นว่านาง ‘อยากได้’ จึงยื่นให้
นางชะงักก่อนรับมาแล้วเอ่ยว่า “สวยจัง! ต่อไปถ้าลูกในอนาคตของข้าน่ารักเช่นนี้คงดี…”
ทว่ายังลังเลเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าตนเองควรมีลูกชายหรือลูกสาว
นางชอบลูกชาย แต่แม่สามีชอบหลานสาวมากกว่า
หลี่ซื่ออยากจะวาดเองแต่น่าเสียดายที่นางถนัดดีดลูกคิดมากกว่า
ทันทีที่นางลงมือวาดดวงตาของตุ๊กตา นางก็เอ่ยขึ้นว่า “เฮ้อ ให้ตายสิ ทำไมถึงวาดตายากขนาดนี้นะ เจ้าดูของข้าสิ เบี้ยวไปถึงหัวแล้ว…”
ทุกคนชะโงกหน้ามาดูแล้วหลุดขำ
“พี่สะใภ้สี่ ท่านลองเปลี่ยนจากวาดคนไปเป็นดอกไม้ดีไหมเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่าคนวาดยากที่สุด แต่ดอกไม้กับต้นไม้วาดง่ายกว่า…” จูปาเม่ยบอกพลางยิ้ม “ตอนข้ากับพวกหลินซานเม่ยฝึกวาดช่วงแรกก็เริ่มจากดอกไม้และต้นไม้”
“ข้ายังพอแก้ไขสิ่งนี้ได้หรือไม่” หลี่ซื่อยังอยากวาดตุ๊กตาจึงถามด้วยความเสียดาย
“ได้สิเจ้าคะ ทำไมจะไม่ได้ ต้องแก้ตรงนี้…” เด็กสาวชี้ที่ไข่ขณะอธิบายว่าต้องแก้ไขอย่างไร
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มีไข่อยู่ในมือเช่นกัน เพียงแค่ไม่ได้ใช้พู่กันวาด แต่นำกิ่งหลิวมาขมวดปมปลายและแต้มละเลงบนเปลือกไข่
เด็กจะไปวาดอะไรได้ เพียงเล่นสนุกเท่านั้น
โดยเฉพาะหลี่ว์ซานยาที่อายุน้อยที่สุด นางเป็นเจ้าแห่งความดื้อซน
เย่อวี๋หรานเตือนพวกนางไม่ให้ทำเสื้อผ้าเปื้อนก่อนเดินออกไปและปล่อยให้พวกนางเล่นกันตามอำเภอใจ
เด็กสาวสามคนนานทีจะอยู่ว่าง พวกนางนั่งเหยียดขา ‘เล่น’ อย่างอารมณ์ดี
เพราะไข่มีจำนวนจำกัด พวกนางจึงไม่กล้าทำไข่ของตนเสีย แต่วาดแล้วนำไปล้างออก แล้วค่อยใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดก่อนนำมาวาดใหม่
พวกนางอดวาดไข่เล่นอย่างสนุกสนานไม่ได้เพราะปกติแล้วไม่มีโอกาสไป ‘เล่น’
เพียงมีไข่คนละใบก็ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีความสุขได้ขนาดนี้ ทำเอาเย่อวี๋หรานคาดไม่ถึง นางคิดมาตลอดว่าผู้หญิงสกุลจูนั้นนอกจากจะชอบทำงานหาเงินแล้ว ไม่คิดว่ายังชอบ ‘วาดรูป’ อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ทำไมนางถึงไม่รู้เรื่องนี้กัน?
เมื่อทบทวนในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมก็รู้ว่าไม่เพียงแค่หญิงสาวเหล่านี้เท่านั้น แต่เจ้าของร่างเดิมเองก็ไม่เคยจับพู่กันสักครั้ง
ช่วยไม่ได้ ครอบครัวยากจนเพียงนั้น ไม่มีไข่สักใบด้วยซ้ำ ต่อให้มีก็นำมาวาดเล่นได้จำกัด
ก่อนหน้านี้ต้องต้มไข่กับดอกไม้และใบไม้เพื่อย้อมไข่ ค่อยยกลงจากเตาเพื่อคลายเย็นจึงจะขึ้นสี หากไม่คิดว่าเป็นการยุ่งยากก็สามารถต้มเพิ่มอีกสีได้
ถึงกระนั้นก็ยังมีน้อยคนที่ยอมเสียเวลาต้มย้อมไข่ ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เสียเพียงไข่ แต่ยังสิ้นเปลืองฟืนด้วย
ทุกคนต่างทำงานหัวหมุน ใครจะมีเวลาว่างทำเรื่องพรรค์นี้
เด็ก ๆ ที่เห็นไข่บ้านผู้อื่นมีสีต่างจากของบ้านตนเองจึงต้องการแลกไข่ แต่หากไข่ที่แลกด้วยไม่ใหญ่มากพอก็อาจเกิดการทะเลาะ ‘วางมวย’ กัน
จากเรื่องสีกลายเป็นการ ‘วัดขนาด’ กันทันที
ปีนี้ต่างออกไป เพราะการย้อมผ้าต้องใช้สี จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยจึงมักมีสีแต้มหน้าขนมเก็บไว้
สีแต้มขนมนี้นำไปผสมได้หลายสี สามารถใช้แทนหมึกได้เหมาะเจาะ
ปีนี้นางนำออกมาใช้ ทำให้หญิงทั้งน้อยใหญ่ล้วนตื่นเต้น พากันชื่นชอบกันทุกคน
แม้แต่ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่ายังกลับมาสมทบกลุ่มวาดไข่ด้วยกัน
สีนี้มีจุดด้อยอยู่อย่าง เมื่อวาดหลายครั้งเข้าแล้วนำไปล้างก็ไม่สะอาดดังเดิมคล้ายถูกย้อม สีไข่จึงประหลาดตาขึ้นเรื่อย ๆ